로그인ฟ้าพราว ราชนิกุลผู้เหลือแต่เปลือก จำเป็นต้องแต่งงานกับ ภูริดล หนุ่มชาวไร่สุดเถื่อนเครารกเหมือนโจรป่าเข้ากรุงเพื่อเงินใช้หนี้ แต่ชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยรักนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เหมือนจะเป็นพริกเผ็ดๆ มากกว่าที่คอยจี๊ดใจเธอ เมื่อเขาประกาศลั่นว่าหวังเพียง ร่างกาย ไม่ใช่ หัวใจ ! ทว่าภายใต้ความดิบเถื่อน ปากหมา และเอาแต่ใจของภูริดล กลับแฝงความอบอุ่นและใส่ใจอย่างคาดไม่ถึง จนฟ้าพราวเริ่มใจสั่น หวั่นไหว และวาดหวัง จะขอมากไปไหม หากอยากให้เขา 'รัก' เธอ
더 보기หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราว ดุษฎีรังสรรค์ยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกเงาแบบตั้งพื้นบานใหญ่อยู่ในห้องแต่งตัวเจ้าสาวซึ่งก็คือห้องนอนของเธอภายในวังดุษฎีรังสรรค์นั่นเอง
ภาพที่เห็นคือ หญิงสาวรูปร่างบอบบางอยู่ในชุดไทยจักพรรดิประยุกต์สีแดงเลือดนกปักดิ้นทองซึ่งขับให้ผิวขาวนวลของเธอดูผุดผาดน่ามองยิ่งขึ้น ผมดำขลับนุ่มสลวยดุจเส้นไหมที่ยาวถึงกลางหลังถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยต่ำอย่างเรียบง่ายไว้บริเวณเหนือท้ายทอยส่งให้ใบหน้ารีรูปไข่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างปรานีตสมกับที่วันนี้เป็นวันพิเศษโดดเด่นชวนมอง ฟ้าพราวจัดว่าเป็นหญิงสาวที่สวยมากเครื่องหน้าทุกส่วนสอดรับกันอย่างลดตัว วันนี้ควรเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต ทว่าดวงตากลมโตสีคาราเมลกลับฉายแววเศร้าสร้อยอย่างปิดไม่มิด
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิคุณหญิง นี่งานแต่งงานนะไม่ใช่งานศพ ทำหน้าอย่างกับมีใครตาย”
น้ำเสียงแดกดันของหม่อมมาลินีที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ราชนิกุลสาวต้องหลับตานิ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ก่อนที่จะหันไปเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง
หม่อมเจ้าดนัยเทพ ดุษฎีรังสรรค์ ท่านพ่อของเธอเสกสมรสกับหม่อมมาลินีหลังจากหม่อมแม่ของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุย่างเข้าสิบสองปี หม่อมมาลินีมีลูกติดหนึ่งคน อายุเท่าเธอแต่ไม่ค่อยลงรอยกัน ขนาดวันนี้ที่วังมีงานสำคัญ วาสิตาก็ยังหนีไปล่องเรือยอชต์ฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ ในแวดวงไฮโซ
“หม่อมมีอะไรกับ ‘ฉัน’ เหรอ” ฟ้าพราวไม่เคยแทนตัวเองว่า ‘หญิง’ กับหม่อมมาลินีเหมือนเวลาที่พูดกับท่านพ่อหรือญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นเลย อีกทั้งไม่เคยลงหางเสียงอย่างให้ความเคารพสักครั้งด้วย
แน่ละ...ใครจะให้ความเคารพแม่เลี้ยงที่ทำตัวเป็นแม่มด!
“ใกล้ถึงเวลาฤกษ์แล้ว ท่านชายดนัยให้มาตามคุณหญิงลงไปข้างล่าง” มาลินีเชิดหน้าบอกอย่างจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงที่ทำตัวกระด้างกระเดื่องมาตั้งแต่เล็กจนโต “แต่จะเป็นม่ายขันหมากหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะป่านนี้เจ้าบ่าวชาวไร่ของคุณหญิงยังไม่โผล่หัวมาเลย ก็อย่างว่า คนชั้นต่ำแบบนั้นจะไปรู้ธรรมเนียมอะไร โดยเฉพาะธรรมเนียมชาววัง”
ฟ้าพราวที่หน้าตึงอยู่แล้วยิ่งตึงมากขึ้นเป็นสองเท่า ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่รู้จักกับว่าที่เจ้าบ่าว แต่เพราะมีนิสัยที่ไม่ชอบคนดูถูกคนอยู่แล้วจึงทำให้อดที่จะตอกกลับอย่างเจ็บแสบไม่ได้ “แต่คนชั้นต่ำที่หม่อมกำลังพูดถึง เขาช่วยรักษาเกียรติยศของดุษฎีรังสรรค์เอาไว้นะ แล้วที่หม่อมยังเชิดหน้าชูคออยู่ได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะเงินของเขา เพราะฉะนั้นหม่อมไม่มีสิทธิ์พูดจาดูถูกเขาแบบนี้”
“ยังไม่ทันไรก็ออกหน้าปกป้องผัว เอ๊ย ว่าที่สามีแล้วเหรอ” หม่อมมาลินียิ้มเยาะ “เป็นแค่ชาวไร่กระจอกๆ จะมีเงินสักเท่าไหร่กันเชียว”
“อย่างน้อยก็ห้าสิบล้านที่เขาให้ท่านพ่อมาไถ่วังนี้คืนจากเจ้าหนี้ ทำให้หม่อมยังมีที่ซุกหัวนอนอยู่นั่นแหละ”
“ก็คงเทหมดหน้าตัก เพราะหวังจะได้เมียเจ้ามายกระดับตัวเอง แต่คนชั้นต่ำยังไงก็เป็นคนชั้นต่ำอยู่วันยันค่ำ” มาลินียังไม่เลิกเหยียดหยาม “ต่อไปคุณหญิงก็คงต้องไปเป็นคุณนายบ้านไร่ ตื่นมาเก็บใบชาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น นางฟ้าตกสวรรค์ชัดๆ น่าสงสารจริงจริ๊งงง”
หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราวกำมือแน่น พยายามข่มอารมณ์ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเพราะไม่อยากให้ท่านพ่อที่เพิ่งผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจมาเมื่อสามเดือนก่อนไม่สบายใจ ถ้าเป็นเวลาปกติ ใครฟาดมาเธอก็ฟาดกลับ ไม่เคยกลัวใครอยู่แล้ว “หม่อมลงไปก่อน เดี๋ยวฉันจะตามลงไป”
“เร็วๆ ด้วยละ อย่าให้ท่านชายรอนนาน” พูดจบก็สะบัดหน้าเดินออกไปอย่างน่าหมั่นไส้
ฟ้าพราวหันกลับไปมองสำรวจความเรียบร้อยของชุดเจ้าสาวผ่านกระจกเงาบานใหญ่อีกครั้ง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วยิ้มให้ตัวเองอย่างคนที่ตัดสินใจดีแล้ว ถึงแม้ว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลน้ำเน่า ไม่ใช่เพราะความรักแต่เธอก็จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนพระคุณของท่านพ่อ
เธอกับว่าที่เจ้าบ่าวไม่ได้รักกัน แม้แต่หน้าของเขาเธอก็ยังไม่เคยเห็นสักครั้ง อายุเท่าไหร่ก็ยังไม่รู้ รู้แค่ว่าเขาชื่อภูริดลหรือดิน เป็นลูกชายของเพื่อนสนิทของหม่อมเจ้าดนัยเทพ ทำไร่ชาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย
บรรยากาศภายในห้องโถงของวังดุษฎีรังสรรค์เงียบกริบ ผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและฝ่ายเจ้าสาวซึ่งมีเพียงพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายมองหน้ากันเลิกลัก เพราะใกล้ถึงฤกษ์สวมแหวนแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจ้าบ่าว
“ตกลงลูกชายแกจะมามั้ยนที” หม่อมเจ้าดนัยเทพกระซิบถามเพื่อนสนิทที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนประจำและยังไปเรียนต่อด้วยกันที่ต่างประเทศอีกหลายปี
“มันรับปากกระหม่อมแล้วว่าจะมามันก็ต้องมา” นทีรู้จักนิสัยลูกชายตัวเองดีว่าเป็นคนรักษาคำพูดมากขนาดไหน ถึงแม้ว่าภูริดลจะไม่เต็มใจแต่งงานกับหม่อมราชวงศ์ฟ้าพราว และกว่าที่จะยอมรับปากแต่งงานได้ก็ต้องทะเลาะกันบ้านแทบแตก แต่นทีก็มั่นใจว่าลูกชายจะต้องมา
“ถ้าคุณดินไม่มาเข้าพิธี ฟ้าจะเป็นคนไปหาเขาที่ไร่เอง ไม่ต้องมีงานแต่งงานก็ได้ค่ะ” เจ้าสาวที่นั่งพับเพียบอยู่บนพื้นหินอ่อนซึ่งปูด้วยพรมเปอร์เซียราคาแพงเงยหน้าขึ้นบอกพ่อและแม่ของเจ้าบ่าว
“ไม่ได้นะคะคุณหญิง ทำแบบนั้นถือเป็นการไม่ให้เกียรติคุณหญิงกับท่านชายดนัยอย่างรุนแรง” น้ำมณี ผู้เป็นแม่ของเจ้าบ่าวรีบแย้งด้วยความเกรงใจแล้วแก้ตัวแทนลูกชาย “ดินอาจจะรถติดอยู่ใกล้ๆ นี่แหละค่ะ ป้าจะโทร. ตามเดี๋ยวนี้ละค่ะ ใจเย็นๆ นะคะคุณหญิง ยังไงดินก็ต้องมาค่ะ” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทร. หาลูกชาย
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือจากเครื่องปลายทางก็ดังแว่วมาจากด้านนอกห้องโถง และดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนปรากฎร่างของหนุ่มชาวไร่รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำกร้านแดด หนวดเครารกรุงรัง เขาไม่ได้มาในชุดเจ้าบ่าว แต่มาในชุด ‘ชาวไร่’ ที่เป็นเสื้อเชิ้ตตัวเก่าสีมอซอสวมทับด้วยแจ็คเก็ตที่ไม่ได้ดูใหม่ไปกว่ากันเลย กางเกงยีนสีเข้มมีดอกหญ้าแห้งติดอยู่ที่ปลายขา รองเท้าหนังคอมแบทมีเศษดินเศษโคลนเปรอะเปื้นเกรอะกรัง
“ไอ้ดิน!”
สามปีผ่านไป...เรนเดียร์ยืนมองพันแสงและลูกแฝดชายหญิงวัยสองขวบของเธอช่วยกันก่อปราสาททรายอยู่บนชายหายอย่างสนุกสานด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข เสียงหัวเราะของพ่อลูกที่สอดประสานกันดังก้องไปทั่วชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบพันแสงรักและดูแลลูกเป็นอย่างดีสมกับที่เขาพยายามทุกวิถีทางที่จะมีลูกให้ได้ โดยเฉพาะในเวลาที่เธอท้องลูกคนแฝดได้หกเดือนอย่างนี้ หน้าที่การเลี้ยงลูกสองคนแรกก็แทบจะตกเป็นของเขาทั้งหมด“พี่ซันพาลูกเข้าบ้านได้แล้วค่ะ แดดแรงแล้ว เดี๋ยวลูกไม่สบาย” เธอเดินอุ้มท้องอุ้ยอ้ายเข้าไปหาสามีและลูกๆ ที่ยังสนุกอยู่กับการก่อปราสาททราย“ลูกยังสนุกอยู่เลย ใช่มั้ยครับลูก”เด็กน้อยทั้งสองคนหันมาประสานเสียงตอบคุณพ่อเสียงใสแจ๋ว แล้วก้มหน้าตกแต่งปราสาททรายแสนสวยด้วยเปลือกหอยอย่างตั้งอกตั้งใจกันต่อ“ให้ลูกเล่นอีกแป๊บนึงนะ ยังสนุกกันอยู่เลย” พันแสงลุกขึ้นมาโอบไหล่ภรรยาที่ไม่สามารถนั่งลงที่พื้นทรายกับลูกแฝดทั้งสองได้ เพราะติดท้องลูกแฝดคู่ใหม่“อุ๊ย!” เรนเดียร์สะดุ้งแล้วยกมือขึ้นมาลูบท้องที่นูนป่องของตัวเองเบาๆ จนพันแสงพลอยตกใจตามไปด้วย“เจ็บท้องคลอดแล้วเหรอ”“ยังไม่คลอดค่ะ เพิ่งหกเดือนเองนะคะ” เธอบอกขำๆ“แล้วเป
แพทย์ผู้ดูแลครรภ์ของเรนเดียร์อธิบายให้ฟังว่า อาการแพ้ท้องแทนภรรยาคือ อาการที่ว่าที่คุณพ่อมีอาการต่างๆ คล้ายกับว่าที่คุณแม่เช่น อารมณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คลื่นไส้ วิตกกังวล หรืออยากกินอาหารแปลกๆ ที่ปกติไม่เคยกินมาก่อน ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของคือ Couvade Syndrome คำว่า Couvade เป็นภาษามิลาน แปลว่า กกไข่ หรือฟักไข่นอกจากนี้การแพ้ท้องแทนภรรยายังเป็นเรื่องทางจิตวิทยาอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์พบว่าที่คุณพ่อที่มีลูกยาก หรือภรรยาเคยแท้งลูกมาก่อนจะมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยามากกว่าว่าที่คุณพ่อทั่วไป เนื่องจากมีความเข้าใจในความรู้สึกของภรรยา และอยากมีลูกมากจึงใส่ใจกับการตั้งครรภ์เป็นพิเศษ“เดียร์ยังมึนหัว คลื่นไส้ อยากอาเจียนอยู่มั้ย” พันแสงถามด้วยความความเป็นห่วง“เดียร์หายแพ้ท้องตั้งแต่เดือนที่สามแล้วค่ะ มีแต่พี่ซันนั่นแหละที่ยังแพ้อยู่” เรนเดียร์บอกยิ้มๆ มีแต่สามีเธอคนนี้นี่แหละที่ยังแพ้ท้องไม่หายเสียที “วันนี้พี่ซันจะไปทำงานไหวมั้ยคะเนี่ย” เธอเห็นหน้าซีดๆ ของสามีแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้“ไหว...แต่ไม่อยากไป”“อ้าว...ทำไมละคะ”“เป็นห่วงเมีย” เขาทำหน้าเป็นห่วงจริงจัง ไม่ใช่แค่พูดเล่น“ไม่ต้องเป็นห่
หลังจากความพยายามในการทำลูกของพันแสงล้มเหลวมาหลายครั้ง คราวนี้ทุกฝ่ายจึงประสานกำลังกันอย่างเต็มที่ เริ่มจากพิมพ์ผกาที่ไปเสาะแสวงหาสมุนไพรจีนหลายขนานมาต้มให้บุตรชายและลูกสะใภ้ดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย ส่วนเรนเดียร์กับพันแสงก็ไปปรึกษาแพทย์และพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาอยู่ที่ตัวเธอเอง“เดียร์ขอโทษนะคะพี่ซัน เดียร์ไม่รู้ว่าตัวเองมีภาวะมีลูกยาก” เธอบอกอย่างรู้สึกผิด เพราะปล่อยให้คนเป็นสามีหลงโทษตัวเอง และสูญเสียความมั่นใจในความเป็นชายของตัวเองอยู่นานหลายเดือน“ไม่เห็นต้องขอโทษเลย เดียร์ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”“เดียร์ทำให้ทุกคนคิดว่าพี่ซันไม่มีน้ำยาอยู่ตั้งนาน”พันแสงยิ้มอารมณ์ดี แล้วประกาศอย่างมั่นใจเต็มที่ว่า “พี่จะทำลูกแฝดให้ดูเลย ทุกคนจะได้รู้ว่าพี่ฟิตปั๋งขนาดไหน”“แล้วถ้าเดือนนี้เดียร์ยังไม่ท้องอีกละคะ” เรนเดียร์ถามอย่างวิตกกังวล กลัวจะทำให้สามีผิดหวังอีก“ถ้าเดือนนี้ไม่ท้อง เดือนหน้าก็ทำใหม่ ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะท้อง เดียร์เป็นคนบอกพี่เองไม่ใช่เหรอว่าชอบทำลูก” เขาย้อนคำพูดที่เธอเคยปลอบใจเขาเมื่อครั้งก่อน“ก็ชอบอยู่หรอกค่ะ แต่ทำด้วยความคาดหวังของคุณแม่กับพี่ซันแบบนี้ เดียร์ก็กดดันเหมือนกันนะคะ
ทันทีที่เรนเดียร์ก้าวเข้ามาในห้องรับแขกของบ้านซึ่งเคยเป็นเรือนหอของเธอกับพันแสง ความอบอุ่นของคำว่า ‘บ้าน’ และ ‘ครอบครัว’ ก็พวยพุ่งเข้าโอบล้อมหัวใจที่เปลี่ยวเหงามานานหญิงสาวมองสำรวจไปทั่วบ้านแล้วยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้กลับมายืนในบ้านหลังนี้ร่วมกับผู้ชายที่เธอรักที่สุดอีกครั้งหนึ่ง คงไม่มีที่ใดโลกที่จะอบอุ่นและปลอดภัยเท่าอ้อมกอดแห่งรักของเขาอีกแล้ว“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของเรานะครับ” พันแสงกระชับวงแขนที่โอบอยู่รอบเอวของเรนเดียร์เพื่อรั้งเธอเข้าหาตัวให้แนบชิดกันยิ่งขึ้นด้วยความตื้นตันใจที่วันนี้บ้านจะกลับมาเป็นบ้านอีกครั้ง “รู้มั้ยว่าบ้านที่ไม่มีเดียร์มันเงียบเหงาแค่ไหน”“อีกไม่นานบ้านหลังนี้ก็จะมีเด็กๆ มาเพิ่มสีสันให้แล้วนะคะ”“พี่ขอหลายๆ คนเลยนะ”“แล้วแต่พี่ซันจะทำไหวเลยค่ะ” เธอบอกยิ้มๆ แล้วเดินสำรวจบ้านไปทั่วทุกตารางนิ้วด้วยความคิดถึง โดยมีพันแสงเดินตามคลอเคลียอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ทุกอย่างในบ้านยังยังจัดวางเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน ทว่ามีสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไป“ทำไมชุดนอนเดียร์ถึงได้เก่าแบบนี้ กระดุมขาดด้วย เขากวางก็หายไปข้างนึง พี่ซันฆาตกรรมกวางน้อยของเดียร์เหรอ” เรน
‘การแต่งงานที่เริ่มต้นด้วยเงินจะมีทางจบลงด้วยรักไหม’ คำถามที่หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราว ดุษฎีรังสรรค์เคยถามตัวเองเมื่อห้าปีก่อน ตอนที่ตกปากรับคำ ‘ท่านพ่อ’ หรือหม่อมเจ้าดนัยเทพ ดุษฎีรังสรรค์ ว่าจะแต่งงานกับภูริดล หนุ่มชาวไร่เพื่อแลกกับเงินก้อนโตมาให้ท่านใช้หนี้การพนัน ตอนนั้นเธอถูกคนในสังคมชั้น
ฟ้าพราวจัดโต๊ะอาหารเสร็จและนั่งรออยู่พักใหญ่ คุณสามีกับคุณลูกสาวก็ยังไม่มา เธอจึงเดินไปตามที่ห้องนอน เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องก็ได้ยินเจ้าตัวเล็กส่งเสียงแสดงความดีใจยกใหญ่ “ว้าววว คูมพ่อมีบ้านบนต้นไม้ด้วยเหรอคะ” “ไม่ใช่บ้านของคุณพ่อหรอกค่ะ” ภูริดลตอบพลางจับผมยาวสลวยของลูก
ท้องฟ้ายามราตรีที่ไร่ภูสรวงคืนนี้ดำสนิท ทำให้มองเห็นดาวน้อยใหญ่ได้ชัดเจน เด็กหญิงใบชายืนเกาะขอบหน้าต่างบ้านต้นไม้ซึ่งสร้างอยู่บนต้นก้ามปูต้นใหญ่ท้ายไร่ โดยมีพ่อกับแม่ขนาบข้างคอยระวังความปลอดภัยให้ลูกภูริดลชี้ชวนให้ลูกดูกลุ่มดาวต่างๆ ในขณะที่ฟ้าพราวสาละวนอยู่กับการฉีดสเปรย์กันยุงและติดสติกเกอร์กันย
“ฉันกับคุณ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีเรื่องอะไรที่ฉันต้องรับรู้นะ” เรนเดียร์หันหลังให้จีน่าแล้วจะเดินหนี แต่ถูกจีน่ากระชากแขนกลับมาอย่างแรง จนเกือบจะล้ม“ทำไมเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน” นางเอกสาวแค่นยิ้ม แววตาเย้ยหยัน “...เรามีสามีคนเดียวกัน เธอไม่รู้เหรอ?”เรนเดียร์ชะงักไป ไม่ค
리뷰