LOGINรถยนต์แล่นไปตามท้องถนนที่เปิดโล่งด้วยความเร็วไม่มากแต่ก็ไม่น้อยด้วยเพราะมือหนึ่งต้องคอยยื่นไปประคองศีรษะทุยเล็กที่สัปหงกตามแรงเหวี่ยงของตัวรถไม่ให้ไถลหล่นจากเบาะ ใจก็นึกหวั่นว่าเจ้าหล่อนจะคอเคล็ดก่อนถึงห้องไหมพลันดวงตาคมกริบก็เบิกกว้าง”เฮ้ย!”มือใหญ่รีบหดกลับมาประคองพวงมาลัยให้ตัวรถเลี้ยวเข้าจอดเทียบข้างฟุตบาทแล้วกระทืบเบรกเต็มแรงเมื่อจู่ ๆ รถจักรยานยนต์กลุ่มหนึ่งเฮโล แล่นออกมาจากซอยมืดโดยไม่สนใจหันมามองเลยว่าทางหลักนั้นมีรถยนต์แล่นมาหรือไม่“ไอ้ห่xเอ้ย!! จะรีบไปหาพ่องมึงเหรอ!! #%*%!@”เสียงสบถดังลั่นก่อนจะตามด้วยคำก่นด่ายาวเหยียด บวกกับแรงกระชากของเข็มขัดนิรภัยปลุกให้คนที่กำลังสะลึมสะลือ สะดุ้งตื่นเต็มตา สร่างเมาในทันที“อึก จะ...เจ็บ”เสียงหวานครางหวิว นิ่วหน้าพลางยกขึ้นลูบคลำหน้าอกที่ถูกกดทับดึงให้กรกันต์ละความสนใจจากกลุ่มเด็กวัยรุ่น เขาลนลานปลดเข็มขัดนิรภัยของทั้งเขาและเด็กสาวก่อนชะโงกหน้าเข้าไปตรวจหาบาดแผลเธอยกใหญ่“เจ็บอะไร เจ็บตรงไหน เธอกระแทกอะไรหรือเปล่า บอกฉันมาสิ!”“อื้ออ ปล่อย”ขวัญข้าวเบี่ยงหน้าหนีคนหน้าดุที่โน้มเข้าตะโกนเสียงดังจนขี้หูเต้นระบำพลางปัดมือที่ยุ่มย่ามตามเ
“ชิ บ่นเป็นพ่องเลยยย ทำมาย ชอบช้านเหรอออ”“เออ! แล้วถ้าบอกว่าชอบ เธอจะยอมกลับกับฉันไหมล่ะ?”คำสารภาพที่มาอย่างกะทันหันทำเอาร่างบางแข็งทื่อ เบิกกว้างตากว้างด้วยความตกใจ ขะ..เขา เขาเนี้ยนะจะมาชอบเธอ? ไม่จริงอะ ไม่น่าใช่ เธอต้องเมาจนหูตาฝ้าฟาง สติเลอะเลือนไปแล้วแน่ ๆแพขนตาหนางอนขยับไหว ใบหน้าแดงซ่านซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่พร่ำดื่มเยี่ยงน้ำเปล่า หรือเพราะความเขินอายสะบัดไปมาเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านทว่าหัวใจเจ้ากรรมกลับยังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง มันวาบหวาม มันหวิวไหวเสียยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินอดีตแฟนหนุ่มกระซิบบอกรักข้าง ๆ ใบหูเสียอีกบ้าเอ้ย! แล้วเธอจะไปรู้สึกรู้สากับถ้อยคำพวกนั้นทำไมกันมือเรียวข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการยกขึ้นลูบคลำหน้าอกตัวเองป้อย ๆ พยายามรวบรวมสติอันน้อยแล้วหรี่ตามองภาพเลือนรางตรงหน้า ปากเล็กอ้าเผยอทำท่าคล้ายจะพูดแต่กลับไม่มีคำใดหลุดลอดออกมาคล้ายว่าสมองมันหยุดประมวลผลไปชั่วขณะมุมปากชายหนุ่มยกยิ้มด้วยความขบขันระคนเอ็นดู กระชับกอดรั้งร่างบางเข้าหามากขึ้น ดวงตาสีนิลลุกวาวยามหลุบมองเนื้อนุ่มที่เสียดสีกับแผงอกกว้าง รู้สึกวาบหวามจนอดร้องคำรามในลำคอไม่ได้ กระ
ใช่ ... ใช่ไหมวะ!?ใจดวงน้อยเต้นแรงไม่เป็นส่ำ รีบก้มลงมองหน้าตักตัวเองทันควัน เนื่องด้วยจุดที่เห็นนั้นค่อนข้างมืดสลัว อีกทั้งสายตาเธอก็พร่าเลือนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์พอสมควร มันก็มีโอกาสที่เธอจะหลอนไปเองใช่แหละ ... มันต้องเป็นแบบนั้นริมฝีปากบางเม้มแน่น สูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้าครู่หนึ่งจึงค่อยกลั้นใจเงยขึ้น เพ่งมองไปยังทิศที่เห็นผู้ต้องสงสัยอีกครั้งแล้ววินาทีต่อมาลมหายใจก็พรูออกมายาว ๆ ความแข็งเกร็งคลายลงหลายส่วนหลังพบว่าจุดนั้นไร้ร่างสูงและใบหน้าคมคายของคนที่นึกหวั่นสงสัยจะคิดมากจนตาฝาดไป ไม่สิ! สงสัยว่าเธอจะเมาแล้วพยักหน้าให้กับข้อสันนิษฐานของตัวเองแล้วขวัญข้าวก็ยิ่งเพิ่มความถี่ในการเทของเหลวสีสวยลงคอ หวังใช้มันดับความว้าวุ่นที่กำลังรบกวนจิตใจ“เฮ้ย ๆ เบาได้เบาค่ะ เดี๋ยวก็ได้คลานกลับบ้านกันพอดี”คนท้วงพยายามรั้งมือที่กำลังยกสูง แต่มีหรือที่ขวัญข้าวจะฟัง เธอเบี่ยงหลบมือไม้ที่ยืดมาไขว่คว้าแล้วกระดกเครื่องดื่มลงคอจนหมดในรวดเดียว เพราะนาทีนี้ให้เมาจนคลานก็ไม่กลัวแล้ว เธอกลัวไม่เมามากกว่าเมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่สนในคำตักเตือน เคทจึงดึงกายกลับมานั่งหลังตรง ทอดมองเพื่อนที่มีปฏิกิ
“พี่ขวัญ”น้ำเสียงกดต่ำมาพร้อมสายตาตำหนิทั้งยังก้าวเข้ามาใกล้ ใช้ประโยชน์จากร่างกายที่สูงใหญ่กว่าช่วยบดบังสายตาขณะที่สองแขนตวัดขึ้นโอบกอดรุ่นพี่สาวไว้หลวม ๆ หากแต่แฝงด้วยความหวงแหนอย่างเต็มเปี่ยม“โอ๊ย ลำใย! ไปออดอ้อนออเซาะกันไกล ๆ ได้ไหมคะ คนที่แฟนยังมาไม่ถึงรู้สึกอิจฉาตาร้อนค่ะ!”คราวนี้เคทเบ้ปากหมั่นไส้อย่างเปิดเผยแล้วโบกไม้โบกมือไล่เป็นการแถม เรียกเสียงหัวเราะให้ดังประสานกันก่อนที่ขวัญข้าวจะเป็นฝ่ายดันกายออกจากอ้อมแขนอบอุ่น“แล้วนี่ดลมากับใคร พวกโอ๊ตเหรอ”“ครับ แต่รอบนี้โต๊ะข้างในเต็ม เลยได้โซนปกติ”ขวัญข้าวพยักหน้า ถึงบ้างอ้อแล้วว่าทำไมเธอถึงไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่ากลุ่มแก้งของอดีตแฟนหนุ่มอยู่แถวนี้ เพราะจริงอยู่ว่าจุดยุทธศาสตร์ที่เลือกใช้นั้นจะดีเยี่ยม แต่ก็มีจุดอับสายตาคือบริเวณสองสามโต๊ะที่ตั้งอยู่ใต้ชั้นลอยเดาว่าพวกเขาคงเลือกนั่งตรงนั้นเพราะนอกจากจะเป็นส่วนตัวแล้วยังใกล้กับทางเข้าห้องน้ำหญิง ทำให้ได้เห็นเหล่าสาว ๆ เดินอวดโฉมผ่านหน้า และหากเจอคนถูกใจก็อาจมีการดีลกันต่อตามประสาวัยคึกคะนอง“งั้นดลลงไปอยู่กับเพื่อนเถอะ ป่านนี้ตามตัวแล้วมั้ง”“งั้น ... ถ้าคลับจะปิดเดี๋ยวดลขึ้นมาหาน
( รายงานที่เธอบอกว่าต้องทำนี่ คือการยืนนัวกับผู้ชายเหรอขวัญข้าว )ดวงตากลมโตพลันเบิกโพลง หลุบตามองหน้าจอที่ยังคงค้างรายชื่อของปลายสายแล้วเลิ่กลั่กหันรีหันขวางด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่มองแล้วมองอีกก็ไม่พบใครอื่น บริเวณทางเดินโล่งมีเพียงเธอและอดีตแฟนหนุ่มยืนอยู่เท่านั้น“มีอะไรหรือเปล่าพี่”เสียงทุ้มดึงให้ขวัญข้าวได้สติ รีบเก็บคืนสายตาแล้วหันกลับมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้เจ้าของสายตาฉงนระคนห่วงใยหวังกลบเกลื่อนอาการผิดปกติที่เผลอแสดงออกอย่างลืมตัว“ปะ...เปล่า เปล่า ไม่มีอะไร”กระนั้นเจ้าก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายก็ยังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับคำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเป็นดอกเห็ดเขาอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?เขาเห็นทุกอย่างหรือเปล่า?แล้วได้ยินสิ่งที่พวกเธอคุยกันมากน้อยแค่ไหน?แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับว่า ... ทำไมน้ำเสียงที่ใช้ถึงต้องประชดประชัน ทำราวกับว่าเธอเป็นผู้หญิงใจแตกที่แอบมาทำอะไรร้ายแรงลับหลังเขาบ้าเอ้ย ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย มีสิทธิ์มาพูดจาให้เธอรู้สึกผิดแบบนี้ได้ยังไง!แววตาวูบไหวหลุบมองหน้าจอที่เพิ่งดับลงหลังอีกฝ่ายกดวางสายไปแล้วเม้มปากแน่น ครุ่นคิดลังเลเธอควรจะกดต่อสายกลับไปคุยให้รู้เรื่อง
“ยกโทษให้ผมนะพี่”“เด็กน้อย ขวัญไม่ได้โกรธอะไรดลนานแล้ว อย่าคิดมากเลย”ขวัญข้าวอมยิ้ม พยักหน้ารับคำขอโทษอย่างว่าง่าย ใจจริงเธอเองก็ไม่ได้นึกถือโทษโกรธเคืองอะไรแล้ว มิหนำซ้ำยังรู้สึกดีใจที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย“ขวัญดีใจนะที่ในที่สุดดลก็เข้าใจ อย่างที่ขวัญพูดอยู่เสมอแหละว่าคนเรามันต้องมีสังคมกันบ้าง ยอมรับนะว่ามีคนเข้าหา แต่ขวัญก็ชัดเจนมากพอว่าขวัญมีดล”และที่สำคัญคือนับจากเปิดเผยสถานะ เธอก็ไม่เคยสานต่อหรือให้ความหวังใครทั้งนั้น ต่อให้เธอจะเป็นสาวปาร์ตี้ มีเพื่อนฝูงมากมาย แต่เธอก็ยึดมั่นและให้เกียรติแฟนของตัวเองเสมอความน่ารักที่ไม่เคยลดลงเรียกรอยยิ้มให้ผุดขึ้นที่มุมปาก หลังจากที่จบกันไปเขาได้ลองคุยกับรุ่นเดียวกันดูบ้างแล้ว แต่ปรากฏว่าพอเกิดปัญหาผิดใจกัน กลับกลายว่าเขาต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษ ทั้งที่บางเรื่องเขาไม่ใช่คนผิดแตกต่างจากรุ่นพี่สาวที่เมื่อเกิดปัญหา เธอจะเปิดโอกาสให้เขาพูดหรืออธิบายในเหตุผลของการกระทำก่อน ความสบายใจที่รุ่นพี่สาวมีให้ทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าที่ผ่านมาเขายังคงคิดถึงเธอไม่คลายนพดลดึงมือเรียวมาเกาะกุม แววตาสบประสานลึกซึ้งสื่อถึงความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่







