LOGINจีบจนท้อ รอจนเหนื่อย รักจนเมื่อย พอน้องถอยทัพ พี่ดันบอกว่า ‘รัก’ แล้วนะ เสียใจจ้ะ คราวนี้ถ้าพี่อยาก ‘รัก’ ก็ต้อง ‘จ่าย’ นะจ๊ะ ******* ไม่เพราะบังเอิญโลกกลมก็ต้องพรหมลิขิตกันแน่ๆ เหวี่ยงให้ 'ขนมผิง' ได้มาพบกับรุ่นพี่วิศวะที่เธอตามจีบตั้งแต่มัธยม แต่สำหรับ 'ไม้ซุง' แล้ว ฟ้าต้องกลั่นแกล้งเขาชัวร์ ที่ส่งยายตัวยุ่งหน้าหวานมาปั่นป่วนหัวใจเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พอเธอจีบจนเมื่อย รักจนเหนื่อย รอจนท้อจึงขอพัก เขากลับคลั่งรักไม่หวาดไหว แบบนี้มันคืออะไร!!!
View Moreที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
บรรยากาศเงียบเหงากลับมาครึกครื้นอีกครั้ง อีกเพียงสามวันมหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนใหม่ ตอนนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่นักศึกษาจากต่างจังหวัดเริ่มทยอยกันเข้ามาพักที่หอในมหาวิทยาลัย
‘หอใน’ แบ่งเป็นหอชายกับหอหญิง หอชายจะเปิดให้เข้าออกยี่สิบสี่ชั่วโมง ในขณะที่หอหญิงจะปิดประตูตอนสี่ทุ่ม ดังนั้นนักศึกษาหญิงคนไหนอึดอัดกับการที่จะต้องตาลีตาเหลือกกลับมาให้ทันเวลาหอปิด เพียงแค่ออกไปนอกรั้วมหาวิทยาลัยก็จะมีหอพักเอกชนเรียงกันเป็นพืด ร้านอาหารผับบาร์ก็เพียบ ความคึกคักละลานตานั้นเป็นเหตุให้บางคนมาเข้าเรียนตอนเช้าในสภาพเมากรึ่มๆ
หอพักชายและหอพักหญิงในมหาวิทยาลัยจะมีด้วยกันฝั่งละห้าตึก ถูกคั่นกลางด้วยถนนที่รถวิ่งสวนได้ ตอนค่ำมีร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นเจ้าอร่อยมาตั้งหน้าทางเข้าหอชาย ซึ่งกลายเป็นศูนย์รวมของชาวหอไปโดยปริยาย
“เฮ้ยๆๆๆ น้องคนนั้นน่ารักว่ะ”
“เบาๆ ลูกชิ้นกู ไอ้ยักษ์” ไม้ซุงปราม แต่ไม่ทันแล้ว ลูกชิ้นที่ถูกคีบขึ้นมาจนจะถึงปากกระเด็นหลุดจากตะเกียบตกปุลงไปบนโต๊ะ กลิ้งหลุนๆ ลงไปบนพื้นซีเมนต์ “เชี่ย เอาของมึงมาแทนเลย” ตะเกียบในมือจ้วงลงไปในชามของยักษ์ เพื่อนสนิทร่วมคณะรวมถึงเป็นรูมเมตด้วย
“น่ารักจริงๆ มึง เงยหน้าขึ้นดูสิ น่าจะเป็นน้องปีหนึ่ง เพิ่งเคยเห็น” ยักษ์ยังพร่ำพรรณนาไม่เลิก
“ไอ้ยักษ์ มึงจะจีบผู้หญิงทุกคนที่น่ารักไม่ได้นะ” กระทิงส่ายหัว นี่ก็เพื่อนร่วมคณะและรูมเมตอีกคน
ไม้ซุงละสายตาจากชามก๋วยเตี๋ยวเงยหน้ามองโต๊ะซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังกระทิง สาวๆ โต๊ะนั้นมากันสามคนเหมือนเขา สองคนหันหน้ามาทางเขา ส่วนอีกคนนั่งหลังแทบจะชนกับกระทิง
“ถ้าให้เดา คนนั่งซ้าย หมวยๆ ขาวๆ ผมยาวๆ ใช่ไหม เพราะมึงไม่น่าจะชอบคนผมซอยสั้น” ไม้ซุงวิเคราะห์จากสเปกเพื่อน
“มึงนี่สมเป็นเพื่อนรักกูเลยว่ะไม้ซุง ผมยาวๆ เวลาอยู่บนเตียงมันโคตรเซ็กซี่ขยี้ใจเลย ไม่ว่าจะตอนสะบัด ตอนร่อนเอว ตอนขย่ม หรือตอนผมสยายบนหมอน”
“พูดเข้า จินตนาการทั้งนั้น เห็นแต่ลากไปกินในห้องน้ำที่ยิม หลังกระแทกฝาโครมๆ ผมเผ้าไม่เคยได้ถึงหมอนถึงที่นอนเลยมั้ง” กระทิงวิจารณ์เพื่อน
“คนนี้แหละ ถ้าจีบติด ก็จะไปเช่าหอนอกอยู่กับน้องเขาเลย แล้วพวกมึงจะเหงา คอยดูเถอะ”
“ไอ้บ้ายักษ์ เทอมหน้าก็ต้องฝึกงานแล้ว” ไม้ซุงพูดดับฝันเพื่อน
“ฝึกงานก็ฝึกสิ เช้ามาผัวออกไปฝึกงาน เมียไปเรียน ใครๆ เขาก็ทำกัน จบมะ” ยักษ์ฝันหวาน
“จบ แล้วยังไงจ๊ะ ก่อนจะถึงวันนั้นพวกกูต้องหอบหนังสือไปนั่งอ่านใต้หอหญิงอีกไหม ตอนกลางคืนยุงตัวอย่างกับแม่ไก่” ไม้ซุงสยองทุกครั้ง “เสียเลือดเสียเนื้อฟรีๆ เพราะรักเพื่อนนะตัวกู”
“เอาน่า อยู่บนหอถ้าพวกมึงไม่แดกเหล้า ก็นอนให้หนังสืออ่าน มานั่งอ่านหนังสือสร้างภาพใต้หอหญิงมีของสวยๆ งามๆ ให้ดูเพียบไม่ดีกว่าเหรอ”
“รถไฟชนกันใครจะรับผิดชอบ คราวก่อนน้องเฟิร์นเดินลงมาจากหอหนึ่ง น้องเจนนี่วิ่งมาจากหอสอง น้องนุ่นจากหอสี่ เปิดศึกใต้หอกูยังจำไม่ลืมเลือน” ไม้ซุงหัวเราะ อุตส่าห์สับรางแทบแย่ มาตายน้ำตื้นตอนที่ยกโขยงมาช่วยเพื่อนจีบสาวเมื่อเทอมที่แล้ว
“มึงก็ไม่เห็นเศร้านี่ไอ้ซุง” ยักษ์แซะเพื่อน
“น้องเขากำลังจะเรียกเก็บเงินแล้ว” กระทิงนั่งใกล้โต๊ะสาวๆ ที่สุดได้ยิน
“รีบๆ กินเร็ว จะได้เดินตามไปส่ง” ยักษ์เร่งเร้า ทั้งหมดจึงรีบทำเวลา ทั้งสาวเส้นก๋วยเตี๋ยว ต้อนลูกชิ้น ซดน้ำซุปอย่างตะกรุมตะกราม
“อ้าว พี่กวี”
สาวน้อยอีกคนที่นั่งหันหลังให้โต๊ะสามหนุ่มมาตลอดเอ่ยปากทักทายไม้ซุงด้วยความดีใจ เมื่อลุกจากโต๊ะหันมาเห็นเขาเข้า
ไม้ซุงถึงกับสำลักน้ำอัดลมที่อัดเข้าปาก ไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร ไม่ใช่ว่าจำเสียงได้ แต่มีอยู่คนเดียวที่เรียกเขาด้วยชื่อนี้
สาวน้อยหน้าคมตากลมบ๊อก หน้าเรียวเล็กที่รวบผมตรึงไว้ตรงท้ายทอยโชว์รูปหัวทุยๆ ยิ้มโชว์ฟันเรียงซี่สวย รอให้เขาเอาปากไปถูกับหัวไหล่เช็ดปากเปื้อนๆ ให้พอ
“ไม่น่ารักเลย!” ไม้ซุงว่าน้องคนนั้น
“ก็ไม่เคยน่ารักสำหรับพี่อยู่แล้วนี่ แต่จะว่ายังไงผิงก็ทนได้ ชินแล้ว” เธอยิ้มตาเป็นประกาย
“เวรกรรมอะไรวะเนี่ย” ไม้ซุงสบถเบาๆ แต่อีกสองหนุ่มกำลังตะลึงงัน คนที่นั่งหลังชนกับกระทิงมาตลอดน่ารักกว่าคนที่ยักษ์เล็งๆ ไว้เยอะ
หลังเท้าไม้ซุงกำลังโดนกระทืบเร่าๆ สายตาคมปลาบตวัดมองเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยความหมั่นไส้ ก่อนตวัดขาขึ้นถีบกระทิง กะจะฟาดให้โดนงูลามกในกางเกงของมันซะหน่อย แต่เพื่อนรู้แกว รีบหุบขาหนีบไว้ได้ทัน
“ไอ้สัส ประทุษร้ายลูกกู” กระทิงด่าเพื่อนลอดไรฟัน
พอได้รับคำเยินยอจากเพื่อนเสร็จ ไม้ซุงก็หันไปหายักษ์ ไอ้นี่ก็อีกตัว งูบนกบาลชูคอยักแย่ยักยัน ไม้ซุงจึงยกมือตบผลัวะจนเพื่อนคอย่น
“อีหนูนี่มันน้องกู ถ้าจะจีบต้องเข้าทางพี่ จำไว้” ไม้ซุงประกาศ ก่อนเงยหน้ามองสาวน้อยที่ยืนหน้าบึ้งตึงไม่ยอมรับสถานะ ‘น้อง’ แล้วมองเลยไปยังอีกสองสาวที่ยืนยิ้มอยู่
“ว่าแต่กวีนี่ชื่อเดิมมึงเหรอ”
“ชื่อพ่อกู” ไม้ซุงบอกเพื่อนแล้วตวัดค้อนมาทางหญิงสาวหน้าทะเล้น “เรียกให้มันดีๆ”
“ค่ะ พี่ไม้ขีด” เธอหัวเราะอย่างเป็นต่อ
“ไม่ได้ดีขึ้นเลย” ไม้ซุงส่ายหัว
“พี่ไม้ขีดครับ มื้อนี้น้องยักษ์เลี้ยงเองครับ” ยักษ์ได้ทีรีบขยี้ต่อ จับหมับตรงที่ถูกประณามว่าเป็นไม้ขีด “ไม้ขีดจริงๆ ด้วยอะตัวเอง แบบนี้หญิงไม่ฟินนะ”
“ทะลึ่ง” ไม้ซุงด่าเพื่อน
เมื่อรู้ว่าสาวน้อยคนนี้เป็นน้องของเพื่อน...น้องภาษาอะไรของมันก็ไม่รู้ ยักษ์ก็ไม่อยากยุ่ง เขาจึงวกกลับไปที่เป้าหมายแรก “น้องเรียนคณะอะไรคะ”
“มนุษย์ฯ ค่ะ”
“ชื่ออะไรคะ” ยักษ์เริ่มกระบวนการจีบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน
“หนูชื่อบัว คนนี้เป้ย นั่นขนมผิง” บัว หรือบัวบูชา สาวหมวยผมยาวที่ยักษ์ต้องการลงหลักปักหมุดส่วนตัว เอ่ยแนะนำเพื่อนทีละคน
“ชื่อบัวเหรอคะ น่ารักแล้วยังชื่อเพราะอีก”
ระหว่างที่ยักษ์กำลังแจกขนมจีบป้อนคำหวาน กระทิงก็มองน้องสาวเพื่อนไม่วางตา
“พ่อถอดชุดนี้ออกก่อนนะครับ ร้อนมากเลย” ไม้ซุงขออนุญาตถอดชุดมาสคอตใหญ่เทอะทะ จากนั้นจึงรับปลาสเตอร์มาจากลูกสาวไม้ซุงค่อยๆ แกะปลาสเตอร์อันเก่าออกให้เบามือที่สุด กลัวลูกสาวจะเจ็บแผล แต่พอปลาสเตอร์หลุดออกไปแล้วเขาก็ไม่เห็นแผลเลยสักนิด เขาพลิกนิ้วเล็กๆ ดูแล้วดูอีก ดูยังไงก็ไม่มีแผล“ไม่เห็นมีแผลเลย น้องฝันเป็นอะไรคะ”ตามฝันขมวดคิ้วมุ่น “ยุงกัด”“อ๋อออออ ยุงกัด”“ท่ะ” พยักหน้าน้อยๆ“ยังไม่หายเหรอครับ”“ชีสสสสสส” ตามฝันทำหน้าเจ็บปวดพร้อมกับส่งเสียง“เจ็บแบบนี้ต้องแปะปลาสเตอร์สวยๆ ค่ะ จริงไหมคะ” ไม้ซุงเข้าใจแล้ว ตามฝันอยากแปะปลาสเตอร์สวยๆ เลยหาเหตุนี่เอง แววเจ้าเล่ห์มาแล้วลูกพ่อ“จริงท่ะ”ตามฝันมองจนกระทั่งปลาสเตอร์แผ่นใหม่แนบไปบนนิ้วแล้ว จากนั้นจึงวิ่งกลับไปที่ลิ้นชักอีกครั้ง หยิบปลาสเตอร์หลากสีหลายลายกลับมา“พ่อมีแผลไหม” ตามขวัญจับแขนพ่อมาสำรวจร่องรอย “ขวานแปะให้”“ไม่มีแผลค่ะ แต่พ่อปวดเหมื่อยเนื้อตัวมากเลย ทำยังไงดีน้า” น้ำหนักของหัวโดราเอม่อนและการต้องประคับประคองมันมาทำให้เขาปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด“เหยอ” ขวานทำตาโต เอานิ้วเคาะแก้มป่องๆ เหลือบตามองเพดาน “ยู้แล้ว นวดๆๆ ขวานนวดให้ยายแก้วด้
“งั้นปูกไข่” ตามฝันทำตาโต “ไข่ไม่ใช่ฉัตว์ ไข่เป็นเม็ด”“ฮ่าๆๆๆ” ทวดขำจนน้ำหมากกระจายเต็มพื้น “ไข่ก็ปลูกไม่ได้ เราต้องเลี้ยงไก่ ให้อาหารมัน แล้วไก่ก็จะออกไข่”“เหยอ” ตามฝันทำท่านึกว่าจะปลูกอะไรดีอีกหนอ ถ้าปลูกหมูกับไข่ไม่ได้...ทวดเห็นท่าทางจะไม่จบ จึงรีบขัดจังหวะ“ฝันเอ๊ย”“เอ๊ย” ตามฝันขานรับ“มาช่วยดึงแขนทวดทีซิลูก ทวดลุกไม่ไหว” ทวดยื่นแขนให้เหลน“ท่ะ” พยักหน้าอีกรอบมือหนึ่งยังคงถือฝักบัว อีกมือยื่นไปดึงแขนทวด“อื๊ดดดดดด” ทั้งสองทำเสียงพร้อมกันขณะออกแรงหญิงชรายักแย่ยักยันขึ้นมาจนได้ “ไป แม่เกษตรกรน้อย เข้าบ้านกัน”“กะเถดถะกรน้อย” ตามฝันพูดตามทวด“อือ เกษตรกรก็คือคนที่ปลูกพืชปลูกผัก ฝันเป็นเด็ก ก็เป็นเกษตรกรน้อยไง”ใบหน้าน้อยๆ ปากนิดจมูกหน่อยเงยหน้ารับฟังคำอธิบายของทวด พอเข้าใจรอยยิ้มก็เบ่งบานเต็มหน้า“กะเถดถะกรน้อย ทอสับบอกพี่ถุงนะ ว่าขวานเป็นกะเถดถะกรน้อย” ตามฝันบอกอย่างกระตือรือร้นจากนั้นเด็กน้อยวัยสามขวบก็จูงหญิงชราวัยแปดสิบกว่าเดินไปยังบ้านสองชั้นที่ตั้งอยู่ด้านหน้า แต่ก่อนที่จะเดินเข้าประตูห้องโถงด้านล่าง เสียงบางอย่างพลันเรียกร้องความสนใจให้หันกลับไปมอง“อัง อัง อัง โดะเตะโม
เช้าวันรุ่งขึ้นไม้ซุงเก็บเรื่องลูกสาวเขาไว้เซอร์ไพรส์พ่อแม่ เลือกที่จะเล่าประสบการณ์ที่ญี่ปุ่นให้กวีกับกานดาฟังขณะดื่มกาแฟกินปาท่องโก๋ที่กานดาออกไปซื้อมาจากรถเข็นหน้าปากซอยแต่เช้าก่อน แต่สายโทร.เข้ามาทางไลน์เป็นอาใจ ทำให้เขาต้องพักจากวงสนทนา“สวัสดีครับอาใจ”กานดากับกวีมองอย่างแปลกใจ ไม่เคยเห็นลูกชายคุยโทรศัพท์กับบ้านนั้นนอกจากขนมผิงคนเดียว“มีคนคิดถึงซุง อยากวิดีโอคอล”หัวเล็กๆ แทรกเข้ามาในกล้อง โทรศัพท์ถูกจับวางกับที่ตั้งบนโต๊ะ ปล่อยให้เด็กน้อยอยู่ในกล้องคนเดียว ไม้ซุงกวักมือเรียกพ่อกับแม่ให้มาดู“พี่ถุง”“น้องฝันทำอะไรอยู่คะ” ไม้ซุงถามลูกสาว กวีกับกานดานิ่งมองอย่างพินิจพิจารณาแล้วมือของกานดาก็เย็นเฉียบ เช่นเดียวกับกวี ไม่ต้องมีใครพูดออกมาก็รู้ว่ามีความเห็นเดียวกัน ใบหน้าเรียวเล็กตากลมโตคิ้วเข้มปากอิ่ม ดูจิ้มลิ้มน่ารักไปหมด เป็นส่วนผสมของขนมผิงกับไม้ซุงไม่ผิดเพี้ยน“ขวานยำไท้เก๊กกับยาย พี่ถุงดูขวานนะ”ตามฝันถอยไปสามสี่ก้าว ค่อยๆ เหยียดขายืดแขนปล่อยพลังลมปราณจนก้นปูดพุงป่อง แกดูมีสมาธิในการทำ เขามองเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ไม้ซุงไม่เห็นผู้อาวุโสคนอื่นอยู่ในกล้อง แต่รู้ว่าตามฝันทำท่าตามค
“โธ่ลูกเอ๊ย ซุงต้องรอให้น้องฝันคุ้นกว่านี้ก่อนนะลูก น้องฝันอยู่กับคนแก่ๆ มาตลอด เวลาไปที่อื่นถ้ามีแม่อยู่ด้วยแกไม่กลัวอะไร ผิงเขาสอนไว้ไม่ให้คนแปลกหน้าหอมไม่ให้จูบ แกก็เลยไม่ไว้ใจใครเท่าไร”“ผมต้องทำยังไงล่ะครับ เมื่อไรผมถึงจะได้หอมได้จูบลูก”“ซุงว่างก็มาเล่นกับน้องฝันบ่อยๆ เดี๋ยวแกก็คุ้น พอคุ้นแล้วก็จะติดแจเลยละ” ป้าแก้วชี้แนวทาง“ครับ”“เย็นนี้อยู่กินข้าวด้วยกันนะ จะได้ทำความคุ้นเคยกับลูก”พอลืมความกลัว ตามฝันก็หันมาชวนไม้ซุงคุย จูงไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ทั้งวัน ตามฝันถูกเลี้ยงดูมาอย่างเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่าย เพราะอยู่กับคนแก่ ตกบ่ายแค่เอาเสื่อมาปูที่โถงกลางบ้านชั้นล่างกับหมอนใบเล็กหนึ่งใบ มีตุ๊กตาพ่อม่อนให้กอด แกก็นอนหลับปุ๋ย“พอกลางวันก็ให้นอนตรงนี้คนเดียว เปิดประตูทิ้งไว้ให้มองเห็นทวดกับยายๆ ที่นั่งคุยกันบ้าง ทำขนมบ้างอยู่ข้างนอก” ทวดหยุดมือจากการตบก้นเหลน“เลี้ยงง่ายดีนะครับ”“รู้อยู่รู้นอน รู้ว่าแม่ต้องทำงาน แล้วนี่ผิงรู้ไหมว่าพ่อซุงมาหาลูก”“ผมยังไม่บอกครับ ตั้งใจให้เขามาเห็นด้วยตัวเอง ผมเจอเขาที่งานมอเตอร์โชว์ แต่ผมต้องไปต่ออีกสามประเทศ พอจบแล้วผมก็รีบกลับมาเลย ตั้งใจจะลางานสั