ตอนที่ 8 โลกกลม
ก้างไผ่ใช้วันหยุดสามวันที่ได้มาอย่างคุ้มค่าที่สุดเท่าที่ตัวเองเคยใช้มาเลยหลังจากเรียนจบแล้วเริ่มเข้ามาทำงานในบริษัทของครอบครัว นอนขลุกอยู่บนเตียงทั้งวัน ลุกออกมาหาอะไรลงท้องแล้วก็กลับไปนอนต่อ
เดินไกลสุดเท่าที่ทำมาตลอดสามวันมานี้คือการเดินเข้าออกระหว่างห้องนอนกับห้องครัวเท่านั้น
ก็จะให้ทำไงได้ล่ะ ก็เพราะไอ้เซ็กซ์ครั้งแรกของเธอนั่นแหละที่ทำพิษเล่นเอาซมไข้ขึ้นจนปวดหัวปวดเนื้อปวดตัวไปหมด ดีนะที่ยังอุตส่าห์จำได้ว่าต้องหายาคุมฉุกเฉินมากินป้องกันการผิดพลาดที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ถึงจะเพิ่งมีประจำเดือนในช่วงหลายวันก่อน แต่อะไรมันก็พลาดได้
ผีสางนางไม้เทวดาที่คอยดูแลคอยตามเธอคงจะยังเอ็นดูเธออยู่ถึงคอยสะกิดเตือนครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ให้ลืมแบบนี้
‘อย่าลืมเข้าไปคุยกับเฮียเขาเรื่องสินค้าเทสตัวใหม่นะก้าง ป๋าแจ้งเลขาเขาไว้แล้วว่าวันนี้หนูจะเข้าไป’
ข้อความจากป๋าเด้งขึ้นมาบนจอมือถือทันทีหลังจากที่ร่างเพรียวระหงเข้ามาหย่อนกายนั่งหลังพวงมาลัยรถคันโปรด ดวงตากลมหลุบลงเล็กน้อย กวาดมองตัวอักษรด้านหน้าโดยที่ไม่ได้เปิดเข้าไปอ่านในห้องแชท
สตาร์ทรถติดไว้ก่อนเพื่อให้อุณหภูมิอุ่นภายในเครื่องยนต์ปรับสู่ความเย็น เอื้อมมือคว้าเครื่องมือสื่อสารในช่องคั่นระหว่างเบาะนั่งคู่กันขึ้นมา ปัดเข้าหน้าจอหลักกดเข้าแอปพลิเคชันสนทนายอดฮิตอย่างไลน์เพื่อตอบกลับข้อความของผู้ให้กำเนิด
ก้างไผ่ใช้เวลาเดินทางมาบริษัทเกือบสามสิบนาที วันนี้รถค่อนข้างติดมากทั้งที่เธอเลือกเวลาเช้ามากที่คิดว่าน่าจะไม่มีรถเยอะแล้วนะ แต่ก็เหมือนจะไม่ทันเพื่อนร่วมใช้ถนนอยู่ดี
“พี่ไข่มุกคะ ก้างฝากเช็กกับทางเลขาคุณซันให้หน่อยนะคะว่าท่านว่างช่วงไหนก้างจะได้เข้าไปค่ะ แล้วก็ขอปรับเวลาตารางงานให้ก้างด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะ”
สาวสวยในลุคนักธุรกิจสาว เดรสสายเดี่ยวกระโปรงสั้นเหนือเข่ากับสูทแขนยาวสีน้ำตาลอ่อนฉีกยิ้มบางให้กับเลขา ก่อนจะเดินเลยเข้าห้องทำงาน จัดการงานส่วนของตัวเองรอคอนเฟิร์มเวลาจากเลขาหน้าห้องอีกที
“อื้อ! ทำไมชอบเอาแต่คิดถึงเขากันเนี่ย เลิกคิดสักที”
ก้างไผ่สะบัดหน้าไล่ภาพของผู้ชายในหัวออกไป อย่าเพิ่งคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นแฟนเก่าของเธอ เพราะถ้าหากว่าเป็นเขาก็คงจะดีกว่า อย่างน้อยก็คบหากันมาถึงสิบปี จะนึกถึงก็คงไม่แปลกอะไร
แต่นี่... กลับเอาแต่นึกถึงเนื้อตัวขาวๆ ร่างกายกำยำเปลือยเปล่าของผู้ชายแปลกหน้าที่เธอซื้อด้วยเงินยามขยับร่างกายอยู่บนตัวเธอตลอดเวลา สีหน้าทรมานคล้ายคนเจ็บปวด แต่แววตากลับเร่าร้อนสุขสม มันเป็นภาพที่ติดตาสะบัดทิ้งเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหายไปสักที
ใช้เวลาทำงานอยู่ทั้งวันพอช่วงสามโมงเย็นก้างไผ่ก็เดินทางมายัง MoonShine hotel เพราะเช็กแล้วคุณซัน หรือเฮียซันที่ป๋าเธอเอ่ยถึงจะกลับจากรีสอร์ตมาช่วงนั้น
จำไม่ได้ว่าตัวเองสนิทกับผู้บริหารคนใหม่ของ MoonShine hotel จนถึงขั้นเรียกเขาว่าเฮียด้วย เพราะตอนนั้นยังเด็กมากๆ ความจำก็เลือนราง จำได้แค่ว่าเคยมีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้นหลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
ร่างเพรียวระหงหยุดยืนหน้าตึกสูงซึ่งตึกโรงแรมทั้งหมดจะมีสามตึกด้วยกันสามารถเชื่อมถึงกันได้ ด้านหลังโรงแรมจะอยู่ติดกับหาดพัทยา มีพื้นที่ในครอบครองโดยรอบบริเวณกว้างพอสมควร
เธอจำได้ว่าเมื่อก่อน MoonShine hotel เป็นแค่โรงแรมระดับสามดาวเล็กๆ ในจังหวัดเท่านั้น แต่นี่ผ่านมากี่ปีแล้วนะจากโรงแรมเล็กๆ ตอนนั้นถึงได้เติบใหญ่เป็นโรงแรมชื่อดังประจำจังหวัดไปแล้วแบบนี้
หรือเธอจะไปอยู่ต่างประเทศนานเกินไปเลยจำไม่ได้แล้ว
ก้างไผ่ดึงสายตากลับสู่เบื้องหน้า สูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์จากต้นไม้โดยรอบเข้าปอด ยืดอกเล็กน้อยก่อนจะก้าวเท้าเรียวเล็กภายใต้รองเท้าส้นสูงสีดำเงาเข้ามาใต้ตึกมุ่งหน้าสู่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของโรงแรม
“สวัสดีค่ะ ฉันมาหาคุณซันค่ะ นัดไว้แล้วชื่อก้างไผ่”
เสียงหวานเอ่ยแจ้งกับพนักงาน คลี่มุมปากยิ้มบางๆ เป็นมิตร แอบสังเกตเห็นว่าพนักงานอีกสองคนที่ยืนห่างออกไปเล็กน้อยหันไปกระซิบกันแล้วจ้องมองมา แต่ไม่ได้รู้สึกถึงแรงอาฆาตแต่มีเพียงความชื่นชมเท่านั้น
คนสวยไม่ว่าจะเดินไปไหนก็มีแต่คนมองทั้งนั้น ไม่ต้องบอกว่าเธอก็เป็นหนึ่งในนั้นหึ
“คราวหน้านัดผ่านเพื่อนผมก่อนก็ได้ครับ เผื่อบางทีผมไม่ว่างคุณจิราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา”
ยืนรอยังไม่ถึงสามนาที พนักงานยังไม่ทันวางหูโทรศัพท์ก็ต้องชะงักยิ้มพร้อมกับหางคิ้วที่กระตุกถี่ๆ เพราะเสียงทุ้มคุ้นเคยเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
และแน่นอนว่าก้างไผ่ก็ต้องหันไปมองตามสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นอยู่แล้ว ว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร เพราะมันคุ้นมากๆ แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน จำต้องหมุนกายสวยกลับมาด้านหลังเพื่อมองให้เต็มตา
ไม่รู้ว่าเพราะการยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์มันเป็นจุดเด่นสายตาคนมากเกินไป หรือเพราะเจ้าของเสียงคุ้นเคยนั้นจงใจจ้องมาอยู่ก่อนแล้วกันแน่ ทันทีที่เธอหมุนกายหันหลังเลยทำให้สบเข้ากับดวงตาเรียวยาวนั้นเข้าพอดี
ความรู้สึกจี๊ดแล่นกระแทกเข้ากลางอกอย่างจัง คล้ายถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าใส่ และมีความเจ็บจี๊ดคล้ายเข็มร้อยเล่มทิ่มเข้ามากลางใจดวงน้อยซ้ำๆ
โลกกลมฉิบหาย! เวรหรือกรรมกำลังทำงานกันแน่นถึงทำให้เธอกลับมาเจอกับเขาอีก เขาที่เป็นผู้ชายที่เธอซื้อด้วยเงิน ผู้ชายที่ได้เป็นคนแรกของเธอ
“ก็ได้ค่ะ คราวหน้าฉันจะถามผ่านคุณครินต์ก่อนก็ได้”
“ครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพอดียังมีธุระต่ออยู่”
ซันดึงความสนใจกลับมายังคู่สนทนาหลังจากเผลอจ้องผู้หญิงปากเก่งไปเสียนาน ยกยิ้มบางๆ ให้กับคู่ค้าของเพื่อนที่ถ่อมาหาเขาถึงที่นี่ พูดถึงแล้วอยากจะลากไอ้ตัวต้นเหตุมากระทืบฉิบ!
ร่างสูงโปร่งกำยำหมุนหันหลังกลับทันทีที่หญิงสาวเดินไกลออกไปแล้ว สอดมือล้วงกระเป๋ากางเกงดันปลายลิ้นกับมุมปากพ่นถอนหายใจออกมา ก่อนจะกระตุกยิ้มแค่นเสียงหัวเราะราวกับกำลังเจอเรื่องสนุก
“คุณคะ!”
“ค.. คะ?”
“ตอนนี้คุณซันว่างแล้วค่ะ ลิฟต์สีทองตัวที่สามชั้นสามสิบหกค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
ก้างไผ่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับก่อนหน้านี้กลั้นหายใจไปเสียนานจนอากาศในปอดเหลือน้อย ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นถี่ระรัว
จะบ้าตาย เผลอจ้องเขาไปเสียนานเลย ก็มันไม่ได้เตรียมใจจะต้องมาเจอกับผู้ชายที่เป็นคนแรกของเธอนี่นา ลืมไปเลยว่าครั้งแรกที่เจอกันก็เป็นที่นี่ วันนี้ก็อยู่ที่นี่อีก หรือว่าเขาจะเช่าห้องพักไว้แบบระยะยาวแล้วให้ผู้หญิงที่เลี้ยงเขาไว้จ่ายให้?
หรือไม่ก็เงินก้อนนั้นของเธอเนี่ยแหละที่เอามาจ่ายค่าโรงแรมแสนแพงนี้ ก็แหงล่ะสิ แจ้งเตือนเงินออกจากบัญชีเธอหนึ่งแสนบาทภายในวันเดียวกันกับที่เธอเซ็นเช็คให้เขา จะให้คิดว่าใครเป็นคนเอาเงินเธอออกไปกันล่ะ
ภายในลิฟต์มองเห็นเพียงแสงไฟสีทองอร่ามไปทั้งช่องสี่เหลี่ยม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องที่มีทองคำกองใหญ่กำลังส่องแสงอร่ามแยงตาเต็มไปหมด ก่อนแสงเหล่านั้นจะถูกแสงสีขาวจากด้านนอกเข้ามาแทรกแซงหลังประตูลิฟต์เปิดขึ้นชั้นสูงสุดแล้ว
ก้างไผ่เดินออกมาจากช่องลิฟต์ด้วยท่วงท่าสง่างามสมกับเป็นนักธุรกิจสาวพราวเสน่ห์ ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีหวานเอาไว้ โทนเครื่องสำอางที่ใช้ก็ออกไปทางหวานแบบทางการเล็กน้อย
ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้น เดินมุ่งหน้าตรงมายังโต๊ะเลขาประจำโดยที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับใบหน้าตลอดเวลา
สะบัดใบหน้าของผู้ชายขายน้ำทิ้ง พยายามเค้นเอาความทรงจำและใบหน้าของคนที่เธอกำลังมาหาออกมาจากส่วนลึกของความทรงจำ แม้มันจะเลือนรางแทบมองไม่เห็นเลยก็ตาม
“สวัสดีค่ะ ฉันก้างไผ่ค่ะที่นัดกับคุณซันไว้” หยุดยืนหน้าโต๊ะเลขาสาว เอ่ยเสียงหวานแจ้งจุดประสงค์ หยุดดวงตากลมสวยกับใบหน้าหญิงสาวนั่งหลังโต๊ะประจำตำแหน่งตรงหน้า
“...เอ่อ ขอโทษนะคะคุณก้าง เมื่อเช้าปริมแจ้งคุณไข่มุกไปว่าคุณซันว่างเวลานี้ก็จริง เมื่อกี้ก็แจ้งประชาสัมพันธ์ว่าคุณซันว่างแล้วก็จริง แต่.. พอดีคุณซันเพิ่งขึ้นห้องพักไปเมื่อกี้เองค่ะ เดินสวนกันแค่เสี้ยวนาทีเองและยังบอกว่าให้คุณก้างกลับไปก่อน วันนี้ไม่สะดวกพบแล้วค่ะ”
“อะไรนะคะ?” เอียงหน้าเล็กน้อยเหลือบมองเจ้าของคำพูดแผ่วเบาเกรงใจคล้ายคนหูตึง แต่ขอโทษค่ะ เธอไม่ได้หูตึง แค่ไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินเท่านั้นเอง
ให้กลับไปก่อนเหรอ ไม่สะดวกพบเหรอ ได้ไงกัน!นี่เธอนัดเป็นทางการแจ้งทุกอย่างตามกฎเลยนะ อยู่ๆ จะมาบอกว่าไม่สะดวกพบได้ไง
อีกอย่างไม่ใช่แค่เธอที่ให้เลขาแจ้งเข้ามาเท่านั้น แต่ป๋าเธอยังแจ้งเขาไปแล้วแต่...
“ขอโทษจริงๆ ค่ะ คุณซันเพิ่งสวนคุณก้างไปเมื่อกี้นี้จริงๆ ค่ะ”
“...”
ก้างไผ่กัดฟันแน่นเม้มยิ้มพยายามไม่ปรี๊ดแตกกับเลขาสาวที่มีหน้าที่รับคำสั่งมาจากเจ้านายอีกที
ไม่เข้าใจว่าอยู่ๆ จะมากลับด้านแบบกะทันหันพลันแล่นแค่เสี้ยววินาทีแค่นี้เพื่ออะไรกัน ต้องแกล้งเธอแน่ๆ เขาต้องตั้งใจแกล้งเธอแน่ๆ แต่เธอไปทำอะไรไว้ให้เขาล่ะ
หรือจะเผลอเหยียบหางเขาไว้เมื่อตอนเด็กๆ แล้วจำไม่ได้? มันต้องเอามาเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงตอนนี้เลยเหรอ สิบปี ยี่สิบปีผ่านไปแล้วนะ
“ไม่เป็นไรค่ะ ไว้ก้างจะมาใหม่นะคะ” กัดฟันเอ่ยเสียงพยายามเป็นปกติ ยิ้มแข็งทื่อแล้วหมุนตัวเดินกลับทางเดิมที่เดินมา
สลัดความคิดลบๆ ออกไปให้หมด พยายามบอกตัวเองว่าเขาอาจมีเหตุจำเป็นเลยไม่สามารถพบเธอได้ ไว้ค่อยมาวันหลังก็ได้ นัดใหม่ เอาใหม่ก็ยังไม่สาย!
.
.
.