บริเวณด้านหลังบ้านธารใจทุกคนกำลังช่วยกันยกก้อนหินและกระสอบทรายอย่างขะมักเขม้น เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยดังเคล้าไปกับเสียงน้ำไหล
พริริมาเห็นจอมขวัญก้ม ๆ เงย ๆ จัดเรียงก้อานหินอยู่ริมตลิ่งที่ค่อนข้างชัน และลื่น ขณะที่ตรีวิทย์กำลังง่วนอยู่กับการผูกเชือกอยู่ห่างออกไปอีกฟากหนึ่ง ความคิดชั่ววูบแล่นเข้ามาในหัวของเด็กสาวทันที
‘อยากมาอ่อยพี่ตรีเองนะ แบบนี้ต้องสั่งสอน’
เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะแกล้งทำเป็นเดินสะดุดแล้วเซเข้าไปหาจอมขวัญอย่างจงใจ แรงปะทะทำให้ร่างผอมบางของจอมขวัญเสียหลักตกลงไปในลำธารเสียงดัง ‘ตูม’
“ว้าย!”
“เฮ้ย!”
เสียงร้องดังลั่น ทุกคนหยุดชะงักแล้วหันไปมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยอาการตกตะลึง
“ชะ ช่วยด้วยยย”
ตรีวิทย์หันขวับทันทีที่ได้ยินเสียงร้องของจอมขวัญ ภาพที่เขาเห็นคือร่างของหญิงสาวที่เขารักกำลังตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ ขณะที่พริริมายืนตัวแข็งทื่ออยูริมตลิ่งด้วยสีหน้าซีดเผือด
แม้จะไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ชัดเจน แต่ตรีวิทย์รับรู้ได้ด้วยความรู้สึกของตัวเองว่ามันไม่ใช่อุบัติเหตุ
ความโกรธที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พลุ่งพล่านขึ้นมาจนหน้ามืด เขาไม่พูดอะไรสักคำ แต่กลับเลือกที่จะกระโจนลงไปในลำธาร แล้วไปคว้าเอาร่างบอบบางของจอมขวัญมาอุ้มเอาไว้
“แค่ก ๆ”
“ขวัญไม่เป็นไรใช่ไหม”
“มะ... ไม่ แค่เผลอกลืนน้ำเข้าไปหลายอึก”
ตรีวิทย์แสดงสีหน้าเป็นห่วงจอมขวัญแทบขาดใจ มือหนาลูบไล้ทั่วใบหน้า ก่อนจะช้อนร่างนั้นอุ้มในท่าเจ้าสาว แล้วเดินกลับขึ้นฝั่งไปต่อหน้าต่อตาทุกคน ...และต่อหน้าของพริริมา
ใบหน้าเรียบนิ่งไม่แม้แต่จะหันมามองเธอแม้แต่น้อย ขณะที่เขาเดินผ่านเธอไป พริริมาเห็นจอมขวัญที่ซบหน้าอยู่กับอกของเขา มุมปากนั้นยกขึ้นเล็กน้อย... มันคือรอยยิ้มเยากของ... ผู้ชนะ
ร่างอวบของพริริมายืนนิ่งราวกับถูกสาป พี่จอมขวัญไม่ได้ใสซื่ออย่างที่คิดเหรอ ดวงตากลมมองตามแผ่นหลังกว้างของผู้ชายที่เธอหมายปอง กำลังอุ้มหญิงอื่นเดินจากไปอย่างไม่ไยดีเธอเลยสักนิด
หลังจากตั้งสติได้ เธอก็รีบตามไปยังเต็นท์พยาบาลชั่วคราวทันที แต่ภาพที่เห็นกลับยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้ของเธอ ตรีวิทย์กำลังใช้ผ้าขนหนูค่อยๆ เช็ดผมที่เปียกให้จอมขวัญอย่างอ่อนโยน ขณะที่เพื่อนคนอื่น ๆ กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลแผลถลอกเล็ก ๆ น้อย ๆ
พอตรีวิทย์เงยหน้าขึ้นแล้วเห็นคนตัวป้อมเดินเข้ามา สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดทันที
“แพงทำบ้าอะไรลงไป!” เขาตวาดลั่นเต็นท์ จนทุกคนในนั้นสะดุ้ง
“พะ... แพงเปล่านะคะ แพงแค่สะดุด...” เธอพยายามแก้ตัวเสียงสั่น
“อย่ามาโกหก! พี่รู้จักนิสัยแพงดี” คราวนี้ความผิดหวังฉายชัดในแววตาของเขา
“ทำไมถึงหลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำไมถึงต้องทำร้ายคนอื่นเขาแบบนี้!”
นี่เป็นอีกครั้งที่เขาตะคอกใส่เธอ พริริมาสะอื้นจนตัวโยน
“กลับไปหาคุณลุงพีระซะ... กลับไป ก่อนที่พี่จะโกรธแพงไปมากกว่านี้” เขากดเสียงต่ำ พยายามข่มอารมณ์อย่างถึงที่สุด
“แต่พี่ตรี...” เธอขยับจะพูด แต่ก็ถูกเสียงตวาดที่ดังกว่าเดิมสวนกลับมา
“ออกไป!”
คำ ๆ นั้นตะคอกเสียงดังลงกลางใจ โลกทั้งใบของเธอพังทลายลงในพริบตา พริริมาไม่ได้พูดอะไรอีก เธอหันหลังแล้ววิ่งออกไปจากเต็นท์ทั้งน้ำตา
ชายหนุ่มได้แต่มองตามหลังร่างอวบที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไป แล้วพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะหันไปหาจอมขวัญที่นอนอยู่บนเตียง
“ตรี... ใจเย็นสิ น้องเขายังเด็กนะ อีกอย่างมันน่าจะเป็นอุบัติเหตุ” จอมขวัญพยายามพูดไกล่เกลี่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง
ตรีวิทย์ส่ายหน้าช้า ๆ สายตาของเขายังคงจับจ้องไปยังทิศทางที่ร่างอวบวิ่งหายไป แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะอธิบาย ทั้งโกรธ ทั้งผิดหวัง และลึกลงไปคือความหวาดกลัว
“เรารู้จักนิสัยของน้องแพงดีกว่าใครนะขวัญ” เขาพูดเสียงเรียบ
“ยังไงมันก็ไม่ใช่อุบัติเหตุ และถึงแม้ว่ามันจะเป็น... ก็ควรต้องระวังมากกว่านี้ เพราะก็รู้อยู่ว่าตรงนั้นมันอันตราย”
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น ภาพที่จอมขวัญตะเกียกตะกายในน้ำยังคงติดตา ก่อนจะเอ่ยพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ถ้าเมื่อกี้ขวัญไม่ได้แค่สำลักน้ำ แต่เกิดหัวไปฟาดกับโขดหินใต้น้ำนั่นล่ะ... เราไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมเต็นท์พยาบาลชั่วคราว ทุกคนต่างเข้าใจในความโกรธของตรีวิทย์ดี
“เราแค่อยากน้องแพงคิดถึงคนอื่นให้มากกว่านี้” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง “...อยากให้เขาคิดถึงผลของการกระทำที่จะตามมา ไม่ใช่คิดถึงแต่ความรู้สึกของตัวเองแค่ฝ่ายเดียว”
ร่างสูงหันกลับไปหาคนที่นอนอยู่เตียง บีบมือเธอเบา ๆ
“ขวัญนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวเรามา”
พูดจบ เขาก็ลุกเดินออกจากเต็นท์ไปทันที ทุกคนน่าจะรู้ว่าตรีวิทย์จะไปที่ไหน แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเด็กสาวคนนั้น คุณหนูที่เอาแต่ใจตัวเอง จนนิสัยเสีย
ส่วนทางด้านพริริมาเมื่อเดินมาถึงเรือนรับรอง เขาเห็นพอยืนอยู่ก็รีบวิ่งโผเข้าไปกอดท่านไว้แน่น ราวกับกำลังหาที่พึ่ง
“พ่อขา... พาแพงกลับบ้านหน่อย... ฮือ ๆ พาแพงกลับบ้านเดี๋ยวนี้” เด็กสาวร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน ไม่ยอมพูดอะไรนอกจากประโยคขอร้องซ้ำ ๆ
พีระตกใจกับท่าทีของลูกสาว เขาลูบศีรษะเธออย่างปลอบโยน
“เกิดอะไรขึ้น! ใครทำอะไรลูก บอกพ่อมา”
พริริมาได้แต่ส่ายหน้าและร้องไห้หนักกว่าเดิม ทว่ายังไม่ทันที่พีระจะได้คาดคั้นอะไรต่อ ตรีวิทย์ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขาเสียก่อน สีหน้าเรียบเฉยและเย็นชาของเขาทำให้พีระรู้สึกได้ทันทีว่ามันต้องมีเรื่องอะไรที่รุนแรงเกิดขึ้นแน่ ๆ
“ตรี... เกิดอะไรขึ้น ทำไมน้องเป็นแบบนี้”
ตรีวิทย์มองเลยไปยังร่างที่สั่นเท่าในอ้อมกอดของพีระ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“น้องแพง... แกล้งผลักเพื่อนผมตกลำธารครับ”
สิ้นคำพูดนั้น พีระถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาดันตัวลูกสาวออกจากอ้อมกอดแล้วจ้องหน้าเธอเขม็ง
“พริริมา! ที่พี่เขาพูดมันเรื่องจริงเหรอ!”
การที่ผู้เป็นพ่อเรียกชื่อจริงเต็มยศของเธอ ทำให้พริริมารู้ว่าท่านกำลังโกรธจัด จริง ๆ แล้วเธอกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ได้แต่พยักหน้ายอมรับทั้งน้ำตา
ความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าที่มีรอยตีนกาขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวในการเลี้ยงลูก
“ลูกรู้ไหมว่าสิ่งที่ทำลงไปมันอันตรายถึงชีวิต!” ท่านดุเสียงดังลั่น จนคนที่อยู่ด้านนอกชะโงกหัวเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
“นี่เราเห็นชีวิตคนอื่นเป็นของเล่น เพื่อสนองความรู้สึกแล้วก็นิสัยเอาแต่ใจของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร! พ่อไม่เคยสอนให้แพงเป็นคนแบบนี้...”
พีระหันไปหาแม่ครูช่อแก้วที่เดินเข้ามาพอดี
“แม่ครูครับ ผมขอยืมไม้หวายสักอันได้ไหมครับ”
คำขอนั้นทำให้ทุกคนนิ่งอึ้ง โดยเฉพาะพริริมา เธอไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตนี้จะได้ยินคำพูดนั้นจากพ่อของเธอ ผู้ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะดุเธอแรง ๆ
สักครั้ง
พีระรับไม้เรียวอันเล็กมาจากแม่ครู มือของท่านสั่นเทาเล็กน้อย แต่แววตานั้นยังคงแน่วแน่
“พริริมา... มายืนกอดอกตรงนี้”
น้ำตาของเด็กสาวไหลพราก เธอส่ายหน้าอย่างไม่ยอมรับ แต่เมื่อเห็นสายตาจริงจังของผู้เป็นพ่อ เธอก็จำใจต้องเดินไปยืนตรงหน้าท่านอย่างเลี่ยงไม่ได้
ร่างอวบสั่นสะท้านด้วยความกลัวบวกกับความเสียใจ ดวงตากลมโตหันไปมองหน้าตรีวิทย์อีกครั้ง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและคำขอร้อง... ขอร้องให้เขาช่วยเธอ
ตรีวิทย์เองก็รู้สึกเจ็บแปลบอยู่ในอกไม่ต่างกัน การได้เห็นภาพนี้มันก็เจ็บปวดอยู่บ้าง แต่เขารู้ดีว่าถ้าไม่ทำโทษเธออย่างจริงจังสักครั้ง พริริมาก็จะไม่มีวันเรียนรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เขาจึงทำได้เพียงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
เพี้ยะ!
“โอ้ย! พ่อ... แพงเจ็บ”
เสียงไม้เรียวกระทบลงบั้นท้าย เด็กสาวสะดุ้งสุดตัว ร้องไห้ออกมาเสียงดัง พร้อมกับยกมือขึ้นประนมที่อก
“พี่ตรีแพงขอโทษ พ่อขา... หนูเจ็บ พอแล้ว แพงจะไม่ทำอีกแล้ว”
พีระรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่ก็ต้องกลั้นใจตีลูกสาวไปทั้งหมด
สามครั้ง ก่อนจะโยนไม้ในมือทิ้ง ท่านเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน
“ไปรอพ่อที่รถ... เราจะกลับบ้านกันเดี๋ยวนี้” เขาสั่งเสียงเรียบ
พริริมาสะอื้นจนตัวโยน หันกลังเดินโซซัดโซเซไปยังประตู ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านร่างสูงของตรีวิทย์ไปนั่นเอง เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา และเฉียบขาด
“แพง...”
ฝีเท้าหยุดชะงักลง หันกลับไปมองเขาด้วยดวงตาที่บวมช้ำ
“ต่อไปนี้... อย่าไปหาพี่ที่คณะอีก!”
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนบาดแผล มันเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกตีเมื่อครู่เสียอีก เหมือนกับว่าพี่ตรีกำลังจะตัดขาดเธอเพราะผู้หญิงคนนั้น....