ตอนที่ 1 ผู้ชายสองกอ.
ตึก ตึก ตึก!
เสียงเข็มแหลมของส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้สีเรียบ สองข้างทางนำสู่จุดหมายมีหลอดไฟสีนวลดวงเล็กคอยให้แสงสว่างยามโพล้เพล้หลังดวงตะวันลับขอบฟ้าเหลือเพียงปลายแสงสุดท้ายเรืองไร
ก้างไผ่เผยรอยยิ้มบนมุมปากเล็กน้อย หลุบตาลงมองจอมือถือที่มีข้อความของแฟนหนุ่มปรากฏในห้องแชทก่อนหน้านี้ราวเกือบครึ่งชั่วโมง อักษรสากลสื่อความหมายความคิดถึงเช่นเดียวกันทำให้เธอยิ้มได้แม้จะเหนื่อยล้าจากการนั่งเครื่องบินอยู่ราวสิบกว่าชั่วโมง ก่อนมาต่อด้วยเครื่องยนต์เพื่อตรงมายังที่พักของแฟนหนุ่ม แต่ความเหนื่อยล้าทุกอย่างราวกับหายเป็นปลิดทิ้งเพียงข้อความสั้นๆ นั้น
เธอคบกับแฟนหนุ่มที่เป็นรักแรกและแฟนคนแรกมาตั้งแต่ย้ายมาเรียนต่อฝรั่งเศสเมื่อตอนสิบหก อีกเพียงสองอาทิตย์ข้างหน้านี้ก็ครบกำหนดสิบปีของความรักยาวนานพอดี
ความรักยาวนานสำหรับบางคู่อาจจืดจางลงไปตามกาลเวลาแต่สำหรับเธอ.. วันแรกรู้สึกยังไง วันนี้ก็ยังคงเดิม อาจไม่หวือหวาเท่ากับตอนยังเป็นเด็ก รู้เพียงสนุกไปวันๆ ตามประสาเพราะช่วงอายุและวัยที่เติบโตขึ้น หน้าที่ภาระการงาน แต่คำคิดถึงบอกรักกันก็ยังมีให้กันทุกวันจนเพื่อนสนิทเคยมองบนใส่บ่อยๆ เพราะทนความหวานเลี่ยนไม่ไหว
“อยากเห็นหน้าใจจะขาด จะทำหน้าเหวอเหมือนที่ยัยเอวี่พนันไว้ หรือจะโดดเข้ามากอดกันนะ”
เสียงหวานพึมพำกับตัวเองเบาๆ แค่นเสียงหัวเราะผ่านลำคอยามนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของแฟนหนุ่มที่ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งก็แทบจะโดดเข้ามากอดเธอเอาไว้แน่นเหมือนเด็กน้อย ทำตาหวานตาเชื่อมใส่ตลอด ตัวติดตลอดวันและหากวันจะคืนกลับบ้านเกิดก็งอแงทำหน้าเศร้าทุกครั้ง
แค่นึกถึงใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวเหนื่อยล้าก็เต้นแรงขึ้นมาแล้ว
ก้างไผ่ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาหยุดอยู่หน้าห้องคุ้นเคย กัดปากเบาๆ แหงนคอขึ้นมองตัวเลขเหนือประตูบานใหญ่พร้อมกับสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ
ก่อนจะเดินทางข้ามทวีปมาตามหาหัวใจเธอได้บอกกับแฟนหนุ่มเอาไว้ว่าสองวันนี้อาจไม่ได้โทรคุยกัน ติดต่อก็อาจไม่สะดวกเพราะต้องเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แต่ความจริงคืออยากมาเซอร์ไพรส์คนรักมากกว่า หยุดยาวอีกสองอาทิตย์อยากใช้เวลากับเขาให้ได้มากที่สุดก่อนจะกลับไปลุยงานหนักต่อเพื่ออนาคตของสองเรา
เปลือกตาสวยกระพือเปิดหลังจากสูดอากาศเข้าเต็มปอดทำใจข่มความตื่นเต้นแล้ว ยื่นมือจับคีย์การ์ดสแกนกับแผงควบคุม ก่อนตามด้วยกดรหัสผ่านที่จำได้ขึ้นใจยิ่งกว่าวันเกิดของคนในครอบครัวเสียอีก
สิ่งแรกที่ปะทะใบหน้าสวยเนียนคือความอบอุ่นจากฮีตเตอร์ภายในห้อง กลิ่นหอมประจำตัวของคนรักยิ่งกระตุ้นหัวใจดวงน้อยให้กระหน่ำโหมเต้นแรงมากขึ้น
ก้างไผ่กัดปากเบาๆ กลั้นหายใจพร้อมกับเท้าที่ก้าวเข้ามาในห้องก่อน ภายในห้องเงียบสนิทราวกับไม่มีคนอยู่ แต่ไฟเปิดไว้ทุกดวงแถมยัง... บรรยากาศช่างโรแมนติก ยิ่งมีแสงสลัวเลือนรางจากด้านนอกเข้ามา ไฟสีส้มอ่อนๆ ให้บรรยากาศคู่รัก ไหนจะแก้วไวน์และอาหารที่ถูกทานไปแล้วนั่นอีก
ภาพบรรยากาศราวกับว่าคนสองคนในห้องนี้เพิ่งนั่งดูพระอาทิตย์ตกดินกันอยู่ก่อนหน้านี้เลย แต่คนสองคนที่ว่า คือใครกันล่ะ!
“อ๊าสสส!!! ตอดจะแตก อื้ม!”
ใบหน้าสวยสะบัดหันตามต้นเสียงซึ่งดังมาจากด้านในห้องนอน แต่ที่ต้องขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมก็คือ นั่นเสียงใคร? มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ใช่เสียงแฟนเธอแน่ๆ เพราะเสียงนั้นค่อนข้างแหลม แต่เสียงแฟนเธอมันทุ้มค่อนข้างแหบเล็กน้อย
ไม่รอให้ความคิดในหัวตีกันยุ่งวุ่นวายไปมากกว่านี้ ก้างไผ่ก็สาวเท้าก้าวยาวๆ ตรงไปยังประตูห้องนอนที่ถูกเปิดแง้มไว้เล็กน้อยทันที กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกทิ้งไว้กลางห้องอย่างไม่ไยดี สิ่งเดียวที่ร้อนใจตอนนี้คือคนในห้องนั่นต่างหาก
เข้าห้องผิดเหรอ? ก็ไม่นะ คีย์การ์ดรหัสหน้าประตูรวมถึงทุกอย่างในห้องนี้ยังเหมือนเดิมเมื่อตอนที่เธออาศัยอยู่กับคนรักอยู่เลย จะเข้าห้องผิดได้ไงกัน
“ซี๊ด! กระแทกแรงกว่านี้เจอราร์ด อ่าส์~ shit!!!”
“จะแตกแล้วอ๊าส! อื้ม~”
น้ำเสียงคุ้นเคยทำก้างไผ่ที่กำลังจะยื่นมือผลักประตูชะงักกึก ร่างกายเหมือนถูกไฟช็อตและแช่ฟรีชไปในเวลาเดียวกัน ชื่อของคนในห้องไม่ใช่ชื่อแฟนเธอหรอก แต่เป็นแต่ชื่อเพื่อนสนิทเขาต่างหาก
แต่ที่ทำให้เธอต้องชะงักนิ่งร่างกายแข็งทื่อไปแบบนั้นเพราะน้ำเสียงกระเส่าหอบและเสียงครางระงมของเขาต่างหาก เขาที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเธอมายาวนานเกือบสิบปี
ตอนนี้เหมือนร่างกายมันชาไปหมด รวมถึงหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ในอกข้างซ้ายของเธอ ก็เหมือนจะแผ่วลงจนแทบจับชีพจรไม่ได้
มือที่ชะงักนิ่งค่อยๆ เคลื่อนไหวอีกครั้ง แตะลงกับบานประตูเย็นเยียบคล้ายกับร่างกายเธอที่ตอนนี้มันเย็นและชาไปหมด ผลักดันเปิดช้าๆ เคลื่อนสายตาไหววูบสั่นระริกลากยาวจากระเบียงห้อง ผนังสีขาวมายังเตียงกว้างที่...
บ้าฉิบ!
เป็นภาพที่อุบาทว์จนแทบทนมองไม่ไหว ภาพของผู้ชายร่างสูงใหญ่เทียบเท่ากันสองคนเปลือยเปล่าโยกขี่กันอยู่บนเตียง
แดเนียล ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเธอโก้งโค้งยกสะโพกขึ้นแนบซีกหน้ากับหมอน มือจิกกำผ้าปูเตียงเอาไว้แน่น อีกข้างก็กำลังสาวชักท่อนลำเนื้อใหญ่แข็งตั้งชันอย่างรัวเร็ว
ทางด้านคนขี่... กำลังตอกกระแทกท่อนเอ็นใหญ่ขึงกับประตูหลังของเจ้าของห้อง เสียงครางระงมและเสียงเนื้อกระแทกเนื้อดังไปทั่ว ยิ่งขาดการปิดกั้นจากแผ่นไม้ เสียงนั้นก็ยิ่งระงมก้องในหูราวกับได้เข้าร่วมสงครามรักร้อนแรงคราวนี้ด้วยตัวเอง
ก้างไผ่ขบฟันกรามเข้าหากันแน่น ฝ่ามือเรียวนุ่มที่เคยสั่นชาจิกกำเข้าหากันแน่นจนสามารถมองเห็นเส้นเอ็นและเส้นเลือดตามข้อมือด้านในชัดเจน
สูดหายใจเข้าลึกๆ แต่ก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีผ่อนลมออกมาแทบทั้งหมดเพราะกลิ่นคาวกามรุนแรงที่มันผสมผสานกับกลิ่นอายประจำตัวของคนรัก... ไม่สิ! อดีตคนรักต่างหาก
กลิ่นชวนขยะแขยงน่ารังเกียจ!
เธอไม่ได้รังเกียจตั้งแง่กับเพศทางเลือกที่สามหรืออะไรทั้งนั้น แต่ที่รังเกียจคือคนสองคนตรงหน้าต่างหาก คนที่ร่วมมือกันหลอกเธอมาได้เกือบสิบปี คนสนิทที่ไว้ใจแต่กลับมาแอบกินกันเอง!
มันคงจะเจ็บสุดใจจนอยากเข้าไปตบกิ๊กกับคนรักได้มากกว่านี้หากว่าคนคนนั้นเป็นผู้หญิง แต่นี่มัน... มันเป็นความรู้สึกเจ็บใจ เจ็บใจที่โดนหลอกมากกว่า
เฮอะ! ตั้งแต่ตอนไหนคงไม่จำเป็นต้องถามหาให้เสียเวลาเปลืองน้ำลายเปล่า เพราะสิ่งที่ตำตาอยู่ตอนนี้มันบอกได้แล้วว่าทุกอย่างมันเริ่มตั้งแต่การเข้าหาเธอแล้ว
ไอ้ผู้ชายเห็นแก่ตัว ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ไอ้ผู้ชายชอบกินสตรอว์เบอรี่ กินกล้วยเก่งแต่รังเกียจหอย ไอ้ผู้ชายสองกอ. เอ๊ย!!!
“เสร็จหรือยัง เสร็จแล้วออกมาเคลียร์ข้างนอก”
ก้างไผ่กดเสียงต่ำลอดไรฟันหลังจากยืนดูจนคนรักเสร็จกิจกับคู่ขาคนสนิท มองดูการแสดงความรักในรูปแบบที่เธอไม่เคยได้รับมันเลยสักครั้งจากแฟนหนุ่มที่กำลังแสดงมันออกมากับเพื่อนคนสนิทของเขานิ่งๆ แล้วค่อยแทรกจังหวะขึ้นมาหลังสองคนผละจากกันมองตากันหวานเชื่อม
“ก้าง!!! มาได้ไง”
แดเนียลสะบัดหน้าหันตามต้นเสียงและก็ต้องเบิกตาโตถลาคว้าผ้าห่มมาปิดคลุมกายแทบทันทีที่เห็นว่าแฟนสาวยืนมองดูอยู่หน้าประตู ใบหน้าสวยไร้ที่ติเรียบนิ่ง ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนหวานยามมองกันตอนนี้มันไม่แสดงอารมณ์ใดเลย
ร่างใหญ่โตถลาลงจากเตียงพร้อมกับผ้าห่ม รีบคว้ากางเกงมาสวมแบบเก้กังเร่งรีบ สะบัดมองหน้าก้างไผ่สลับกับเสื้อผ้าตัวเอง ทางด้านเจอราร์ดทิ้งตัวนอนราบไปบนเตียงกระดิกเท้าเล็กน้อย ดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มแสยะยิ้มตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความเย้ยหยัน
“น.. ไหนว่าทำงานไง มาได้ไงแล้ว เดี๋ยวสิก้าง โถ่เว้ย!”
เสียงสบถและคำถามดังตามหลังมา แต่ก้างไผ่กลับทำเพียงถอนหายใจ รู้สึกหายใจสะดวกขึ้นมากหลังจากหันหลังให้กับแฟนหนุ่มแล้ว อกร้อนรุ่มร่างกายผ่าวร้อนทำให้ต้องถอดโค้ทตัวหนาออกโยนวางกับพนักโซฟา
เป็นการเซอร์ไพรส์ที่ถูกเซอร์ไพรส์กลับแบบโคตรคาดไม่ถึง แค่นึกถึงสีหน้าและสายตาเยาะเย้ยของเจอราร์ดเมื่อครู่นี้ก็รู้สึกหัวร้อนเลือดในกายเดือดปุดๆ แล้ว
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถูกแสดงท่าทีแบบนี้ใส่จากเพื่อนสนิทแฟน มันหลายครั้งแล้วแต่เพราะทุกครั้งมันเป็นการแกล้งแหย่กันเล่น เธอจึงไม่ได้คิดอะไรมากแต่เมื่อกี้... มันเยาะเย้ยเธอที่ได้กินแฟนเธอมานาน ส่วนคนที่อยู่ในตำแหน่งแฟนอย่างเธอกลับทำได้มากสุดแค่หอมแก้มจับมือ มันน่าเจ็บใจนักไอ้แดเนียล!!!
“ก้างมัน...”
“อย่าเอาคำแก้ตัวสิ้นคิดมาใช้ดีกว่าแดน ฟังไม่ขึ้นว่ะ”
“...” ใบหน้าซีดเผือดหงอยลง ก้มหน้างุดลงนิดๆ อย่างรู้สึกผิด
รู้สึกผิดเหรอ? ตอนนี้เนี่ยนะ ทั้งที่หลอกเธอมาได้เกือบสิบปีเลยเนี่ยนะ ชีวิตวัยรุ่นของเธอที่มอบให้เขาคนเดียวเลยนะแต่เพิ่งมารู้สึกผิด?
“ขอโทษ”
ก้างไผ่พ่นลมออกจมูกแรงๆ เบือนหน้าหนีจากคนตัวโตที่ยืนก้มหน้าเอ่ยคำขอโทษออกมา ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เธอเดือดไม่ใช่คำขอโทษของอดีตแฟนหรอก แต่มันเป็นคนข้างหลังเขาต่างหาก
สองมือกอดอกจ้องร่างสูงใหญ่ของเจอราร์ดที่เดินตามออกมาจากห้องนอนด้วยผ้าขนหนูพันเอวเอาไว้ลวกๆ เหลือบมองมาสบตากันพลางกระตุกมุมปากยิ้มให้หนึ่งครั้งแล้วเดินผ่านหน้าไปยังครัวที่ปีกตรงข้ามของห้อง
ที่น่าโมโหกวนอารมณ์ขุ่นให้ดำมัว สะกิดกองเพลิงเล็กๆ ให้ลุกโหมเป็นกองเพลิงใหญ่ก็หน้ากวนตีนๆ ของมันนี่แหละ เมื่อก่อนว่ากวนแล้วตอนนี้ เวลานี้กวนยิ่งกว่าอีก!
“ขอโทษที่หลอก ขอโทษที่โกหก แดนยอมรับผิดทุกอย่างเลย”
“...”
ประโยคที่เอ่ยออกมาดึงก้างไผ่ให้กลับมาอยู่กับเรื่องวายว่อนตรงหน้าอีกครั้ง ถอนลมออกจากปากเฮือกใหญ่ จ้องหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้านิ่งโดยที่ยังกอดอกไม่พูดอะไร
ยอมรับผิด? มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เขาหลอกเธอนะ ชีวิตวัยรุ่นของเธอที่ควรจะเจอผู้ชายที่เป็นผู้ชายจริงๆ ตั้งครึ่งชีวิตหมดไปกับเขาคนเดียว มันก็สมควรจะเป็นคนผิด สมควรจะขอโทษ และสมควรจะรับความผิดนั้นอยู่แล้ว
“ตั้งแต่เมื่อไหร่”
“...” เงยหน้าขึ้นมาหลังจากก้มหน้าก้มตารู้สึกผิดรอฟังราวเกือบห้านาทีได้ ขมวดคิ้วน้อยๆ เชิงตั้งคำถาม เม้มริมฝีปากนิดๆ
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พามันมากินในห้องนี้” จะไม่เดือดเลยถ้าห้องนี้เป็นสมบัติของแดเนียลคนเดียว แต่นี่มันเงินเธอครึ่งหนึ่งนะ ตั้งหลายแสนบาทเลยนะเอาผัว.. หรือเมียวะ? เอามากินกันในห้องนี้ได้ไง!
“เรียนปีหนึ่ง”
โห อยากจะหอนไปถึงดวงจันทร์เลย มันตั้งกี่ปีมาแล้ว ตั้งแต่เขาย้ายออกจากบ้านพ่อแม่เลยนะนั่น สรุปคือเธอโง่ซ้ำโง่ซ้อนไม่เลิกสินะ โง่จนพูดไม่ออกเลย
ก้างไผ่อ้าปากค้าง อยากจะด่าแต่ก็ด่าไม่ออก อยากจะปรี๊ดอยากปรี่ทำร้ายร่างกายคนตรงหน้าใจแทบขาด แต่ร่างกายมันกลับแข็งทื่อไม่ยอมขยับ
พ่อแม่แดเนียลเป็นพวกที่ต่อต้านเรื่องเพศที่สามมาก เพราะแบบนี้เขาเลยไม่สามารถเปิดตัวคบกับเพื่อนสนิทตัวเองได้มั้ง ต้องลากเธอเข้ามาในวงจรหลอกลวงแล้วแอบกินกันลับหลังทุกคน ต้องย้ำว่าทุกคนจริงๆ และเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องนี้พ่อแม่เขาต้องไม่รู้ด้วยแน่ๆ
“ไม่รู้จะพูดอะไรเลย” ปกติเป็นคนคิดอะไรพูดแบบนั้นแต่เจอแบบนี้เข้าไป ทำเอาพูดไม่ออกเลย มันจุกไปหมด
“ขอโทษ”
“ฉันรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น ค่าเสียเวลาตลอดสิบปี ค่าห้อง ค่ารักษาใจ ค่าเสียความรู้สึกและทุกอย่าง อย่าให้ตกแม้แต่บาทเดียว”