LOGIN[สามีเลวเย็นชาใส่นางเอกในตอนแรก หลังจากนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นางเอกกลับมา+พระเอกแต่งก่อนแล้วรักทีหลัง+นางเอกสั่งสอน ทำให้อับอาย] แต่งงานมาสองปี ตอนเจียงหร่านทำทะเบียนสมรสใหม่ พบว่ากระดาษที่ตัวเองเก็บไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เป็นของปลอม...... เธอจะไปถามสามีอย่างฮั่วจี้หมิง กลับได้ยินชายที่รักและทะนุถนอมตัวเองมาหกปี แต่งงานกับอาจารย์ที่อายุมากกว่าตัวเองหกปีมาได้ห้าปีแล้ว! นอกจากเธอเป็นโล่กำบังให้ทั้งสองคนแล้ว ยังโดนชายหนุ่มตราหน้าว่าไม่สามารถมีลูกได้ และรับเลี้ยงลูกของทั้งสองคน! สะกดกลั้นความสะอิดสะเอียน เจียงหร่านโทรหาทนายที่ติดต่อเธอเรื่องสืบทอดมรดก “โสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว” เจียงหร่านตัดสินใจออกจากตระกูลฮั่ว ฮั่วจี้หมิงมั่นใจว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพา จึงรอเธอกลับมาอ้อนวอนตัวเองอย่างไร้กังวล คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ดันเห็นเจียงหร่านอยู่ในข่าวการแต่งงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ในตอนนี้ เธอมีทรัพย์สินล้นฟ้า ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเคียงข้างกับชายหนุ่มผู้อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กำลังรับคำอวยพรและชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก...…
View Moreน้ำเสียงของฮั่วจี้หมิงร้อนรนกระวนกระวาย เหมือนพยายามคิดแทนเธอไปเสียทุกอย่าง ราวกับคนที่ไม่รู้จักโตกลับเป็นเธอเจียงหร่านยกมุมปากยิ้มบาง ไม่ใส่ใจคำพูดของเขาเลย “ประธานฮั่ว ฉันยืนกรานขอถือหุ้น 50% ไม่ใช่เพราะใช้อารมณ์นะคะ ตอนนี้หลายโปรเจกต์หลักของบริษัทกำลังชะงัก จำเป็นต้องมีแรงผลักดันจริงจังเข้ามา หากอำนาจตัดสินใจกระจาย ต้องผ่านหลายขั้นตอน คอยถ่วงกันไปมา ก็มีแต่จะพลาดโอกาสอีกครั้ง”“สิ่งที่ฉันต้องการคืออำนาจนำอย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อให้กลยุทธ์เดินหน้าได้เต็มที่ และนี่ก็เป็นหลักประกันขั้นพื้นฐานที่สุดสำหรับโปรเจกต์ระดับหมื่นล้าน”“ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของฉัน การที่ฉันอยู่ต่อก็ไม่มีความหมาย รบกวนคุณตัดสินใจให้เร็วหน่อย ว่าจะขยายผลประโยชน์ร่วมกัน หรือจะจัดการเรื่องลาออกให้ฉันตอนนี้เลย”ท่าทีแข็งกร้าวแต่มั่นใจของเจียงหร่าน ทำให้ฮั่วกุ้ยจิ่นเสียเปรียบไปไม่น้อยคำพูดของเธอไม่ใช่ไร้เหตุผล และโปรเจกต์มูลค่ามหาศาลนั้นก็ดึงดูดใจอย่างยิ่งฮั่วจี้หมิงเสียหน้าอย่างหนักต่อหน้าพ่อ ความโกรธพุ่งขึ้นทันที “เจียงหร่าน หลายปีมานี้ฉันตามใจเธอมากเกินไปใช่ไหม แค่ผลประโยชน์นิดเดียว ถึงขั้นต้องทำลายความส
ส่วนหุ้นที่ฮั่วกุ้ยจิ่นถืออยู่นั้น ไม่มีทางโอนให้เจียงหร่านได้ เพราะในนั้นมีบางส่วนเป็นของคุณปู่ฮั่ว เขาไม่มีสิทธิ์โอน อีกทั้งคุณย่าฮั่วก็สามารถเรียกคืนได้ทุกเมื่อเจียงหร่านเหลือบมองสัญญาโอนหุ้น เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ฮั่วจี้หมิงบอกฉันว่าจะให้หุ้นครึ่งหนึ่ง ฉันถึงจะนำโปรเจกต์ใหม่กลับมาที่บริษัท”พูดจบ เธอก็หยิบเอกสารโครงการออกมาจากกระเป๋า เป็นโปรเจกต์ที่ก่อนหน้านี้ฮั่วซื่อพยายามแย่งชิงมาหลายครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จมูลค่าโครงการเกือบห้าพันล้าน หากฮั่วซื่อได้มา ความเสียหายก่อนหน้านี้ก็แทบจะลบล้างได้หมด และแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ก็จะเดินหน้าเร็วขึ้นมากสายตาของฮั่วกุ้ยจิ่นกับฮั่วจี้หมิงเป็นประกายขึ้นพร้อมกัน ฮั่วกุ้ยจิ่นรีบยื่นมือออกไปจะรับเอกสารทันทีแต่เจียงหร่านชักกลับในเสี้ยววินาทีสุดท้าย เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย ถอนหายใจเบา ๆ“แต่ตอนนี้ดูแล้วก็น่าเสียดายนิดหน่อย ในเมื่อความจริงใจของทั้งสองฝ่ายไม่เท่ากัน ฉันคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องเสียเวลาต่อไปแล้ว ครั้งนี้ฉันไม่ได้มาเสียเปล่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะลาออกจากฮั่วซื่ออย่างเป็นทางการ”พูดจบ เธอก็วางบัตรพนักงานและ
ลมหายใจแผ่วเบาของทั้งสองที่ประสานกัน ทำให้ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ แผ่ซ่านอย่างเงียบงันแต่เจี่ยงอี้ยังคงรักษาขอบเขตสุดท้ายไว้ เพียงกอดเธออย่างอ่อนโยนอยู่ครู่หนึ่งพอปล่อยมือออก เขาก็ใช้นิ้วลูบไล้แก้มที่แดงระเรื่อของเธอ ดวงตาลึกดั่งท้องทะเล แฝงทั้งการอดกลั้นและความร้อนแรง “ไม่ต้องกลัว สิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้มีแค่คืนนี้เท่านั้น จากนี้ไปทั้งชีวิตของเรา ยังมีเวลาอีกยาวนานนัก”น้ำเสียงของชายหนุ่มแหบต่ำแต่ชัดเจน ราวกับขนนกตกลงบนปลายหัวใจของเจียงหร่าน ทำให้ทั้งร่างของเธอร้อนวูบขึ้นมาความหมายของเจี่ยงอี้ชัดเจนมาก เขาอยากแต่งงานกับเธอจริง ๆ และก็เคารพเธอจริง ๆหัวใจของเจียงหร่านปั่นป่วนไปหมดแล้วก่อนค่ำคืนนี้ เธอไม่เคยมีความคิดอื่นใดกับเจี่ยงอี้เลย แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเขา เธอกลับรู้สึกหวั่นไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…………วันจันทร์ เจียงหร่านกลับไปที่ฮั่วซื่อ ตามที่นัดกันไว้ฮั่วกุ้ยจิ่นและคนอื่น ๆ ก็มารอเธออยู่ที่ห้องทำงานของประธานตั้งแต่เช้าแล้วเธอสวมชุดสูทลายตารางสีฟ้าเข้ม ดูโดดเด่น และบุคลิกของเธอก็แตกต่างจากตอนที่เคยอยู่ที่ฮั่วซื่ออย่างสิ้นเชิงแ
ในตอนนั้นเอง อาซวี่ก็รีบเดินเข้ามาใบหน้าเขาเปื้อนรอยยิ้ม ส่งสายตาให้เจี่ยงอี้เล็กน้อย ก่อนจะหันมาพูดกับเจียงหร่านว่า “คุณเจียง ขอให้คุณกับคุณผู้ชายมีความสุขในวันชีซีครับ”เจียงหร่านยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงหันไปมองเจี่ยงอี้ ขณะที่อีกฝ่ายเพียงก้มสายตาลง เป็นเชิงบอกให้เธอดูโทรศัพท์เธอก้มลงเปิดหน้าจอ แล้วก็พบว่าวันที่ย้อนกลับไปเป็นวันก่อนหน้า…เวลาหลังเที่ยงคืน กลายเป็นประมาณห้าทุ่มครึ่งเป็นเพราะความต่างของเขตเวลา!เจี่ยงอี้ไม่ได้พาเธอมาฉลองวันชีซีบนเครื่อง แต่พาเธอบินย้อนเวลากลับไปยังวันก่อนหน้าโดยตรงในตอนนี้ พวกเขายังไม่พลาดวันชีซีไปจริง ๆ“คุณเจี่ยง……”เจียงหร่านยกมือปิดปากด้วยความตื้นตัน ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตานี่เป็นครั้งแรก…ที่มีใครสักคนยอมทำถึงขนาดนี้ เพียงเพราะคำชวนที่เธอพูดออกไปอย่างไม่ตั้งใจเธอมองออกไปนอกหน้าต่าง เครื่องบินลอยอยู่เหนือท้องฟ้าสูง แสงไฟของเมืองเบื้องล่างระยิบระยับราวกับทางช้างเผือก ทำให้หัวใจที่เคยบอบช้ำของเธอค่อย ๆ ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง ราวกับฤดูใบไม้ผลิ“นี่เป็นวันชีซีครั้งแรกที่เราได้ใช้ร่วมกัน ฉันไม่อยากพลาดไป หวังว่าในอนาคต เราจะได้ใ
แววตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นในทันที พลันเข้าใจทุกอย่าง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจียงหร่านทันที“ฮัลโหล? คุณเจี่ยง?”ขณะรับสาย เจียงหร่านกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ที่โต๊ะกับคุณปู่คุณย่าทั้งสองคนพอได้ยินคำเรียกนั้น สองผู้เฒ่าก็กลั้นลมหายใจและตั้งใจฟังอย่างแน่วแน่ทันทีเจียงหร่านไม่ได้สังเกตสีหน
แต่พอเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับไม่ใช่เจี่ยงอี้ หากเป็นผู้จัดการของคลับหรูในช่วงบ่าย เขายังถือกล่องของขวัญสุดประณีตมาสองกล่อง บนกล่องผูกริบบิ้นสีทองแวววาว เพียงมองก็รู้แล้วว่าของข้างในต้องมีมูลค่าสูงไม่น้อยผู้จัดการมีท่าทีสุภาพนอบน้อม ยื่นกล่องของขวัญมาทั้งสองมือให้เธอ “คุณเจียง สวัสดีค
“หรานหร่าน? เธอจะงอแงให้มันพอเสียทีได้หรือยัง นี่มันกี่วันแล้ว คิดจะไม่ติดต่อกับฉันไปทั้งชีวิตเลยหรือไง?”ในที่สุดสายโทรศัพท์ก็เชื่อมต่อ เสียงของฮั่วจี้หมิงก็ดังเข้ามาในหูของเจี่ยงอี้ทันทีสีหน้าของเจี่ยงอี้หม่นลงในพริบตาเจียงหร่านกำลังจะกลายเป็นภรรยาของเขาอยู่แล้ว แต่ในสายตาของผู้ชายคนนั้น กลับ
“……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน






reviewsMore