Share

บทที่ 5

Author: พระอาทิตย์ขึ้น
“หากข้าไม่ยอมเล่า?” เหลียงหมิงเจามองหลินเจินเจินด้วยสายตาเย็นชา

สีหน้าของหลินเจินเจินเปลี่ยนไปในทันที แววตาอำมหิต ขณะก้าวเข้ามาใกล้เหลียงหมิงเจาทีละก้าว “เช่นนั้นก็อย่าหาว่าหม่อมฉันล่วงเกินเลยเพคะ”

เหลียงหมิงเจายังไม่ทันได้ตั้งตัว หลินเจินเจินก็ผลักนางลงทะเลสาบอย่างแรง!

น้ำในทะเลสาบที่เย็นเยียบทะลักเข้าสู่จมูกและปากในทันที เหลียงหมิงเจาพยายามดิ้นรนขึ้นมาพ้นผิวน้ำ “หลินเจินเจิน! การปลงพระชนม์องค์หญิงโทษหนักถึงขั้นประหารเก้าชั่วโคตร!”

หลินเจินเจินกลับย่อตัวลงริมฝั่ง ก่อนยื่นมือมากดศีรษะของนางไว้ แล้วกดร่างนางจมลงใต้น้ำอย่างแรง “ทำกันอย่างลับ ๆ เช่นนี้ จะมีใครรู้ได้เล่า”

สายน้ำที่กระเพื่อมไหวทำให้ภาพตรงหน้าพร่าเลือน เหลียงหมิงเจาดิ้นรนสุดกำลัง แต่กลับต้านแรงของหลินเจินเจินไม่ไหว

ในขณะที่สติของนางกำลังค่อยๆ เลือนรางลง พลันมีเสียงฝีเท้าดังมาจากที่ไกล ๆ

“ชะ... ช่วยด้วย...” นางตะโกนออกมาสุดเสียง

สีหน้าของหลินเจินเจินเปลี่ยนไปทันที นางรีบปล่อยมือออกและกระโดดลงมาทะเลสาบ “ช่วยด้วย! องค์หญิงตกน้ำแล้ว!”

ท่ามกลางภาพที่พร่าเลือน เหลียงหมิงเจาเห็นเสิ่นเยี่ยนชิงรีบวิ่งตรงเข้ามา เขาว่ายตรงไปหาหลินเจินเจินโดยไม่ลังเล และอุ้มนางขึ้นมา

“ท่านพี่เยี่ยนชิง...” หลินเจินเจินเอนกายซบอยู่ในอ้อมแขนของเสิ่นเยี่ยนชิงอย่างอ่อนแรง “อย่าสนใจข้าเลย...รีบไปช่วยองค์หญิงเถิด...ทรงสูงศักดิ์และล้ำค่า...”

เสิ่นเยี่ยนชิงกระชับอ้อมแขนกอดนางแน่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความปวดใจ “สูงศักดิ์และล้ำค่าอะไรกัน? สำหรับข้า เจ้าต่างหากคือดวงใจของข้า”

น้ำในทะเลสาบอัดเข้าสู่ปอดของเหลียงหมิงเจาจนนางหมดสติไป……

“องค์หญิง! องค์หญิงฟื้นแล้ว!”

เหลียงหมิงเจาลืมตาขึ้น และดวงตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของชิงจู๋ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

เมื่อสาวใช้เห็นว่านางฟื้นแล้ว ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม “ล้วนเป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ หม่อมฉันไม่ควรออกไป...”

ภาพเหตุการณ์ก่อนหมดสติผุดขึ้นในความทรงจำ ทำให้หัวใจของเหลียงหมิงเจาเจ็บแปลบขึ้นมา

นางฝืนพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่กลับสังเกตเห็นสีหน้าของชิงจู๋ผิดปกติ “เกิดอะไรขึ้น”

ชิงจู๋สะอื้นเบา ๆ พลางส่ายหน้า “ไม่... ไม่มีอะไรเพคะ...”

เหลียงหมิงเจาขมวดคิ้ว “พูดความจริงมา”

ในที่สุดชิงจู๋ไม่อาจอดกลั้นไว้ได้ นางพูดขึ้นพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “เมื่อครู่ซื่อจื่อเสิ่นมาที่นี่เพคะ...”

เหลียงหมิงเจาขมวดคิ้วแน่น

นางไม่เชื่อว่าเสิ่นเยี่ยนชิงจะมาเยี่ยมนาง

เป็นดังที่คาด ชิงจู๋ร้องไห้จนแทบพูดไม่เป็นคำ “เขา...เขาบอกว่า ให้องค์หญิงเลิกใช้เล่ห์กลต่ำช้าเช่นนี้มาทำร้ายคุณหนูหลินครั้งแล้วครั้งเล่า มีแต่จะทำให้ท่านยิ่งรังเกียจองค์หญิงมากขึ้น...”

“หม่อมฉันพยายามอธิบายสุดความสามารถ บอกว่าองค์หญิงไม่มีทางเป็นคนเช่นนั้น แต่เขากลับเชื่อเพียงคำพูดของคุณหนูหลิน บอกว่านางไม่มีวันโกหก...”

“หม่อมฉันสงสารองค์หญิงเหลือเกินเพคะ!” “หลายปีมานี้ องค์หญิงคอยเสาะหาตำราโบราณมาให้เขา อดหลับอดนอนปักถุงหอม แม้ยามเขาล้มป่วยก็ยังลงมือเคี่ยวยาให้ด้วยตนเอง…แล้วเขาเล่า? เขาไม่แม้แต่จะชายตามององค์หญิงเลยสักนิด!”

หากเป็นเมื่อก่อน เหลียงหมิงเจาคงโกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง

แต่บัดนี้ ในใจนางกลับเหลือเพียงความเหนื่อยล้าเท่านั้น

เหลียงหมิงเจายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ชิงจู๋ “ไม่ร้องนะ”

“อีกไม่นาน ข้ากับเขาก็จะไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”

ชิงจู๋ชะงักไปทันที “องค์หญิงตรัสเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเพคะ วันอภิเษกสมรส ซื่อจื่อเสิ่นก็จะเข้าจวนมาเป็นพระสวามีมิใช่หรือเพคะ”

เหลียงหมิงเจาไม่ได้อธิบายว่าราชบุตรเขยมิใช่เสิ่นเยี่ยนชิง เพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “อีกไม่นาน เจ้าก็จะรู้เอง”

วันเวลาต่อจากนั้น เหลียงหมิงเจาเก็บตัวอยู่แต่ในจวนองค์หญิง คอยฟังข่าวเงียบๆ จากภายนอกว่าเสิ่นเยี่ยนชิงยิ่งทะนุถนอมและเอ็นดูหลินเจินเจินอย่างเปิดเผยมากขึ้นทุกวัน

เขาพานางไปร้านเครื่องประดับทั่วทั้งเมืองหลวง ยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อเอาใจนาง เขาอยู่เป็นเพื่อนปล่อยโคมลอยน้ำ ท่ามกลางสายตาผู้คนยังลงมือเขียนคิ้วให้นางด้วยตนเอง ถึงขั้นปฏิเสธไม่เข้าร่วมงานเลี้ยงในวังอย่างเปิดเผย เพียงเพราะวันนั้นหลินเจินเจินล้มป่วยด้วยไข้หวัด เขาจึงต้องการอยู่เคียงข้างดูแลนาง

ผู้คนต่างรู้ดีว่า การกระทำเช่นนี้ของเสิ่นเยี่ยนชิงกำลังตบหน้าเหลียงหมิงเจาอย่างเห็นได้ชัดเขาแสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่เต็มใจจะเป็นพระสวามีของนาง

ทว่าเหลียงหมิงเจาราวกับไม่ได้ยินสิ่งใด

แม้กระทั่งฮ่องเต้ทรงจัดงานล่าสัตว์ขึ้น ทั้งเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงต่างต้องเข้าร่วมงานนี้

ขณะที่เหลียงหมิงเจาก้าวลงจากรถม้า นางก็เห็นเสิ่นเยี่ยนชิงกำลังประคองหลินเจินเจินขึ้นหลังม้า เขายืนอยู่ด้านหลังนาง พลางโอบร่างบางไว้ และสอนวิธีจับบังเหียนให้นาง

แสงอาทิตย์สาดส่องบนร่างของทั้งสอง ยิ่งทำให้พวกเขาดูราวกับคู่สร้างคู่สม

ภาพตรงหน้าทำให้เหลียงหมิงเจาอดนึกย้อนไปถึงชาติที่แล้วไม่ได้ ใต้ต้นท้อในเจียงหนาน พวกเขาทั้งสองโอบกอดและจุมพิตกันอย่างแนบชิด

เหลียงหมิงเจาเบือนสายตาไปทางอื่น แสร้งทำเป็นไม่เห็น

“เจาเจา!” ฮ่องเต้ทรงโบกพระหัตถ์เรียกนาง “การล่าสัตว์มักมีสัตว์ป่าอยู่เพ่นพ่าน เจ้าสูงศักดิ์และมีค่าดุจหยกทอง จำเป็นต้องมีคนคอยคุ้มกัน”

พระองค์ทอดพระเนตรไปรอบ ๆ ก่อนตรัสถามว่า “คุณชายทั้งสี่อยู่ที่ใด”

เสิ่นเยี่ยนชิง คุณชายหาน และโหวน้อยสกุลโจวต่างควบม้าเข้ามา แต่กลับไม่เห็นเงาของเซี่ยหลินเฟิง

“หลินเฟิงเล่า?” ฮ่องเต้ทรงขมวดพระขนงและตรัสถามขึ้น

คุณชายหานยิ้มพลางตอบว่า “ฝ่าบาททรงลืมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ? หลินเฟิงลงใต้ไปเที่ยวเล่นแล้ว”

“เหลวไหล!” ฮ่องเต้ทรงกริ้วขึ้นมาทันที “เวลาเช่นนี้แล้ว เขายังมัวแต่เที่ยวเล่นอยู่อีกหรือ ไม่รู้หรือว่าเจาเจากำลังจะออกเรือนแล้ว”

โหวน้อยสกุลโจวรีบพูดแทรกขึ้นว่า “หลินเฟิงจะอยู่หรือไม่ก็ไม่สำคัญหรอกพ่ะย่ะค่ะ อย่างไรเสียองค์หญิงก็ไม่มีทางเลือกเขาอยู่แล้ว”

ฮ่องเต้เบิกตากว้าง “เหตุใดจะเป็นไปไม่ได้เล่า เห็น ๆ อยู่ว่า—”

“เสด็จพ่อ! เหลียงหมิงเจารีบพูดแทรกขึ้นทันที “ได้เวลาเข้าสนามล่าสัตว์แล้วเพคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 23

    ห้าวันต่อมา เซี่ยหลินเฟิงก็รับราชโองการแล้วออกเดินทางไปรบ เขาแกะเมล็ดสนให้เหลียงหมิงเจาถุงใหญ่ พร้อมพูดว่า “กินวันละเม็ดนะ ข้าจะกลับมาหลังจากเจ้ากินหมด” เหลียงหมิงเจาด่าขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเน่าไปตั้งนานแล้ว”ขณะที่เซี่ยหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมแนบหน้าผากกับนางอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาก่อนเมล็ดสนเน่า”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของเซี่ยหลินเฟิงที่กำลังเดินจากไป หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลินเจินเจินถูกประหาร มีข่าวจากศาลมาว่าหลินเจินเจินต้องการพบนางก่อนตาย เนื่องจากนางถูกขังในคุกเป็นเวลานาน นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงก่อเรื่องได้อีก ดังนั้นเหลียงหมิงเจาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา เมื่อนางเข้ามาในห้องคุมขังที่มืดและอับชื้น หลังจากไม่ได้พบหลินเจินเจินมาสักพัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ นางที่เคยเป็นคนสะสวยงดงาม ตอนนี้กลับผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังดูเหมือนถูกรังแกมาไม่น้อย ท่าทางดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ผู้คุมจึงอธิบายกับนางว่า“ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่สภาพแ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 22

    เหลียงหมิงเจาพักผ่อนอยู่ในจวนหลายวัน นางมีท่าทางหดหู่และหงอยเหงา ขณะเดียวกัน ในที่สุดเซี่ยหลินเฟิงก็จับมือสังหารได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้รับการจ้างวานจากหลินเจินเจินเพื่อให้มาสังหารเหลียงหมิงเจา ตอนที่พวกเขาพบตัวนาง นางก็กำลังกำเงินก้อนสุดท้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มขอทาน เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม นางคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่นางต้องการกำจัดเหลียงหมิงเจา และทำให้เสิ่นเยี่ยนชิงเปลี่ยนใจ กลับเป็นการสังหารที่นางต้องการที่สุดไป ตอนที่คนของเซี่ยหลินเฟิงมาตรวจสอบ นางก็ไม่มีแผนการอะไร ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะหลบซ่อนตัว ตอนนั้นนางจึงถูกนำตัวส่งมาที่ศาล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสังหารเสิ่นเยี่ยนชิง คนเหล่านั้นทำพลาด นั่นไม่ใช่เพราะข้า ข้าเพียงแค่ต้องการทำให้องค์หญิงตกใจเท่านั้น!”เดิมทีไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง เพราะมือสังหารทั้งห้าคนที่ถูกเซี่ยหลินเฟิงจับไว้นั้นให้การสารภาพเหมือนกันทั้งหมด พวกเขากล่าวว่าหลินเจินเจินมอบเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาเพื่อไปสังหารองค์หญิง แต่ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนชิงกลับมายืนขวางองค์หญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้มีคนตาย มือสังหารท

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 21

    เสิ่นเยี่ยนชิงคิดไม่ถึงว่าเหลียงหมิงเจาจะพูดเช่นนี้ เขาส่ายหน้า พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่า ก่อนหน้านี้เหลียงหมิงเจาก็เคยรอเขามาทั้งชีวิตด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายต้องมารู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตาย นอกจากนี้ยังยอมละทิ้งทุกอย่างจากนางเพื่อไปอยู่กับหลินเจินเจินเมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนางในตอนนี้ เขาก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ “เจาเจา พวกเราไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้วหรือ”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สีหน้าเย็นชา “พวกเราไม่มีโอกาสมาตั้งนานแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเยี่ยนชิงก็รู้สึกปวดใจอย่างมาก ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืน ประตูที่เคยปิดสนิทก็เปิดออกอย่างกะทันหัน เซี่ยหลินเฟิงวิ่งเข้ามากอดเหลียงหมิงเจา ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรน่ะ ข้าไม่มีทางตายในสนามรบแล้วทิ้งเจ้าไว้คนเดียว! ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็อยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต”เซี่ยหลินเฟิงสีหน้ามีความสุข ที่แท้เขาก็แอบฟังอยู่ตลอด ตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคสำคัญ เขาแทบจะพุ่งตัวออกมาอย่างอดไม่ไหวแล้วตระกูลเซี่ยเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่เซี่ยหลินเฟิงต้องนำทัพออกรบนั้นเป็นเรื่องที่

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 20

    เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนเย่อหยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคุกเข่าเพื่อขอยาให้หลินเจินเจินเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเหลียงหมิงเจา ครั้งนี้เขาทำเพื่อขอร้องให้อภัยเขา แต่ในสายตาของคนไม่รัก ต่อให้เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าทั้งคืนมันก็ไม่มีความหมาย ความผูกพันทั้งหมดจบลงไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางตอแยของเขา เหลียงหมิงเจาก็รู้สึกทั้งขันและรังเกียจในตอนแรกเขาสาบานว่าเขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือน เขาก็หย่ากับหลินเจินเจินเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าของนางนางกวักมือเรียกเซี่ยหลินเฟิง“หลินเฟิง เจ้ากลับห้องไปก่อนเถอะ ข้าอยากคุยกับเขาตามลำพัง” แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิงเปล่งประกาย ส่วนเซี่ยหลินเฟิงก็เดินจากไปด้วยความยินดี ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ในที่สุดเหลียงหมิงเจาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นอีก นางมองไปทางคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงนางใช้พละกำลังทั้งร่างกาย นางมือหนักมาก พร้อมตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง มือของนางบวมเป่ง แต่เสิ่นเยี่ยนชิงไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย“เจาเจา ถ้าการตบกระหม่อมม

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 19

    สถานการณ์พลิกผัน ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือสาวรับใช้ต่างไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงเจ็บบริเวณท้องน้อย แววตาประกายความโหดเหี้ยม เขาคว้ามือของหลินเจินเจินแล้วผลักออกไป เลือดไหลทะลักออกมาทันที เขาใช้มือกุมบาดแผลเอาไว้ พร้อมหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเซียว “ตามหมอมา! แล้วจับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้โยนออกไป!”หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหวแล้วสลบลงไป ตอนที่เสิ่นเยี่ยนชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อหมอเห็นว่าเขาฟื้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณชายเสิ่น โชคดีที่วันนั้นคุณหนูหลินมีกำลังไม่มาก ทำให้บาดแผลไม่ลึก ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากที่จะช่วยกลับมาได้! แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นกว่าจะกลับมาหายดี” เขาขยับตัว จากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง เสิ่นเยี่ยนชิงเผยสีหน้าเจ็บปวด แล้วกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น “องค์หญิง…องค์หญิงกลับตำหนักมาแล้วหรือยัง” เขาถามขึ้นด้วยความร้อนใจ หมอชะงักไป “ได้ข่าวว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับมาวันนี้…เอ๋! เอ๋ คุณชายเสิ่น ท่านไม่ควรลุกออกจากเตียงตอนนี้!”เมื่อได้ยินว่าเหลียงหมิงเจากำลังจะกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจบาดแผ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 18

    ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย ชาติก่อนเขาตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือกับหลินเจินเจินอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่เขาแกล้งตาย เขาก็สูญเสียตำแหน่งโหวน้อยสกุลเสิ่น เงินทองหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แม่เลี้ยงของหลินเจินเจินปฏิบัติตัวต่อนางอย่างย่ำแย่มาโดยตลอด ดังนั้นตระกูลหลินจึงไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เขาเป็นโหวสกุลเสิ่น เดิมทีเขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ชาติก่อนเขาต้องคัดหนังสือหาเลี้ยงชีพ แม้หลินเจินเจินจะทำงานเย็บปักถักร้อย แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้หรูหราเท่าเดิม พวกเขากลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันแตกต่างจากที่เสิ่นเยี่ยนชิงฝันเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เขาจะทนใช้ชีวิตแสนธรรมดาแบบนั้นได้อย่างไร แต่นับจากที่เขาแกล้งตายก็ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หากเขากลับไปก็ต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่กับหลินเจินเจินต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ในที่สุดเขาก็ได้พบกับองค์หญิงและโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่น เขาก็เข้าไปปกป้องเหลียงหมิงเจาจากมือสังหารโดยไม่สนใจอันตราย หากเขารอดชีวิตไปได้ เหลียงหมิงเจา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status