เข้าสู่ระบบเขาไม่เคยไว้หน้าใครอยู่แล้ว ไม่สนใจเรื่องผู้หญิงด้วยดังนั้นแม้ถึงวัยที่แต่งงานมีลูกได้แล้ว ก็ไม่มีใครกล้าพูดกับผู้ใหญ่ตระกูลเจี่ยงคนระดับนี้โดนเจียงหร่านแย่งที่นั่ง คิดไม่ถึงว่าเขาไม่ต่อว่า กลับถามวิธีแก้ไขอย่างเป็นมิตร?เจียงหร่านรู้สึกได้ถึงสายตาของชายหนุ่ม ความกดดันเพิ่มขึ้นทันที แต่เธอสูดหายใจลึก ยังคงพูดต่อด้วยเสียงเบา“เคารพเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว เอาข้อผิดพลาดมาแก้ไขให้ดีกว่าเดิม”เธอเงียบครู่หนึ่ง กวาดตามองโต๊ะงานเลี้ยงที่กว้างพอสมควร“พื้นที่ตรงนี้เหลือเฟือ เพิ่มเก้าอี้หนึ่งตัวไม่ใช่เรื่องยาก“ผู้จัดงานสามารถจัดที่นั่งแบบเดียวกันให้คุณเจี่ยงนั่งข้างฉันได้ทันที“ทำเช่นนี้ ทั้งรักษาหน้าตระกูลโจวได้ และแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจของคุณเจี่ยงอย่างชัดเจน แล้วก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความจริงใจและความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของผู้จัดงาน“ดีกว่าดึงดันให้ฉันออกจากที่นั่ง สร้างความขัดแย้งและกระอักกระอ่วนให้ทั้งสามฝ่ายเยอะไม่ใช่เหรอ?”เมื่อสิ้นเสียงของเธอ ทั้งโถงงานเลี้ยงเงียบกริบทันทีทุกคนตกตะลึงกับคำพูดอย่างใจเย็นถึงที่สุด แล้วก็มีไหวพริบเป็นอย่างมากของเจียงหร่าน!นี่ใช่ลู
แต่เจียงหร่านยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ความสุขุมบนใบหน้าไม่เหมือนแสร้งทำแม้แต่น้อยผู้จัดงานเห็นเจียงหร่านไม่ยอมง่ายๆ แทบจะพูดอ้อนวอน “คุณเจียง เราทำงานพลาดจริงๆ! เราสามารถประสานงานเรื่องที่นั่งแขกคนสำคัญให้คุณได้ทันที รับรองว่าไม่ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจแน่นอน!”“แต่ที่นั่งตรงนี้......ได้สำรองไว้นานแล้ว แขกคนสำคัญท่านนั้นจะถึงแล้ว ได้โปรดอย่าทำให้ผู้จัดการตัวเล็กๆ อย่างฉันลำบากใจเลย......”ยิ่งเจียงหร่านยื้อต่อไป ก็ยิ่งกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด เธอจะไปหรือไม่ไป สถานการณ์ก็ไม่สู้ดีอยู่แล้วรอยยิ้มได้ใจบนใบหน้าเหอซื่อเยว่ไม่สามารถซ่อนไว้ได้แล้ว เธอพูดอีกครั้ง “บางคนอวดดี สุดท้ายดันเสียหน้าเอง น่าอายจริงๆ”คำพูดของเหอซื่อเยว่มีความปลุกปั่นมาก คนจำนวนไม่น้อยเริ่มวิจารณ์ด้วยเสียงเบาทันที เห็นพ้องต้องกันว่าเจียงหร่านยอมให้ที่นั่งดีกว่าอย่างน้อยสามารถให้เหตุผลว่าไว้หน้าผู้จัดงาน พอรักษาภาพลักษณ์ได้เล็กน้อยถ้าสุดท้ายโดนเชิญออกไป หรือดึงดันอยู่ต่อแล้วเกิดความขัดแย้ง แบบนั้นจะดูไม่ดีมากเจียงหร่านยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย จัดท่านั่งนิดหน่อย รีบเรียบเรียงความคิด แล้วพูดอย่างใจเย็น“ฉันเข้าใ
เหอหว่านไม่ได้อยากช่วยเจียงหร่าน แต่ตอนอยู่ในห้องน้ำได้ยินเหอซื่อเยว่คุยกับคนอื่นเธอแค่ไม่อยากให้เหอซื่อเยว่ทำสำเร็จเท่านั้น......อีกอย่าง เจียงหร่านเป็นน้องสาวโจวเยี่ยนด้วยท่าทางปกป้องเจียงหร่านของโจวเยี่ยนเมื่อคืน เหมือนเธอจะทำอะไรเจียงหร่านอย่างไรอย่างนั้น“ขอบคุณความหวังดีของคุณเหอ แต่......ฉันอยากนั่งตรงนี้”เจียงหร่านหันมาดึงเก้าอี้ตรงตำแหน่งที่ว่าง แล้วนั่งลงทันที“เจียงหร่าน ใครให้เธอนั่งตรงนั้น เธอเป็นคนบ้านนอกหรือเปล่า ไม่รู้จักมารยาทเลยสักนิด!”เหอซื่อเยว่โมโหจนทนไม่ไหวแล้ว ลุกขึ้นมาพูดเสียงดังใส่เจียงหร่านโดยไม่สนใจภาพลักษณ์แม้แต่น้อย“ฉันไม่ค่อยเข้าใจหรอก เพราะฉันมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ครั้งแรกจริงๆ”เจียงหร่านพูดด้วยท่าทีเหมาะสม เธอยิ้มบางๆ ว่าไปตามคำพูดของเหอซื่อเยว่เหอซื่อเยว่พูดไม่ออกเจียงหร่านยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองขาดความรู้ ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ“แต่ตอนที่ฉันมา ผู้จัดงานกับตระกูลโจวบอกฉันแล้ว ในฐานะที่เป็นมหาเศรษฐีเมืองไห่ ฉันต้องนั่งที่แขกคนสำคัญ ที่นั่งวีไอพี ไม่งั้นก็ถือว่าไม่ไว้หน้า"“ตรงนี้เป็นที่แขกคนสำคัญ ไม่มีป้ายชื่อด้วย ฉันหาป้ายชื่อขอ
แต่คิดไม่ถึงว่าเจียงหร่านหาที่นั่งจนทั่วแล้ว ก็ไม่เห็นชื่อของตัวเองตอนนี้ทุกคนนั่งกันหมดแล้ว เจียงหร่านที่ยืนเด่นคนเดียวอยู่ด้านข้าง ดูกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัดผู้จัดการที่รับผิดชอบเรื่องเสิร์ฟอาหารเดินเข้ามาเตือนด้วยความหวังดี “คุณเจียง ใกล้ทานอาหารแล้ว เชิญคุณรีบไปนั่งเถอะ”“โอเค”เจียงหร่านเห็นโต๊ะหนึ่งเหลือที่นั่งอยู่หนึ่งที่ เป็นที่นั่งของแขกคนสำคัญ เธอจึงเดินไป“ขอโทษนะ ที่นั่งตรงนี้นั่งไม่ได้”ขณะที่เจียงหร่านกำลังจะนั่ง เสียงผู้หญิงห้ามเธอไว้เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น โลกกลมจริงๆ คนพูดคือเหอซื่อเยว่เธอยกยิ้มมุมปาก ปรายตามองเจียงหร่านอย่างมีเลศนัย คุณหนูสองสามคนที่นั่งอยู่ข้างๆ รีบก้มหน้าแอบขำ“ฉันหาที่นั่งไม่เจอ ตรงนี้ไม่มีชื่อไม่ใช่เหรอ?”เจียงหร่านมองอย่างละเอียด ตรงที่นั่งว่างไม่มีป้ายชื่อวางอยู่“เป็นที่สำรองไว้ สำหรับแขกคนสำคัญที่ไม่แน่ใจว่าจะมาหรือเปล่า ไม่วางชื่อไว้ก่อน ฉันนึกว่าทุกคนจะรู้เรื่องพวกนี้ซะอีก”เหมือนเหอซื่อเยว่อธิบายให้เจียงหร่านฟังอย่างใจเย็น แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยแอบแซะว่าเจียงหร่านไร้ความรู้เมื่อสิ้นเสียงของเธอ คนรอบๆ หัวเราะ
เจียงหร่านเจอสถานการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก ถึงพยายามปรับตัวขนาดไหนก็ประหม่าอยู่ดี“เธอคือใครเหรอ? ตัวแทนของโจวซื่อควรเป็นโจวเฮ่าจิงหรือไม่ก็คุณนายโจวไม่ใช่เหรอ?”“นายไม่รู้หรือไง เธอคือลูกสาวนอกสมรสของโจวซุน ว่ากันว่าฟลุกได้สืบทอดมรดกแสนล้าน”“ตระกูลโจวไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ เธอมีความรู้เรื่องธุรกิจไหม ขึ้นไปกล่าวสุนทรพจน์บนเวทีได้ด้วยเหรอ?”“ว่ากันว่าตอนนี้ตระกูลโจววุ่นวายไปหมดแล้ว คนนอกที่ไม่รู้อะไรสักอย่างเป็นทายาทสืบทอดตระกูล ดูเหมือนตระกูลโจวใกล้พังพินาศแล้ว......”“ดูเธอแต่งตัวอลังการหรูหรา น่าจะคิดว่าที่นี่เป็นแคตวอล์กแน่ๆ......”“......”เจียงหร่านลังเลไม่กี่วินาที ไม่รู้ว่าเสียงวิจารณ์ดังมาจากส่วนไหนของงาน เสียงวิจารณ์เยอะขึ้นเรื่อยๆขณะที่เธอทำตัวไม่ถูกอยู่ด้านหน้าไมค์ เสียงปรบมือเสียงหนึ่งดังขึ้นโจวเยี่ยนเขาปรบมือขึ้นมาเป็นคนแรก พอเห็นการกระทำของเขา คนรอบๆ จำนวนไม่น้อยก็ปรบมือตามในที่สุดเสียงปรบมือประปรายก็ดึงความคิดของเจียงหร่านกลับมาเธอรีบตั้งสติ มองจอแสดงสคริปต์ที่อยู่ตรงหน้า คิดไม่ถึงว่าหน้าจอว่างเปล่า!เจียงหร่านรู้ทันทีว่าต้องมีคนแอบทำอะไรบางอย่าง ต้องการให
ทุกครั้งที่เขาพูดจบ เสียงปรบมือดังก้องไปทั่วงาน แม้แต่เจียงหร่านก็ปรบมือโดยไม่รู้ตัวคนที่มีความสามารถเฉพาะทางยอดเยี่ยม มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆเห็นๆ อยู่ว่าชายหนุ่มยืนอย่างเย็นชาอยู่บนเวที เหมือนรูปปั้นที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่เจียงหร่านกลับรู้สึกว่าเขาหล่อและมีเสน่ห์ดึงดูดมากพอดูถ่ายทอดสดจบ เจียงหร่านคิดว่าเจี่ยงอี้เป็นคนเข้าถึงยากเล็กน้อยก็ปกติมากคนดีเลิศแบบนั้น ให้คนอื่นยกย่องชื่นชมก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องมีความรักไม่มีข้อความส่งมาในมือถืออีกเช่นกันในที่สุดเจียงหร่านเริ่มง่วงแล้ว นอนคลุมโปงแล้วหลับไปงานเลี้ยงวันรุ่งขึ้น โจวเฟิ่งถังอยู่ในงานสังสรรค์กับเจียงหร่านถึงกลางงาน ก่อนจะมีธุระให้ต้องกลับก่อนโจวเยี่ยนก็ยุ่งอยู่ตลอด ถ้าไม่มีคนโทรมา ก็มีคนเข้ามาคุยด้วยตรงกันข้ามกับเจียงหร่าน แม้เป็นทายาทตระกูลโจว นอกจากอยู่ข้างๆ โจวเฟิ่งถังกับโจวเยี่ยน แทบไม่มีใครเป็นฝ่ายเข้ามาคุยกับเธอเลย มีแต่ให้นามบัตรและทักทายตามมารยาทเจียงหร่านรู้ว่าคนที่มางานเลี้ยงเป็นคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจ ถึงพวกเขาเคารพตระกูลโจว แต่ส่วนใหญ่เคารพโจวซุนรวมถึงคนตระกูลโจว







