ตอนที่ 9 เฮียซัน
ปึก!
“โอ๊ย! นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ”
สองมือกำทุบโซฟาแรงๆ แผดเสียงแหลมลั่นห้องด้วยความคับแค้นใจ กรอบหน้าสวยแดงก่ำจมูกบานหุบถี่ระรัวระบายลมหายใจเข้าออก
ก็จะไม่ให้โมโหได้ไง ไอ้คุณซันนั่นเหมือนกำลังแกล้งเธอเลย นัดกันสามครั้งแต่เขาเบี้ยวเธอทุกครั้ง เหตุผลร้อยแปดมาอ้าง พยายามใจเย็นแต่นี่มันสุดจะทนแล้วจริงๆ
นึกย้อนครั้งแรกก็พอเย็นไหว ครั้งที่สองก็พยายามข่มได้ แต่ครั้งนี้.. ไม่ไหวแล้วโว๊ย! ไอ้บ้านั่นจะเอาไงกันแน่ เธอไม่ได้มีเวลาว่างมาวิ่งไล่จับกับเขาหรอกนะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง ธุรกิจสร้างเงินนะไม่ใช่ขายข้าวแกงของเล่นที่จะทำแบบนี้กันได้อ่ะ!
“ป๋ามีเบอร์ไอ้... คุณซันหรือเปล่า หนูขอหน่อย เรื่องด่วนมาก”
ก้างไผ่คว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมาวางบนตักสอดมือล้วงหยิบมือถือส่วนตัวออกมาต่อสายหาผู้ให้กำเนิด ผ่อนลมหายใจยาวเหยียดระหว่างรอท่านรับ พอสัญญาณกดรับดังขึ้นก็รีบเข้าเรื่องทันที
เกือบพลั้งปากเรียกสรรพนามศัพท์โบราณไปแล้ว ดีที่สมองไหวตัวทันกลับดำเป็นขาว ขานเรียกชื่อตัวต้นเหตุความร้อนจากศัพท์โบราณเวลาเรียกทาสรับใช้เป็นคำสุภาพศัพท์สมัยใหม่ได้
‘มีอะไรหรือเปล่าลูก ป๋าอยู่กับเฮียเขาพอดีเลย’
“อยู่กับเขา?” อยู่ได้ไง ก็ไหนเลขาเขาบอกว่าเขาเพิ่งข้ามชายแดนไปพม่าเมื่อต้นชั่วโมงก่อนเองไง หรือป๋าเธอจะไปด้วย ไปทำอะไร
‘ใช่ หนูมีอะไรหรือเปล่าลูก’
“ป๋าอยู่พม่าเหรอคะ ไปทำอะไรทำไมหนูไม่รู้ล่ะ” เป็นคำถามที่อดจะเอ่ยออกไปไม่ได้ พ่นลมหายใจออกปากอย่างอดกลั้น เอนหลังลงกับพนักพิงทิ้งมือวางบนหน้าท้องแบนราบ
อาทิตย์นี้งานหนักจริงๆ ไหนจะต้องมาคอยถามหาเวลาว่าง คอยเช็กตารางงานของคุณซันเพื่อที่จะได้เข้าไปหา แต่เขากลับทำเอาเธอหัวร้อนอกเดือดปุดๆ
‘มากินข้าวพม่าแขวนต้นไทรน่ะสิ ใครบอกว่าป๋าอยู่พม่ากันฮึ’
“ก็คุณซัน...” เดี๋ยวนะ นี่เขาหลอกเธอเหรอ หลอกว่าไปพม่างั้นเหรอ!?
คำตอบจากผู้ให้กำเนิดทำเอาเลือดร้อนวิ่งขึ้นหัวส่งความร้อนราวลาวาภูเขาไฟปะทะกับของเหลวในร่างกายควันออกหูหน้าแดงก่ำ
มีเหตุผลอะไรทำไมคนที่แทบไม่รู้จักกันถึงทำกันขนาดนี้ พอได้คำตอบเหตุนัดล่มครั้งนี้แล้ว ก็คิดได้ว่าอีกสองครั้งที่ผ่านมา.. มันก็อาจเป็นเหตุผลเดียวกัน
นี่เห็นว่าเธอกำลังเป็นต่อเพราะต้องทำการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่สินะถึงได้มาทำแบบนี้กับเธอ ถ้าอยากยกเลิกการค้าทำไมไม่พูดกันดีๆ จะมาแกล้งเธอเล่นแบบนี้ทำไม!
“อยู่แถวไหนหนูจะไปหา ล็อกตัวไอ้คุณเฮียซันของป๋าไว้ด้วยนะคะอย่าให้เขาหนีไปได้”
กดเสียงต่ำลอดไรฟันเสียมารยาทตัดสายทิ้งทันทีไม่รอให้คนในสายได้ถามอะไรมากกว่านี้ ดีดตัวขึ้นจากเบาะนุ่ม ดวงตาแดงก่ำคล้ายกระทิงป่าที่กำลังอยู่ในช่วงอารมณ์ที่พร้อมจะพุ่งขวิดศัตรูได้ทุกเมื่อหากถูกขัดใจ
อยากจะเห็นหน้าไอ้คุณเฮียซันนั่นนักว่ามันเป็นยังไง หล่อระดับซุปตาร์ระดับโลกในดวงใจของเธอหรือเปล่าถึงได้เอาแต่หลบแต่เลี่ยงทำเหมือนเธอเป็นเชื้อโรคไม่อยากออกจากรูมาเจอ
หลุบมองจอมือถือในมือขณะที่ร่างกายเข้ามาในรถพอดี กวาดตามองโลเคชั่นที่ส่งเข้ามาแล้วขับเคลื่อนเครื่องยนต์ส่วนตัวของตัวเองออกจากช่องจอด มุ่งหน้าสู่ถนนเส้นหลัก จุดหมายคือร้านอาหารชื่อดังย่านแขวงคลองต้นไทร ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาชื่อดัง!
.
.
ก้างไผ่เยื้องกรายเข้ามาในร้านอาหารหรู กวาดตามองรอบร้าน บรรยากาศยามเย็นมีลมพัดโกรกตลอดเวลา ยิ่งเป็นโซนนอกระเบียงรับบรรยากาศกลิ่นอายน้ำจากแม่น้ำ เสียงจากคลื่นซัดกระทบฝั่งยิ่งชัดเจน
ที่ต้องเดินมาโซนนอกเพราะป๋าเธอบอกว่านั่งกันอยู่โซนนี้ ไม่รู้มีใครบ้างเพราะตอนนั้นเอาแต่จดจ่ออยู่แต่กับความคิด แต่ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันราวๆ สองถึงสามคนได้
“ป๋า แม่”
เสียงหวานขานเรียกพร้อมกับร่างสวยเพรียวระหงในชุดทำงานเยื้องกรายเข้ามา ถอนหายใจเบาๆ ข่มความร้อนระอุในอกลงเพราะเห็นว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย ผู้ใหญ่ที่ว่าคืออดีตผู้บริหาร MoonShine hotel
“ก้าง มาแล้วเหรอ มานี่มา มาทักทายลุงทินกรกับป้าเดือนก่อนมา”
“สวัสดีค่ะ” ยิ้มบางๆ ให้ผู้ใหญ่ พนมมือกลางอกเอ่ยทักทายด้วยเสียงหวาน
“หนูก้างเหรอลูก ไม่ได้เจอนานจนโตเป็นสาวแล้ว เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ว่าน่ารักแล้วพอโตขึ้นทั้งน่ารักทั้งสวยเลยนะคะเนี่ย”
คำเยินยอจากผู้ใหญ่ทำเอาอารมณ์โทสะแทบหายเป็นปลิดทิ้ง ฉีกยิ้มแก้มปริโชว์ฟันเรียงสวย สองแก้มแดงเรื่อร้อนวูบวาบเพราะเขินอาย
ก้างไผ่เดินเข้ามาหาเดือนตามมือเรียวเล็กคว้าเรียก ท่านกวาดตามองเธอตั้งแต่ใบหน้าสวยลงมายังร่างกายเพรียวระหงไม่ต่างจากนางแบบแล้วเลื่อนสายตากลับมายังดวงหน้าอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูชื่นชม ตลอดเวลาก็ยิ้มแย้ม
“ขอบคุณค่ะป้าเดือน”
ดูๆ แล้วนอกจากผู้ใหญ่ที่ป๋ากับแม่แนะนำว่าเป็นลุงทินกรกับป้าเดือนแล้วก็ไม่เห็นใครที่พอจะเป็นเจ้าของชื่อที่ทำเอาเธอเดือดตลอดทางมาได้เลย กวาดตาไปรอบก็ไม่รู้ว่าใครที่พอจะเป็นเขาได้บ้าง
หรือว่าป๋าจะปล่อยเขาหลุดมือไปแล้ว? มีเหตุผลอะไรต้องหลบหน้าเธอขนาดนั้นด้วย
“ป๋าคะ แล้ว... เขาล่ะ” ไม่อยากพูดชื่อด้วยซ้ำ อยากจะถามว่าไอ้ แต่ก็เกรงใจพ่อแม่เขาเหลือเกิน อย่างน้อยพวกท่านก็เอ็นดูเธอ
“เฮียซันไปคุยโทรศัพท์น่ะ เห็นเดินไปมุมโน้นเดี๋ยวก็มา”
“...”
ก้างไผ่ไม่พูดอะไร เดินมานั่งเก้าอี้ข้างแม่ ชะโงกหน้ายืดตัวมองตามมุมที่ป๋าชี้บอกเผื่อว่าจะเห็นเขา หรือใครก็ตามที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ อยากเห็นหน้าใจจะขาดว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง บังอาจมาเบี้ยวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
เงาสะท้อนจากแสงไฟด้านบนยาวทอดตามพื้นหลังจากชะโงกหน้าจ้องอยู่ครู่หนึ่งก็มีคนเดินออกมาจากมุมนั้น แสงค่อนข้างเข้าไปไม่ถึงเลยมองไม่เห็นว่าเจ้าของเงานั้นหน้าตาเป็นยังไง พอแสงจะส่องตรงจากเหนือหัวเขามันก็สูงเกินไปจนมองเห็นไม่ชัดเพราะเงาตกสะท้อนบังใบหน้านั้นจนหมด
ดวงตากลมโตจ้องอยู่อย่างนั้น ใจจดจ่อเพียงแค่เจ้าของเงา ใจบอกว่าต้องเป็นเขาแน่ๆ ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำตอบกับเสียงที่กระซิบบอกข้างหูจะตรงกันหรือเปล่า แต่เธอก็ยังเอาแต่จ้องอยู่แบบนั้น
มือจิกกำกระเป๋าใบสวยบนตัก ตาจ้องมอง หัวใจเต้นตึกตักราวกับกำลังลุ้นดูฉากหนังระทึกขวัญ เสียงรอบข้างถูกกลืนหายไปกับบรรยากาศ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอนั่งจ้องอยู่แบบนั้นมานานเท่าไหร่จนกระทั่ง... เจ้าของเงาเดินออกมาจากมุมสลัวเต็มตัว
เงาสะท้อนหยุดอยู่ใต้ร่างสูงโปร่งกำยำ มองเห็นใบหน้านั้นชัดเจนราวกับมันติดอยู่ในความทรงไม่เลือนหายไปไหน และใช่! เขาก็คือผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เธอยกครั้งแรกให้แถมยังจ่ายค่าตัวให้ไปแพงแสนแพงอีกต่างหาก นี่เขาคงไม่ใช่...
“ซันมานี่มาลูก ดูซิว่าใครมา”
คำภาวนาถูกเสียงของเดือนกลบไปจนมิดราวกับเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะกระซิบบอกเธอว่าอย่าได้ภาวนาอะไรพร่ำเพรื่อเพราะสิ่งที่กำลังคิดอยู่ มันไม่มีทางเป็นจริงได้
และความจริงก็ตอกย้ำใส่หน้าอีกครั้งชัดๆ เมื่อเจ้าของร่างสูงโปร่งกำยำนั้นเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า เอื้อมมือลากเก้าอี้ออกจากใต้โต๊ะอาหาร ก่อนจะหย่อนกายลงไปนั่งจ้องหน้าเธอนิ่งๆ และถ้าตาไม่ฝาดฝ้าฟางไป คล้ายจะเห็นมุมปากนั้นกระตุกขึ้นด้วย
“ซัน จำน้องก้างได้ไหมลูก น้องที่เคยมาเล่นด้วยบ่อยๆ ตอนเด็กไง เมื่อก่อนน้องติดลูกมากนะจำได้ไหม”
น้อง เคยเล่นด้วยกันบ่อยๆ แถมยังติดเขามากด้วยอีก อะไร!? จำไม่เห็นได้เลย คนนั้นใช่เธอจริงปะเนี่ยอย่ามาโบ้ยให้เธอนะ!
ก้างไผ่หันมองผู้ใหญ่เจ้าของคำพูดเร็วๆ แล้วเคลื่อนสายตากลับมายังคนตัวโตตรงหน้า หยุดอยู่กับใบหน้าหล่อเหลาแต่แสนจะกวนโอ๊ยจนอยากจะลุกขึ้นตบโต๊ะฉาดใหญ่ตามด้วยหม้อต้มยำกุ้งที่กำลังเดือดปุดๆ กลางโต๊ะฟาดหัวสักที
“จำได้สิครับ น้องก้าง... ที่พูดเก่ง ชอบอวด.. ของเล่นให้ดูบ่อยๆ” มุมปากกระตุกยกขึ้น แววตาพราวระยับอัดแน่นไปด้วยความสนุก
เขาก็เพิ่งจำได้ตอนที่เห็นชื่อและรูปประจานหน้าเธอเมื่อหลายวันก่อนเอง ไม่งั้นจะเบี้ยวนัดกับเธอมาตั้งหลายครั้งหรือไง
ซันดันลิ้นกับกระพุ้งแก้ม ใจอยากพูดออกไปว่าปากเก่งแถมยังอวดดีด้วยซ้ำไป แต่เกรงใจผู้ใหญ่ทั้งพ่อแม่เขาและพ่อแม่เธอที่เขายังนับถือเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกับครอบครัวมายาวนาน แถมยังรู้จักสนิทกันด้วย
แต่เหมือนเจ้าตัวจะรู้นะว่าเขาพยายามจะพูดอะไร ตอนนี้เลยทำหน้าบึ้งตึงขึงตาจ้องเขม็ง หายใจแรงกัดฟันจนหน้าเบี้ยว ควันออกหูหน้าแดงก่ำแบบนั้น
สงสัยคงอยากจะปรี่มาทุบหัวเขาแทบขาดใจแล้วมั้ง
.
.
.