ตอนที่ 4 อยากลอง
หนึ่งชั่วโมงก่อน...
‘เถอะน่า แกก็คิดซะว่าออกมาผ่อนคลายสมองไง อยู่แต่ห้องก็อุดอู้เปล่าเดี๋ยวก็พาลไปคิดถึงไอ้เฮงซวยนั่นอีก’
ก้างไผ่ถอนหายใจเบาๆ ระหว่างเดินมาหย่อนกายบนขอบเตียงนุ่ม มือมีผ้าขนหนูผืนเล็กสะบัดเช็ดผมเปียกหมาดไปด้วย กลอกตามองบนใส่เพื่อนรักเล็กน้อย แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่าสิ่งที่มันพูดมาตรงกับเธอตอนนี้พอดีเลย
พอกลับมาอยู่กับตัวเองสมองมันก็เอาแต่จะคิดไปถึงอดีตแฟนหนุ่มที่ตอนนี้ลอกคราบเป็นอื่นไปแล้วเรียบร้อย จะให้ไม่คิดถึงเลยมันก็คงทำไม่ได้หรอก คบกันมาสิบปีนะ ไม่ใช่สิบวัน ย้ำตัวโตๆ เลยว่าสิบปี!
‘ก้างเพื่อนรัก~ มาเถอะนะ ตั้งแต่เรียนจบแกแทบนับครั้งได้เลยนะที่จะออกมาเที่ยวผับเที่ยวบาร์กับฉันอ่ะ สมองน้อยๆ ของแกคงจำอิทธิฤทธิ์น้ำเมาที่เคยเป็นของโปรดไม่ได้แล้วมั้ง’
“ว่าไป” หัวเราะเบาๆ กับคำออดอ้อนแกมประชดแดกดันของเพื่อนรักที่เล็ดลอดมาตามสาย
ใช่ว่าไม่เคยเป็นสาวสายปาร์ตี้เสียหน่อย ต้องบอกก่อนว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงจำพวกใสๆ เรียบร้อยๆ เหมือนผ้าพับไว้หรอกนะ เธอก็คนหนึ่งแหละที่เมื่อก่อนออกเที่ยวกลางคืนบ่อยมาก ยิ่งอยู่เมืองนอกคนเดียวไม่มีผู้ปกครองคอยคุมก็ยิ่งง่ายต่อการเหลวไหล
แต่เรื่องพวกนั้นมันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้เด็กหญิงก้างไผ่ผู้เป็นหนึ่งในสาวขี้เหล้าแม้จะมีแฟนคุมทุกงานแต่เชื่อเถอะ แรกๆ เท่านั้นเพราะหลังผ่านไปหนึ่งชั่วโมงก็ต่างคนต่างออกวาดลวดลายแข่งกัน และตอนนี้เธอก็เลิกสันดานแบบนั้นไปแล้วเพราะมีหน้าที่การงานที่ต้องรักษาหน้าตาไว้ เกิดพรวดพราดไปผับเมาหัวราน้ำแล้วเจอลูกน้องเข้า ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน
แต่วันนี้คงต้องออกไปปลดปล่อยบ้างแล้วแหละ ชักเชิญมาขนาดนี้ อ้อมโลกขนาดนั้น อีกอย่างมีวันหยุดตั้งสามวัน พักบ้างก็คงไม่เป็นไร
“ส่งโลมา”
‘ฮึ? โล โลอะไรของแก’
“จะให้ไปไม่ใช่ไง แต่บอกไว้ก่อนนะว่างานนี้ใครชวนใครเลี้ยง หมดเท่าไหร่อย่ามาหารบอกก่อน”
‘อ๊ายย!!! ไม่มีปัญหาอยู่แล้วจ้าเพื่อนสาว เดี๋ยวส่งโลไปรีบมาล่ะเดี๋ยวจะอดกินของเด็ด’
เป็นอีกครั้งที่ก้างไผ่ต้องถอนหายใจส่ายหน้าให้กับคำพูดของเพื่อน สถานที่ที่นางชวนไปเที่ยวเป็นที่โปรดประจำของนางเลย บาร์โฮสชื่อดังย่านแดนธุรกิจทองคำ บาร์ที่ถลุงเงินเพื่อนเธอไปเป็นล้านๆ แต่ก็ยอมจ่ายเพราะเด็กมันน่ารักน่าเอ็นดู ได้ยินมาแบบนั้นนะ
เวลาเดินผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมงก้างไผ่ก็เดินทางมาถึงสถานที่ที่เพื่อนส่งโลเคชั่นมาให้ผ่านทางไลน์ เคยได้ยินแต่ชื่อแต่ไม่เคยเข้ามาใช้บริการเลยสักครั้ง ชื่อที่ออกจากปากเพื่อนเธอนับรวมๆ กันคงได้เป็นพันครั้งแล้วมั้ง
“ก้าง!”
เสียงแหลมตะโกนแข่งเสียงเพลงและแสงไฟสลัว ก่อนร่างระหงหุ่นนาฬิกาทรายจะลุกขึ้นโบกไม้โบกมือเรียกเพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินทางมาถึง
“ช้าอ่ะแก น้องเตอร์เพิ่งไปเลยเนี่ย”
“ฉันมาดื่มไม่ได้มาเปย์เด็กเหมือนแกเหอะ”
ก้างไผ่ว่าให้เพื่อนไม่จริงจังเดินมาทิ้งตัวบนเก้าอี้ถัดจากเพื่อนรักในโต๊ะเดียวกัน หันยิ้มทักทายเด็กหนุ่มน่าจะอายุน้อยกว่าที่นั่งเอาอกเอาใจเพื่อนเธอเล็กน้อย แล้วหันมาคว้าแก้วเหล้าที่เพื่อนเลื่อนส่งให้มายกดื่ม
ไม่ได้คิดเข้าข้างหลงตัวเองเลยนะว่าเด็กของยัยเพื่อนรักเธอเอาแต่จ้องเธอตั้งแต่เดินเข้ามาจนตอนนี้นั่งดื่มมาได้เกือบสิบนาทีแล้วก็ยังไม่เลิกจ้อง จ้องที่ว่าคือการจ้องแบบหลบๆ หน่อย ทำหันมองทางอื่นแป๊บหนึ่งแล้วหันกลับมาจ้องต่อ ไม่คิดเกรงใจแม่เลี้ยงมันที่นั่งออเซาะข้างๆ เลยหรือไง
“ผมเข้าห้องน้ำนะครับ”
“จ้า รีบไปรีบมานะพี่คิดถึง”
เฮ้อ... คนสวยมีเงินแต่ไร้สมองอย่างเพื่อนเธอนี่มันน่าจับยัดใส่กลับทางเดิมที่ออกมาแล้วไปเก็บสมองน้อยๆ ของมันใส่กะโหลกก่อนจะคลานออกมาดูโลกอีกครั้งจริงๆ
“น้องกายเป็นไงบ้าง แกว่าน่ารักป่ะ”
“กายไหน?” ตั้งแต่มานั่งยังไม่ได้ยินใครแนะนำตัวว่าชื่อกายเลยนะ หรือแนะนำตัวแล้วแต่เป็นเธอที่ไม่ได้ยินเอง?
“เด็กที่เพิ่งเดินออกไปอ่ะ น่ารักป่ะ ถ้าแกชอบฉันยกให้ก็ได้ ยังไงก็ยังเหลือน้องไนท์ในสต๊อกอยู่ เหมือนน้องจะพอใจแกอยู่ด้วย จ้องตาไม่กะพริบเชียว”
“หึ ที่จะยกให้นี่ประชดใช่ป่ะเนี่ย แต่ก็นะ ทำไงได้ก็คนมันสวยเองอ่ะใครเห็นก็อยากได้อยากมองเป็นธรรมดา”
“ชิ มองหน่อยทำเป็นเหลิงว่าสวย ฉันสวยกว่าเหอะ”
ก้างไผ่ไหวไหล่เล็กน้อยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับคำพูดและใบหน้าบึ้งตึงไม่จริงจังของเพื่อน เพราะรู้ว่านางแค่หยอกล้อกันเล่นเท่านั้นไม่ได้คิดจริงจังอะไร อีกอย่างเด็กคนนั้นก็คงไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้น แค่เลี้ยงเล่นๆ ฆ่าเวลาตามวิถีแม่สาวเพลย์เกิร์ลอย่างมันเท่านั้นแหละ
แก้วเหล้าถูกยกขึ้นกระดกดื่มเป็นแก้วที่สาม น้ำเมาสีอำพันทองรสขมเย็นเยียบไหลชโลมหลอดอาหาร แต่กลับออกฤทธิ์ร้อนวูบวาบหลังตกลงกระเพาะอาหารแล้ว
“เอวี่ ครั้งแรกแกเป็นไงบ้าง” ขมวดคิ้วน้อยๆ เหลือบมองเพื่อนรักที่นั่งข้างกัน แกว่งน้ำแข็งสองก้อนกับของเหลวก้นแก้วในมือไปมาเบาๆ
“ครั้งแรกอะไรของแก”
“เซ็กซ์ครั้งแรกของแก เป็นไงบ้าง” เป็นคำถามที่อยู่ๆ ก็แวบเข้ามาในหัว ผิดหวังกับแฟนคนแรกไปแล้วหรือว่าเธอควรจะใช้ชีวิตแบบเพื่อนเธอดี ไม่ต้องมีพันธะผูกมัด พอใจก็เลี้ยงไปเรื่อยๆ เบื่อก็แค่กลับมาอยู่กับตัวเอง
“คิดว่าไง ดูฉันตอนนี้สิว่าเป็นยังไงแล้วย้อนคิดกลับไปดูว่าความรู้สึกตอนนั้นมันจะเป็นยังไง”
มุมปากสวยเคลือบลิปสติกราคาแพงหยัดยกขึ้นบาง การเปิดประสบการณ์เซ็กซ์ครั้งแรกหล่อหลอมให้เธอเป็นเธอในทุกวันนี้ ก็ลองเดาดูสิว่าความรู้สึกตอนนั้นจะเป็นยังไง
ก้างไผ่หรี่ตามองเพื่อนรักและรอยยิ้มที่แสดงถึงความพออกพอใจมากๆ ของมันพลางคิดตามไปด้วย จำได้ว่าเอวี่เสียครั้งแรกให้กับผู้ชายที่เพิ่งคุยกันได้สองอาทิตย์ ตอนนั้นมันคิดจริงจังมากว่าผู้ชายคนนั้นต้องเป็นพ่อของลูกมันแน่ๆ เลยยอมให้ทุกอย่างไม่ว่าจะขออะไร
แต่ไม่รู้หลังจากขึ้นเตียงกันครั้งแรกเสร็จผีหื่นบ้ากามดันเข้าสิงมันหรือไงกันจากที่คิดจะจริงจังกับผู้ชายคนนั้น เจ้าหล่อนก็เทเขาไปเลย เทแบบไม่มีเหตุผล หลังจากนั้นมาก็ทำตัวเป็นแม่เลี้ยงพอใจจะเลี้ยงใครก็เลี้ยงไปเรื่อยๆ ใช้ชีวิตแบบนั้นมาจนตอนนี้ก็เกือบหกปีได้แล้วมั้ง
หรือเธอจะลองใช้ชีวิตเหมือนเพื่อนดีนะ แอบๆ เลี้ยงเด็กไว้ในสต๊อก ใครลีลาดีหน่อยก็เลี้ยงยาวๆ ไปเลย
“สนใจอยากให้เจ๊แนะนำเด็กให้สักคนไหมล่ะจ๊ะ เด็กๆ เจ๊เด็ดๆ ทั้งนั้นเลยนะไม่อยากจะอวย”
“เฮอะ! ฉันหาเองได้หรอก ระดับนี้กระดิกนิ้วครั้งเดียวเด็กน้อยเด็กโตก็พร้อมใจวิ่งมากราบแทบเท้าแล้ว”
เอวี่กลอกตามองบนใส่เพื่อน ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะว่าเพื่อนเธอเป็นคนที่ดึงดูดเพศตรงข้ามมากๆ แต่เพราะมันเลือกที่จะมองข้ามผู้ชายที่พยายามทอดสะพานให้เพราะซื่อสัตย์กับแฟนเกย์ของมันแค่คนเดียว หนุ่มๆ เหล่านั้นจึงโดนปัดตกไปซะทุกราย
อีกอย่างคือ สเปคเพื่อนเธอคือหนุ่มฝอ. กล้ามโตหน้าคม เป็นความชอบที่วางไว้ตั้งแต่เริ่มรู้จักมองหนุ่ม ส่วนหนุ่มๆ เอเชียคงจะยากหน่อยถ้าจะจีบมัน
ก้างไผ่กวาดตามองรอบๆ อย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ความคิดที่ว่าอยากลองเปิดประสบการณ์เซ็กซ์กับใครสักคน อยากรู้รสชาติของการมีเซ็กซ์มันก็ยังไม่ถูกปัดตกไปจากสมอง คงเพราะน้ำเมาที่ยกเข้าปากที่คอยช่วยกระตุ้นความอยากรู้อยากลองของเธอด้วยแหละ
แต่มันก็ต้องเลือกหน่อย ของอย่างนี้จะใจเร็วไม่ได้ไม่งั้นคงได้โรคติดมาเป็นของแถมแน่
ดวงตากลมกวาดมองผู้คนมากมายท่ามกลางแสงไฟสลัวพลางยกแก้วเหล้าในมือขึ้นดื่มไปด้วย แต่แล้วสายตาก็ไปสะดุดอยู่กับผู้ชายร่างสูงโปร่งกำยำคนหนึ่งที่เดินลงมาจากชั้นสองของบาร์ด้วยใบหน้าค่อนข้างตึง แม้แสงจะน้อยแต่เธอก็มองเห็นหน้าของเขาชัดเจน หน้าหล่อๆ ที่เผลอจ้องนานจนเป็นเหตุให้เจ้าของสบถหัวเสียใส่เมื่อหลายชั่วโมงก่อน
“เอวี่ ฉันว่า.. ฉันเจอแล้ว”
“เจอ? เจออะไรของแก” เอวี่สะบัดหน้าหันมาตั้งคำถามพร้อมโยกกายตามเสียงเพลงไปด้วย เพราะไม่ได้สนใจจะมองตามเพื่อนเลยไม่รู้ว่าอะไรที่ว่าเจอของนาง
“คนที่จะมาเปิดซิงให้ฉัน”
“...หนุ่มฝอ.?” เลิกคิ้วถาม เพื่อนเธอมันชอบสายยุโรป เรื่องที่ว่าจะยกเด็กให้ก็แค่พูดเล่นๆ ไม่ได้คิดว่ามันจะเอาจริงหรอก แต่พอได้ยินว่าเจอคนที่จะมาเป็นหนูทดลองเปิดซิงให้เพื่อน มันเลยอดถามไม่ได้
“ไม่ ก็แค่อยากลอง ถ้าลีลาดีจนทำให้ฉันถูกใจได้แบบแก เดี๋ยวค่อยลองหาหนุ่มน้อยฝรั่งมาเลี้ยงสักคนแล้วกัน ไปล่ะ”
เจ้าของใบหน้าเรียวรูปไข่ยกเหล้ากระดกเข้าปากจนหมดแก้ว พูดเร็วๆ แล้วรีบลุกจากที่นั่งเดินออกไปทันทีจนเพื่อนร่วมโต๊ะถึงกับอ้าปากค้าง จะถามว่าไปไหนแต่ก็ไม่ทันร่างเพรียวสวยในชุดเดรสเกาะที่เดินละลิ่วฝ่าฝูงชนไปแล้วราวกับกลัวว่าเหยื่อมันจะหนีไปงั้นแหละ
ก้างไผ่เดินตามทันเป้าหมายก่อนที่เขาจะได้ออกไปจากสายตาจนเธอมองไม่เห็น รั้งท่อนแขนแกร่งกำยำเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างก็จับสายโซ่กระเป๋าสะพายตัวเองเอาไว้แน่น
“อะไรอีกวะ!”
เสียงเข้มหงุดหงิดของผู้ชายตรงหน้าทำเอาก้างไผ่ถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ไม่คิดว่าเขาจะสบถใส่ลูกค้าแบบนี้ด้วย แถมยังสะบัดหน้าหันมาทำคิ้วขมวดหน้างุนงงแกมหงุดหงิดใส่เธออีกต่างหาก
“นาย... ขายเท่าไหร่” แต่เธอก็ต้องปัดปัญหายิบย่อยเหล่านั้นทิ้งไป เพราะคิดว่า หากใครสักคนที่เธอจะเลือกมาเปิดประสบการณ์ปฏิบัติให้เธอ เขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุด ไม่รู้วัดจากอะไร รู้แค่ว่าใจมันบอกมาแบบนั้น
ก็น่าแปลกทั้งที่ปกติเป็นคนที่ชอบมองแต่หนุ่มสายยุโรปเท่านั้น แต่กับคนตรงหน้า ยังตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นเขา
“ห๊ะ!?”
หูตึงหรือไง เธอพูดชัดเสียงดังขนาดนี้ยังจะอุทานถามเสียงดังว่าห๊ะอีก
“ฉันถามว่านาย ขายเท่าไหร่ จะเอาเท่าไหร่ถ้าคืนนี้ฉันจะซื้อนายไปนอนด้วย”
ก้างไผ่แจ้งจุดประสงค์ตัวเองชัดๆ อีกครั้ง ไม่รู้ว่าพวกผู้ชายที่ทำงานแบบนี้เขาเริ่มต้นกันที่เท่าไหร่เพราะไม่เคยใช้บริการมาก่อน แถมยังเป็นหนุ่มหน้าตาดีสูงยาวเข่าดีร่างกำยำอย่างนี้อีก ราคาคงจะสูงน่าดู
“หนึ่งหมื่นคืนนี้ ว่าไง”
“บ้าป่าววะ! อยากกินก็ไปหาซื้อที่อื่นครับ ผมไม่ได้ขาย”
จะอัพค่าตัว? หนึ่งหมื่นไม่พอเหรอ แล้วมันต้องเท่าไหร่
“จะเอาเท่าไหร่เรียกมาได้เลย”
.
.
.