Mag-log in[สามีเลวเย็นชาใส่นางเอกในตอนแรก หลังจากนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นางเอกกลับมา+พระเอกแต่งก่อนแล้วรักทีหลัง+นางเอกสั่งสอน ทำให้อับอาย] แต่งงานมาสองปี ตอนเจียงหร่านทำทะเบียนสมรสใหม่ พบว่ากระดาษที่ตัวเองเก็บไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เป็นของปลอม...... เธอจะไปถามสามีอย่างฮั่วจี้หมิง กลับได้ยินชายที่รักและทะนุถนอมตัวเองมาหกปี แต่งงานกับอาจารย์ที่อายุมากกว่าตัวเองหกปีมาได้ห้าปีแล้ว! นอกจากเธอเป็นโล่กำบังให้ทั้งสองคนแล้ว ยังโดนชายหนุ่มตราหน้าว่าไม่สามารถมีลูกได้ และรับเลี้ยงลูกของทั้งสองคน! สะกดกลั้นความสะอิดสะเอียน เจียงหร่านโทรหาทนายที่ติดต่อเธอเรื่องสืบทอดมรดก “โสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว” เจียงหร่านตัดสินใจออกจากตระกูลฮั่ว ฮั่วจี้หมิงมั่นใจว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพา จึงรอเธอกลับมาอ้อนวอนตัวเองอย่างไร้กังวล คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ดันเห็นเจียงหร่านอยู่ในข่าวการแต่งงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ในตอนนี้ เธอมีทรัพย์สินล้นฟ้า ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเคียงข้างกับชายหนุ่มผู้อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กำลังรับคำอวยพรและชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก...…
view more“คุณเจี่ยงเขาเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?”คำพูดของคุณย่าเจี่ยงทำให้เจียงหร่านอดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้“ได้ยินมาว่าเหมืองลิเธียมที่เพิ่งเจรจาได้ เกิดเหตุฉุกเฉิน มีทั้งผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต”คุณย่าเจี่ยงยังลังเลว่าจะพูดดีไหม แต่คุณปู่เจี่ยงกลับรับช่วงต่อทันที พร้อมถอนหายใจเบา ๆ“เจี่ยงอี้เด็กคนนี้มีความรับผิดชอบสูงมาก ภาระของเจี่ยงซื่อก็อยู่บนบ่าเขาคนเดียว เขาเลยไม่เคยกล้าผ่อนคลาย พอเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาก็ต้องรับไว้คนเดียว ก่อนที่ทุกอย่างจะคลี่คลาย คงต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบแทบไม่ได้นอน…”“ฝืนทำงานแบบนั้น ร่างกายจะทนไหวได้ยังไง?”น้ำเสียงของเจียงหร่านเริ่มร้อนรนขึ้นเล็กน้อยเธอนึกขึ้นได้ว่าเจี่ยงอี้เพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถึงจะเป็นแค่บาดแผลภายนอก แต่ก็ควรได้พักผ่อนดี ๆ“นี่แหละคือสิ่งที่ฉันกับตาแก่เป็นห่วงที่สุด เขากลัวพวกเราจะกังวล พอเกิดเรื่องก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย ช่วงสองสามวันที่ไม่กลับมา พวกเรายังต้องให้คนไปสืบถามอยู่นานกว่าจะรู้ข่าว”คุณย่าเจี่ยงพูดพลางส่ายหน้าอย่างกังวลเจี่ยงอี้ไม่เคยทำให้ใครต้องเป็นห่วง แต่ก็เพราะแบบนี้นี่แหละ กลับยิ่งทำให้คนเป็นห่วงเขามากที่สุด
หนึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงหร่านถือของบำรุงและผลไม้ที่คัดมาอย่างดีสำหรับผู้ใหญ่ทั้งสอง ขับรถไปถึงคฤหาสน์ตระกูลเจี่ยงคิดว่าอาจจะได้เจอเจี่ยงอี้ เธอจึงตั้งใจแต่งตัวเป็นพิเศษ เปลี่ยนมาใส่เดรสยาวสีชมพูอ่อน แต่งหน้าอ่อน ๆ ให้ดูสดใสพอเดินเข้าไปในวิลล่า คุณย่าเจี่ยงก็รีบออกมาต้อนรับอย่างดีใจ แต่พอเห็นว่าเธอยังหอบของมาด้วย ก็ขมวดคิ้วนิด ๆ“ที่บ้านมีครบหมดแล้ว แค่เธอมาก็พอ จะหอบของมาเยอะขนาดนี้ทำไม เดี๋ยวแขนเล็ก ๆ นี่เมื่อยเอา ย่าจะเป็นห่วงนะ!”คำพูดไม่กี่ประโยค ทำให้เจียงหร่านรู้สึกเขินขึ้นมาทันที“คุณย่า ฉันไม่ได้บอบบางขนาดนั้นนะคะ อีกอย่างก็ไม่ได้ขาดอะไรเลย คุณย่าก็ยังส่งของมาให้ฉันบ่อย ๆ อยู่แล้วนี่คะ”“มันจะเหมือนกันได้ยังไงล่ะ ย่าเป็นย่านะ ส่วนเธอ…ก็เหมือนลูกของย่า ถึงเธอจะไม่ขาดอะไร แต่ย่าก็อดเป็นห่วงไม่ได้หรอก”คำพูดของคุณย่าเจี่ยงอบอุ่นจนเจียงหร่านฟังแล้วแทบจะน้ำตาคลอเธอคล้องแขนคุณย่าไว้ ออดอ้อนเล็กน้อย “คุณย่าดีกับฉันจริง ๆ เลยค่ะ”“ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วสิ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วใช่ไหม ไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวอาหารก็ใกล้เสร็จแล้ว”คุณย่าเจี่ยงตั้งใจจะให้เธอไปนั่งพักที่โซฟา แต่เจ
คนใช้รีบเดินตามมา “ทำเสร็จแล้วค่ะ ได้ยินว่าวันนี้คุณผู้ชายจะกลับมา เลยทำตามรสชาติที่คุณชอบค่ะ”“เฉิงเฉิงล่ะ?”ฮั่วจี้หมิงสังเกตว่าวันนี้ไม่มีวี่แววของฮั่วมู่เฉิง ปกติพอเขากลับมา เด็กคนนั้นต้องวิ่งออกมางอแงใส่เขาสักพักเสมอ“อ๋อ คุณไป่ชิงมารับตัวไปแล้วค่ะ”ฮั่วจี้หมิงชะงักเล็กน้อย ถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้าฮั่วมู่เฉิงโทรมางอแงอยากไปหาไป่ชิง เขาจนปัญญา จึงให้ไป่ชิงมารับตัวไปก่อนไป่ชิงก็ไม่รู้กำลังงอนอะไรเขาอยู่ พอรับฮั่วมู่เฉิงไป ก็ไม่คิดจะบอกเขาสักคำแต่ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์จะสนใจไป่ชิงอีกแล้วบนโต๊ะอาหารถูกจัดไว้ห้าจาน ล้วนเป็นเมนูที่ฮั่วจี้หมิงชอบกินเป็นประจำโดยเฉพาะซุปขาหมูต้มถั่วเหลืองสีขาวนวลชามนั้นฮั่วจี้หมิงรับซุปที่คนใช้ยื่นให้มาชิมหนึ่งคำ แม้รสชาติจะไม่เลว แต่ขาหมูยังตุ๋นไม่เปื่อยพอ น้ำซุปก็ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควรเขาขมวดคิ้ว “ทำไมวันนี้รสชาติไม่เหมือนเดิม?”“ไม่เหมือนเหรอคะ?”คนใช้ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นได้ทันที “อ๋อ เมนูที่คุณผู้ชายชอบ คุณนายจะคอยลองทำซ้ำไปซ้ำมา ปรับรสอยู่ตลอด จนได้รสที่ดีที่สุดค่ะ”“ซุปหม้อนี้ทำยุ่งยากเป็นพิเศษ แค่ขาหมูก็ต้องให้คุณนายตื
ฮั่วจี้หมิงเดินเข้าไปในห้อง ภาพความทรงจำระหว่างเขากับเธอก็ผุดขึ้นมาในหัวทันทีหลังแต่งงานได้ไม่นาน ฮั่วซื่อก็มีโปรเจกต์สำคัญเข้ามาไม่ขาดสาย เจียงหร่านยุ่งจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แม้จะมองออกว่าเขาลำบากใจ เธอก็ยังเป็นฝ่ายยอมสละทริปฮันนีมูนไปเองต่อมา เธอมักอดหลับอดนอนออกไปเจรจาโปรเจกต์เพียงลำพัง เพื่อไม่รบกวนการพักผ่อนของเขา จึงย้ายไปนอนห้องข้าง ๆ แยกห้องกับเขาเองฮั่วจี้หมิงค่อย ๆ นั่งลงที่ขอบเตียง มือไล้ผ่านผ้าปูที่เรียบตึงเครื่องนอนเรียบง่ายดูสบายตา เขาไม่รู้ว่าเป็นยี่ห้ออะไร แต่เคยได้ยินคนใช้พูดว่า ของใช้ในบ้านทุกชิ้น เจียงหร่านเป็นคนหาเวลาไปเลือกด้วยตัวเองรวมถึงของตกแต่งในห้องของเขาด้วยเขาเงยหน้าขึ้น ราวกับเห็นเจียงหร่านยืนอยู่ตรงหน้า กำลังยิ้มให้เขาอย่างสดใสตอนนั้น ดวงตาของเธอใสบริสุทธิ์ราวหิมะ ไม่ว่าจะเจอเรื่องยากแค่ไหน เธอก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นเลยเหมือนแค่มีเธออยู่ เขาก็วางใจได้ทุกอย่าง“คุณนาย?”ขณะที่ฮั่วจี้หมิงกำลังเหม่อ คนใช้ก็เปิดประตูเข้ามาปกติห้องนี้มืดตลอด วันนี้ไฟกลับเปิดขึ้น เธอจึงนึกว่าเจียงหร่านกลับมาแล้วแต่พอเห็นเป็นเขา สีหน้าคนใช้ก็แ
ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ
ได้ยินคำพูดของเจี่ยงอี้ดังมาถึงข้างหู เธอจึงเอ่ยตอบกลับไปทันทีเมื่อนึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นแนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแน่นหนา เสียงก็ทุ้มต่ำลงฉับพลัน เธอยังไม่หลับเหรอ?”“เมื่อกี้ฉันง่วงจริง ๆ ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลย……แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่า คุณเจี่ยง คุณมาแล้ว”เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น ดวงตายังลืมไม่
“ให้บริษัทย่อยด้านการลงทุนที่อยู่ในชื่อของฉันเข้าร่วมโครงการนี้ด้วย และเพิ่มเงินลงทุนจากฐานเดิมอีกสองเท่า ให้เงินทุนเหลือเฟือหน่อย จะได้ทำงานสะดวกขึ้น”เจี่ยงอี้พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ สีหน้าไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ “ก็บอกไปว่า เห็นแผนงานของเธอดูน่าสนใจมาก คิดว่ามีอนาคต เลยเป็นฝ่ายเสนอตัวเข้าลงทุนเอง”“……คร
เขาเห็นแก่ตัวจริง ๆ ไม่เคยคิดถึงสถานการณ์ของไป่ชิงเลย เอาแต่บังคับให้เธออดทนยอมจำนนอยู่ฝ่ายเดียว“ขอโทษนะ” แต่ตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาพูดได้ ก็มีแค่คำสามคำนี้เท่านั้นฮั่วจี้หมิงดึงไป่ชิงเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาเผชิญความพ่ายแพ้สารพัดจนเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับความสัมพันธ์ของทั้ง
RebyuMore