Mag-log in[สามีเลวเย็นชาใส่นางเอกในตอนแรก หลังจากนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นางเอกกลับมา+พระเอกแต่งก่อนแล้วรักทีหลัง+นางเอกสั่งสอน ทำให้อับอาย] แต่งงานมาสองปี ตอนเจียงหร่านทำทะเบียนสมรสใหม่ พบว่ากระดาษที่ตัวเองเก็บไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เป็นของปลอม...... เธอจะไปถามสามีอย่างฮั่วจี้หมิง กลับได้ยินชายที่รักและทะนุถนอมตัวเองมาหกปี แต่งงานกับอาจารย์ที่อายุมากกว่าตัวเองหกปีมาได้ห้าปีแล้ว! นอกจากเธอเป็นโล่กำบังให้ทั้งสองคนแล้ว ยังโดนชายหนุ่มตราหน้าว่าไม่สามารถมีลูกได้ และรับเลี้ยงลูกของทั้งสองคน! สะกดกลั้นความสะอิดสะเอียน เจียงหร่านโทรหาทนายที่ติดต่อเธอเรื่องสืบทอดมรดก “โสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว” เจียงหร่านตัดสินใจออกจากตระกูลฮั่ว ฮั่วจี้หมิงมั่นใจว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพา จึงรอเธอกลับมาอ้อนวอนตัวเองอย่างไร้กังวล คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ดันเห็นเจียงหร่านอยู่ในข่าวการแต่งงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ในตอนนี้ เธอมีทรัพย์สินล้นฟ้า ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเคียงข้างกับชายหนุ่มผู้อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กำลังรับคำอวยพรและชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก...…
view moreเป็นสายจากไป่ชิงเมื่อเห็นว่าฮั่วจี้หมิงไม่ติดต่อมาเสียที เธอก็ทนอยู่นิ่งไม่ไหวอีกต่อไปทั้งที่เธอไปรับฮั่วมู่เฉิงมาแล้ว แต่ฮั่วจี้หมิงกลับเหมือนลืมสองแม่ลูกไปเสียสนิทฮั่วจี้หมิงไม่อยากรับสาย แต่พอกดตัดสาย อีกฝ่ายก็โทรเข้ามาใหม่ทันทีคุณย่าฮั่วเริ่มสงสัย “ใครกัน โทรมาไม่หยุดเลย”“ที่บริษัทน่ะครับ น่าจะเรื่องงาน” ฮั่วจี้หมิงตอบอย่างไม่สบอารมณ์“ถ้าเป็นเรื่องงานก็รับเถอะ เราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน มีอะไรไม่สะดวกกันล่ะ?”คุณย่าฮั่วพูดไป พลางเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้“อ้อ แล้วเฉิงเฉิงล่ะ?”แม้จะเป็นเด็กที่รับอุปการะมา แต่ก็ถือเป็นเหลนตัวน้อยของตระกูลฮั่วเหมือนกัน เมื่อคุณย่าฮั่วยอมรับเจียงหร่านได้ เรื่องสายเลือด ท่านก็มองข้ามไปนานแล้ว“อ้อ คือ… ผมกลัวว่าเขาจะส่งเสียงดังรบกวนตอนคุณย่ากลับมา ก็เลยให้คนพาเขาออกไปข้างนอกก่อนครับ”คุณย่าฮั่วไม่ได้พูดอะไรต่อ ในที่สุดก็ยอมไปที่ห้องอาหารเพื่อกินข้าวตกค่ำ เหวินหัวถิงกับฮั่วเชียนเชียนก็มาถึงบ้านของฮั่วจี้หมิงครั้งนี้คุณย่ามาอย่างกะทันหัน เมื่อวานเหวินหัวถิงกับฮั่วเชียนเชียนเพิ่งออกไปเที่ยวต่างเมืองกัน ช่วงบ่ายจึงต้องรีบกลับมาโดยด่วนต
“โทรหาเธอที ย่าจะคุยกับเธอเอง”ไม่รู้ว่าคำพูดของฮั่วจี้หมิงทำให้คุณย่าเชื่อหรือไม่ ท่านหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วยื่นให้เขาฮั่วจี้หมิงกดโทรหาเจียงหร่าน ก่อนเปิดลำโพงทันทีไม่นานนัก สายก็เชื่อมต่อจริง ๆ“ฮัลโหล? คุณย่า?”พอเห็นว่าเป็นเบอร์ของคุณย่าฮั่ว เจียงหร่านก็รับสายเรื่องของตระกูลฮั่ว เธอไม่อยากให้คุณย่าเข้ามาเกี่ยวข้องอีกฝ่ายอายุมากแล้ว หัวใจก็ไม่ค่อยแข็งแรง แถมยังมีความดันสูง หมอย้ำกับพวกเขาหลายครั้งว่า คนแก่อารมณ์ต้องไม่พลุ่งพล่านเด็ดขาด ปกติแม้แต่เวลาพูดก็ต้องพูดเบา ๆ ช้า ๆ เพราะเพียงอารมณ์ขึ้นเล็กน้อย ก็อาจเกิดผลร้ายแรงตามมาได้“หรานหร่านเอ๋ย วันนี้ย่ากลับบ้านแล้ว ทำไมไม่เห็นเธอล่ะ หรือเธอไม่อยากเจอย่าแล้ว?”พอได้ยินเสียงของเจียงหร่าน น้ำเสียงของคุณย่าก็อ่อนลงทันที แทบไม่มีความขุ่นเคืองหลงเหลืออยู่เลย“ฉัน…”“เจียงหร่าน ย่าได้ยินมาว่าเธอย้ายออกไปอยู่ข้างนอก เลยเป็นห่วงว่าระหว่างเราจะมีอะไรเกิดขึ้น ฉันก็บอกท่านแล้วว่าเธอแค่กดดัน อารมณ์ไม่ค่อยดี ช่วงนี้เลยอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพัก แต่ท่านก็ไม่ยอมเชื่อ”ยังไม่ทันที่เจียงหร่านจะได้เอ่ยปาก ฮั่วจี้หมิงก็รีบแทรกขึ้นมาอ
เจียงหร่านคิดอยู่นาน สุดท้ายก็ยังตอบข้อความของฮั่วจี้หมิงกลับไป“ฉันมีธุระ ไม่ต้องให้คุณย่ารอ”ฮั่วจี้หมิงชินกับการถูกผู้หญิงคนนี้ปฏิเสธไปแล้ว อย่างน้อยพอเอ่ยถึงคุณย่า เจียงหร่านก็ยังยอมตอบกลับ เขาจึงรีบส่งข้อความตามไปอีกหลายข้อความทันทีบางทีการที่คุณย่ากลับมา อาจเป็นโอกาสให้พวกเขาได้คลี่คลายความบาดหมางกันก็ได้แต่เจียงหร่านตอบกลับมาเพียงข้อความเดียว หลังจากนั้นไม่ว่าฮั่วจี้หมิงจะส่งอะไรไปอีก ก็เงียบหายราวกับโยนหินลงทะเลวันถัดมาตอนเที่ยง คุณย่าฮั่วก็มาถึงวิลล่าของฮั่วจี้หมิงตรงเวลาฮั่วจี้หมิงสั่งให้คนรับใช้จัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรอต้อนรับคุณย่าฮั่วอย่างสมเกียรติ“เจียงหร่านล่ะ?”พอคุณย่าฮั่วก้าวเข้ามาในบ้าน ก็แทบไม่ชายตามองหลานชายที่ไม่ได้เจอกันมานาน เอาแต่กวาดสายตามองหาเจียงหร่านทันที“คุณย่า ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ ช่วงนี้เจียงหร่านไม่ได้อยู่บ้าน อีกทั้งเธอก็ยุ่งมาก ไม่มีเวลามากินข้าวด้วย ย่าอย่าเพิ่งเป็นห่วงเลยนะครับ ไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันทีหลัง”ฮั่วจี้หมิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนคล้ายปลอบเด็ก พูดจบก็ส่งสัญญาณให้คนรับใช้ทันที พวกเขารีบเข
แม้น้ำเสียงของฮั่วจี้หมิงจะยังคงสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเริ่มร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อยคุณย่าฮั่วเป็นคนรักความสงบ ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังในคฤหาสน์สวนเชิงเขาชานเมืองของเมืองข้างเคียงมานาน นอกจากช่วงเทศกาลสำคัญแล้ว แม้แต่คนในครอบครัวไปเยี่ยม ท่านก็มักปฏิเสธเพราะฉะนั้น การได้รับสายจากท่านจึงไม่ใช่เรื่องปกติเลยและในตระกูลฮั่ว คุณย่าฮั่วก็เป็นเพียงคนเดียวที่ยังพอยอมรับเจียงหร่านอยู่บ้างตอนที่ฮั่วจี้หมิงพาเจียงหร่านกลับบ้าน มีเพียงคุณย่าฮั่วเท่านั้นที่ฝ่าความคัดค้านของทุกคน ตัดสินใจให้เขาแต่งงานกับเจียงหร่านหลังจากคุณปู่เสียชีวิต ท่านก็ย้ายออกจากบ้านตระกูลฮั่ว ก่อนจากไปยังเคยจับมือของทั้งสองไว้ แล้วกำชับฮั่วจี้หมิงอย่างจริงจัง“หรานหร่านอาจไม่ใช่คุณหนูตระกูลใหญ่ ไม่มีครอบครัวหนุนหลัง แต่ต่อไปนี้แกห้ามรังแกเธอเด็ดขาด ย่าผ่านโลกมามาก ผู้หญิงที่ทั้งจริงจังกับความรักและเก่งแบบหรานหร่านมีไม่มาก เธอคือคนที่แกควรรักและทะนุถนอมให้ดี พวกแกต้องอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าแน่นอน”เมื่อนึกถึงคำพูดของคุณย่าฮั่วขึ้นมาในตอนนี้ นอกจากความรู้สึกผิดแล้ว ในใจของฮั่วจี้หมิงยังมีความรู้สึกสูญเสียบางอย่างเพิ่มขึ้นมาอย่างเล
ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ
ได้ยินคำพูดของเจี่ยงอี้ดังมาถึงข้างหู เธอจึงเอ่ยตอบกลับไปทันทีเมื่อนึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นแนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแน่นหนา เสียงก็ทุ้มต่ำลงฉับพลัน เธอยังไม่หลับเหรอ?”“เมื่อกี้ฉันง่วงจริง ๆ ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลย……แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่า คุณเจี่ยง คุณมาแล้ว”เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น ดวงตายังลืมไม่
“ให้บริษัทย่อยด้านการลงทุนที่อยู่ในชื่อของฉันเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย และเพิ่มเงินลงทุนจากฐานเดิมอีกสองเท่า ให้เงินทุนเหลือเฟือหน่อย จะได้ทำงานสะดวกขึ้น”เจี่ยงอี้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ “ก็บอกไปว่า เห็นแผนงานของเธอดูน่าสนใจมาก คิดว่ามีอนาคต เลยเป็นฝ่ายเสนอตัวเข้าลงทุนเอง”“……คร
“……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน
RebyuMore