Mag-log inหล่อนพยายามจะพาตัวออกห่าง ทว่ายิ่งห่าง ยิ่งใกล้ ยิ่งไม่ต้องการ ยิ่งเร่งเร้าให้ความสัมพันธ์ดำเนินต่อไปจนกระทั่งกู่ไม่กลับ เมื่อพี่สาวแต่งงาน...ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับพี่เขยล่ะ จะต้องเป็นอย่างไรต่อไป?!
view moreเมื่อรู้ว่า หนุ่มหน้าตาหล่อเหลาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ทำเอาหญิงสาวอย่างวาดวลี รู้สึกเหมือนกับว่าความสงบสุขที่เคยมีภายในบ้านนั้นได้ปิดฉากลงแล้วอย่างสิ้นเชิง
ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนกับวลีวาด ผู้เป็นพี่สาวนั้น รู้กันว่า ตัวแทบไม่เคยห่างจากกัน
หน้าตาของวลีวาดกับวาดวลีนั้น แทบจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร
วาดวลีอายุอ่อนกว่าวลีวาดเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
อุปนิสัยใจคอระหว่างวาดวลีกับวลีวาดนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พี่สาวของหล่อนค่อนข้างเป็นผู้หญิงขี้แย เจ้าน้ำตา เจ้าแม่ดราม่าคนหนึ่งเลยละ
ขณะที่วาดวลีนั้นค่อนข้างห้าว ดูเหมือนว่าหล่อนเองนี่แหละที่คอยปกป้องพี่สาวมาตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนโรงเรียนประจำ
พ่อกับแม่ของหล่อนต้องการให้สองแฝดพี่น้องเรียนรู้ด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก ๆ เพราะฉะนั้นโรงเรียนประจำจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สองสาวแทบไม่ได้แยกออกจากกันจนกระทั่งเรียนเกือบจบปริญญาตรี ปัญหาบางอย่างก็เริ่มเข้ามาในชีวิต
วลีวาดเริ่มที่จะมีชายหนุ่มเข้ามาในชีวิต ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติธรรมดาของหญิงสาวนั่นแหละ
คนที่มีปัญหาไม่ใช่วลีวาด แต่เป็นวาดวลี
“ทำไมถึงได้อยากมีแฟนนักล่ะคะ มันยังไม่ถึงเวลา”
วาดวลีตำหนิพี่สาว
วลีวาดก้มหน้างุด เจ้าน้ำตา ดราม่า จนวาดวลีเองนั่นแหละที่ต้องยอมปล่อยเลยตามเลย พยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าใคร ๆ เขาก็มีกัน
“มีอะไรป้องกันด้วยละกัน”
วาดวลีเตือนพี่สาว ทำราวกับว่าตัวเองนั้นช่ำชองกับเรื่องพวกนี้เสียเหลือเกิน ทั้ง ๆ ที่ เมื่อหลุดปากออกไปแล้ว ใบหน้าของหล่อนถึงกับร้อนผ่าว แดงเข้มขึ้นมาในบัดดล
วาดวลีได้เห็นแฟนของพี่สาวของหล่อนครั้งแรก
หล่อนตาค้าง จังงัง ชายหนุ่มร่างสูงชนิดที่ต้องแหงนใบหน้ามอง เขาแต่งกายดี ดูสุภาพ ใบหน้ารูปไข่ มีหนวดเคราผุดขึ้นมาเขียวครึ้ม
หล่อไปทุกองศา!
อีกอย่าง วาดวลีคงลืมไปแล้วว่า แท้จริงแล้วหล่อนมีความเป็นผู้หญิงเหลือเฟือ และไม่ได้แตกต่างอะไรกับพี่สาวเลย
แต่วลีวาดอาจจะอ่อนหวาน ส่วนหล่อนน่ะค่อนข้างแข็งกระด้าง
รูปร่างหน้าตาของพี่สาวเมื่อเจ้าตัวค่อนข้างดูแลเอาใจใส่ ชายหนุ่มที่ไหนเห็นต้องเหลียวมอง และเมื่อมาคบหากับแฟนหนุ่มสุดหล่อ
มันเป็นภาพที่สะดุดตา
หนุ่มหล่อกับสาวสวย!
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างวลีวาดกับแฟนหนุ่มที่ชื่อ แทน จะดำเนินต่อไป โดยทั้งคู่เริ่มเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พาเข้าบ้านเพื่อทำความรู้จักกับพ่อแม่
แทนค่อนข้างรู้จักเอาใจผู้ใหญ่เก่ง ขนาดว่าพ่อที่ค่อนข้างจะหัวโบราณยังชอบเขา ส่วนแม่ได้แค่เตือนเรื่องความสัมพันธ์ว่า ต้องระวังตัว เพราะอย่างน้อยที่สุด ผู้หญิงมีแต่จะเสียเปรียบอยู่ดีนั่นเอง
วาดวลีเพิ่งรู้ตัวเองว่า แท้จริงแล้ว หล่อนไม่สู้เข้าใจตัวเองว่า ทำไมต้องแสดงออกซึ่งความไม่ชอบขี้หน้าแทน
ทั้ง ๆ ที่ วันใดไม่ได้เห็นแทนมาส่งพี่สาว หล่อนเองนั่นแหละที่รู้สึกเหมือนกับว่าอะไรบางอย่างขาดหายไป
ไม่น่าเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว และความสัมพันธ์ระหว่างวลีวาดกับแทนก็เป็นไปอย่างหวานชื่น จนเรียกได้ว่าเป็นคู่ที่หลายคนนึกอิจฉา จนกระทั่งวลีวาดเรียนจบปริญญาตรีตามที่พ่อแม่ต้องการ มีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว
คนที่นึกอิจฉาในจำนวนนั้นก็คือ วาดวลี นั่นเอง
“อย่าค่ะแทน”
น้ำเสียงห้ามปรามแหบพร่านั้นแว่วดังมาจากภายในห้องนอน มันเป็นห้องนอนของสองสาว วลีวาด และวาดวลี
วลีวาดกลับมาถึงห้องก่อน ขณะที่วาดวลี เพิ่งกลับมาถึง
พี่สาวคงชะล่าใจคิดว่า น้องสาวจะยังไม่กลับมาถึงห้องง่าย ๆ ถึงได้นัดหมายชายหนุ่มให้มาพบกัน
อันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร สำหรับคนรักหนุ่มสาว
แทนรอจนกระทั่งวลีวาดเรียนจบตามสัญญา หลังจากนั้นจึงนำผู้ใหญ่เข้ามาสู่ขอวลีวาด กลายเป็นคู่หมั้นที่ถูกต้องตามประเพณี ส่วนงานแต่งจะมีขึ้นตอนต้นปี
เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ จึงได้เห็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อนข้างถึงเนื้อถึงตัวกันมากกว่าเดิม มันทำให้ใคร ๆ ที่มีโอกาสได้เห็น อดวูบไหวไปด้วยด้วยไม่ได้
และหนึ่งในจำนวนนั้นก็น่าจะเป็น วาดวลี
วาดวลี เรียนจบพร้อมกับพี่สาวนั่นแหละ หนำซ้ำยังสมัครงานได้งานทำในบริษัทที่ค่อนข้างดีมีชื่อเสียง
วลีวาดยังอยู่ระหว่างหางานทำ
ความก้าวหน้าในเรื่องการเรียนและการงานของวาดวลีต้องเรียกว่าเกินหน้าเกินตาพี่สาวแฝดอยู่ไม่น้อย
นั่นเป็นเพราะบุคลิกที่ค่อนข้างแอกทีปจริงจังของหล่อนนั่นเอง
คนแบบนี้แหละที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพและการงาน แต่มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มีก็คือ หนุ่มข้างกาย
วาดวลีไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่มากนัก เมื่อหล่อนเปลี่ยนจากชุดนักศึกษาเป็นชุดสาวทำงาน หล่อนดูดีทีเดียวละ
หล่อนไม่ได้มีบุคลิกของการเป็นสาวทอมบอยแต่อย่างใด เป็นผู้หญิงที่คล่องตัว ปราดเปรียว พูดจาฉะฉาน เป็นหญิงสาวที่กล้าบุกกล้าลุย
ที่ค่อนข้างกระด้างมีเพียงหัวใจเท่านั้น
ยังไม่มีให้ใครอื่น เหมือนยังไม่พร้อมจะเปิดใจ
ภายในห้องนอนของสองสาว ที่บัดนี้กลายเป็นวิมานสีชมพูของคู่รักไปเสียแล้ว ฉากรักได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...
วลีวาดไม่สามารถต้านทานการรุกเร้าของแทนเอาไว้ได้
กลีบปากคู่งามก็ถูกชายหนุ่มประกบ เต้านมถูกมือของเขาบีบ แล้วล้วงเข้าไปสัมผัสกับเนื้อแท้ ๆ นุ่ม ๆ
ยกทรงถูกยกเลิกขึ้นมากองเหนือเต้า
ใบหน้าพริ้มเพราของวลีวาดร้อนผ่าว เขินสุด ๆ กับสายตาของแทนที่ขยับออกห่างนิดหนึ่งแล้วมองความงดงามแห่งความเป็นหญิงสาวของหล่อนเต็มสองตา
“ดูอะไรอ่ะ”
“นมสวยเหลือเกินครับ”
“ดูพูดเข้า เขินนะคะ”
ผู้หญิง ถ้าหากไม่รักแล้ว ไหนเลยจะกล้าหาญสะกดกลั้นอาการเขินอายเอาไว้ ปล่อยให้เขาโลมเลียด้วยสายตา ด้วยมือ และด้วยปาก
เม็ดนมสีแดงอมชมพูถูกแทนแลบลิ้นออกมาฉกเลีย มันแข็งชูชันแทบจะทันตา
จากเลีย กลายเป็นริมฝีปากที่ครอบดูดลงไป ท่าทางของแทนดูหิวกระหาย ทว่ายังดีที่เขาสามารถระงับยับยั้งอารมณ์เอาไว้ได้บ้าง ไม่รุกเร้าจนทำให้วลีวาดตื่นตระหนกเกินไป
หญิงสาวหลับตาพริ้ม เมื่อหัวนมแต่ละข้างถูกชายหนุ่มดูดดื่ม
มือของหล่อนคลึงลงบนศีรษะของชายหนุ่ม เหมือนเวลาที่แม่ ๆ ทั่วไป ให้ลูก ๆ ได้ดื่มนมจากเต้า
“แทนขา”
“อืมมม”
น้องผัวรสเผ็ด 21ถึงข้างในกระท่อมไม้ปีก ระหว่างที่เขาวางร่างของฉันลงไปบนพื้นที่นอน แขนที่เกี่ยวต้นคอของเขาเอาไว้ก็รั้งร่างของเขาให้ล้มทาบทับลงไป แม้ว่าเขาจะระวัง หรือที่จริงไม่ได้ระวัง ตรงนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะกลิ่นกายแปลกใหม่ มันเป็นกลิ่นของเด็กหนุ่มที่ต้องดูแลตัวเองเป็นอย่างดีสำหรับงานบริการ เพราะฉะนั้น มันทำให้เลือดของสาวใหญ่แบบฉันถูกจุดให้ระอุขึ้นมาไม่ได้เสแสร้งนะคะเม็ดบัวถึงกับชูชัน เพียงแค่สัมผัสเฉียดกรายเท่านั้น“ผมขอโทษ” ซันเอ่ยเสียงพร่า แต่แววตาของเขากลับมีประกายแรงกล้าบอกไม่ถูก ฉันใจสั่น ลืมไปว่าฉันก็สบตากับเขาอย่างมีความหมายเหมือนกันพลัน ก็แว่วได้ยินเสียงของธรณินทร์ดังเข้ามา“ฝากดูแลด้วยนะ น้องซัน”ให้ตายเถอะ ส่งสัญญาณกันชัด ๆ แบบนี้ คิดหรือว่าจะรอดมันเกิดขึ้นไวเหลือเกินประตูห้องไม่ได้ล็อกเอาไว้ก็จริง แต่พอเปิดเข้ามาข้างใน มันก็กลายเป็นพื้นที่ลับเฉพาะส่วนตัว ตอนนี้ แม้ฉันจะปล่อยแขนจากการคล้องคอของซันออกแล้ว แต่เขากลับไม่ขยับออกห่าง กลิ่นปากของเขาหอมกรุ่นสะอาดสะอ้านซันแตกต่างจากเด็กหนุ่มชาวไร่ลูกคนงานทั้งสองคนนั้นมาก ก็อย่างว่านั่นแหละ ทำกันคนละอาชีพ ซันเหมือนเตรี
น้องผัวรสเผ็ด 20ฉันใช้มือ ฉันใช้ปากและลิ้นไปด้วยความรู้สึกร่าน มันอารมณ์เดียวกับเมื่อครั้งที่เจอกับธรณินทร์ครั้งแรกเสียงดูดแท่งลำ ประสานกับเสียงของหนุ่มอีกคนที่กำลังดูดเลียอยู่ที่เนินสวาทของฉันแต่คนที่กำลังทรมานทั้งอารมณ์ และทรมานทั้งหัวใจก็น่าจะเป็นธรณินทร์ที่คอยสังเกตการณ์อยู่ปลายเท้านั่นมากกว่าสะโพกของฉันถูกยกขึ้นลอย ปากของหนุ่มอีกคนประกบบดเข้าหาอย่างหนักหน่วง ปากของฉันก็อมแท่งลำที่กำลังสาวเข้าสาวออกความเสียวซ่านที่เกิดขึ้น มันรุนแรงเกินกว่าจะระงับเอาไว้ ฉันหายใจหายคอแทบไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่การสอดใส่ยังไม่ได้เริ่มต้นด้วยซ้ำนี่แหละมั้งที่เรียกว่าความแซ่บความนัวธรณินทร์เล่าให้ฉันฟังในตอนหลังว่า ในคืนนั้น ความรู้สึกของเขาเหมือนกับจะหึงหวงฉันมาก แทบจะเปลี่ยนใจกลางคัน แต่พอเด็กหนุ่มสองคนนั่นจุดอารมณ์ของฉันให้กระเจิดกระเจิงกู่ไม่กลับ เขาก็ปล่อยตามเลย ธรณินทร์นั่งช่วยตัวเอง สาวแท่งลำ โดยไม่ได้เข้ามาร่วมวงด้วยเด็กหนุ่มอีกคน ขยับจากกลางลำตัวขึ้นมาขนาบข้าง ยื่นแท่งลำมาประกบกับอีกคน หลังจากนั้นก็ช่วยประคองศีรษะให้ยกขึ้น ซ้อนหมอนเพื่อไม่ให้ฉันเมื่อยคอหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องบันเทิง แท่งซ้า
น้องผัวรสเผ็ด 19นาน ๆ ครั้ง จะมีโอกาสได้ออกมาจากกระท่อมไม้ปีก ทานอาหารมื้อเช้า อันเป็นมื้อสำคัญที่สุดมื้อหนึ่งแล้วอาหารมื้อเช้าวันนั้นก็ผ่านพ้นไป...ฉันกลับถึงกระท่อมไม้ปีก ด้วยความรู้สึกที่ยังรุ่มร้อนบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ไปพุ่งเป้าที่เรื่องนั้นเพียงเรื่องเดียวหลัง ๆ มานี้ ธรณินทร์ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องลูกเท่าไรนัก แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขายังมีความต้องการจะมีลูกของตัวเองหรือเปล่า“คิดถึงจัง” ตอนเย็น เขาเข้ามาคลอเคลียตอนฉันกำลังนุ่งกระโจมอกเตรียมอาบน้ำ ฟ้าฝนเป็นใจ เริ่มโปรยปราย เขาจึงกลับบ้านแต่หัววัน ไม่ได้อยู่ที่ไร่“ไม่เหนื่อยเหรอคะพ่อ” ฉันถาม เมื่อเห็นเขาซุกซน“ได้หอม ๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยเลย” เขาตอบ แล้วกระซิบบอกฉัน “ขอเลียได้ไหม”“อุ๊ย”ฉันอุทานออกมา เพราะความหื่นกระหายของธรณินทร์ แล้วเวลาเขาพูด ไม่เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น แต่เอาจริงมือไม้ซุกซนไปหมด ผ้าถุงที่นุ่งกระโจมอก พันเอาไว้อย่างหลวม ๆ ก็พร้อมจะหลุดลุ่ย เนื้อผ้าของผ้าขนหนู แม้ว่าจะเป็นผืนเก่า แต่เนื้อผ้านั้นเนียนนุ่ม ธรณินทร์ชอบมากเวลาฉันนุ่งกระโจมอก เขาเหมือนจะมีอารมณ์ได้ทันทีที่มองเห็นแกนกลางกา
น้องผัวรสเผ็ด 18นาน ๆ ครั้ง จะมีโอกาสได้ออกมาจากกระท่อมไม้ปีก ทานอาหารมื้อเช้า อันเป็นมื้อสำคัญที่สุดมื้อหนึ่งแล้วอาหารมื้อเช้าวันนั้นก็ผ่านพ้นไป...ฉันกลับถึงกระท่อมไม้ปีก ด้วยความรู้สึกที่ยังรุ่มร้อนบอกไม่ถูก แต่ก็พยายามเบี่ยงเบนความสนใจ ไม่ไปพุ่งเป้าที่เรื่องนั้นเพียงเรื่องเดียวหลัง ๆ มานี้ ธรณินทร์ไม่ค่อยได้พูดถึงเรื่องลูกเท่าไรนัก แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เขายังมีความต้องการจะมีลูกของตัวเองหรือเปล่า“คิดถึงจัง” ตอนเย็น เขาเข้ามาคลอเคลียตอนฉันกำลังนุ่งกระโจมอกเตรียมอาบน้ำ ฟ้าฝนเป็นใจ เริ่มโปรยปราย เขาจึงกลับบ้านแต่หัววัน ไม่ได้อยู่ที่ไร่“ไม่เหนื่อยเหรอคะพ่อ” ฉันถาม เมื่อเห็นเขาซุกซน“ได้หอม ๆ แบบนี้ไม่เหนื่อยเลย” เขาตอบ แล้วกระซิบบอกฉัน “ขอเลียได้ไหม”“อุ๊ย”ฉันอุทานออกมา เพราะความหื่นกระหายของธรณินทร์ แล้วเวลาเขาพูด ไม่เพียงแค่พูดเล่นเท่านั้น แต่เอาจริงมือไม้ซุกซนไปหมด ผ้าถุงที่นุ่งกระโจมอก พันเอาไว้อย่างหลวม ๆ ก็พร้อมจะหลุดลุ่ย เนื้อผ้าของผ้าขนหนู แม้ว่าจะเป็นผืนเก่า แต่เนื้อผ้านั้นเนียนนุ่ม ธรณินทร์ชอบมากเวลาฉันนุ่งกระโจมอก เขาเหมือนจะมีอารมณ์ได้ทันทีที่มองเห็นแกนกลางกา