เข้าสู่ระบบ“สะ สามเดือน” ซ่งจื่อเซวียน อดหัวเราะร่างบางในอ้อมแขนไม่ได้ แม้ว่าเธอจะดึงดูดความสนใจเขาได้ด้วยเสน่ห์ที่ไม่เขาเคยพบในบรรดาผู้หญิงคนอื่น ๆ แต่ 3 เดือนนี่ดูจะประเมินตัวเองสูงเกินไปหน่อย เขายื่นข้อตกลงให้เซี่ยอวี่ถิง มาเป็นผู้หญิงของเขา 30 วัน แลกกับการที่เขาช่วยใช้หนี้ให้พี่ชายของเธอ ...ในขณะที่เธอเฝ้านับถอยหลังสู่วันสิ้นสุดหนี้ ...แต่คนที่เสนอเวลากลับอยากตีตัวเองนัก ระยะเวลาช่างผ่านไปเร็วจนแทบอยากหยุดเวลาเอาไว้ ไม่ได้! เขาต้องหาเรื่องต่อระยะเวลาชำระหนี้กับลูกหนี้คนนี้สักหน่อยแล้ว
ดูเพิ่มเติมเพียงแสงไฟสลัวภายในห้องก็สว่างพอให้เห็นสายตาคมกริบที่กำลังจ้องเธอราวสัตว์ป่าที่จ้องตะครุบเหยื่อ ร่างบางสั่นระริกอยู่บนตักกว้าง แววตาหวั่นวิตกแต่ไม่วายเเฝงความทะนงตัว ทำเอาเขาอยากหยอกเย้าเหยื่อตรงหน้ายิ่งขึ้น มือซนลอบล้วงเข้าไปในเสื้อสัมผัสผิวเนียน
“อ๊ะ! คุณ”
เธอเผลออุทานกับสัมผัสของฝ่ามือหนา ร่างกายเธอตอบสนองด้วยความร้อนวูบบริเวณเนื้อเนียนที่มือหนาสัมผัส ยังไม่ทันตั้งตัวริมฝีปากของเธอก็ถูกครอบครอง เธอพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเขาได้
ยิ่งขัดขืนยิ่งทำให้คนตรงหน้าได้ใจ แทรกลิ้นรุกล้ำเข้ามาชิมสัมผัสหวานจากเธอ มือหนายังคงนวดคลึงเอวบาง มือเรียวเล็กทั้งเย่อทั้งยันเเผงอกกว้างแต่ไม่เป็นผล สัมผัสจากจูบที่รุนแรงทำเธอเผลอลืมหายใจ เนิ่นนานจนเธอสำลักหอบ ชายหนุ่มจึงยอมคืนอิสระแก่ริมฝีปากบาง เธอรีบตักตวงอากาศให้เต็มปอด ริมฝีปากเผยอ หายใจหอบรัว
เขาจ้องใบหน้าแดงระเรื่อของเธอก่อนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“จำไว้ ต่อจากนี้เธอเป็นผู้หญิงของฉัน”
ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้า
[เยี่ยเซ่อ ไนต์คลับ แอนด์ เลานจ์]
ด้านนอกไนต์คลับ เซี่ยอวี่ถิงยืนแหงนหน้ามองป้ายไฟร้าน เธอแทบไม่อยากเชื่อตอนที่เพื่อนของพี่ชายบอกกับเธอว่าพี่ชายของเธออยู่ที่นี่ ในเมื่อเธอไม่สามารถติดต่อพี่ชายได้ เธอจึงต้องพาตัวเองมาที่นี่ตามเบาะเเสเดียวที่เธอได้รับ ไม่มีเวลาให้ลังเลสงสัยธุระสำคัญรอเธอสะสาง เธอสูดหายใจพร้อมก้าวเท้าเข้าไปภายใน
แสงไฟสลัวตรงโถงทางเดินทำให้เธอหรี่ตาเพื่อมองหาคนพร้อมกันกับเบี่ยงตัวหลบผู้คนที่เดินสวนผ่านไป ในสถานที่ไม่คุ้นเคยเธอไม่รู้จะตั้งหลักยังไง
“จะไปตามหาที่ไหนล่ะเนี่ย” เซี่ยอวี่ถิงพึมพำกับตัวเอง สายตาเธอเห็นชายคนนึงเดินออกมาจากห้องที่อยู่ห่างเธอไม่กี่เมตร เซียอวี่ถิงรีบเดินไปหาหวังจะถามข้อมูล
“รีบหน่อย มาสายแล้วอย่าโอ้เอ้”
“ห้ะ” ชายคนนั้นผลักเธอเข้ามาด้านในห้อง ก่อนที่เธอจะทันเข้าใจเรื่องราว
“ขอโทษครับ คุณชายซ่ง นี่ครับ คนที่จะมาดูแลคุณ”
เงาร่างที่นั่งตรงกลางห้องเงยหน้าจากแก้วเหล้าในมือ แสงไฟกระทบใบหน้านั้น วินาทีที่สายตาของเซี่ยอวี่ถิงได้เห็น ทำให้เธอเผลอชื่นชมความหล่อเหลาราวกับสวรรค์บรรจงสร้างนั้นในใจ โครงหน้าที่ได้รูป คิ้วดำเข้มรับกับดวงตาสีดำสนิท จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบาง ใบหน้าที่แสนเย็นชาไร้ความรู้สึกแต่ก็เป็นเสน่ห์ดึงดูดเฉพาะตัว
ชั่วครู่เซี่ยอวี่ถิงละสายตากวาดมองโดยรอบ พบว่าในห้องมีชายและหญิงอีกสองสามคน ก่อนสายตาจะกลับมาที่ใบหน้าคม
“แต่งตัวอะไรของเธอเนี่ย เสื้อยืด กางเกงยีนส์เนี่ยนะ”
ฝานเทียนเฉิงพูดขึ้น พร้อมเดินเข้ามาหา นังผู้หญิงนี่ทำบ้าอะไร กว่าที่ซ่งจื่อเซวียนจะยอมให้เขาพบแสนยากเย็น อุตส่าห์เรียกสาวสวยมาบริการ ถ้าซ่งจื่อเซวียนโมโหขึ้นมาความพยายามทั้งหมดของเขาไม่สูญเปล่าหรอกเหรอ
เซี่ยอวี่ถิงเริ่มประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดได้
“พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันมาหาพี่ชาย” พร้อมเดินหันหลังกลับ แต่ถูกรั้งแขนไว้
“อะไรของเธอ” ฝานเทียนเฉิงถามขึ้นมา เซี่ยอวี่ถิงพยายามแกะมือที่จับเเขนเธอไว้
“ฉันมาหาพี่ชายจริงๆ ไม่ใช่คนที่พวกคุณเรียกมาอะไรนั่นหรอก”
“เธอโทรบอกว่ากำลังจะถึงให้เปิดประตูไปรับ จะไม่ใช่ได้ยังไง” ชายที่ดึงเธอเข้ามาในห้องแย้งขึ้น
“นี่คือวิธีเรียกค่าตัวเพิ่มงั้นเหรอ” ซ่งจื่อเซวียนวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นขยับเสื้อเชิ้ต เดินตรงมาหา ฝานเทียนเฉิงปล่อยมือเดินถอยหลังออกไป
ซ่งจื่อเซวียนเชยคางของเธอขึ้น ด้วยเเรงเพียงไม่ถึงครึ่งที่เขาใช้ ตัวเธอก็เซแทบล้มชนตัวของเขา ซ่งจื่อเซวียนมองเธอระยะประชิด คิ้วเรียวบาง ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม แววตาเธอสดใสและเด็ดเดี่ยวในคราวเดียว ริมฝีปากบางแต่อวบอิ่ม ลงตัวกับใบหน้ารูปไข่เกลี้ยงเกลาไร้การเเต่งเติม ต่างจากพวกผู้หญิงที่เขาเคยเจอ เขาสังเกตเห็นคราบน้ำตาที่หางตาของคนตรงหน้า
“อยากได้เท่าไหร่ว่ามา”
เธอผลักอกเขาออก สีหน้าบ่งบอกว่าโมโหแบบไม่ปกปิด
“เธอกล้าดียังไง นี่คุณชายซ่ง ซ่งจื่อเซวียน หนึ่งในสี่จตุรเทพแห่งเมืองเฮยหลง”
ฝานเทียนเฉิงตวาดขึ้น
“ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไง ขอโทษครับคุณชาย” ชายคนที่พาเธอเข้ามาในห้องโค้งขอขมาซ่งจื่อเซวียน
แม้จะรู้แล้วว่าคนตรงหน้าเป็นใคร เซี่ยอวี่ถิงรู้สึกหวาดหวั่นที่ตัวเองดันมีเรื่องกับคนมีอิทธิพลขนาดนี้ แต่เธอเองก็ไม่ใช่คนที่จะให้ใครหยามเกียรติได้เหมือนกัน
ก่อนเรื่องราวชุลมุนจะบานปลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่ จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก พร้อมสาวสวยหน้าตาจัดจ้าน ทรวงทรงสะบึ้มดูเย้ายวนก้าวเข้ามาในห้อง
“ขอโทษค่ะที่มาสาย”
ดูเหมือนทุกคนในห้องนั้น จะเข้าใจสถานการณ์ได้ตรงกับที่เซี่ยอวี่ถิงต้องการอธิบายไปก่อนหน้านี้
“ทีนี้เชื่อฉันได้หรือยัง ฉันขอตัว”
“มาดูแลฉันคืนนี้ต้องการค่าตัวเท่าไหร่” ซ่งจื่อเซวียนโน้มตัวเข้ามาจนหน้าเกือบจะชิดใบหน้าของเธอ
เธอหมดความอดทน ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้เข้าใจอะไรยากเย็นนักนะ เข้าใจผิดก็แล้ว พอรู้ความจริงยังคิดจะใช้เงินซื้อเธออีก
“คนชั่ว” เธอตอบแทนความงี่เง่าน่ารำคาญ ด้วยคำด่าและหนึ่งฝ่ามือบนแก้มของเขา
เธอรีบเดินออกจากห้อง ก่อนที่ทุกคนในนั้นจะหลุดออกจากอาการตกตะลึง
“ซวยจริง ๆ” เซี่ยอวี่ถิงสบถกับตัวเอง เดินสาวเท้าจนเกือบจะวิ่งเพื่อที่จะได้ออกไปให้ไกลจากไอ้คนโรคจิตนี่
ภายในห้องซ่งจื่อเสวียนนั่งนิ่งมือจับแก้มที่โดนสาวใจกล้าตบ ชีวิตนี้ของเขา มีแต่ผู้หญิงเสนอหน้าเข้ามาห้อมล้อม เธอคนนั้นต้องเป็นคนแบบไหนกันนะถึงกล้าปฏิเสธเขาแบบนี้
“คุณชายซ่งคะ นี้ผ้าเย็นเอาประคบหน้าไว้จะได้หายปวดค่ะ”
เสียงหวานปนจริตหว่านเสน่ห์แบบนี้เขาเจอมานับไม่ถ้วน พวกผู้หญิงนี่อ่านง่ายกันซะจริง บางคนคิดว่าแสร้งทำออดอ้อนอ่อนหวานแล้วจะตบตาคนอย่างซ่งจื่อเซวียนได้ เขาจะเทียบกับพวกผู้ชายดาษๆ พวกนั้นได้ยังไงกัน
“ให้ หลิงอันช่วยประคบให้นะคะ” เธอเขยิบเข้ามาใกล้ยื่นผ้าเย็นหวังจะประคบให้เขาเพื่อทำคะแนน มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่ไม่อยากเข้าใกล้ซ่งจื่อเซวียน ไม่หวังจะเป็นผู้หญิงเขาให้ความสนใจ
“ไม่ต้อง” ความรู้สึกเจ็บที่ใบหน้านี่ มันทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาด จนอยากจะซึมซับจนกว่ามันจะค่อยๆ จางหายไป
หญิงสาวยังคงพยายามออดอ้อนเสนอตัว
“นะคะคุณชาย”
“ฉันบอกว่าไม่ต้อง”
“อ่าๆ หลิงอันจ๋า เธอมาอยู่คุยเป็นเพื่อนพี่เทียนเฉิงคนนี้ดีกว่านะ วันนี้คุณชายของเราอยากอยู่คนเดียว” ฝานเทียนเฉิงเข้ามาโอบเอวพาตัวเธอออกไป ก่อนที่ซ่งจื่อเซวียนจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้
ขณะเดียวกันนั้น จางฮุ่ยหมิงผู้ช่วยของซ่งจื่อเซวียนปิดประตูเข้ามารายงานข้อมูลที่ทำให้แววตาของเขาฉายประกายความเจ้าเล่ห์ของนักล่าที่กำลังจะได้เหยื่อที่หมายตา
วันนี้มันวันดวงตกหรือยังไงเสี่ยตงได้แต่คิดในใจ ปั้นหน้าบอกปัดอย่างสุภาพ “โซนวีไอพี ต้องผ่านการตรวจประวัติและทำบัตรผ่านก่อนถึงจะเข้าไปได้ครับ วันนี้ผมไม่สามารถให้คุณชายหลี่เข้าไปได้จริง ๆ”เสี่ยตง เดินเข้ามาใกล้คุณชายหลี่ แล้วยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมให้เขาสงบลงก่อนแล้วค่อยหาทางจัดการทีหลัง“เชิญคุณชายหลี่ไปพักดื่มเครื่องดื่มก่อนครับ เดี๋ยวเราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลัง” “พนันได้เลยว่าคนอย่างนาย เข้าไปในนั้นไม่ได้หรอก”“คุณชายซ่ง ให้เกียรติกันด้วย” “ทำไมไม่ลองใช้การพนันที่นายชอบมาเสี่ยงดูล่ะ ว่าอย่างนายจะได้เขาไปข้างในนั้นหรือเปล่า” ซ่งจื่อเซวียนท้าทาย“เสี่ยตงมาเดิมพันกับฉัน ถ้าฉันชนะนายต้องให้ฉันเข้าไป ถ้าฉันแพ้ฉันจะเลิกสนใจโซนบ้านั่น” เสี่ยตงยังคงลังเลมีโอกาสที่จะออกหัวหรือก้อยได้เท่า ๆ กัน “ฉันยกนาฬิกานี้ให้ด้วยเลย” เสี่ยตงมองมายังนาฬิกาข้อมือที่คุณชายหลี่สวมใส่อยู่ นี่มันรุ่นลิมิเต็ดที่วางจำหน่ายเพียงไม่กี่สิบเรือนในโลกมูลค่าของมันทำตาของเสี่ยตงลุกวาว “เดิมพันอะไรดีครับ” เขาพลั้งปากพูดออกไปทั้ง ๆ ที่สายตายังคงจ้องนาฬิกาข้อมือนั้นตาเป็นมัน “หมุนรูเล็ตต์แค่แดง กับ ดำ ออกสีที่ใครเลือก
[เยี่ยเซ่อ ไนต์คลับ แอนด์ เลานจ์]“มาๆ ไม่รวยไม่เลิก” เสียงอื้ออึงภายในโซนคาสิโนของที่นี่ครึกครื้นเป็นปกติทุกวัน นักเสี่ยงดวงมากหน้าหลายตาเเวะเวียนกันมาอยู่เสมอ ลูกค้าที่นี่มีทั้งระดับทั่วไป ไปจนถึงระดับวีไอพี เหล่าลูกค้าประจำมักคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ลูกค้ารายใหม่ต้องผ่านการซักประวัติและแบ่งระดับตามยอดเงินในบัญชี ซ่งจื่อเซวียนพร้อมจางฮุ่ยหมิงเดินทางมายังคลับแห่งนี้ เขานั่งดื่มในห้องส่วนตัว ไม่นานนักเสี่ยตงก็รีบเสนอหน้าเข้ามาทักทาย“คุณชายซ่งครับ มีอะไรให้รับใช้บอกผมได้เลยครับ”“ได้ยินว่าโซนวีไอพีต้องทำประวัติและวางเงินประกัน”จางฮุ่ยหมิงถามขึ้น“สำหรับคุณชายซ่งเราจะให้เป็นกรณีพิเศษ” เสี่ยตงหัวเราะเบา ๆ อย่างมีเลทนัย“นังผู้หญิงนั่น คุณชายซ่งเบื่อแล้วสินะครับ”ซ่งจื่อเซวียนช้อนสายตาขึ้นมอง สายตานั้นเหมือนกำลังสั่งสอนให้เสี่ยตงรู้ว่าไม่สมควรก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของซ่งจื่อเซวียนคนนี้“ไม่ใช่เรื่องของคุณ” จางฮุ่ยหมิงออกปากแทนผู้เป็นเจ้านาย“ครับ” เสี่ยตงผงกหัวรับ“คุณชายจะให้ผมนำทางไปเลยไหมครับ”ซ่งจื่อเซวียนลุกขึ้นแทนการตอบ เสี่ยตงยิ้มรับผายมือพร้อมเดินนำออกไปทั้งสามคนเดินลงมายังชั้นใต
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยอวี่ถิงตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่เธอตั้งไว้เพื่อเตรียมตัวลงไปทานข้าวเช้า เมื่อวานป้าหวังบอกเธอว่าซ่งจื่อเซวียนจะมีตารางเวลาตายตัวในกิจวัตรตอนเช้าก่อนออกไปทำงาน เธอบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงสองสามครั้งก่อนยันตัวลุกขึ้นจากเตียงช้า ๆ ดูเหมือนว่าเมื่อคืนซ่งจื่อเซวียนจะไม่ได้มาวุ่นวายพยายามเข้าห้องของเธอ ด้วยความระแวงว่าเขาจะเข้ามาเหมือนอย่างคืนก่อนกว่าเธอจะข่มตาหลับลงได้ ก็ดึกดื่นค่อนคืนไปแล้วหลังจัดการธุระให้ตัวเองสดชื่น เธอก็ลงมาที่ห้องรับประทานอาหาร ซ่งจื่อเซวียนนั่งอยู่พร้อมในตำแหน่งเดิม เซี่ยอวี่ถิงนั่งลง แล้วปรายตามองไปที่เขาเธออยากจะพูดเรื่องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย แต่ไม่รู้จะเริ่มบทสนทนายังไงเลยได้แต่ดูเชิงเขาไปก่อน ระหว่างที่ดื่มกาแฟและอ่านข่าวเช่นทุกครั้ง ซ่งจื่อเซวียนสังเกตเห็นว่าเซี่ยอวี่ถิงลอบมองเขา เหมือนมีเรื่องต้องการพูดกับเขา แต่ไม่เอ่ยปากสักที เมื่อดื่มกาแฟเสร็จ ซ่งจื่อเซวียนดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ ยังมีเวลาเหลือ เขาวางเเก้วกาแฟลง เอามือทั้งสองข้างประสานกันที่หน้าขาแล้วเอ่ยขึ้น“อยากพูดอะไรก็ว่ามา”เซี่ยอวี่ถิงวางช้อนในมือลง แล้วเงยหน้ามองมาทางร่างสูงโ
เซี่ยอวี่ถิงออกมาข้างนอกห้องลองเสื้อเห็นจางฮุ่ยหมิงจัดการชำระเสื้อผ้าทั้งหมดที่ซ่งจื่อเซวียนคัดเลือกให้เธอ เธอสังเกตได้ว่าพนักงานหญิงในร้านมองเธอด้วยสายตาแฝงนัยยะ พนักงานคนหนึ่งกระทุ้งไหล่เพื่อนที่อยู่ด้านข้างแล้วหันไปหัวเราะคิกคักใส่กัน เซี่ยอวี่ถิงทำเป็นไม่สนใจสายตาของพนักงานพวกนั้น เธอเดินออกมาพยายามไม่แสดงพิรุธอะไร “ทางเราจะจัดการส่งไปที่บ้านคุณชายซ่งให้เรียบร้อยภายในสองชั่วโมงค่ะ” จางฮุ่ยหมิงพยักหน้า ซ่งจื่อเซวียนลุกขึ้นหลังจางฮุ่ยหมิงเดินไปรายงานว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว จางฮุ่ยหมิงหันมาผายมือเชิญเซี่ยอวี่ถิงเดินออกไป“คุณเชี่ยเชิญครับ” ซ่งจื่อเซวียนหันมองมาทางเธอ สายตาเลื่อนจากหน้าลงมองที่เนินอกของเธอ “ชุดชั้นในก็ต้องเปลี่ยนด้วย” เซี่ยอวี่ถิงอายแทบแทรกแผ่นดินหนี เขาสามารถพูดเรื่องนี้เสียงเรียบ สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ราวไม่มีอะไรน่าขายหน้า จางฮุ่ยหมิงเดินนำไปยังร้านชุดชั้นในสตรี เซี่ยอวี่ถิงจำยอมเดินตามเข้าร้านไป พนักงานหญิงทั้งสองคนออกมาต้อนรับอย่างแข็งขัน เซี่ยอวี่ถิงกำลังจะเดินตามพนักงานทั้งสองคนไป ระหว่างนั้นจินเฉินเดินรีบร้อนเข้ามารายงานเรื่องบางอย่างให้ซ่งจื่อเซวียนทรา





