LOGINความรักระหว่างเธอแหละเขา ความรักระหว่างนักศึกษากับมาเฟียหนุ่มโหด จะจบลงเอ่ยได้อย่างไร เธอก็ดื้อ เขาก็คลั่ง
View Moreบทที่1 เด็กหลงทาง
คลับบ้านเลขที่ 0 คลับบ้านเลขที่ 0 คือสถานที่ที่ไม่เคยมีใครเดินผ่านแล้วไม่หยุดมองตัวคลับตั้งอยู่บนตึกเก่าย่านใจกลางเมือง แต่ด้านในกลับถูกรีโนเวตใหม่ทั้งหมด กลายเป็นสถานบันเทิงที่หรูหราและลึกลับที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองใหญ่ หน้าประตูไม่มีชื่อร้าน ไม่มีป้ายไฟระยิบระยับ มีเพียงป้ายเล็ก ๆ สีดำด้าน เขียนว่า ‘0’ ด้วยอักษรสีทองเมทัลลิก คนที่ได้เข้ามาที่นี่..ต้อง ‘รู้จัก’ หรือ ‘มีชื่อ’ อยู่ในลิสต์เท่านั้น เมื่อก้าวพ้นประตูกระจกนิรภัยบานใหญ่เข้าไป เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์นุ่มลึกก็โอบล้อมทันที ไม่ดังเกินไป ไม่เบาเกินไป ไฟหลากสีไล่ระดับอย่างมีจังหวะ เสริมกับดีไซน์ภายในที่ใช้โทนดำ เทา และทองเป็นหลัก ให้ความรู้สึกล้ำค่าแต่ชวนระวังตัว พื้นทางเดินเป็นหินแกรนิตเงาวับ เคลือบเงาจนสะท้อนเงาแสงไฟกะพริบ “เพิ่งรู้ว่ามีคลับสวย ๆ แบบนี้อยู่ด้วย” จูน นักศึกษาสาวปีหนึ่ง คณะบริหาร ที่บ้านเปิดร้านอาหาร พ่อแม่เป็นคนดูแลกิจการ เป็นลูกสาวคนเดียว ไม่มีพี่ไม่มีน้อง “กูก็เพิ่งรู้มาจากพี่กูอีกที เห็นมันบอกว่าที่นี่บริการดี” กัส นักศึกษาปีหนึ่ง เรียนคณะบริหาร พ่อแม่เสียไปนานแล้ว อาศัยอยู่กับญาติ เป็นเพื่อนสนิทคนแรกของจูน “คืนนี้ไม่เมาไม่กลับนะครับ” เลย์ นักศึกษาปีหนึ่ง เพื่อนสนิทของจูนอีกคน “จัดไปค่ะ~” “ชน~~” เสียงแก้วกระทบกันดัง กริ๊ง! อย่างคึกคัก ก่อนที่เครื่องดื่มข้างในจะถูกกรอกลงคอในรวดเดียว ของเหลวร้อนวาบไหลผ่านลำคอ ทำเอาหญิงสาวหลับตาแน่นชั่วครู่ หัวใจเต้นแรงขึ้นนิด ๆ ไม่รู้เพราะแอลกอฮอล์หรือเพราะเสียงเพลงกันแน่ “เฮ้ย...แรงเวอร์!” จูนหลุดหัวเราะออกมา พลางเอามือทาบอก พยายามหายใจลึก “เดี๋ยว! ให้หายใจแป๊บ” “ไม่มีแป๊บ กฎคือโดนท้าแล้วต้องกิน!” กัสเอ่ยพูดพร้อมเติมเครื่องดื่มใส่แก้วของจูนในทันที คำว่า ‘โดนท้า’ คือคำสาปที่ทำให้เด็กปีหนึ่งอย่างจูนไม่อาจปฏิเสธ มือเรียวเลยต้องรับแก้วใหม่มาอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ แล้วยกมันขึ้นชนอีกครั้งกับเพื่อนอีกสองคนที่ร่วมโต๊ะ เสียงหัวเราะดังระงมขณะเครื่องดื่มรอบสองถูกส่งลงคอ กลิ่นหอมแรงเริ่มตีขึ้นจมูกมากกว่าเดิม ลิ้นเริ่มชา หน้าเริ่มร้อน และโลกก็ดูจะหมุนเบา ๆ อยู่ในจังหวะที่เธอเริ่มเมาโดยไม่รู้ตัว หลายนาทีผ่านไป เสียงหัวเราะยังคงดังแว่วอยู่รอบตัว แต่สำหรับจูน ทุกอย่างเริ่มพร่าเบลอ เธอกะพริบตาช้า ๆ หัวเอนพิงไหล่ของกัส ก่อนจะผงกหัวขึ้นมาใหม่แล้วบ่นพึมพำเสียงแผ่วเบา “ขอเข้าห้องน้ำแป๊บนะ จะตายแล้ว~” คนตัวเล็กเอ่ยพูดน้ำเสียงอู้อี้ แก้มแดงจัด ดวงตาเยิ้มจนเกือบปิดไม่สนิท “ไปไหวไหม เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน” เลย์เอ่ย “ไหว ๆ แค่นี้สบายมาก” พูดจบ ร่างเล็กก็ยันตัวลุกขึ้นยืน โบกมือน้อย ๆ แล้วหมุนตัวเดินออกจากโต๊ะอย่างมั่นใจ ความมั่นใจเต็มร้อย แต่จะเดินไปถูกทางไหมก็ค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกันนะ “ทางไหน? ไปทางไหนดี? ซ้าย ขวา หรือบน” เธอยืนบ่นพึมพำอยู่ที่ทางแยกของทางเดิน สายตาเบลอมองไม่เห็นป้ายเลยสักนิดเดี๋ยว จนเธอตัดสินใจที่จะเลือกเดินขึ้นไปที่ชั้นบนแทน แต่..ป้ายห้องน้ำมันชี้บอกทางไปทางขวานะ บันไดหินอ่อนที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นบนของคลับ พื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้ใครก็ได้ขึ้นมา ขาเรียวในรองเท้าส้นสูงก้าวขึ้นบันไดทีละขั้น ไฟ LED สีทองซ่อนใต้พื้นบันไดสะท้อนกับขอบกระโปรงนักศึกษาของเธออย่างงดงาม มือหนึ่งแตะราวบันได อีกข้างแตะผนังราวกับแมวน้อยที่เดินเตาะแตะหมดเรี่ยวแรง “เมื่อไหร่จะถึงห้องน้ำ” เสียงบ่นงึมงำพลางย่นจมูก ก่อนจะเดินไปเรื่อย ๆ อย่างไร้จุดหมาย สุดท้ายก็มาหยุดอยู่หน้าประตูไม้โอ๊คสีเข้มบานหนึ่ง ที่มีแผ่นป้ายเล็ก ๆ เขียนว่า VIP1 เธอมองประตูด้วยสายตาเบลอ ๆ ในหัวเธอมีแค่หนึ่งประโยคนี้เท่านั้น..ห้องน้ำอยู่ในนี้แน่ ๆ มือบางเอื้อมไปบิดลูกบิดเบา ๆ โดยไม่รู้เลยว่าเธอกำลังเปิดประตู ห้องของคนที่อันตรายที่สุดในคลับนี้ แกร๊ก! เสียงประตูเปิดออกเบา ๆ กลิ่นเครื่องดื่มวินเทจผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูกทันที ภายในห้องสลัวนวล มีแสงไฟอุ่นจากโคมไฟมุมห้อง กับเสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ตัดกับเสียง EDM ชั้นล่างอย่างสิ้นเชิง และเขา..ก็นั่งอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทดำเรียบหรู นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ทรงใหญ่ ในมือมีแก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีทองครึ่งแก้ว เขากำลังนั่งนิ่ง มองตรงมาที่ประตูด้วยสายตาคมกริบ “ใครอนุญาตให้เด็กเดินเข้ามาในนี้?” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แฝงความหงุดหงิดกับความไม่พอใจอยู่ แต่เธอไม่ได้ตอบอะไรเลย เธอแค่กะพริบตาช้า ๆ มองเขาเหมือนเจออะไรนุ่มนวลสบายใจ แล้ว..เดินตรงเข้าไปหาเขา ชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่นในขณะที่เด็กสาวในชุดนักศึกษาเดินเซ ๆ เข้ามาใกล้ กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ผสมกับน้ำหอมกลิ่นแป้งเด็กลอยมากระทบปลายจมูก เธอดูเหมือนกำลังจะล้ม แต่ยังทรงตัวไว้ได้อย่างหวุดหวิด แล้วเสียงหวานก็หลุดออกมาจากริมฝีปากสีชมพูอ่อน “พี่คะ..ห้องน้ำอยู่ไหนเหรอ? หนูหาไม่เจอเลย” เธอเอ่ยถามเสียงอ้อน แววตาฉ่ำเยิ้มเหมือนลูกแมวเมาเหล้า “ซ้ายมือ เดินเข้าไป” เขาเอ่ยตอบเธอน้ำเสียงเรียบ สมองเขาควรจะสั่งให้เรียกบอดี้การ์ด แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงยอมให้เธอได้อยู่ต่อ แถมยังยอมให้เธอเข้าห้องน้ำในห้องนี้อีกด้วย “ขอบคุณค่ะพี่” เธอยิ้มหวาน หัวโน้มต่ำเล็กน้อยเหมือนเด็กมีมารยาท ก่อนจะเดินเซเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในถ้ำเสือ ดูเหมือนว่าจะเป็นเสือตัวใหญ่อีกด้วยบทที่39 ใช้ชีวิตร่วมกันหลังจากที่เรื่องของบลูจบลงแล้ว คิงก็ตรงมาที่มหาลัยทันที เพราะตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้วเสียงรถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะ สายตาของนักศึกษาหลายคนจับจ้องมาที่รถทันที เพราะเห็นทุก ๆ วันจนจำได้แล้วว่าคนขับคือใคร แล้วมารับใคร“พี่คิงมาอีกแล้ว...”“แฟนพี่คิงนี่ดวงดีชะมัดเลยว่ะ”“แหม ก็เขารักกันนี่นา”เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระลอก ๆ ก่อนที่เจ้าของรถจะเปิดประตูลงมาอย่างสง่างาม ใบหน้าคมเรียบนิ่ง แต่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากกลับทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นขึ้นในทันทีคิงพิงรถ รอเพียงครู่เดียว ร่างเล็กในชุดนักศึกษาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าใบโต ใบหน้าเธอยังมีเหงื่อบาง ๆ จากการพรีเซนต์งานเมื่อบ่าย แต่พอเห็นเขา เธอก็ยิ้มกว้างทันที“พี่คิง~” เสียงเรียกสดใสทำให้เขาอดยิ้มตามไม่ได้“เหนื่อยไหมครับวันนี้”“เหนื่อยมากเลยค่ะ พรีเซนต์ตั้งแต่เที่ยงยันบ่าย”“แล้วเป็นยังไงบ้าง”“ผ่านฉลุยค่ะ” จูนยิ้มจนตาหยี “แต่เหนื่อยจนอยากกลับไปนอนแล้วเนี่ย”“ไม่ได้สิ วันนี้พี่จะพาไปกินข้าว”“แต่หนู...”“ไม่มีแต่” เขาพูดแทรกเสียงเรียบ แววตาอบอุ่น “วันนี้พี่มีอะไรจะบอก”จูนชะงักไปเล็กน้อย มองหน้า
บทที่38 วันแห่งรอยยิ้มหลังจากที่คิงเคลียร์เสร็จแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่จะยืดเส้นยืดสาย แล้วหยิบกุญแจรถบนโต๊ะขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปมองที่บลูที่มันกำลังก้มหน้าก้มตาเล่นมือถืออยู่บนโซฟา“ไปได้ยัง” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบ ๆ“ไปดิ รอนานจนรากงอกอยู่แล้ว” บลูลุกขึ้นทันทีทั้งคู่เดินออกจากคลับแล้วขึ้นรถสปอร์ตคันเดิม เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของคิง ขณะขับรถออกไปยังห้างดังใจกลางเมืองห้างสรรพสินค้าชื่อดังเสียงเพลงเบา ๆ ลอยคลอไปทั่วบริเวณภายในห้างดัง ชั้นสองของห้างเป็นโซนร้านดอกไม้หรูที่จัดแต่งไว้อย่างสวยงาม กลิ่นหอมของดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ และดอกไฮเดรนเยียอบอวลอยู่ทั่วพื้นที่“โห... ร้านนี้แม่งอย่างหรูอะ ดอกไม้แต่ละช่อเหมือนจะซื้อได้แค่เศรษฐี” บลูพูดพลางยักไหล่ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนตรงแถวช่อดอกไม้คิงไม่ตอบ เขาแค่ยกมือขยับข้อมือดูนาฬิกา ก่อนจะเดินตามเข้าไปภายในร้านอย่างเงียบ ๆพนักงานหญิงในร้านรีบเข้ามาต้อนรับทันที“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการดอกไม้แบบไหนคะ?”“มึงเลือกเลย กูไม่รู้รสนิยมผู้หญิงมึงหรอก”“กูกะจะเลือกกุหลาบขาวผสมทิวลิปว่ะ สื่อว่าขอโทษกับความจริงใ
บทที่37 เธอแม่งดื้อหลายอาทิตย์ผ่านไปทุกอย่างดูเหมือนจะกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น คลับบ้านเลขที่ 0 ก็กลับมาตามปกติ ไม่มีใครกล้าก่อเรื่องอีก ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีไปหมด ทั้งธุรกิจ ชีวิต และความสัมพันธ์ของเขากับจูนบ้านหลังใหม่ของคิงที่เพิ่งซื้อไปได้ไม่นาน ตอนนี้มันเข้าที่เข้าทางแล้ว ของทุกอย่างถูกย้ายเข้ามาหมดแล้ว ข้าวของเครื่องใช้ก็ถูกย้ายถูกซื้อเข้ามาติดตั้งจนครบทุกอย่างเช้าวันนี้...แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอน กระทบเข้ากับปลายเท้าของคนที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ไม่ใช่ใคร เขาคืนเจ้าของบ้านที่ตอนนี้กำลังนอนกอดหมอนข้างอย่างสบายใจเหมือนคนไม่มีธุระ ไม่มีอะไรให้ทำในชีวิตแล้วสภาวะทิ้งตัวเว่อร์ในขณะที่อีกฝั่งของเตียง กำลังวุ่นวายสุดชีวิตกับการรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวไปมหาลัย“ตาย! ตายแน่! สายแล้วด้วย จะทันไหม”เธอพูดพลางวิ่งวุ่นรอบห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าเสียงดังปัง แล้วหยิบผ้าขนหนูออกมาทันที เสียงตู้ดังจนคิงขมวดคิ้วในขณะที่ยังนอนหลับตาอยู่“ทำไมเสียงดังแต่เช้าเลยครับ...” น้ำเสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ที่คว้าหมอนมากอดแน่นกว่าเดิม“พี่
บทที่36 ถิ่นกูปัง!!เสียงปืนดังสนั่นจนทุกคนในคลับแทบหยุดหายใจ เสียงกรีดร้องของสาว ๆ แทรกขึ้นมาทันที ก่อนจะตามมาด้วยความเงียบงันที่ชวนขนลุกทุกคนต่างย่อตัวลงกับพื้นตามสัญชาตญาณ มีเพียงคิงที่รีบหันกลับไปกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น เขากอดเธอไว้ในอ้อมแขนจนร่างเล็กแทบจมหายไปกับอกของเขา“ไม่เป็นไรนะ… พี่อยู่นี่” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเธอเบาๆทว่าเธอกลับไม่พูดอะไรเลย คนตัวเล็กสั่นทั้งตัว มือเย็นเฉียบจนเขารู้สึกได้ คิงกอดเธออยู่นานจนเสียงของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง“เห้ย! กอดพอได้แล้วมั้งมึง จะกอดกันจนเช้าเลยไง!”เสียงแซวที่เต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง ทำให้คิงรีบหันกลับไปมองที่ผู้ชายคนนั้นที่มีปัญหาทันทีไอ้สัส! ไอ้ไรอัน!คิงเหลือบตาขึ้นมองเพื่อน ก่อนสายตาคมกริบของเขาจะเหลือบไปเห็นร่างของชายที่ล้มลงไม่ไหวติง กระสุนเจาะเข้ากลางหน้าผาก หนึ่งนัดจอดสนิทเลือดแดงสดไหลนองพื้นจนกลิ่นคาวตีขึ้นจมูก แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปแตะแม้แต่เพียงปลายนิ้วพวกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างนิ่งเงียบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบหนักของหลายคนที่ยังไม่หายตกใจ“อยู่ตรงนี้ อย่าขยับนะ” คิงหันกลับมาเอ่ยก