Home / โรแมนติก / แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด / บทที่ 3 เด็กน้อยในนรก

Share

บทที่ 3 เด็กน้อยในนรก

last update Huling Na-update: 2026-03-02 15:18:59

ไอซ์สะดุ้งเฮือกตื่นจากฝันร้ายในอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน ใบหน้าสวยขาวซีด เม็ดเหงื่อเกาะซึมตามไรผม ลมหายใจหอบถี่กระชั้น ขณะดวงตาคู่สวยกวาดสำรวจไปรอบห้อง พลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่พบว่าตัวเองอยู่บนเตียงภายในห้องพักเช่นเดิม

เธอซุกหน้าเข้าหาฝ่ามือ รวบรวมสติให้กลับมาแจ่มชัด พยายามสลัดภาพสะเทือนใจในอดีตทิ้งไป แม้ภายนอกเธออาจจะดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ความจริงเหตุการณ์ที่เห็นบิดาตายต่อหน้ามันกระทบจิตใจเธอเหลือเกิน จนเก็บเอาไปฝันซ้ำ ๆ

ร่างเล็กพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง แล้วหางตาก็เหลือบไปเห็นรอยแผลเป็นบนต้นแขน

ปลายนิ้วบางลูบไล้มันเบา ๆ ย้อนคิดถึงเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา กลางอกก็จุกหน่วงจนต้องใช้กำปั้นทุบอกเบา ๆ หวังบรรเทาอาการปั่นป่วนนี้

หลังจากที่บิดาเธอเสียชีวิต ปานวาดรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เธอกลายเป็นคนสติฟั่นเฟือน บางครั้งก็มักจะพูดคนเดียว บางครั้งก็จะคลุ้มคลั่งควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ นั่นจึงทำให้เธอไม่สามารถดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวได้

ญาติทั้งสองฝ่ายตัดสินใจส่งปานวาดเข้าโรงพยาบาลจิตเวช ไอซ์จึงเปรียบเสมือนภาระที่ทั้งสองบ้านเกี่ยงกันไม่อยากจะรับผิดชอบ สุดท้ายเด็กน้อยก็ตกไปอยู่ในการดูแลของปวีณา พี่สาวของปานวาดโดยปวีณาก็ไม่เต็มใจ

และเพราะฉากกระทบกระเทือนจิตใจทำให้เด็กน้อยไม่ยอมพูดยอมจาอยู่หลายเดือน จนทำให้ปวีณาเริ่มรำคาญเจ้าตัวภาระ ความใส่ใจที่แต่เดิมก็แทบไม่มี กลายเป็นเมินเฉยต่อเธอมากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงการพาตัวเด็กน้อยที่ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายไปพบแพทย์ ปวีณาไม่ได้ห่วงใยเธอขนาดนั้น แค่ส่งเสียเด็กน้อยเรียนต่อก็ดีเท่าไรแล้ว ทำให้ชีวิตของไอซ์ในตอนนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง

เพียงแค่หนึ่งปีครอบครัวของปวีณาก็ย้ายกันไปอยู่ที่อเมริกา เนื่องจากเธอแต่งงานใหม่กับสามีชาวต่างชาติ

ทั้งที่ชีวิตของเด็กน้อยควรจะดีขึ้น ได้ย้ายไปอยู่ในสังคมใหม่ สถานที่ใหม่ แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น ไอซ์ยังคงเป็นภาระของคุณป้าและครอบครัวใหม่อยู่ การต้องหาเงินเลี้ยงดูลูกติดของเธอเองและไอซ์ ทำให้สามีใหม่ของปวีณาไม่พอใจนัก

ไอซ์กลายเป็นเหมือนคนใช้ของบ้านตั้งแต่อายุเพียงแค่แปดขวบ ต้องทำงานบ้านเพื่อแลกกับเศษอาหารและที่พักอาศัย ทั้งยังถูกทุบตี ทำร้ายร่างกายหลายครั้งหากทำอะไรไม่ถูกใจปวีณาและแฟรงก์

ขนาดอลิสที่เป็นลูกสาวของปวีณายังไม่มองไอซ์เป็นญาติด้วยซ้ำ เธอเห็นการกระทำของแม่และพ่อใหม่ จึงเริ่มเลียนแบบและมักใช้คำพูดดูถูกล้อเลียนพี่สาวต่าง ๆ นานา

ครอบครัวแสนอบอุ่นเต็มไปด้วยความสุข บัดนี้เด็กน้อยมีเพียงความทุกข์เป็นเพื่อน เธอแทบจะปรับตัวไม่ได้กับประเทศใหม่ และยิ่งไม่มีคนคอยสอน คอยแนะนำ ช่วงสอง สามปีแรกที่ต้องย้ายประเทศ ไอซ์จึงแทบไม่มีเพื่อนที่โรงเรียน และไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณครูสอนเลยสักนิด

และด้วยบุคลิกและเชื้อชาติที่แตกต่าง แถมยังเป็นเด็กเก็บตัว จึงตกเป็นเป้าหมายให้เพื่อนในโรงเรียนใหม่รังแก

ในที่สุดความอดทนของเด็กน้อยก็หมดหลังจากถูกทั้งทางบ้านและเพื่อนรุมกลั่นแกล้ง วันหนึ่งในตอนที่ไอซ์อยู่เกรดห้า หรืออายุเพียงสิบเอ็ดปี เธอใช้ดินสอปลายแหลมแทงมือหัวโจกที่ชอบรังแกเธอเพื่อตอบโต้กลับไปบ้าง เรื่องใหญ่เช่นนี้สร้างความแตกตื่นให้ทั้งครูและเพื่อน ๆ พ่อแม่ของเด็กคนนั้นพยายามเอาเรื่องจนถึงที่สุด ทำให้ปวีณาต้องเสียเงินจ่ายค่าเสียหายและเพื่อให้ทางบ้านคู่กรณีไม่แจ้งความ

แม้คืนวันนั้นไอซ์จะถูกทุบตีอย่างหนัก แต่วันต่อมาที่เธอกลับไปโรงเรียน กลุ่มเด็กที่เคยแกล้งเธอก็เริ่มแสดงความหวาดกลัว นั่นจึงทำให้ไอซ์เริ่มคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างจริงจัง เธอจะไม่ยอมเป็นเด็กอ่อนแอแล้วถูกรังแกอีกต่อไป

หลังจากช่วยงานภายในบ้านของปวีณาเสร็จแล้ว เด็กน้อยวัยสิบเอ็ดขวบจึงพยายามขวนขวายหาความรู้ ศึกษาบทเรียนเก่า ๆ เพื่อตามเพื่อนในห้องให้ทัน

เธอทุ่มทั้งแรงกายแรงใจ เอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ ปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ให้ตกเป็นเป้ารังแกของใครอีก จากเด็กอ่อนแอเก็บตัวไร้เพื่อนฝูง พอไอซ์ก้าวขึ้นสู่เกรดเจ็ด ในที่สุดเธอก็เป็นที่ยอมรับของเพื่อนใหม่ แม้จะไม่ใช่คนเฟรนด์ลี่คุยสนุก แต่ไอซ์ก็กลายเป็นเด็กหัวกะทิของคลาส ทำให้เพื่อนหลายคนเริ่มอยากทำความรู้จักหญิงสาวมากขึ้น

แม้ชีวิตภายในโรงเรียนของเด็กสาวจะดีขึ้น แต่พอกลับบ้านเธอก็ยังต้องทำงานรับใช้ครอบครัวของปวีณาอยู่ และยิ่งไอซ์เริ่มโต้เถียง แข็งข้อในบางเรื่อง ก็ทำให้เธอถูกใช้ความรุนแรงหนักขึ้น ถึงขั้นเคยถูกปวีณาใช้แจกันแก้วทุ่มใส่ด้วยความโมโห ส่งผลให้เศษแก้วบาดไปตามผิวเนียน ๆ สุดท้ายก็เกิดเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่หายติดตัวเธอไปตลอด

เธออดทนอยู่กับครอบครัวของป้าจนถึงอายุสิบหก ก่อนที่จะหมดความอดทนกับอลิสที่ยังชอบใช้คำพูดรุนแรงกับเธอ จึงลงไม้ลงมือใส่ลูกพี่ลูกน้องกลับบ้าง นั่นจึงทำให้ปวีณาและแฟรงก์ไล่เธอออกจากบ้านทันที แต่มันเปรียบเสมือนของขวัญสุดวิเศษที่เธอรอมาแสนนาน

ไอซ์ไม่ต้องคิดไตร่ตรองอะไรเลย เธอเก็บของออกจากนรกแห่งนั้นทันที ยอมออกไปเผชิญความลำบากภายนอก ก็คงไม่ต่างจากสภาพแวดล้อมเลวร้ายในบ้านของปวีณานัก

เธอเริ่มทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง โชคดีที่พบเจ้าของร้านคนไทยใจดี พอเห็นเด็กประเทศเดียวกันต้องสู้ชีวิตขนาดนี้ จึงช่วยหาห้องเช่าราคาถูก ๆ ให้ แถมยังช่วยเด็กสาวจ่ายค่าเช่าให้ล่วงหน้าอีก ซึ่งไอซ์ก็ขยันขันแข็งทำงานเต็มที่เป็นการตอบแทนน้ำใจ เธอเก็บเงินและทิปจากลูกค้าเพื่อมาเป็นค่าครองชีพในชีวิต

อิสระที่มากขึ้นและไม่มีถ้อยคำด่าทอจากปวีณาและสามี ทำให้ไอซ์มีความสุขกับชีวิตในตอนนี้เหลือเกิน เธอจบเกรดสิบสองด้วยคะแนนสูงลิ่ว ก่อนจะตัดสินใจเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ข้อดีอย่างเดียวที่ปวีณาพาเธอย้ายมาอเมริกา นั่นคือทำให้ไอซ์ได้ถือสองสัญชาติ และมีสิทธิของพลเมืองชาวอเมริกัน

เธอเต็มที่กับการฝึกอันแสนเข้มข้นของทหาร ไม่นานหญิงสาวก็เป็นที่ยอมรับจากกลุ่มทหารหนุ่มทั้งหลายในกองทัพ เธอมีระเบียบวินัย ฉลาดปราดเปรื่อง จริงจังกับหน้าที่ แม้สุดท้ายไอซ์จะไม่เคยได้ไปออกรบจริง ๆ ก็ตาม แต่หญิงสาวก็ได้รับทักษะและประสบการณ์หลายอย่างจากที่นั่น

จนกระทั่งเธออายุยี่สิบเอ็ดปี ขณะเล่นโซเชียลดูข่าวสารไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้ทราบถึงชีวิตแสนดีของชัยพลน้องชายบิดาเธอ ทำให้ไอซ์กลับมาย้อนคิดถึงความผิดปกติในคืนวันเกิดเหตุตอนเธอเป็นเด็กอีกครั้ง และเริ่มมั่นใจว่าชัยพลต้องเกี่ยวข้องกับการตายของชัยภัทรแน่นอน

แทบไม่ต้องคิด ไอซ์ลาออกจากการเป็นทหาร บินกลับไทยเพื่อหวังแก้แค้นอาชั่ว ๆ ที่ทำครอบครัวเธอแตกสลาย แต่ความจริงก็ทำให้ไอซ์มืดแปดด้าน เนื่องจากเธอไร้เส้นสาย เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้จักใครเลย ทำให้ไม่สามารถตามสืบคดีเก่า ๆ ได้ สุดท้ายจึงตัดสินใจสมัครเข้ามาทำงานกับตระกูล อาเจนเตโร่ ในตำแหน่งบอดี้การ์ดให้ลูกสาวคนโตของครอบครัวอย่างมีอาเพื่อหาเลี้ยงตัวเอง และใช้ช่วงเวลายามว่างเพียงแค่น้อยนิด ค่อย ๆ แอบสะกดรอยตามสืบหาความผิดปกติของครอบครัวชัยพลแทน

แม้จะกลับมาอยู่ไทยถึงสี่ปี ไอซ์ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานเอาผิดชัยพลในคดียักยอกทรัพย์ และฆาตกรรมบิดาเธอได้ มีเพียงพฤติกรรมฉาวของพวกเขาเท่านั้นที่ไอซ์พอจะทราบ

“เฮ้ออออออ ~ ลุกไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า” คนตัวเล็กพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

ท่อนขายาวก้าวลงจากเตียงมุ่งหน้าไปทางห้องน้ำ มือเล็กถลกเสื้อแขนสั้นที่ตนใช้ใส่นอนผ่านศีรษะ ก่อนจะจัดการกับกางเกงขาสั้น ปล่อยเสื้อผ้าทั้งสองชิ้นร่วงลงไปกองบนพื้นห้องน้ำ

ดวงตาราบเรียบทอดมองเงาสะท้อนสัดส่วนโค้งเว้าเซ็กซี่ในกระจก ก้อนเนื้อนุ่มกลมสวยได้รูป รับกับหน้าท้องแบนราบปราศจากไขมัน และเพราะเธอออกกำลังกายสม่ำเสมอจึงทำให้เห็นร่องซิกซ์แพ็กบาง ๆ ดูเร้าอารมณ์ นัยน์ตาสีดำสนิทไม่ได้สนใจความสวยงามของร่างกายตน เธอไล่มองไปตามรอยแผลเป็นต่าง ๆ บนร่างกายด้วยความเย็นชา ก่อนจะหมุนกายก้าวไปยืนใต้ฝักบัว บิดวาล์วปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำไหลผ่านร่าง หวังให้มันช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและเพลิงแค้นในใจให้สงบลง เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

พยายามสลัดภาพใบหน้าไร้วิญญาณของบิดาที่แขวนคอไว้กับคานออกจากหัว แต่ถึงแบบนั้นทุกครั้งที่เธอหลับตา ฉากในคืนวันเกิดเหตุก็ยังย้อนกลับมาทิ่มแทงจนเธอแทบหายใจไม่ออก

กว่าบอดี้การ์ดสาวจะสามารถข่มตาหลับลงได้อีกครั้ง ก็เกือบเช้า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   ตอนพิเศษ 4 ไอแสบเล่นพ่อแล้ว (ตอนจบ)

    สองเดือนต่อมาหญิงสาวนั่งอยู่บนชักโครก ก้มมองแท่งตรวจในมือด้วยความลุ้นระทึก สวดภาวนาขอให้แท่งเบื้องหน้าขึ้นสองขีด เพราะเธอไม่อาจรับมือความตั้งใจของมาร์ตินได้อีกแล้วมาร์ตินทำอย่างที่ตนเองเคยพูดทุกประโยค คืนนั้นหลังจากลงโทษเธอจนผล็อยหลับคาเตียง วันต่อมาก็ลากเมียรักไปจัดการเอายาคุมออก และตั้งแต่หน้าตาผลิตทายาทไม่พักเวลาสองเดือนอาจจะดูเหมือนสั้น แต่มันโคตรจะยาวนานในความรู้สึกของไอซ์ สามีหน้ามืดจับเธอกดเช้าเย็นและก่อนนอน บางทีอยู่บริษัทเขาก็หาเรื่องใช้แรงงานเธออีกกว่าจะผ่านแต่ละวันไปได้ไอซ์ก็แทบตาย นอกจากงานที่บริษัท งานบนเตียงก็ต้องทำอีกมือเล็กบีบกำปลายแท่งตรวจที่ยังเริ่มขึ้นสีจาง ๆ แน่น หลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ หัวใจในอกซ้ายเต้นโครมครามแทบทะลุออกมานอกอกปัง ปัง ปัง“เป็นไงบ้าง!”เสียงตบประตู ตามมาด้วยน้ำเสียงร้อนรนไม่ต่างกันดังขึ้น ทำไอซ์สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ มุ่ยหน้าขุ่นเคืองกับความใจร้อนของสามี“รอก่อนสิ!” เธอตะโกนตอบกลับไป มองขีดบนแท่งที่เริ่มเข้มขึ้นทีละน้อย“ออกมารอลุ้นด้วยกัน! ตินเครียดจนจะเป็นลมอยู่แล้ว”“…”คนตัวเล็กกลอกสายตาระอา จัดการแต่งกายให้เรียบร้อยโดยที่สายตาก็ไม่

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   ตอนพิเศษ 3 เครียดจัด Nc+

    ปีต่อมาZonic Pubหนุ่มผมส้มที่กำลังจะก้าวเข้าวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกไม่กี่วันมีสีหน้าเคร่งเครียด เหม่อมองโคลงแก้วเหล้าในมือ พลางถอนหายใจยาว ๆ ออกมาหลายครั้งกับความกลัดกลุ้มคับแน่นอก“ไง ~” เสียงเอ่ยทักเรียกความสนใจของมาร์ตินให้ละสายตาจากแก้วเหล้า เงยหน้าขึ้นมองก็พบเพื่อนร่างสูงใหญ่ยกมือทักทาย“เออ...พี่คลีนล่ะ”“หายหัว ~”อเล็กซ์ไหวไหล่ตอบกลับสบาย ๆ อย่างไม่ใส่ใจ พลางทิ้งกายนั่งลงบนเบาะนุ่มยังโซนวีไอพีชั้นสอง ซึ่งตอนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ และยังไม่มีพนักงานสักคนโผล่มา แต่มาร์ตินก็ใช้ความเป็นลูกพี่ลูกน้องเจ้าของไขกุญแจเข้ามารื้อเหล้านั่งกระดกเสียแล้วหลุบมองเพื่อนรักที่ยังคงมีสีหน้าอมทุกข์อย่างไม่เข้าใจ“เป็นห่าอะไร เรียกกูมาตั้งแต่เช้า นี่วันเสาร์นะโว้ย ใจคอจะไม่ให้กูสวีตกับน้องเอวาหน่อยเลยเหรอ”“มีเรื่องอยากปรึกษา”มาร์ตินถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะกระดกเครื่องดื่มสีทองเข้าปากรวดเดียวหมด“มีไรวะ หรือพี่ไอซ์มีชู้”“ชู้พ่อง! ไม่ใช่โว้ย!” เขาหันไปด่าเพื่อนสนิทปากพล่อย“เอ้า! ก็มึงเล่นทำหน้าเหมือนโลกจะแตก เรียกกูมามองมึงแดกเหล้าตั้งแต่เช้า”“เฮ้ออออออออ ~ ทำไมคนที่ว่างดันเสือกเป็นมึงวะ” หนุ่มหัว

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   ตอนพิเศษ 2 สถานะที่คนนอกไม่รู้

    สามปีต่อมาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ครอบครัวมาร์ตินอดีตเด็กหนุ่มตัวแสบเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อพราวเสน่ห์เต็มตัว เรือนผมสีน้ำตาลเข้มยังคงถูกย้อมเป็นสีส้มไม่เปลี่ยนแปลง ร่างอัดแน่นหนั่นด้วยมัดกล้ามถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้ชุดสูทสั่งตัดอย่างดีเพียงแค่เหยียบเท้าเข้ามาที่บริษัท ก็เรียกสายตาหลงใหลจากบรรดาพนักงานสาวน้อยใหญ่ในบริษัทได้แล้วข้างกายชายหนุ่มคือสาวสวยผู้หนึ่ง เรือนผมยาวถูกรวบมัดเป็นหางม้า สวมเสื้อสูทสีดำเรียบ ๆ คู่กับกระโปรงเข้ารูปตัวสั้น แม้พนักงานทุกคนจะแต่งกายเช่นนี้ แต่พออยู่บนร่างเลขาสาวกลับดูเซ็กซี่บอกไม่ถูกภาพที่ทุกคนเห็นจนชินตาคือกรรมการหนุ่มไฟแรงมักเดินเคียงข้างมากับเลขาสาวสวยคู่ใจมาร์ตินระบายยิ้มบาง ๆ ทักทายพนักงานหลายคนขณะเดินผ่าน ส่วนเลขาส่วนตัวก็ยังคงมีใบหน้าราบเรียบไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ทำให้พนักงานหลายคนที่ต้องทำงานด้วยค่อนข้างเกรงใจ ทำให้ตลอดเวลาสามปีที่ทำงานเธอไม่ได้สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษเลยทั้งคู่กดลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของตัวอาคาร และเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง กลุ่มสาว ๆ ใต้อาคารก็รีบขยับเข้าหากันหวีดร้องกับความหล่อกระชากใจของกรรมการบริษัท“อ๊ายยยย! คุณมาร์ตินหล่อมาก!”“

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   ตอนพิเศษ 1 คืนร้านฉลองรัก Nc+

    ร่างเล็กบิดเกร็งด้วยความเสียดเสียวกับปลายนิ้วที่แทรกลึกเข้ามาในกาย ความชุ่มชื้นบีบรัดสิ่งแปลกปลอมแน่น แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้นิ้วสากขยับถี่กระชั้นความเฉอะแฉะจากน้ำหวานเอ่อล้นกระทบนิ้วเกิดเป็นเสียงลามกหน้าไม่อายนิ้วร้ายเพิ่มจำนวนจากหนึ่งไปเป็นสองและสามตามลำดับ นัยน์ตาคมวาวโรจน์ตื่นเต้นสะใจเมื่อหญิงสาวเปล่งเสียงครางดังขึ้น“อ๊า...แน่น...อื้อออออ ติน ~ มันแน่นท้องไปหมดแล้ว”“หน้าไอซ์ตอนนี้ยั่วฉิบหายเลย ซี้ดดดด ชอบแรง ๆ แบบนี้หรือเปล่า”สิ้นคำถามมือหนาก็เร่งจังหวะหนักหน่วงขึ้น เขางอปลายนิ้วทั้งสามเป็นรูปตะขอ กระชากเข้าออกถี่ ๆ ทำคนตัวเล็กถึงกับดิ้นพล่าน เสียวซ่านสุดขีดมือน้อยปัดป่ายควานหาที่ยึดเหนี่ยว ก่อนจะจิกกำหมอนที่หนุนแน่น สะโพกสวยลอยคว้างร่อนรับจังหวะหยาบโลนลืมอาย พร้อมคลื่นความเสียววิ่งพล่านไปทั้งร่างใบหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความวูบไหวทรมาน สะบัดไปมาหวังบรรเทาความเสียวจี๊ดขึ้นสมอง กัดกลีบปากเสียห้อเลือด แต่มือหนาก็ยังคงกระหน่ำกระแทกย้ำลงยังส่วนลึกล้ำไม่ผ่อนปรนหยาดน้ำใสเอ่อรื้นออกจากกาย ช่วยคราบเคลือบก้านนิ้วยาวให้ไถลลึกสู่กายสาวง่ายดายยิ่งขึ้นมาร์ตินบดคว้างเป็นวงกลม ปัดป่ายปลายนิ้

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   บทที่ 73 เปลี่ยนใจ เริ่มต้นใหม่ (จบ)

    Zonic Pubหนุ่มเรือนผมสีส้มนั่งกระดกดื่มเหล้าบนชั้นวีไอพีของผับตั้งแต่ทางร้านยังไม่เปิดให้บริการ แต่ทางการ์ดและพนักงานก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเนื่องจากเขาเป็นญาติของคลีนแม้จุดเริ่มต้นผับแห่งนี้จะมีไคโรเป็นเจ้าของ แต่เขาก็ยกมันให้น้องเขยอย่างลีโอไปแล้ว ทำให้ตอนนี้ลูกชายคนโตเข้ามาช่วยดูแลมือหน้าคว้าแก้วเหล้าสีอำพันตรงหน้าขึ้นมาดื่มราวกับแอลกอฮอล์ฤทธิ์แรงเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าทั้งสมองและหัวใจร้อนรุ่ม กระสับกระส่ายบอกไม่ถูกเมื่อต้องใช้ชีวิตต่ออย่างโดดเดี่ยวในประเทศที่ไม่มีเธออีกต่อไปเขาล้วงโทรศัพท์ออกมาเปิดดูข้อความ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อหญิงสาวไม่แม้แต่จะตอบกลับว่าขึ้นเครื่องบินเรียบร้อยแล้วหรือไม่“ใจร้ายจังนะ” เขายิ้มเย้ยหยันให้กับตัวเอง กับความเย็นชาของสาวน้ำแข็ง แต่ถึงแบบนั้นความรู้สึกที่มีให้เธอก็ไม่ได้น้อยลงเลย กลับคิดถึงและโหยหาแทบบ้า ขนาดเพิ่งจากกันแท้ ๆพออยู่ห่างกันคนละฟากโลก มาร์ตินก็ทำได้เพียงภาวนาว่าไอซ์จะไม่หายเข้ากลีบเมฆ และติดต่อไม่ได้อีก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนต่อ และอาจบุกไปตามหาเธอถึงอเมริกาเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาใกล้ เรียกสายตาแดงฉานให้เหลือบมอง ก็พบเจ้าขอ

  • แผนขย้ำใจยัยบอดี้การ์ด   บทที่ 72 จากลา

    เย็นวันนั้นหญิงสาวนั่งสงบนิ่งอยู่กลางห้องรับแขกกว้าง ขณะมาร์ตินกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของจากโรงพยาบาลเข้าห้องเธอนัยน์ตาสีดำมองตามแผ่นหลังด้วยความสับสน แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอจะไม่เคยตอบรับความรักจากเขา แต่มาร์ตินก็ยังไม่เคยห่างไปไหน หรือเรียกร้องสิ่งใดเพิ่ม เหมือนอย่างที่เขาเคยบอกว่าขอแค่ได้อยู่ข้างเธอก็เพียงพอแล้วแต่นั่นมันกลับทำให้ไอซ์เป็นฝ่ายรู้สึกไม่ดีนักกลีบปากบางเม้มเข้าหากัน ด้วยความกลัดกลุ้ม“มาร์ติน...” เธอเรียกชื่ออดีตเจ้านายแผ่วเบา แววตาคู่สวยวูบไหว“ครับ ~” เขาขานรับอย่างร่าเริง ไม่นานก็ฉีกยิ้มกว้างรีบมาหา ราวหมาน้อยติดเจ้าของ“เดี๋ยวต้องไปคุยกับคุณไคโรใช่ไหม...”“ใช่ แต่ไม่มีอะไรหรอก ยังไงผมก็จะบินไปอยู่กับพี่แน่นอน”คำตอบหนักแน่นนั้นส่งผลให้คนตัวเล็กเผลอกัดกลีบปากแรงกว่าเดิม รู้สึกไม่ดีเลยที่คนตรงหน้ายอมทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงเช่นเธอ“นายอยู่ไทยเถอะ...” ไอซ์เอ่ยแผ่วเบา แอบจุกหน่วงกลางอกเมื่อคิดว่าหลังจากนี้จะไม่มีเด็กป่วนป้วนเปี้ยนข้างกายอีก“ผมเคยบอกพี่แล้วไง ว่า...”“ฉันรู้! แต่ฉันคิดว่านายไปก็เป็นตัวถ่วงฉันเปล่า ๆ อยู่ที่นี่ดีแล้ว ปล่อยเรื่องของฉันเป็นแค่ความ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status