LOGIN[สามีเลวเย็นชาใส่นางเอกในตอนแรก หลังจากนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อให้นางเอกกลับมา+พระเอกแต่งก่อนแล้วรักทีหลัง+นางเอกสั่งสอน ทำให้อับอาย] แต่งงานมาสองปี ตอนเจียงหร่านทำทะเบียนสมรสใหม่ พบว่ากระดาษที่ตัวเองเก็บไว้เหมือนสมบัติล้ำค่า เป็นของปลอม...... เธอจะไปถามสามีอย่างฮั่วจี้หมิง กลับได้ยินชายที่รักและทะนุถนอมตัวเองมาหกปี แต่งงานกับอาจารย์ที่อายุมากกว่าตัวเองหกปีมาได้ห้าปีแล้ว! นอกจากเธอเป็นโล่กำบังให้ทั้งสองคนแล้ว ยังโดนชายหนุ่มตราหน้าว่าไม่สามารถมีลูกได้ และรับเลี้ยงลูกของทั้งสองคน! สะกดกลั้นความสะอิดสะเอียน เจียงหร่านโทรหาทนายที่ติดต่อเธอเรื่องสืบทอดมรดก “โสด ไม่มีลูก ฉันสืบทอดมรดกทั้งหมดเพียงผู้เดียว” เจียงหร่านตัดสินใจออกจากตระกูลฮั่ว ฮั่วจี้หมิงมั่นใจว่าเธอไม่มีใครให้พึ่งพา จึงรอเธอกลับมาอ้อนวอนตัวเองอย่างไร้กังวล คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง ดันเห็นเจียงหร่านอยู่ในข่าวการแต่งงานทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่จับตามองของคนทั้งประเทศ ในตอนนี้ เธอมีทรัพย์สินล้นฟ้า ยืนอยู่ภายใต้แสงไฟเคียงข้างกับชายหนุ่มผู้อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ กำลังรับคำอวยพรและชื่นชมจากผู้คนทั่วโลก...…
View Moreเหยียนหมิงเถาแค่นหัวเราะ ก่อนยกไวน์ขึ้นจิบหนึ่งคำถ้าตอนนี้เจียงหร่านทิ้งทุกอย่างไปหาเจี่ยงอี้ ก็เท่ากับเข้าทางเธอพอดีแต่ถ้าเจียงหร่านไม่สนใจเรื่องของเจี่ยงอี้ คนตระกูลเจี่ยงก็ย่อมผิดหวังในตัวเธอเช่นกันพอเจียงหร่านไม่มีตระกูลเจี่ยงหนุนหลัง การจัดการเธอก็ยิ่งง่ายขึ้นไม่ว่าเจียงหร่านจะเลือกทางไหน ผลลัพธ์ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันโจวเฮ่าจิงรู้สึกหนาววาบไปถึงสันหลัง แต่ก็ยังยิ้มรับว่า “คนอย่างเจียงหร่านที่มั่นใจในตัวเองเกินไป สุดท้ายก็ไม่ใช่คู่ต่อกรของแม่อยู่ดี ผมเชื่อว่าสักวันเธอคงเสียใจที่ตอนนั้นไม่ฟังแม่ และไม่ยอมสละสิทธิ์สืบทอดโจวซื่อ”เหยียนหมิงเถาถอนหายใจยาว ก่อนเหลือบมองโจวเฮ่าจิง “ไปพักเถอะ”“ครับ”โจวเฮ่าจิงก้มหน้ารับคำ พอออกจากห้อง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อย ๆ เลือนหายไปเขานึกถึงคำพูดที่เจียงหร่านเคยบอกเขาอีกครั้งคนอย่างเหยียนหมิงเถา จะรับเขามาเลี้ยงโดยไม่มีเหตุผลได้ยังไง?ขณะเดียวกัน เจียงหร่านก็ให้ผู้ช่วยจองเที่ยวบินที่ใกล้ที่สุดแบบเร่งด่วน เตรียมเดินทางไปหาเจี่ยงอี้ทันทีหลังรู้ข่าวจากโจวเฟิ่งถัง สติของเจียงหร่านก็แทบพังทลาย ความคิดเดียวในหัวคืออยากเจอเจี่ยงอี้เดี๋ยวนี้
โจวเฟิ่งถังถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “เจี่ยงอี้เกิดเรื่องแล้ว”ร่างของเจียงหร่านโคลงเล็กน้อย มือรีบยันโต๊ะไว้ ก่อนกลั้นหายใจรอฟังอีกฝ่ายพูดต่อ“เขา...เกิดอะไรขึ้น?”โจวเฟิ่งถังไม่กล้าสบตาเจียงหร่าน เขาถอนหายใจแล้วพูดว่า “เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุในพื้นที่ภูเขา อาการไม่ค่อยดีนัก...ถ้าเขาไม่รอด ฉันเป็นห่วงเรื่องการแต่งงานทางธุรกิจของเธอ”“ไม่รอดหมายความว่ายังไง?”เจียงหร่านขัดจังหวะโจวเฟิ่งถังด้วยเสียงสั่น ทันทีที่ได้ยินว่าเจี่ยงอี้เกิดเรื่อง เธอรู้สึกเหมือนเลือดสูบฉีดขึ้นสมองจนปวดตื้อ คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว…………ช่วงบ่ายเหยียนหมิงเถาเพิ่งกลับถึงบ้าน โจวเฮ่าจิงก็มารออยู่ที่หน้าประตูแล้วเธอเหลือบมองเขา ก่อนให้ผู้ช่วยที่เดินตามอยู่ถอยไป แล้วส่งกระเป๋ากับเสื้อคลุมในมือให้โจวเฮ่าจิงถือไว้“จัดการเรียบร้อยแล้ว?”“เรียบร้อยแล้วครับ อย่างที่คุณแม่คาดไว้ ตอนนี้ตระกูลเจี่ยงก็น่าจะได้ยินข่าวลือแล้ว”โจวเฮ่าจิงเอ่ยเสียงต่ำก่อนหน้านี้เหยียนหมิงเถาสั่งให้เขาติดต่อคนลึกลับและส่งข้อมูลกำหนดการของเจี่ยงอี้ไป เขาก็เดาได้แล้วว่าพวกนั้นจะลงมือกับเจี่ยงอี้แม้เหยียนหมิงเถาจะไม่
“ฉันไม่อยากให้พี่ต้องสู้คนเดียว” เซี่ยหนานตัดสินใจแน่วแน่แล้ว “ฉันไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้โจวเฮ่าจิงมากนัก แค่ในเมื่อเขายังสนใจฉันอยู่บ้าง ฉันก็ลองติดต่อกับเขา คอยหาจุดอ่อน หรือสืบข่าวบางอย่างได้...อีกอย่าง...”เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยังไม่อยากเล่าเรื่องของเพื่อนออกมาแม้หนี้รักที่โจวเฮ่าจิงก่อไว้จะน่าชังเพียงใด แต่เธอก็ยังต้องรักษาหน้าของเพื่อนเอาไว้“อีกอย่างอะไร?”“อีกอย่าง ฉันเกลียดเขา และฉันก็อยากให้เขาชื่อเสียงพังยับเยินเหมือนกัน”น้ำเสียงของเซี่ยหนานพลันแฝงไปด้วยความแข็งกร้าวเจียงหร่านสะท้านในใจ ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยดูออกเลยว่า เซี่ยหนานถึงกับเกิดความเกลียดชังต่อเรื่องที่โจวเฮ่าจิงเคยรังแกเธอแล้วแต่เธอก็เข้าใจได้ โจวเฮ่าจิงทำเกินไปจริง ๆ เด็กสาวอายุน้อยอย่างเซี่ยหนานจะทนรับการดูหมิ่นแบบนั้นได้อย่างไร?“เซี่ยหนาน วางใจเถอะ ต่อไปฉันจะช่วยสั่งสอนโจวเฮ่าจิงแทนเธอเอง แต่คนอย่างเขาไม่ใช่คนที่ทำร้ายได้ง่าย ๆ ถ้าเธอยังไปพัวพันกับผู้ชายเฮงซวยแบบนั้น สุดท้ายคนที่เจ็บที่สุดก็ยังเป็นเธออยู่ดี”เจียงหร่านคล้องแขนเซี่ยหนานไว้ พลางปลอบโยนเธออย่างอ่อนโยนแต่ไม่ว่าเธอจะพยายามเ
เซี่ยหนานขมวดคิ้ว ความรู้สึกในใจก็หนักอึ้งตามไปด้วยเธอรู้ดีว่าเจียงหร่านมักใช้ความนิ่งเฉยภายนอกมาปกปิดความรู้สึกของตัวเองก่อนหน้านี้ตอนฮั่วจี้หมิงทำร้ายจิตใจเธอ เจียงหร่านก็ไม่เคยแสดงอาการผิดปกติออกมาเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งก่อนออกจากฮั่วซื่อ เธอก็ยังสงบนิ่งเหมือนเดิมแต่จนถึงตอนนี้ เซี่ยหนานก็ยังนึกไม่ออกว่า หลังจากถูกหลอกลวงและทรยศในความรักมาหลายปี คนคนหนึ่งจะยังใช้ชีวิต ทำงาน แก้แค้น หรือแม้แต่ปล่อยวางได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร?เธอชื่นชมเจียงหร่านมากแค่คิดถึงความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในใจของตัวเอง เธอก็ไม่อาจสงบลงได้แม้เพียงชั่วขณะเซี่ยหนานเพียงหวังว่าเจียงหร่านจะไม่ต้องเจ็บปวดซ้ำแบบเดิมอีก เพราะไม่คุ้มเลยที่จะต้องเสียใจเพราะผู้ชายเหมือนเพื่อนของเธอคนนั้น...ทั้งที่มีชาติตระกูลดีกว่า อนาคตดีกว่า เดิมทีควรมีชีวิตที่ดีกว่าและมีความสุขกว่านี้...แต่กลับต้องมาลงเอยแบบนี้...แม้เซี่ยหนานจะรู้ว่าเจียงหร่านไม่มีทางเป็นแบบนั้น แต่เธอก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ไม้ที่แข็งเกินไปย่อมหักง่าย เจียงหร่านฝืนประคองตัวมานานขนาดนี้ เซี่ยหนานรู้ดีว่าในช่วงเวลาที่เธออ่อนแอ คุณเจี่ยงมีความ
แต่พอเปิดประตูออกมา คนที่ยืนอยู่ด้านนอกกลับไม่ใช่เจี่ยงอี้ หากเป็นผู้จัดการของคลับหรูในช่วงบ่าย เขายังถือกล่องของขวัญสุดประณีตมาสองกล่อง บนกล่องผูกริบบิ้นสีทองแวววาว เพียงมองก็รู้แล้วว่าของข้างในต้องมีมูลค่าสูงไม่น้อยผู้จัดการมีท่าทีสุภาพนอบน้อม ยื่นกล่องของขวัญมาทั้งสองมือให้เธอ “คุณเจียง สวัสดีค
“……”ฝ่ามือใหญ่ของเจี่ยงอี้ลูบไล้ไปที่แก้มของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว ค่อย ๆ ปัดผมยาวที่ยุ่งเหยิงบนใบหน้าของเธอออก จากนั้นก็แกะมือที่เธอกำเขาไว้แน่นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางกลับเข้าไปในผ้าห่มแต่หญิงสาวเพิ่งจะสงบลงได้ไม่นาน ไม่รู้ว่าฝันถึงอะไรอีก จู่ ๆ ก็ขยับตัวดิ้นรนขึ้นมา คราวนี้เหมือนจะมีเสียงสะอื้นปน
ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด ทั้งตัวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเหล้า แววตาก็ดูพร่าเลือนเล็กน้อยแต่ถึงจะอยู่ในสภาพมึนเมา เจียงหร่านก็ยังงดงามจนสะกดใจผู้คนเซี่ยหนานมองเจียงหร่านแล้วก็เข้าใจทันทีถึงความคิดบ้าบิ่น หน้าด้านไร้ยางอายของคนพวกนั้นอย่างไรเสียเจียงหร่านก็เป็นผู้หญิง ต่อให้มีความสามารถด้านงานมากแค่ไหน แ
ได้ยินคำพูดของเจี่ยงอี้ดังมาถึงข้างหู เธอจึงเอ่ยตอบกลับไปทันทีเมื่อนึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นแนบชิดกับแผงอกของเขาอย่างแน่นหนา เสียงก็ทุ้มต่ำลงฉับพลัน เธอยังไม่หลับเหรอ?”“เมื่อกี้ฉันง่วงจริง ๆ ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้นเลย……แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่า คุณเจี่ยง คุณมาแล้ว”เจียงหร่านเงยหน้าขึ้น ดวงตายังลืมไม่
reviewsMore