تسجيل الدخولความซวยมาเยือน
เขาเริ่มขยับสะโพกสอบทันที เมื่อเธอไม่โต้ตอบอะไรแล้ว เอวสอบขยับจังหวะช้า ๆ เพื่อให้เธอได้ปรับความคุ้นชินก่อน
“เร็วกว่านี้ได้ไหม” เสียงหวานเอ่ยขอขึ้นมาทันที เมื่อเขาเอาแต่หมุนวนอยู่แบบนั้น เพราะความเสียวซ่านของเธอที่เริ่มก่อตัวขึ้นมา
“หึ...คงจะเสียวแล้วสินะ ยัยเด็กร่านพี่จะซอยเธอไม่ยั้งเลย” เขาแค่นยิ้มออกมา เมื่อเธอร้องขอ พร้อมกับสายตาที่มองเธออย่างเจ้าเล่ห์
ตับ ตับ ตับ
และเริ่มขยับเพิ่มจังหวะที่ถี่เร็วขึ้นมาอีกระดับ จนหนักหน่วง เมื่อเห็นว่าเธอไม่มีท่าทีที่จะห้ามเหมือนกับคราแรกแล้ว เขาได้แต่เพิ่มแรงตอกอัดอย่างหนักหน่วงโดยไม่สนว่าเธอจะห้ามเขาแล้ว เพราะประตูสวรรค์กำลังจะเปิดรับเขาอยู่ร่อมร่อในไม่ช้านี้
การมีเซ้กส์ที่ไร้ปลอกป้องกัน มันช่างมีความรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเขามาก เพราะได้สัมผัสอย่างแนบชิด ไม่ต้องกังวลว่าปลอกป้องกันจะแตกทะลุขาด และแรงตอดรัดจากสาวบริสุทธิ์ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน จนทำให้เขารู้สึกดีมากขนาดนี้
“อ๊ะ อ้ายยยย” เธอกระตุกเกร็งผวากอดรัดเขาแน่น ปลดปล่อยน้ำหวานออกมา เมื่อไปถึงจุดหมายก่อนเขา
เมื่อส่งเธอถึงจุดหมายก่อนแล้ว เขารีบตอกอัดอย่างหนักหน่วง ปากร้ายตวัดหยอกล้อกับยอดถันอย่างเมามัน พร้อมกับสะโพกสอบที่ตอกอัดไปด้วย
“อ๊าสสส...” เสียงครางคำรามออกมาดั่งเสือร้าย เมื่อได้ปลดปล่อยลาวาร้อนสู่โพรงนุ่มทุกหยาดหยด ลืมหมดสิ้น คำว่าหลั่งนอกจากเขา ซึ่งมันไม่มีอยู่จริงเลย
“พี่ธีร์ ทำไมใจหนูเต้นแรงจัง หนูจะช็อกตายหรือเปล่า” เธอถามเขาขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจในความรู้สึกอาการใจเต้นแรงของตัวเอง
“หึ เด็กน้อยเอ้ยยย” เขาได้แต่ขำให้กับความคิดที่ยังเหมือนเด็กด้อยประสบการณ์ของเธอที่ไม่รู้อะไรเอาเสียเลย
และเขาก็เริ่มบรรเลงเพลงรักต่อเลยทันที เมื่อทั้งเธอและเขาปรับลมหายใจมาเป็นปกติแล้ว เพราะตอนนี้เธอก็ให้ความร่วมมือ ไม่ปฏิเสธหรือต่อต้านเขาอีก จนเขาที่บอกว่าจะหลั่งนอกให้เธอนั้น แต่เขากลับทำในสิ่งที่ตรงข้าม ปล่อยใส่ตัวเธอทุกครั้ง จนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี และเธอได้หลับคาอกแกร่งของเขา เขาจึงยอมปล่อยให้เธอนอน
“ตื่นมา เรามีเรื่องคุยกันยาวยัยตัวแสบ ฟอดดด”
เขาหอมแก้มเธอไปฟอดใหญ่ แล้วจัดท่าทางให้เธอในท่าที่สบาย จึงดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอดใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน แล้วผล็อยหลับตามกันไป เพราะความเหน็ดเหนื่อย
ช่วงสายของวัน
ธีรเมธลืมตาขึ้นมา แขนแกร่งคว้านหารอบ ๆ ก็ไม่พบร่างของคนเจ้าเนื้อที่นอนกกกอดแล้ว เขาจึงลุกขึ้นมากวาดสายตามองไปยังรอบ ๆ ห้องนอน ที่เขามีความสุขกับหญิงสาวบนที่นอนกว้างของเขาอย่างเร้าร้อน แต่ตอนนี้กลับไร้เธออยู่แล้ว มีเพียงแค่คราบน้ำกามผสมกับหยดเลือดสีจาง ๆ เปรอะเปื้อนเป็นวงกว้างเต็มผ้าปูที่นอนที่เธอทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า
เขาเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ก่อนที่จะออกมาถามคนงานสนิทอย่างนิกรที่กำลังรดน้ำต้นไม่อยู่ที่หน้าบ้านของเขา เพราะไม่รู้ว่าเธอได้หนีเขาออกไปตอนไหน และทำไมเขาถึงหลับสนิทไม่รับรู้อะไรขนาดนี้
เมื่อได้คำตอบจากลูกน้องคนสนิทแล้ว จึงเดินกลับขึ้นมาดูผลงานของตัวเองอีกครั้ง แล้วนั่งลงที่ขอบเตียงนอน พร้อมกับความคิดมากมายที่ตีตื้นเข้ามาพร้อมกัน
เขามีอะไรกับเธอ ซึ่งเป็นสาวบริสุทธิ์ที่ไร้การป้องการ แถมปล่อยในตัวเธอทุกรอบ แล้วแบบนี้เธอจะรู้จักวิธีป้องการหรือเปล่า ช่องทางการติดต่อก็ไม่มี เขานั่งขบคิดอยู่นาน ครั้นกำลังจะเดินออกจากห้องนอนไป แต่สายตาดันไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง จึงก้มลงหยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่า...
“เอมิกา คณารักษ์ เลขประจำตัว... โรงเรียนสตรีมัธยม... ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 เกิด 6 กุมภาพันธ์ 25…” ซึ่งก็คือบัตรประจำหอพักนักเรียนของเธอนั้นเอง
“หึ เก่งนี้ เรียนภาษาเสียด้วย...6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 25XX แต่นี้มันวันที่ 1 กุมภาพันธ์เอง อีกตั้ง 5 วัน...ซวยแล้ว!!!” เมื่อทบทวนไล่คำนวณวันเดือนปีเกิดของเธอให้แน่ชัดอีกครั้ง กลับต้องตกใจเมื่อทราบอายุจริง ๆ ของเธอยัง ซึ่งมันไม่ใช่ตามที่เธอบอกเขาเลย
“ยัยตัวแสบ! กล้าโกหกฉันหรอ? อย่าให้เจอน่ะ ฉันจะจัดการเธอให้หนัก ๆ แน่” เขาขบกรามแน่น เมื่อนึกย้อนกลับไปตอนเค้นถามอายุของเธอก่อนจะเข้าสถานบันเทิง
มิน่าเธอถึงบอกว่า เธอเข้าสถานบันเทิงไม่ได้ เพราะอายุยังไม่ถึงยี่สิบ แต่ไม่นึกว่าเธอจะอายุเท่านี้จริง แถมเขายังกล้าเปิดความบริสุทธิ์ของเธอ เสียชิงให้เด็กสาวจนได้น่ะธีรเมธ
เขาพึ่งจะเย้ยหยันอคิราห์ว่าให้ระวังเรื่องนี้มาหมาด ๆ เมื่อทราบอายุจริงของภรรยาเพื่อนว่ายังไม่ถึงยี่สิบปี แต่เขากลับเป็นคนเสียเชิงเสียเอง แถมยังสดไร้การป้องกันแต่อย่างใด แถมปล่อยในทุกรอบ เกิดผู้ปกครองเธอเอาความขึ้นมา มีหวังประตูห้องขังพร้อมต้อนรับเขาแน่
“ยัยตัวแสบ!!!” เขาได้แต่สบถก้นด่าเธอออกมาอย่างไม่สบอารมณ์อยู่ภายในห้อง
เรื่องนี้จะไม่มีใครรู้เด็ดขาด เขาต้องตามหาเธอด้วยตัวเอง ขืนคนอื่นรู้มีหวังเขาโดนล้อแน่ เกิดมาจนอายุตั้งสามสิบสอง กลับเสียเชิงให้เด็กสาวที่อายุเพียงแค่สิบแปด รู้ถึงไหนมีหวังโดนล้อยันลูกบวชแน่
อีกด้าน
“ซี๊ดดด โคตรแสบเลย” เธอสูดปากฝืนเดินอย่างเจ็บปวด
เอมิกาตื่นขึ้นมาในช่วงเช้า เมื่อเผลอหลับคาอกแกร่งของเขา เธอรีบลุกขึ้นออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าเขาจะตื่นมาเจอเธอในสภาพนี้ ตอนนี้สติของเธอกลับมาเต็มร้อยแล้ว เธอรู้สึกอายไม่กล้าสู้หน้าเขา จึงรีบใส่เสื้อผ้าถึงแม้ร่างกายจะเจ็บระบมไปทั้งตัว
เธอฝืนร่างกายเดินลงมาจากบันได เมื่อเปิดประตูออกมากลับไม่พบใครอยู่บริเวณนั้น นอกเสียจากไร่ชาอันแสนกว้าง เธอไม่รู้จะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไร และเมื่อกำลังจะก้าวเท้าเดินออกมาจากบ้าน กลับได้ยินเสียงคนงานคุยกัน
เธอกวาดสายตามองไปที่โรงจอดรถ เมื่อเจอเข้ากับรถเป้าหมายที่คนงานจะใช้ เธอจึงรีบสาวเท้าปืนขึ้นไปหลบที่ท้ายรถคันนั้นทันที ซึ่งก็คือรถกระบะที่บรรทุกสิ่งของมากมายที่เตรียมเข้าไปส่งในเมือง
เมื่อคิดถึงเรื่องราวของคืนอันเร้าร้อน ใบหน้าจิ้มลิ้มร้อนผาวแดงระเรื่อขึ้นมาราวกับลูกตำลึง บวกกับอากาศข้างนอกที่ร้อนอบอ้าวมากพอสมควร
“แม่หนูเป็นอะไรไหมลูก” เสียงหญิงวัยทองที่เดินกำลังจะเดินขึ้นกลับที่รถพอดี จึงถามเธอขึ้นมาทันที เมื่อสังเกตุเห็นใบหน้าที่ซีดเผือกของเธอ
“หนู...” สติของเธอดับวูบไปทันที ที่เธอจะได้ตอบหญิงวัยทองออกไป
ความหื่นของพ่อแม่ลูกสอง“ก็พี่ธีร์ อื้อออ” เธอหันหน้ากลับมาหาเขา และกำลังจะพูดอะไรออกมาสักอย่าง แต่ก็ต้องถูกกลืนลงไปคืน เมื่อธีรเมธนั้นยื่นหน้ามาประกบจูบปากของเธอทันที โดยไม่สนว่าใครนั่งอยู่และมองเขา“อยากพาขึ้นเตียงตอนนี้จังเลย” เสียงแหบพร่าเอ่ยเบา ๆ ตรงหน้าเธอเมื่อถอนจูบออก“อายเพื่อนพี่บ้างสิค่ะ” เธอค้อนใส่เขาทันที ที่เขาอะไรรแบบนี้กับเอต่อหน้าเพื่อน ๆ ของเขา“ไม่เห็นต้องอายเลย ใครไม่อยากมองก็หลับตาสิ เอมอยากดื่มอะไรเต็มที่เลย วันนี้ถือว่าเป็นวันของเอมน่ะ” เขาประกาศออกมาเสียงดัง พร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสองคน ก่อนที่จะหันมาเอ่ยเสียงนุ่มบอกกับเธออย่างเอาใจ“จะมอมเหล้าให้เอมเมาหรือค่ะ” เธอถามเขาอย่างรู้เชิงกัน“มิบังอาจครับ” เขารีบปฏิเสธทันควัน พร้อมกับส่งสายตามองเธออย่างหวานเชื่อม ราวกับว่าตรงนี้มีเพียงแค่เขาและเธออยู่กันสองคนเสียอย่างนั้น“สวีทกันก็เกรงใจลูกกูบ้างเถอะ เพื่อน ๆ นั่งหัวโด่กันอยู่เต็ม ไม่น่าละที่มึงถึงมีลูกหัวปีท้ายปี หื่นได้ทุกที่ ไม่อายคน” เธียรวัฒน์แทรกขึ้นมาทันที เมื่อธีรเมธทำกับว่าพวกเขาเป็นธาตุอากาศเสียอย่างนั้น พร้อมกับส่ายหน้าให้อย่างเอือมระอา
สามปีต่อมา คุณธีร์รีสอร์ต🏕 สามหนุ่มนัดเลี้ยงสังสรรค์ฉลองในวันเรียนจบของภรรยาทั้งสอง ที่สามารถจบได้ภายในสองปีครึ่งตามที่เจ้าของไร่คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด และตอนนี้ทายาทเจ้าของไร่ส้มของเธียรวัฒน์ก็ได้ลืมตาออกมาดูโลกได้ หกเดือนแล้ว และวันนี้ทุกคนมาฉลองกันที่ คุณธีร์ รีสอร์ต ซึ่งเป็นของขวัญชิ้นมหาศาลจากผู้เป็นปู่มอบให้แก่หลานชายสุดที่รัก ที่กลายเป็นที่รักของทุกคนไปแล้วในตอนนี้ คุณธีร์เด็กชายวัยสามขวบเศษตอนนี้เริ่มพูดเก่ง เข้ากับคนได้ง่าย เพราะความน่ารักช่างพูด ทำให้ทุกคนเอ็นดูกัน “ไม่คิดจะมีอีกคนเหรอไอ้ธีร์” อคิราห์ถามขึ้นมา กลางวงสนทนา ที่ทุกคนนั่งปูเสื่อรวมตัวกันอยู่ที่สวนหน้าบ้านพักของรีสอร์ต ซึ่งจัดไว้สำหรับเด็ก ๆ เล่นกัน ตั้งแต่ธีรเมธกับเอมิกาแต่งงานกัน ทั้งคู่ก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่แทน เพราะธีรเมธทำบ้านน็อกดาวเอาไว้พัก สำหรับครอบครัว สวนที่ไร่ชา ให้เป็นหน้าที่ของนิกรเป็นผู้ดูแลแทน เขาจะเข้าไปดูบ้างเป็นครั้งคราว เพราะตอนนี้เขาได้ขยายพื้นที่ต่อเติมบ้านให้รอบิดาและมารดาที่พึ่งจะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่ “ก็อยากมีนะ แค่คุณเมียไม่อนุมัติทำไงได้วะ คงได้แต่รอวันที่เอมไปเอาเข็มยาคุมออ
รวมพลหนุ่มบ้านไร่สองปีผ่านไปเอมิกาได้กลับเข้าไปในรั้วของมหาวิทยาลัยดั่งใจหมายตามความต้องการของธีรเมธผู้เป็นสามี หลังจากที่เธอคลอดลูกสาวได้สามเดือน และลูกคนเล็กตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบแล้ว ธีรเมธเป็นคนเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง โดยที่เขาเคยบอกกับเธอเอาตั้งแต่แรก และเขาก็ทำได้ดีมากอีกด้วย ทั้งเลี้ยงลูก ทั้งทำงานของตัวเอง และยังเป็นสารถีขับรถรับส่งเธออีกด้วยนาน ๆ บิดาและมารดาของเขาจะบินมาช่วยดูแลลูก เพราะตอนนี้พวกท่านกำลังจัดการธุรกิจ โอนหุ้นและกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกสาวที่อยู่ที่นั่นเป็นคนดูแลต่อ และปีหน้าพวกท่านก็จะย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นี่กันแล้วจันทร์เจ้าขา หรือ เจ้าขา ลูกสาวที่เขาตั้งใจปั้นมาเองกับมือ ตอนนี้กำลังซนตามวัยของเด็กวัยหนึ่งขวบเศษ จนตอนนี้เขาต้องดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอยู่ในช่วงวัยที่กำลังเดิน และทางอคิราห์ก็ได้ให้ภรรยากลับไปเรียนต่อด้วยเช่นกัน กับเอมิกา โดยที่ทั้งคู่เรียนที่เดียวกัน และสาขาเดียวกันอีกด้วยส่วนเธียรวัฒน์และศิริพัชชานั้น จะคอยแวะไปช่วยเลี้ยงลูกของเพื่อนทั้งสอง เพราะทั้งคู่ที่ยังไม่มีทายาทกันสักที แต่ตอนนี้หญิงสาวยอมตามใจสามี ด้วยการเอาวิธีทางกาาแพทย์มาช่วว
ข่าวดีของครอบครัว(เพิ่มตอน)สองเดือนต่อมาณ บ้านภัทราตระกูล กรุงเทพมหานครธีรเมธพาเอมิกาเดินทางมาบ้านเกิดของเขาที่กรุงเทพมหานครเป็นครั้งแรก เพราะตั้งแต่ที่เขาและอยู่กินด้วยกันกับเอมิกามา เธอยังไม่เคยได้มาที่นี่ มาที่บ้านเกิดของเขาเลยสักครั้ง ครั้งนี้เขาจึงยอมสละเวลาและทิ้งงานที่ไร่เอาไว้ก่อน แล้วเป็นคนขับรถพาเอมิกามาด้วยตัวของเอง ซี่งระยะทางที่ไม่ใช่ใกล้ ๆ เลย“จริงเหรอเจ ที่นายบอกว่ายัยเดียร์ท้องแล้ว” ธีรเมธถามย้ำคนเป็นน้องเขยเพื่อความแน่ใจอีกที เมื่อนั่งลงที่โซฟาในห้องโถงรับแขกของบ้านแล้วเจนรินทร์เอ่ยบอกว่าภรรยากำลังตั้งครรภ์“จริงครับพี่ธีร์ ผมก็พึ่งกลับมาจากพาเดียร์หาหมอเนี่ยแหละต้องขอบคุณสถานที่ของพี่ธีร์มาก ๆ เลย ที่ทำให้ผมได้ลูกแฝด” เจนรินทร์เอ่ยบอกด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข“แฝดเลยเหรอ?” ธีรเมธเลิกคิ้วถาม เมื่อน้องเขยคุยโอ้อวดแบบนี้“ครับมาทีเดียวพร้อมกันสองคนเลย แต่ยังไม่ทราบเพศหรอก หมอนัดอีกเดือนทีค่อยซาวด์ดูเพศ” เจนรินทร์ตอบออกมาตามความจริงเท่าที่รู้“บอกพี่หน่อยสิ ว่าลูกแฝดเขาทำกันอีในท่าไหนว่ะ อยากได้เหมือนกัน”“พี่ธีร์ เอมยังอุ้มท้องอยู่แท้ ๆ ยังไม่คลอดเลยนะคะ
งานแต่งที่เรียบง่าย(เพิ่มตอน)สองสัปดาห์ต่อมางานแต่งของธีรเมธและเอมิกาถูกจัดขึ้นมาอย่างเรียบง่ายที่ไร่ชาของธีรเมธเองตามความประสงค์ของเอมิกา เพราะเธอไม่ต้องการจัดงานที่อลังการหรือยิ่งใหญ่นัก ภายในงานมีการเชิญแขกแค่คนสนิทและเพื่อนของธีรเมธกับครอบครัวของเธอมาเท่านั้นงานแต่งถูกจัดขึ้นมาอย่างเร่งรีบเพราะธาราผู้เป็นพ่อของธีรเมธอยากให้เกียรติลูกสะใภ้ ที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สองแล้ว แต่พวกเขาที่เป็นฝ่ายชายกลับยังคงนิ่งเฉยอยู่ตนเลยรีบเตรียมงานโดยด่วนและจัดงานขึ้นมาอย่างกระทันหัน เพราะกลัวว่าท้องของเอมิกาจะโตกว่านี้ แค่นี้คนที่ไม่รู้ตื้นลึกก็เอาไปเล่าให้เธอเสียหายมากพอแล้วพิธีการต่าง ๆ เสร็จสิ้นไปอย่างเรียบง่าย จวบจนถึงพิธีการสุดท้าย เวลาส่งบ่าวสาวเข้าห้องหอก็เป็นอันเสร็จพิธี และห้องหอก็เป็นบ้านของธีรเมธนั้นเอง“เบา ๆ หน่อยนะไอ้คุณธีร์ อย่าลืมว่าเมียกำลังท้องอยู่” เธียรวัฒน์เจ้าของไร่ส้มเอ่ยแซวเพื่อนขึ้นมาทันทีที่ชอบหยอกล้อกันตามประสา ที่รอส่งเพื่อนสนิทเข้าห้องหอในคืนนี้“ขอบคุณไอ้คุณเธียรมาก ๆ เลยน่ะ ที่เป็นห่วงลูกคนที่สองของกู กูก็ขอให้เมียของมึงท้องอีกไว ๆ น่ะ ลูกพวกเราจะได้
น้องสาวเจ้าของไร่(เพิ่มตอน)ช่วงสายของวัน“พี่ธีร์ ตื่นยาง...”“เสียงใครมาเรียกค่ะพี่ธีร์” เอมิกาเอ่ยบอกคนร่างแกร่งที่นอนกอดเธอแน่นไม่ยอมลุุกขึ้นสักที ทั้งที่พากันตื่นนานตั้งนานแล้ว“เดี๋ยวพี่ลงไปดูเอง เอมจะนอนต่อก็ได้นะ” เขาขยับลุกแล้วเอ่ยบอกกับเธอให้นอนต่ออีก เพราะเมื่อคืนเขาทำศึกษาอย่างหนักจนเกือบถึงเช้า“ไม่นอนแล้วค่ะ ตอนนี้ก็สายมากแล้วด้วย เอมจะไปหาเจ้าคุณ” เธอลุกขึ้นนั่งแล้วเอ่ยบอกเขากลับไป เมื่อสายตามองไปที่นาฬิกาก็รู้ว่านี้เป็นเวลาที่สายมากแล้วธีรเมธพยักหน้ารับให้คนเป็นภรรยา ก่อนที่เขาจะก้าวลงจากเตียงแล้วคว้าเอาชุดคลุมมาคลุมาร่างอันเปลือยเปล่าเอาไว้ ก่อนที่จะสาวเท้าเดินลงไปข้างล่างตามที่ได้ยินเสียงคนมาเรียก“พะ...”“เรียกอยู่ได้ ยัยบ๊องเอ้ย...” ธีรเมธเอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อนที่หญิงสาวในห้องโถงจะได้เรียกเขาอีกครั้ง“นี่อย่าบอกน่ะ ว่าพี่ธีร์พึ่งตืน...” หญิงสาวเอ่ยทักท้วงทันทีที่เห็นพี่ชายเธอเดินลงมาด้วยชุดคลุม และทรงผมกระเซอกระเซิง มองด้วยตัวเปล่าก็พอจะรู้ว่าพึ่งตื่นแน่ ธีรดา ศิลาจันทร หรือ เดียร์ น้องสาวที่คลานตามกันมาของธีรเมธ อายุห่างกัน 5 ปี ตอนนี้เธออายุ 27 ปีแล้ว ปัจจุบันเธอ
ความจริงจากปากรุ่งเช้าธีรเมธพาเอมิกามาอาบน้ำที่บ้านของเขาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะต้องไปอธิบายให้คนที่รออยู่บ้านอีกหลังฟัง และคิดถึงลูกชายด้วย...“ง้อกันจนถึงเช้าเลยนะ แต่ก็ดีที่ยังนึกถึงว่าพวกกูรอมึงอยู่” อคิราห์แซวขึ้นมาทันที เมื่อเห็นธีรเมธเดินจับมือเอมิกาเข้ามาภายในบ้านที่มาพวกเรารอกันอยู่แล
ปรับความเข้าใจ“เป็นแค่สำนักงาน ทำไมถึงมีเตียงนอนละคะ” เอมิกาถามออกมาทันที ที่เข้ามาภายในที่เขาบอกว่าเป็นที่ที่เขาไว้ทำงาน แต่กลับมีอีกห้องที่มีเตียงนอนด้วย“พี่ก็ไว้พักช่วงเวลาทำงานยุ่ง ๆ หรือเหนื่อยมาก ๆ เพราะขี้เกียดกลับบ้าน” เขาเอ่ยตอบ พร้อมกับสวมกอดเธอไว้จากทางหลังหลวม ๆ“ไม่ใช่ไว้พาใครเข้ามาน
ความรู้สึกที่เริ่มเปลี่ยนทั้งสองเข้าพักในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง บนดอยสูงที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยภูเขาล้อมรอบ พืชพันธุ์นานาหลากสายพันธุ์หลายชนิด และเมฆหมอกไอหนาวปกคลุมไปทั่ว“สวยไหม ชอบหรือเปล่า” สียงนุ่มเอ่ยถาม เมื่อเดินเข้ามาหาเธอที่ยืนดูวิวรอบนอกอยู่ที่ริมระเบียงข้างนอกห้องพัก พร้อมกับสวมกอดเธอจากทา
เรื่องวุ่น ลุ้นกันทั้งบ้านรุ่งเช้า“มากันแต่เช้าเลยนะครับ คุณพ่อคุณแม่” เสียงทุ้มเอ่ยทักทาย เมื่อเห็นบิดากับมารดานั่งรออยู่ที่บ้านของเขากันแต่เช้า“อย่าบอกน่ะ ว่าแกพึ่งตื่น” รดาหันมาต่อว่าลูกชายทันที ที่เกินเขาเดินงัวเงียวลงมาจากบันไดด้วยท่าที ที่ไม่สู้ดีนัก“ครับ เมื่อคืนดึกไปหน่อย” เสียงเรียบนิ่







