Short
ฝันอันหนาวเหน็บของเหยี่ยว

ฝันอันหนาวเหน็บของเหยี่ยว

By:  เจ้าตัวแสบCompleted
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
24Chapters
218views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ทั่วทั้งเมืองหลวง ใครบ้างไม่รู้ว่า ลู่เฉิงเจ๋อ ซื่อจื่อแห่งจวนโหวหย่งอัน และเสิ่นยวน บุตรสาวคนโตของตระกูลเสิ่น คือคู่รักวัยเยาว์ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก แต่สิ่งที่ผู้คนพูดถึงกันอย่างออกรส บัดนี้ไม่ใช่ความผูกพันในครั้งอดีต ยามเด็กหนุ่มปีนต้นไม้เด็ดดอกไม้ เด็กสาวชายกระโปรงเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำค้างอีกต่อไป หากแต่เป็นวันนี้ วันที่ซื่อจื่อเข้าพิธีแต่งงานกับเสิ่นชิงหว่าน น้องสาวต่างมารดาของเสิ่นยวน ซึ่งกลับตรงกับวันส่งศพมารดาของเสิ่นยวนพอดี เกี้ยวมงคลเคลื่อนผ่านจากถนนฝั่งตะวันออก โลงศพเคลื่อนออกจากถนนฝั่งตะวันตก ตามธรรมเนียมของแคว้นต้าเหลียง งานศพถือเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อพิธีมงคลพบเจอกับงานอวมงคล ฝ่ายหนึ่งต้องเปลี่ยนเส้นทาง หรือไม่ก็หลีกทาง แต่ลู่เฉิงเจ๋อกลับไม่ยอมทำเช่นนั้น เขาสั่งให้ขบวนรับเจ้าสาวปิดกั้นถนนจูเชวี่ยทั้งสาย เสียงฆ้องกลองดังกึกก้อง เสียงซัวน่าดังสนั่น หักหาญบีบให้ขบวนส่งศพของตระกูลเสิ่นต้องถอยกลับเข้าไปในตรอก เสิ่นยวนสวมชุดไว้ทุกข์ เดินประคองโลงศพ ถูกขวางอยู่ตรงปากตรอกจนไม่อาจขยับไปไหนได้แม้แต่ก้าวเดียว

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ลู่เฉิงเจ๋อนั่งตัวตรงอยู่บนหลังม้าตัวสูง สวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงสด ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกงาม มุมปากแต้มรอยยิ้มจางๆ เขามองเสิ่นยวนจากที่สูง สายตากวาดผ่านชุดไว้ทุกข์ผ้ากระสอบหยาบบนร่างของนาง ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เสิ่นยวน วันนี้เป็นฤกษ์มงคลในพิธีแต่งงานของข้า เจ้าแต่งชุดไว้ทุกข์มาขวางทาง มีเจตนาอันใด”

เสิ่นยวนประคองโลงศพอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไร

ลู่เฉิงเจ๋อโบกมืออย่างหมดความอดทน “ใครก็ได้ ถอดชุดไว้ทุกข์ที่ขวางหูขวางตานั่นออกจากตัวนาง”

องครักษ์สองคนรับคำแล้วก้าวเข้ามา

เสิ่นยวนถอยกรูดไปหนึ่งก้าว กำคอเสื้อของตนไว้แน่น เสียงสั่นเครือ “ลู่เฉิงเจ๋อ เจ้าเสียมารยาทเกินไปแล้ว”

“เสียมารยาทงั้นหรือ” ลู่เฉิงเจ๋อแค่นหัวเราะ “เจ้าแต่งชุดไว้ทุกข์มาขัดพิธีแต่งงานของข้า ข้ายังไม่เอาผิดเจ้าในข้อหาลบหลู่ ก็ถือว่าเมตตาอย่างที่สุดแล้ว ถอดออก”

องครักษ์จับแขนของเสิ่นยวนจากทั้งซ้ายและขวา

นางดิ้นรนสุดแรง ผ้ากระสอบของชุดไว้ทุกข์ส่งเสียงฉีกขาดแสบแก้วหูท่ามกลางการยื้อยุด ชุนเถาพุ่งเข้าไปหมายปกป้องคุณหนูของตน แต่กลับถูกผลักจนล้มลงกับพื้น

ชุดไว้ทุกข์ผ้ากระสอบหยาบถูกกระชากออกจากร่างของนางอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นเสื้อชั้นในสีขาวนวลด้านใน

ลมเดือนห้าพัดผ่าน เสิ่นยวนกอดแขนของตนเอง คุกเข่าอยู่บนพื้น ร่างทั้งร่างสั่นเทา

มีคนในฝูงชนทนดูไม่ไหว ชายชราคนหนึ่งก้าวออกมาข้างหน้า “นี่... นี่มันเกินไปหน่อยหรือเปล่า”

หญิงที่อยู่ข้างๆ รีบดึงตัวเขาไว้ พลางลดเสียงลง “ท่านผู้เฒ่า เบาเสียงหน่อย ท่านไม่รู้หรือว่า คุณหนูใหญ่ตระกูลเสิ่นผู้นี้เคยทำอะไรไว้ เมื่อก่อนน้องสาวร่วมสายเลือดของท่านซื่อจื่อ ลู่หว่านหนิง ถูกนางทำจนตาย”

“ยังไม่หมดแค่นั้น ท่านซื่อจื่อไม่เชื่อคำพูดของคนอื่น แถมยังเอ็นดูคุณหนูตระกูลเสิ่นยิ่งนัก ถึงกับรับนางเข้าไปดูแลในจวนอย่างดี ใครจะคิดว่าหลังจากนางอาศัยอยู่ในจวนโหวได้เพียงเดือนเดียว ฮูหยินโหวก็ถูกวางยาพิษ หมอหลวงบอกว่ายาพิษนั้นถูกใส่ลงในอาหารทุกวัน คนที่สามารถเข้าถึงอาหารของฮูหยินโหวได้ทุกวันโดยไม่ถูกจับได้ มีเพียงนางเท่านั้น”

“ท่านซื่อจื่อคุกเข่าอยู่หน้าเตียงของฮูหยินโหว และสาบานอย่างหนักแน่นว่าจะต้องล้างแค้นนี้ให้ได้ในชาตินี้”

“ฆ่าน้องสาว ฆ่ามารดา สองชีวิต หลักฐานแน่นหนา ต่อให้ตัดหัวตามกฎหมายต้าเหลียงก็ยังชดใช้ไม่พอ”

ชายชรานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้น... แล้วเหตุใดนางถึงยังอยู่ที่นี่”

หญิงผู้นั้นลดเสียงลง “ก็เพราะมารดาของนางนั่นอย่างไร ฮูหยินตระกูลเสิ่นคุกเข่าอยู่หน้าประตูจวนโหวสามวันสามคืน จนหน้าผากแตกเลือดไหลนองพื้น ขอร้องท่านซื่อจื่อให้เห็นแก่ที่ตระกูลเสิ่นรับใช้ราชสำนักอย่างซื่อสัตย์มาหลายชั่วอายุคน และเห็นแก่ที่บุตรสาวของนางกับท่านซื่อจื่อเป็นสหายวัยเยาว์กันมา 13 ปี ขอไว้ชีวิตนางสักครั้ง ภายหลังไม่รู้ไปหาสาวใช้คนหนึ่งมาจากที่ใดให้รับผิดแทน คดีจึงจบลงได้”

ลู่เฉิงเจ๋อได้ฟังคำเหล่านั้น สีหน้าก็ค่อยๆ หม่นลงทีละน้อย

ชุนเถาถูกกดไว้กับพื้น เลือดไหลจากมุมปาก นางร้องตะโกนอย่างฟังไม่ชัด “ไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นนังเสิ่นชิงหว่านที่ใส่ร้ายคุณหนูของข้า”

“ปิดปากนาง” ลู่เฉิงเจ๋อเอ่ยอย่างเย็นชา

ลู่เฉิงเจ๋อพลิกตัวลงจากหลังม้า ชายชุดเจ้าบ่าวสีแดงสดกวาดผ่านพื้นดิน เขาเดินทีละก้าวมาหยุดตรงหน้าเสิ่นยวน

เขายืนมองนางจากที่สูง เงาของเขาปกคลุมร่างของนางไว้ทั้งหมด

“เสิ่นยวน” น้ำเสียงของเขาแผ่วต่ำ “เจ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ”

เสิ่นยวนคุกเข่าอยู่บนพื้น “ข้าแก้ต่างมาเป็นพันเป็นหมื่นครั้งแล้ว” เสียงของนางแหบแห้งจนแทบไม่ได้ยิน “แต่เจ้าไม่เคยเชื่อข้าเลย”

ลู่เฉิงเจ๋อกำหมัดแน่นขึ้นกะทันหัน ข้อนิ้วซีดขาว

ครู่ต่อมา เขาหยิบกระดาษม้วนหนึ่งที่เหลืองซีดออกมาจากแขนเสื้อ แล้วฟาดใส่หน้าเสิ่นยวนอย่างแรง

กระดาษกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เป็นเอกสารปิดคดีในเหตุการณ์ที่ทะเลสาบเมื่อครั้งนั้น และคดีวางยาพิษฮูหยินโหว

“ไม่เชื่อหรือ” ลู่เฉิงเจ๋อก้มตัวเข้าไปใกล้ ดวงตาแดงก่ำ ความแค้นพลุ่งพล่าน “หลักฐานแน่นหนาถึงเพียงนี้ ชีวิตที่มารดาของเจ้าคุกเข่าขอร้องอยู่สามวันสามคืนกว่าจะได้มา แต่เจ้ากลับยังไม่รู้จักสำนึก”

เสิ่นยวนมองเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น ริมฝีปากขยับเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไร

ลู่เฉิงเจ๋อยืดตัวขึ้น สายตากวาดไปยังโลงศพด้านหลังนาง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย

“เจ้าบอกว่าวันนี้เป็นวันส่งศพมารดาของเจ้า” เขาเน้นคำทีละคำ “ดีมาก เช่นนั้นข้าจะดูด้วยตาตัวเอง ว่าในโลงนี้มีคนอยู่จริงหรือไม่”

เขาก้าวยาวๆ ตรงไปยังโลงศพ

เสิ่นยวนพุ่งเข้าไปขวางกะทันหัน ใช้ร่างทั้งร่างยืนบังอยู่หน้าโลง “ไม่ได้ ลู่เฉิงเจ๋อ เจ้าเปิดโลงไม่ได้ หากรบกวนดวงวิญญาณ ผู้ตายจะไม่อาจจากไปอย่างสงบ”

ลู่เฉิงเจ๋อหยุดฝีเท้า ก้มมองนางที่กอดโลงศพไว้แน่น ในแววตาปรากฏความลังเลขึ้นวูบหนึ่ง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
24 Chapters
บทที่ 1
ลู่เฉิงเจ๋อนั่งตัวตรงอยู่บนหลังม้าตัวสูง สวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงสด ใบหน้าหล่อเหลาราวหยกงาม มุมปากแต้มรอยยิ้มจางๆ เขามองเสิ่นยวนจากที่สูง สายตากวาดผ่านชุดไว้ทุกข์ผ้ากระสอบหยาบบนร่างของนาง ก่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เสิ่นยวน วันนี้เป็นฤกษ์มงคลในพิธีแต่งงานของข้า เจ้าแต่งชุดไว้ทุกข์มาขวางทาง มีเจตนาอันใด”เสิ่นยวนประคองโลงศพอยู่เงียบๆ ไม่พูดอะไรลู่เฉิงเจ๋อโบกมืออย่างหมดความอดทน “ใครก็ได้ ถอดชุดไว้ทุกข์ที่ขวางหูขวางตานั่นออกจากตัวนาง”องครักษ์สองคนรับคำแล้วก้าวเข้ามาเสิ่นยวนถอยกรูดไปหนึ่งก้าว กำคอเสื้อของตนไว้แน่น เสียงสั่นเครือ “ลู่เฉิงเจ๋อ เจ้าเสียมารยาทเกินไปแล้ว”“เสียมารยาทงั้นหรือ” ลู่เฉิงเจ๋อแค่นหัวเราะ “เจ้าแต่งชุดไว้ทุกข์มาขัดพิธีแต่งงานของข้า ข้ายังไม่เอาผิดเจ้าในข้อหาลบหลู่ ก็ถือว่าเมตตาอย่างที่สุดแล้ว ถอดออก”องครักษ์จับแขนของเสิ่นยวนจากทั้งซ้ายและขวานางดิ้นรนสุดแรง ผ้ากระสอบของชุดไว้ทุกข์ส่งเสียงฉีกขาดแสบแก้วหูท่ามกลางการยื้อยุด ชุนเถาพุ่งเข้าไปหมายปกป้องคุณหนูของตน แต่กลับถูกผลักจนล้มลงกับพื้นชุดไว้ทุกข์ผ้ากระสอบหยาบถูกกระชากออกจากร่างของนางอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็น
Read more
บทที่ 2
ม่านเกี้ยวเจ้าสาวถูกเปิดออกจากด้านในกะทันหันเสิ่นชิงหว่านโผล่ใบหน้าออกมาเพียงครึ่งหนึ่ง พู่ระย้าบนมงกุฎหงส์ห้อยลงมา นางมองเสิ่นยวนที่คุกเข่าอยู่บนพื้น สวมเพียงเสื้อชั้นในสีขาวนวล ก่อนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านพี่ วันนี้พี่หญิงทำเช่นนี้... ข้านั่งอยู่ในเกี้ยวแล้วรู้สึกไม่สบายใจจริงๆ”ลู่เฉิงเจ๋อหันกลับไปมองนาง น้ำเสียงอ่อนโยนลงในทันที “เจ้านั่งอยู่ในเกี้ยวให้สบายเถิด เรื่องข้างนอก ข้าจะจัดการเอง”เสิ่นชิงหว่านเม้มริมฝีปาก สายตาตกลงบนตัวเสิ่นยวน น้ำเสียงแผ่วเบาลง “ก่อนออกจากบ้าน ข้าไปคารวะท่านแม่... ท่านแม่ยังตำหนิข้าอยู่สองสามคำ บอกว่าข้าไม่รู้จักกฎระเบียบ แต่งงานออกเรือนไปแล้วก็ยังไม่รู้จักสำรวมตัว”“ที่ผ่านมาในจวน ข้าไม่ได้ปรนนิบัติท่านแม่ให้ดีพอ บัดนี้ต่อหน้าโลงศพ ก็ถือว่าได้คารวะลาท่านแม่ และขอบคุณที่ท่านอบรมเลี้ยงดูข้ามาตลอดหลายปี”เสิ่นยวนเงยหน้าขึ้นกะทันหัน มือที่กำอยู่ขณะคุกเข่าบนพื้นกำแน่นขึ้นเมื่อสามวันก่อน มารดาสิ้นใจอยู่ในอ้อมแขนของนางนางเป็นผู้เช็ดทำความสะอาดร่างของมารดาด้วยตนเอง เป็นผู้เปลี่ยนชุดสำหรับผู้ตายให้ด้วยตนเอง และเป็นผู้ปิดฝาโลงด้วยมือของตนเองขณะที่เสิ่นช
Read more
บทที่ 3
เมื่อเสิ่นยวนฟื้นขึ้นมา นางถูกมัดติดอยู่กับเก้าอี้ไม้ มือและเท้าถูกรัดจนเกิดรอยเลือดองครักษ์สองคนจับนางไว้จากซ้ายและขวา มือหยาบกร้านข้างหนึ่งกดท้ายทอยของนาง แล้วกดศีรษะลงไปในถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำเย็นจัดอย่างแรงนางดิ้นรนสุดชีวิต เก้าอี้ไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ฟองอากาศผุดขึ้นจากผิวน้ำไม่หยุดภาพตรงหน้าจากสีขาวค่อยๆ มืดลง เมื่อนางถูกดึงขึ้นมาก็ไอสำลักจนพ่นน้ำออกมาครึ่งถัง ยังไม่ทันได้หายใจ ศีรษะก็ถูกกดลงไปอีกครั้งไม่รู้ว่าถูกกดลงไปเป็นครั้งที่เท่าไร องครักษ์คนหนึ่งจึงหยุดมือ แล้วกระซิบกับสหาย “น่าจะพอแล้วกระมัง หากท่านซื่อจื่อรู้เข้า เกรงว่าจะตำหนิพวกเรา”อีกคนเหลือบมองเขา ก่อนพยักพเยิดไปทางนอกหน้าต่างด้านนอก ดอกไม้ไฟสายหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพอดี ก่อนระเบิดเป็นแสงสีงดงามเต็มผืนฟ้ายามราตรีเสียงฆ้องกลอง เสียงประทัด และเสียงโห่ร้องดังลอดผ่านเรือนหลายชั้นเข้ามา จวนโหวทั้งจวนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งงานมงคล“วันนี้ท่านซื่อจื่อแต่งงาน” องครักษ์ผู้นั้นละสายตากลับมา ลดเสียงลงต่ำ “นับจากนี้ นายหญิงของจวนต่างหากที่สำคัญที่สุด ควรฟังคำสั่งของผู้ใด เจ้ายังไม่รู้อีกหรือ”องครักษ์คนแรกชะงัก
Read more
บทที่ 4
เสิ่นยวนถูกองครักษ์สองคนลากขึ้นจากพื้น แล้วคุมตัวกลับไปยังจวนโหวหย่งอันประตูถูกล็อกจากด้านนอก เสิ่นยวนรออยู่ครู่หนึ่ง จนแน่ใจว่าด้านนอกไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว จึงค่อยๆ คลายมือออกกระดาษโน้ตที่นางเพิ่งหยิบออกมาจากโลงศพว่างเปล่าเปียกชื้นด้วยเหงื่อจนนิ่ม นางยื่นเข้าไปใกล้ตะเกียงน้ำมันแล้วอ่านโลงศพของท่านแม่ถูกย้ายไปยังที่ปลอดภัยแล้ว ชุนเถาและบ่าวเก่าของจวนเสิ่นล้วนปลอดภัยดี อีกเจ็ดวัน บิดาของข้าจะนำหลักฐานกลับเมืองหลวง คดีอันไม่เป็นธรรมในครั้งนั้นย่อมได้รับการเปิดเผย บุญคุณที่ท่านเคยช่วยชีวิตข้าในอดีต เซียวเหยี่ยนจือจดจำไว้ในใจเสมอ ขอคุณหนูอดทนไปก่อน เมื่อถึงเวลา ข้าจะมารับท่านด้วยตนเองเซียวเหยี่ยนจือคำนับเสิ่นยวนยื่นกระดาษโน้ตเข้าใกล้เปลวตะเกียง มองมันม้วนงอและถูกเผาไหม้ เถ้าถ่านร่วงลงบนฝ่ามือ ก่อนถูกนางกำไว้แน่นเช้าวันถัดมา ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง ประตูก็ถูกถีบเปิดอย่างแรงมามาผู้หนึ่งวัยราว 40 กว่าปีก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว คว้าแขนเสิ่นยวนแล้วลากนางลงจากเตียง“ลุกขึ้น ฮูหยินน้อยจะรับอาหารเช้ายามเหม่าแล้ว เจ้าสาวใช้ติดตามยังกล้านอนมาจนถึงเวลานี้อีกหรือ”เสิ่นยวนถูกเหวี่ยงลงกับ
Read more
บทที่ 5
ในความฝันคือมารดาเสิ่นยวนเห็นมารดานั่งอยู่ใต้ระเบียงของเรือนเก่า ในมือถือสะดึง ค่อยๆ ปักดอกบัวคู่ทีละเข็มทีละด้ายแสงแดดยามบ่ายสาดลงบนร่างของนาง ราวกับเคลือบทั้งร่างไว้ด้วยแสงสีทองอบอุ่น“ท่านแม่” เสิ่นยวนเรียกนางมารดาเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นนางก็ยิ้ม “ยวนเอ๋อร์ มานี่สิ” มารดากวักมือเรียกนางเสิ่นยวนวิ่งเข้าไป ซบลงในอ้อมกอดของมารดา “ท่านแม่ พาข้าไปด้วยเถิด” เสิ่นยวนเงยหน้ามองใบหน้าของมารดา “ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว”มารดาก้มลงมองนาง น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา ใบหน้าของนางเริ่มเลือนราง ราวกับภาพวาดที่ถูกน้ำชโลม สีสันค่อยๆ เลือนกระจายออกไปน้ำเย็นหนึ่งถังสาดลงบนใบหน้าของเสิ่นยวนนางสะดุ้งตื่นพร้อมอาการไอสำลัก นอนหมอบอยู่บนพื้น ร่างทั้งร่างเปียกโชก บาดแผลบนหลังถูกน้ำเย็นกระทบจนเจ็บปวด นางงอตัวลงทั้งร่างนางเงยหน้าขึ้นเบื้องหน้าเป็นห้องอุ่นที่อบด้วยเครื่องหอมมีคนผู้หนึ่งนอนอยู่บนเตียง เสิ่นชิงหว่านใบหน้าของเสิ่นชิงหว่านซีดขาว ริมฝีปากคล้ำ มีกลุ่มเหงื่อเย็นเต็มหน้าผากมีหมอหลวงหลายคนยืนอยู่ข้างเตียง ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดส่วนลู่เฉิงเจ๋อยืนอยู่ปลายเตียงหมอหลวงคนหนึ่งก้าวออกมา เ
Read more
บทที่ 6
ตอนที่เสิ่นยวนถูกพาตัวกลับมา ก็เป็นยามดึกแล้วลู่เฉิงเจ๋อยืนรออยู่หน้าประตูห้องหนังสือเมื่อเห็นสภาพที่เสิ่นยวนถูกพยุงตัวเข้ามา เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองศีรษะที่ก้มต่ำของนาง เส้นผมที่ยุ่งเหยิง รวมถึงรอยเลือดเป็นวงกว้างบนชายกระโปรง เขาดูเหมือนจะประหลาดใจอยู่ชั่วขณะลู่เฉิงเจ๋อจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วยื่นให้“ห่างออกไปทางเหนือของเมืองสามสิบลี้ มีอารามชิงอวิ๋นอยู่แห่งหนึ่ง ยาถอนพิษอยู่ที่นั่น” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ “พรุ่งนี้เช้า ข้าจะส่งคนไปส่งเจ้า หลังได้ยาถอนพิษแล้ว องครักษ์ลับจะคุ้มกันเจ้ากลับมา”ลู่เฉิงเจ๋อคุกเข่าลง ยัดกระดาษใส่มือของนาง“หลายวันที่ผ่านมา เจ้าก็ได้รับโทษมามากพอแล้ว” เขาหยุดไปเล็กน้อย “นำยาถอนพิษกลับมา รักษาพิษของชิงหว่านได้ เรื่องที่เจ้าติดค้างข้าก็ถือว่าชดใช้ไปได้ส่วนหนึ่ง”เขาลุกขึ้นยืน ก้มมองนาง“นับจากนี้ ข้าจะมอบฐานะให้เจ้า แล้วเจ้าก็อยู่ข้างกายข้าเสีย”เสิ่นยวนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ลู่เฉิงเจ๋อรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยเมื่อถูกนางมองเช่นนั้น จึงเบนสายตาหนี“อย่าลืม” น้ำเสียงของเขาแผ่วลง “หนี้ที่เจ้าติดค้างข้าในชีวิตนี้
Read more
บทที่ 7
ไม่มีชื่อผู้เขียน ไม่มีลายมือชื่อท้ายข้อความไม่รู้ว่าใครเป็นคนเขียน แต่จะเป็นใครได้อีกเสิ่นยวนหายตัวไป องครักษ์ลับไม่กลับมาแม้แต่คนเดียว ยาถูกนางส่งกลับมา และทันทีที่ชิงหว่านดื่มก็อาเจียนเป็นเลือด นอกจากนางแล้วจะเป็นใครได้อีกเขากำกระดาษโน้ตไว้แน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดขึ้นทีละเส้นเขาช่างโง่เขลาเหลือเกินเมื่อคืนตอนที่นางถูกพยุงกลับมา ร่างทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด หัวเข่ามีแต่บาดแผลจากเศษกระเบื้องในวินาทีที่เห็นนาง หัวใจของเขากลับไหววูบขึ้นมาเขาถึงขั้นคิดว่า รอให้นางนำยาถอนพิษกลับมาช่วยชิงหว่านได้ เขาจะไม่ลงโทษนางอีก มอบฐานะให้นาง แล้วให้นางอยู่ในจวนโหวเขาคิดว่านางจะนำยาถอนพิษกลับมาอย่างดี คิดว่าลึกๆ แล้วนางยังคงนึกถึงความสัมพันธ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาแล้วผลเป็นอย่างไรนางกลับแทงเขาหนึ่งแผลนางเกลียดเขา เกลียดที่เขาแต่งงานกับชิงหว่าน เกลียดที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยเชื่อนาง เกลียดที่เขาโยนหยกของนางทิ้ง เกลียดที่เขาลงโทษให้นางคุกเข่าบนเศษกระเบื้อง ใส่เครื่องจองจำ และเดินประจานไปทั่วถนนดังนั้นนางจึงหนีไป และยังทิ้งกระดาษโน้ตแผ่นนี้ไว้ นางกำลังแก้แค้น นางยังคงร้ายกาจเช
Read more
บทที่ 8
ลู่เฉิงเจ๋อไม่ได้นอนตลอดทั้งคืนฟ้าที่ยังไม่ทันสว่าง เขาก็สั่งให้คนเรียกองครักษ์ทั้งสามคนที่ติดตามเสิ่นยวนไปอารามชิงอวิ๋นเมื่อวานเข้ามาทั้งสามคนคุกเข่าอยู่บนพื้นห้องหนังสือ ไม่มีใครกล้าเงยหน้า“เล่าเรื่องเมื่อวานมาตั้งแต่ต้นจนจบ” ลู่เฉิงเจ๋อนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือองครักษ์ที่อยู่ตรงกลางเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน“เรียนท่านซื่อจื่อ ยามเหม่าเค่อที่สาม เกี้ยวของคุณหนูเสิ่นออกจากประตูหลัง ระหว่างทางไม่มีปัญหาอะไร พอถึงอารามชิงอวิ๋น พวกข้าน้อยก็รออยู่ด้านนอก ราวครึ่งชั่วยามต่อมา คุณหนูเสิ่นก็ออกมา ในมือถือขวดยาใบหนึ่ง”“คนที่มอบยาให้มีรูปร่างหน้าตาเช่นไร”“เป็นชายหนุ่ม อายุราวยี่สิบต้นๆ สวมเสื้อคลุมยาวสีขาวนวล พวกข้าน้อยมองใบหน้าเขาไม่ชัด แต่จากสำเนียงแล้ว น่าจะเป็นคนเมืองหลวง”นิ้วของลู่เฉิงเจ๋อเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ“เรียกช่างวาดภาพมา” ลู่เฉิงเจ๋อกล่าว “วาดหน้าตาของคนผู้นั้นออกมา”หลังช่างวาดภาพมาถึง องครักษ์ทั้งสามก็ช่วยกันบอกลักษณะทีละคน“หน้าผากกว้าง”“แนวกรามค่อนข้างชัด”“ริมฝีปากบาง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย”“รูปร่างสูงโปร่ง สูงกว่าท่านซื่อจื่อไม่ถึงหนึ่งชุ่น”ช่างวาดภาพแก้ภาพถึง
Read more
บทที่ 9
สมองของลู่เฉิงเจ๋อส่งเสียงดังหึ่งขึ้นมาวันที่เขาแต่งงานเสิ่นหยวนสวมเสื้อผ้าป่าน ไม่ใช่เพราะต้องการมาขวางขบวนเกี้ยวเจ้าสาวของเขาแต่เพราะมารดาของนางเสียชีวิตจริง และนางกำลังจัดงานศพให้นางนางคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะ 99 ครั้ง ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิด แต่เพราะนางรีบร้อนไปส่งมารดาเป็นครั้งสุดท้ายนางยืนขวางหน้าโลงศพ ไม่ยอมให้เขาเปิดโลง ไม่ใช่เพราะในโลงมีสิ่งที่ไม่ควรให้ใครเห็นซ่อนอยู่ แต่เพราะคนที่อยู่ในนั้นคือมารดาของนางส่วนเขา ในวันที่มารดาของนางกำลังจัดงานศพกลับฉีกชุดไว้ทุกข์ของนางบังคับให้นางเป็นที่วางเท้าให้น้องสาวต่างมารดาบังคับให้นางโขกศีรษะ 99 ครั้งลู่เฉิงเจ๋อยืนอยู่หน้าจวนเก่าตระกูลเสิ่น สมองขาวโพลนไปหมดของที่ถืออยู่ในมือร่วงลงพื้น ห่อกระดาษคลายออก เผยให้เห็นขนมกุ้ยฮวาที่อยู่ด้านในนั่นเป็นของโปรดของมารดาเสิ่นหยวนตอนยังมีชีวิตอยู่มารดาของเขากับมารดาของเสิ่นหยวนเคยเป็นสหายสนิทกันตั้งแต่ยังสาว ทั้งสองชอบชวนกันไปกินขนมกุ้ยฮวาจากร้านเก่าแก่ทางตะวันตกของเมืองหลังจากมารดาของเขาเสียชีวิต ทุกปีในวันครบรอบวันตาย มารดาของเสิ่นหยวนก็ยังให้คนนำขนมหนึ่งห่อไปส่งที่จวนโหว วา
Read more
บทที่ 10
ลู่เฉิงเจ๋อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกลับมาถึงจวนโหวได้อย่างไรตลอดทางม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ในหัวของเขากลับสับสนวุ่นวาย มีเพียงคำพูดของคนรับใช้ชราที่วนเวียนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า“คุณหนูรองเป็นคนวางยาให้ฮูหยิน”พิษชนิดเดียวกัน ของจากดินแดนตะวันตก และเหมือนกับพิษที่มารดาของเขาได้รับทุกอย่างคนรับใช้ชราบอกว่าจำสัญลักษณ์บนห่อกระดาษได้ ตอนนั้นตอนที่จวนโหวตรวจสอบเรื่องพิษ คนทั้งจวนต่างเคยเห็นสัญลักษณ์แบบนั้น เจ้าหน้าที่จากกรมอาญายังวาดภาพเอาไว้ แล้วไล่ถามทีละเรือน คนรับใช้ชราไม่มีทางจำผิดแต่ถ้าหากพิษที่เสิ่นชิงหว่านใช้วางยาฮูหยินเสิ่น เป็นพิษชนิดเดียวกับที่มารดาของเขาได้รับเช่นนั้นคนที่วางยามารดาของเขาในตอนนั้น จะไม่ใช่เสิ่นหยวนเช่นกันหรือลู่เฉิงเจ๋อกระตุกบังเหียน หยุดม้าอยู่หน้าจวนโหวในหัวมีสองเสียงกำลังต่อสู้กัน เสียงหนึ่งบอกว่า หลักฐานแน่นหนาราวภูเขา ทั้งพยานและหลักฐานอยู่ครบ เสิ่นหยวนคือคนร้าย เจ้าสืบเรื่องนี้มาสามปีแล้ว ยังไม่ชัดเจนอีกหรืออีกเสียงหนึ่งบอกว่า แล้วเสิ่นชิงหว่านเล่า นางเป็นคนวางยาฮูหยินเสิ่น เจ้ากับตาเห็นหรือ ไม่ แต่คนรับใช้ชราเห็นกับตาเขาพลิกตัวลงจากม้าอย่างหงุด
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status