เข้าสู่ระบบแพรวรุ้งยืนยัน ส่งยิ้มออดอ้อนไปให้เจ้าหนู แต่พอสายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ของเธอไปสานสบกับกวิน ก็ได้เปลี่ยนจากแพรวพราวเป็นจิกกัด ก็อยู่ดีไม่ว่าดีเขาหาเรื่องให้เธออีกจนได้ ฮึ่ม! แล้วนั่น!?
“คุณ! นั่นมันกระเป๋าเดินทางของฉันนี่ มาอยู่ที่นี่ได้ไง!?” ร้องเสียงหลงเมื่อสายตาไปปะทะกับกระเป๋าสองใบโตๆ ซึ่งมันน่าจะเป็นของเธออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะอย่างอีตานี่คงไม่ใช้กระเป๋าสีชมพูแปร๋นอย่างนั้นหรอก
“ก็...ผมสั่งให้ทีมงานไปรอเราบนเกาะปันรัก ที่นั่นมีน้ำตก คุณอยากถ่ายแบบที่น้ำตกไม่ใช่เหรอ? เปลี่ยนให้แล้วนี่ไง ขอบคุณผมหรือยังล่ะ?”
“นั่นมันคนละเรื่องกับที่กระเป๋าฉันมาอยู่ในห้องนี้” โต้กลับเสียงเขียว มันไม่เกี่ยวกับเรื่องกระเป๋าจริงๆ นี่นา
“น่านงาย! มินว่าแล้ว ปะป๊าคิดมะซื่อกะน้าแพว” หนูน้อยดักคอ
“ไม่มีทางลูกรัก ปะป๊าสาบาน เอาเป็นว่าเราจบเรื่องนี้แล้วหลีกทางให้น้าแพรวเข้าห้องน้ำดีกว่านะ ปะป๊าคิดว่าเธอคงอยากหาอะไรที่มันมิดชิดกว่าเศษผ้าขี้ริ้วใส่แล้วล่ะ”
“ตาบ้า! แล้วใครเป็นคนคิดคอนเซ็ปต์ชุดยะ ไม่ใช่บริษัทพวกคุณหรือไง”
“ไม่ใช่บริษัทเพิร์ล เพราะคนคิดคือผมเอง”
เขาตอบหน้าตายแล้วเข้าไปอุ้มบุตรชายออกมาจากเตียงใหญ่
“คุณ! แล้วกระเป๋า...”
“เอาน่าคุณ ประหยัดงบประมาณ ไหนๆ ทีมงานเขาก็ไปกันหมดแล้ว นอนห้องเดียวกันจะเป็นไร ผมไม่เชื่อหรอกน่าว่าอย่างคุณจะยังเวอร์จิ้น แล้วผมก็ไม่มีทางหลงหน้าสวยๆ กับอกภูเขาไฟของคุณแน่นอน”
ชายหนุ่มยืนยันหน้าทะเล้น แพรวรุ้งได้แต่กัดฟันกรอดๆ
“ตาบ้า! ออกไปจากห้องนี้เลยนะฉันยึดแล้ว!”
“อ้าว! ปะป๊า น้าแพวยึดห้องแล้วมินจานอนไหน?”
หนูน้อยถามพาซื่อ ชูถุงน้องเขียดขึ้นมาขู่แพรวรุ้งกลายๆ
“โอ...สำหรับน้องมีนที่แสนดีของน้าแพรว น้าแพรวยอมให้นอนด้วยก็ได้จ้ะ ให้นอนหนุนแขนยังได้เลย” เสียงอ่อนเสียงหวานแต่แววตาอยากจะฆ่า
“โอเคคับ งั้นคืนนี้มินจะนอนกอดหน้าแพว น้าแพวต้องให้มิน ดูดนม ด้วยนะ”
“ห๊า! อะไรนะ? เมื่อกี้?”
“เฮ้อ...ลูกต้องพูดว่าให้น้าแพวป้อนนมให้ลูกด้วย” เขาบอกบุตรชาย
“เอ่อ...แบบว่าลูกผมต้องมีคนช่วยป้อนนมจนกว่าแกจะหลับ คือประมาณว่าต้องคอยจับขวดนมให้แกจนกว่าแกจะหลับไปเองนั่นล่ะ” ชายหนุ่มอธิบาย
“เชื่อเลย! เลี้ยงลูกยังไงเนี่ย โตแล้วยังดูดขวดนมอีก”
แพรวรุ้งเปรยอย่างเหลืออด เด็กคนนี้ดูๆ ไปก็น่าจะเกินสี่ขวบแล้วด้วย
“ยางมะโต ปะป๊าบอกว่าถ้าโตแล้วจาให้มิน ดูดนมจากเต้า”
หนูน้อยตอบเสร็จแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
“อ๊าย! ลามกทั้งพ่อทั้งลูกออกไปเลยนะ!” แพรวรุ้งคว้าหมอนได้ก็ไล่ตีสองพ่อลูก เกิดเป็นปาร์ตี้ปาหมอนย่อมๆ ที่สนุกเหลือเกินในความรู้สึกของมีนา
“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย! มันมาทางนี้แล้ว!”
แพรวรุ้งร้องเสียงหลงเมื่อเขียดน้อยตัวหนึ่งหลุดออกจากถุงที่หนูมีนาจอมวายร้ายทำหลุดมือ
“ฮ่าๆๆ / ฮ่าๆๆ” สองพ่อลูกหัวเราะชอบใจพร้อมๆ กัน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองนางแบบสาวเต้นเร่าๆ อยู่บนพื้นข้างเตียงโดยไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อย
“เอามันออกไป! อย่านะ กรี๊ดดด!”
แพรวรุ้งวิ่งวนรอบห้องเมื่อเจ้าหนูจอมแสบจับขาเขียดชะตาขาดวิ่งไล่ตามเธอ
“มีน พอแล้วลูก พอแล้วเดี๋ยวเขียดมันตาย ปะป๊าว่าลูกเอาเขียดไปปล่อยดีกว่า เร็วเข้า เดี๋ยวปะป๊าพาไปหม่ำข้าว”
กวินหว่านล้อมลูกชายเมื่อเห็นแพรวรุ้งยืนหอบแฮ่กๆ หมดสภาพ
“ม่ายได้ น้าแพวฉัญญาก่อนว่าจาให้มินดูดนม”
หนูน้อยต่อรองด้วยเงื่อนไขของคำสัญญา
“ห๊า! นี่คุณ ลูกคุณขออะไรเนี่ย?”
กวินยิ้มขัน ขยิบตาบอกใบ้สาวเจ้าว่าให้รับปากไปก่อน
“โธ่เอ๊ย! ก็ได้ๆ” แพรวรุ้งรับปากอย่างเสียมิได้ ทำไมสวรรค์ต้องส่งเธอมาอยู่กับสองพ่อลูกนี่ด้วยนะ ให้ตายเถอะ!
“โอเค งั้นมินเอาเขียดปายป่อยก่อน”
หนูน้อยทำท่าเดินจากไป แพรวรุ้งถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้ว
“น้าแพว!”
“กรี๊ดดด!”
แพรวรุ้งกระโดดกอดคอกวินเมื่อถูกเจ้าหนูน้อยแกล้งปามือเปล่าเข้าใส่ เธอเข้าใจว่ามีเจ้าตัวเขียวอยู่ในนั้นเลยตกใจกลัว เจ้ามีนจอมแสบส่งเสียงหัวเราะชอบใจแล้วแผ่นแนบออกนอกห้อง
วินาทีที่ลับร่างเจ้าหนู คนทั้งสองเกิดเสียหลักล้มลงบนฟูกหนาในท่าที่แพรวรุ้งโดนทับแบนเป็นกระดาษ
“ว้าย! ตาบ้าเอ๊ย ลุกออกไปจากตัวฉันนะ!”
หญิงสาวตวาดเสียงลั่น หน้าอกหน้าใจไซส์ฝรั่งคงได้แบนเป็นข้าวเกรียบก็คราวนี้
“ไม่...รู้ตัวไหมแพรวรุ้ง ตัวคุณนี่น้า มันเหมือน...”
“เหมือนอะไร!”
“ไวอะกร้า ดีๆ นี่เอง” เขาบอกตาหวานเชื่อม รู้สึกดียามได้ก่ายเกยบนเนื้อตัวนุ่มๆ ของสาวเจ้า
“หมายความว่ายังไง อย่ามาตีเนียนนะ ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!”
แพรวรุ้งร้องเสียงดังเพื่อข่มอารมณ์พิศวาสของอดีตบอดี้การ์ดจอมหื่น
“ไม่เอาน่า อย่าทำท่าเหมือนสาวเวอร์จิ้นสิ ผมรู้หรอกน่าว่าอย่างคุณน่ะ คงผ่านผู้ชายมาเป็นคันรถ!”
เผียะ!
กวินหน้าหันตามแรงตบ เขาหันกลับมาจ้องคนที่กล้าทำร้ายเขาด้วยฝ่ามือน้อยข้างนั้น จ้องหล่อนปานอยากจะฆ่าให้ตาย
“กล้าดียังไงมาตบผมห๊ะ!”
“ก็ความคิดคุณมันต่ำ! เอาสมองหรือหัวแม่ตีนคิดห๊า!”
“แพรวรุ้ง! มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
“ไม่มากหรอกกับสิ่งที่คุณกล่าวหาฉัน อยากจะโดนอีกตบหรือเปล่าล่ะ”
กวินกัดกรามดังกรอดๆ ข่มความโกรธที่แล่นมาเป็นริ้วๆ
“ไม่เคยมีใครทำร้ายผมได้ขนาดนี้ คุณนี่มันรนหาที่จริงๆ” พูดจบก็ก้มลงหมายจุมพิตลงทัณฑ์คนปากดี
“ไม่ ปล่อยนะ!”
แพรวรุ้งขัดขืนแต่ชายหนุ่มมีหรือจะฟัง เขาเฝ้าดูดดึงขบกัดบนริมฝีปากงามอย่างถือสิทธิ์จนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ติดมากับรสจูบ
แพรวรุ้งเจ็บจนน้ำตาร่วงเมื่อเขาตบเธอคืนด้วยปากร้ายๆ จนร่างกายอ่อนระทวยด้วยไม่เคยพานพบ เขาทำร้ายเธอด้วยความช่ำชองของบุรุษเพศ น่าละอายใจนักที่เธอไม่มีแรงพอที่จะขัดขืนมัน
“เห็นไหมว่าคุณคุ้นเคยกับมัน” เขาเยาะหยันเสียงสั่น ท่อนกายแกร่งแห่งบุรุษผงาดง้ำถูไถไปกับหน้าท้องแบนราบจนสาวเจ้าขนลุกเกรียว
“ฉันไม่เคยจูบกับใคร อย่ามาป่วนประสาทฉัน”
เธอยืนยัน พยายามดิ้นหนีจมูกและปากของเขา ที่สำคัญกว่านั้น อะไรบางอย่างที่เบื้องล่างกำลังทำให้เธออยากขาดใจ เธอกำลังกลัว ได้โปรดเถอะ เอามันออกไปที
“ยะ อย่า!” ร้องห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อชุดของเธอถูกกระชากออกไป นาทีนั้นหัวใจของแพรวรุ้งเต้นตึกตักถี่ๆ ไม่เป็นจังหวะ ทั้งอยากขัดขวางเมื่อรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดตามมา แต่อีกใจก็วาดหวังให้มันเกิดขึ้นด้วยความอยากลองอยากรู้ อารมณ์หวามหวานกับสติสัมปชัญญะกำลังตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว
“โอ...คุณสวยเหลือเกินแพรวรุ้ง”
เขาครางเสียงกระเส่าแล้วบดขยี้จุมพิตเร่าร้อนลงมาอีกครั้ง
แพรวรุ้งมึนเมาในรสจูบจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นาทีนั้นเธอทำได้เพียงแอ่นอกเข้าหาริมฝีปากร้อนๆ ที่ลากลิ้นไล้เลีย ตั้งแต่ติ่งหูเรื่อยลงมาที่ลำคอจนถึงเนินทรวง
“คุณ!” เธอตกใจด้วยว่าบราเซียร์ตัวสวยถูกชายหนุ่มกระชากออกอย่างแรงจนสองเต้าเนียนแน่นอวบอัดเด้งออกมา มันช่างล่อตาชายหนุ่มยิ่งนัก เขากดจุมพิตแรงๆ และสูดดมรอบฐานสองเต้างามที่เบ่งบานชูช่อรอคอยเรียวลิ้นร้อนๆ
“อย่า” แพรวรุ้งร้องห้าม แต่กลับแอ่นอกรับเรียวลิ้นจากปากเขา
กวินแลบลิ้นไล้เล็มยอดทรวงสีหวานจนหล่อนครางอืออาไม่ได้ศัพท์ แต่ทว่า...สวรรค์ช่างใจร้าย!
ตอนพิเศษลูกรัก ร้าย เดียงสา--------------“อืม...อา..แพรว...”สองผัวเมียกำลังแลกจูบกันอย่างดูดดื่มภายใน ตู้เสื้อผ้า ใช่! ตู้เสื้อผ้านั่นละ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ถ้ามันทำให้ทั้งสองบรรลุธรรมราคะขั้นสูงได้ ทั้งคู่ยอม!“กรี๊ดดด!!!”เสียงกรีดร้องของนายน้อยคนรองดังมาจากที่ในสักแห่งของคฤหาสน์ มันดังเสียจนคนที่อยู่ในตู้เสื้อผ้ายังได้ยิน“แพรว....ลูกร้องแล้วที่รัก”สามีเป็นคนกระซิบบอกขณะพยายามทำรักกับเมียกลางวันแสกๆ“อ๊ากกก! ซี้ดดด!”หลายคงคนคิดว่าเป็นเสียงพ่อหรือไม่ก็แม่ที่คงบรรลุธรรมราคะขั้นสูง แต่ความจริงมันยิ่งใหญ่มากกว่านั้น!“พี่มีน! เอาของเค้าคืนมาน้า”นายน้อยคนรองวัยห้าขวบ เค้นเอาของบางอย่างจากพี่ชาย ด้วยสองมือน้อยๆ ของแม่หนู“อ๊ากกก! ซี้ดดด! เจ็บนะยัยมิว! ปล่อยผมพี่ก่อน!”มีนาโอดโอย เขากำลังถูกนัมเบอร์ทูของบ้านนั่งคร่อม สองมือน้อยขยุ้มหัวเขาจนหนังมันแทบจะหลุดติดมือออกมา แน่นอนว่าเขาทำอะไร พราวรุ้ง ไม่ได้ เพราะว่าพราวรุ้งคือนัมเบอร์ทู (ร้ายนัมเบอร์ทู)ขณะเดียวกัน...ในตู้เสื้อผ้า“อ๊ะ! ก้องขา....”คนที่ถูกเรียกยิ่งได้ยินเสียงหวานยิ่งได้ใจ บรรเลงเพลงกามาในตู้เสื้อผ้าอย่างเมามันประหนึ่งว่าพ
เขาก้าวไปช้าๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเป้าหมายด้วยเกรงว่าเขาจะทำเสียงดังจนหล่อนตกใจและหายไปในที่สุด แค่เพียงแผ่นหลังเขายังคุ้นตาเหลือเกิน ได้โปรดเถอะสวรรค์ ใช่หล่อนทีเถิด“มาแล้วหรือแก้วตา ช่วยพยุงฉันที เจ้าตัวน้อยโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแล้ว”กวินรีบเข้าไปประคองหล่อนให้ลุกยืน แพรวรุ้งรับรู้ถึงความผิดปกติ ไม่ใช่แก้วตา แต่เป็น...“กวิน!? มาแล้วเหรอ...นานจังเลย รู้ไหมว่าฉันรอนายตั้งนาน”แพรวรุ้งก้มบอกคนที่นั่งคุกเข่ากอดเอวเธออยู่ ลมทะเลที่พัดสะบัดโบก ยังไม่ไหวโยกเท่าหัวใจในตอนนี้“แพรว...ไม่มีงานแต่งที่นี่ แต่เธอ...ก็..ยัง...มา มาหาฉัน มา...อยู่กับเราใช่ไหม”กวินถามทั้งน้ำตา เพราะเข้าใจผิดเรื่องเจ้าสาวของทัศเทพ เขาจึงไม่กลับมาที่นี่ และเมื่อรู้ความจริงหลังจากนั้น เขาก็ตะลอนหาหล่อนในทุกๆ ที่ที่คิดว่าหล่อนจะไป แต่ไม่เคยเจอ ที่ไหนได้ หล่อนมารอเขาที่นี่ และอาจมารอนานแล้ว นานจนลูกในท้องจะลืมตาขึ้นมาดูโลก และถ้าเขามาช้ากว่านี้ เขาคงไม่ได้เห็นหน้าลูกตอนคลอด“ฉะ...ฉัน อ่า...แพรว....แพรวมาอยู่กับคุณ แพรวกลับมาหาพ่อของลูก แพรวรู้ว่ามันฟังดูโง่เหลือเกิน แต่แพรวยอมเป็นคนโง่ถ้าครอบครัวเราจะได้อยู่กันพร้อมหน้า”แพร
“ฉัน...ฉัน จะ...จะเปิดแล้วนะ” เขาบอกเสียงสั่น ชมจันทร์ใจเต้นระรัวเมื่อเจ้าบ่าวของเธอค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้า แล้วดวงตาสองคู่ก็ได้สานสบกันนิ่งนาน มือสองข้างที่สั่นระริกของทัศเทพเลื่อนขึ้นประคองใบหน้าของเจ้าสาวเอาไว้ เขาทำทุกอย่างด้วยสัมผัสบางเบาราวปีกผีเสื้อ เขากลัวว่าหากทำรุนแรง ชมจันทร์ที่อยู่ตรงหน้าจะหายไป“จันทร์...จันทร์! เธอจริงๆ ด้วย จันทร์!”ทัศเทพกอดร่างเจ้าสาวเนิ่นนาน ราวกับอยากสัมผัสร่างนี้เพื่อให้ชัดแก่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันไปจริงๆ“ฉันคงฝันไปแน่ๆ” ทัศเทพกระซิบชิดริมฝีปากเจ้าสาว เขาช้อนร่างอรชรตรงดิ่งไปที่เตียงนอน วางหล่อนลงอย่างเบามือก่อนจะขึ้นไปนอนเคียงข้าง เฝ้าพร่ำพูดคำว่ารักจนหนำใจจึงได้เปลี่ยนท่ามาสวมกอดหล่อนไว้หลวมๆ“ฉันดีใจที่สุดที่เจ้าสาวเป็นเธอ” ทัศเทพสารภาพ“จันทร์ก็ดีใจ ที่...ที่ได้ไหว้ฟ้าดินกับคุณเทพ เพราะฉะนั้นตอนนี้ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ” เธอบอกเสียงเครือ น้ำตาคลอเบ้า“ครับคุณแม่เลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ สามีจะเข้าหอได้หรือยัง” เขาพูดจบก็กดจูบบนพวงแก้มหล่อนแรงๆ“คุณสามีเข้าหอไปหลายรอบแล้ว ทำเป็นลืม”ทัศเทพหน้าเง้างอเมื่อโดนย้อน“แต่วันนี้มันเป็นหน้าที่ พรุ่งนี้ต้อ
[19]คืนใจให้กัน------------ปัง! ปัง! ปัง!“เปิดประตู! เปิดสิวะ!”บทโศกของทัศเทพถูกเบรกด้วยเสียงโวยวายที่ดังขึ้นหน้าห้องหอ เจ้าบ่าวเจ้าสาวจ้องไปที่บานประตู พวกเขาคิดตรงกันว่าเวลานี้มันยังไม่ถึงเวลางานเลี้ยงช่วงค่ำ แต่ทำไมมีคนมาเรียกได้ล่ะ แต่เอ...จะเรียกว่ามาเรียกได้หรือเปล่า ในเมื่อส่งเสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างนั้น“เดี๋ยวฉันไปดูเอง แกนั่งรอตรงนี้นะ” เขาสั่งความเจ้าสาวชมจันทร์ได้ยินเสียงเขาสูดน้ำมูกแรงๆ คงกำลังเช็ดน้ำมูกน้ำตากระมังปัง!ทัศเทพยังไม่ทันได้เดินจนถึงประตูด้วยซ้ำ คนที่อยู่ด้านนอกก็พังประตูเข้ามา วินาทีแรกที่เขาได้เห็นบุรุษร่างหนา เขาอยากรู้เหลือเกินว่าไอ้บ้าหน้ายับคนนี้มันเป็นใคร!?“แกเป็นใคร เข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง!?”เจ้าบ่าวรูปหล่อพยายามถามไถ่ทั้งที่ใจก็อยากฝากรอยหมัดบนหน้ายับๆ อีกซักรอย มันไม่รู้หรือไงว่านี่มันห้องหอ ห้ามคนนอกเข้า“แพรวรุ้งอยู่ไหน!?”กวินถามไปหอบไป เขาเพิ่งฝ่าด่านการ์ดข้างล่างขึ้นมาได้ และเขาจะไม่กลับไปหากไม่ได้ตัวเจ้าสาว“ทำไม? หรือว่าแกคือไอ้สารเลวที่ทำเพื่อนฉันท้องแล้วไม่ยอมรับ”ทัศเทพเริ่มตั้งสติ แต่เหมือนสติจะไม่ยอมให้เขาจับมันมาตั้ง มันคอยแต่จ
“ถ้าจะขับช้าเป็นเต่าอย่างนี้นะ! ฮึ่ม! น้องมีน! บอกพ่อเราซิว่าเราเก็บช็อกโกแลตไว้ให้ใคร เผื่อพ่อเราจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง”เกล็ดมุกหาตัวช่วย พ่อหนูที่นั่งอยู่ข้างคนขับส่ายหน้าดิก“นั่นสิหนูเล็ก ตกลงเก็บไว้ให้ใคร เฮียอยากรู้”เมฆาที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามน้องสาวบ้าง“ไม่บอก! อยากให้ใครบางคนแถวนี้กินหญ้าต่อไป สะใจดี!”“ไม่บอกจริงเหรอ อ่า...ทำไมวันนี้พวกแม่ๆ ดุจัง เข้าหน้าไม่ติดเลยแฮะ ถามเจ้ามีนดีกว่า” เมฆาหาทางเค้นหาความจริงกับเจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะหน้า“ตกลงมีนาเก็บขนมเจ้าปัญหาไว้ให้ใครครับ บอกลุงเมฆหน่อยเร็ว”“ว่าไงลูก? มีนเก็บขนมพวกนั้นไว้ทำไม”กวินพูดกับลูกชาย แต่เจ้าหนูไม่สน ยังสมัครใจเล่นสงครามเงียบโดยการทอดสายตาออกไปกินลมชมวิวนอกหน้าต่าง“มีนา”กวินส่งเสียงต่ำกว่าปกติเพื่อปรามลูกชาย เขาชอบใช้วิธีนี้ก็จริง แต่เขาไม่ชอบให้มีนาใช้วิธีเดียวกันมากดดันเขา“ม่ายบอก หมั่นไฉ้!”“มีน! ใครสอนเนี่ย!” กวินตกใจที่บุตรชายพูดจาเกินเด็ก“ไม่มีใครสั่งสอนหรอก เด็กมันจำเอาแถวๆ นี้ละ มันหัวดีไม่เหมือนพ่อมัน!”เกล็ดมุกไม่วายเสริม ยิ่งเห็นหน้าคุณกวินที่เธอรักและนับถือเหมือนพี่ชายแล้วมันยิ่งมีอารมณ์ โง่ไ
กวินลุกพรวดเมื่อเห็นเกล็ดมุกและวารินทร์ลุกเดินมาทางนี้ ใบหน้าเขาบอบช้ำเพราะหมัดหนักๆ แต่หัวใจเขา มันบอบช้ำเพราะผู้หญิงที่ชื่อแพรวรุ้ง“ทุกคนไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้! คุณวาเอากุญแจรถมา เดี๋ยวมุกขับเอง”วาคิมไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารีบส่งกุญแจให้เมีย ถ้าเกิดแม่ศรีภรรยาสั่งความเป็นงานเป็นการและใจร้อนขนาดต้องขับรถเองอย่างนี้ แสดงว่าเรื่องดังกล่าวคงใหญ่เอาการ“นายเหมืองอุ้มหลานทีเร็วเข้า!” วารินทร์ออกคำสั่งแล้วค่อยๆ เดินไปขึ้นรถ มันทุลักทุเลเพราะมือข้างหนึ่งต้องประคองท้องนูนเด่น ส่วนอีกข้างต้องจับจูงหลานชายเมฆาอุ้มเจ้าหนูขึ้นมาอย่างไว มือข้างที่ว่างก็ประคองภรรยาไม่ห่าง“นี่คุณ! ตกลงมันเรื่องอะไร ทำไมน้องเล็กถึงได้รีบขนาดนั้น”เมฆาถามภรรยา แต่ได้คำตอบเพียงสั้นๆ ว่า“หุบปากแล้วไปขึ้นรถ!”เกล็ดมุกสตาร์ตเครื่องยนต์รอสมาชิก ทว่าพอทุกคนมาขึ้นรถแล้วเธอกลับไม่เห็นหัวเจ้าตัวต้นเรื่อง“คุณวา! แล้วน้องชายคุณไปไหน!?”วาคิมแบะมือออกบอกให้รู้ทางภาษากายว่า ไม่ทราบ และนั่นทำให้เกล็ดมุกโกรธจนควันออกหู“ไปลากคอกวินมาเดี๋ยวนี้! ถ้าเอาเขาขึ้นรถไม่ได้วันนี้นอนนอกห้อง!”วาคิมแทบจะกระโดดลงจากรถ มันเรื่องอะไรที่เขาจะต้องระ







