Share

บทที่ 4

Author: พระอาทิตย์ขึ้น
เหลียงหมิงเจากำลังจะเอ่ยปาก แต่เสิ่นเยี่ยนชิงกลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน ราวกับไม่ได้ใส่ใจนัก “เหตุการณ์คับขันกระหม่อมจึงขอรับโทษเฆี่ยนด้วยตนเอง หากองค์หญิงยังทรงกริ้ว จะทรงลงโทษกระหม่อมอย่างไรก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาเย็นชาลงเล็กน้อย “แต่กระหม่อมขอให้องค์หญิงอย่าทรงพาลไปลงที่เจินเจิน ต่อจากนี้…อย่าได้ลงมือทำร้ายนางอีก”

พูดจบ เขาก็ยื่นแส้ด้วยสองมือ ราวกับกำลังบอกนางว่า—หากยังไม่หายโกรธ ก็ลงมือเฆี่ยนเขาด้วยพระองค์เองเถิด

เหลียงหมิงเจามองแส้เปื้อนเลือดเส้นนั้น พลันหัวเราะขึ้นมา “เจ้ารักนางถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”

“ใช่ พ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นเยี่ยนชิงตอบโดยไม่ลังเล

“นางเป็นคนบอกเจ้าหรือ ว่าพิษนั้นข้าเป็นคนวาง?”

เสิ่นเยี่ยนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจินเจิน”

“เจ้าเพียงตอบมา ว่าใช่หรือไม่ใช่”

“...ใช่ พ่ะย่ะค่ะ”

เหลียงหมิงเจากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ “ถ้าอย่างนั้นระหว่างข้ากับนาง เจ้าเชื่อนาง ไม่เชื่อข้างั้นหรือ”

“...ใช่ พ่ะย่ะค่ะ”

คำว่า “ใช่” ทั้งสามคำ ราวกับมีดสามเล่มที่ทำลายความหวังสุดท้ายในใจของนางจนไม่เหลือชิ้นดี

ในขณะนั้น องครักษ์รีบร้อนเข้ามารายงาน “ซื่อจื่อ คุณหนูหลินฟื้นแล้วขอรับ นางร้องไห้ต้องการพบท่าน!

สีหน้าของเสิ่นเยี่ยนชิงผ่อนคลายลงทันที เขาประสานมือถวายบังคมเหลียงหมิงเจา “กระหม่อมขอทูลลา”

เขาหันหลังเดินจากไป แผ่นหลังเด็ดเดี่ยวไร้เยื่อใย

เหลียงหมิงเจามองตามเงาร่างของเขา และเอ่ยเสียงแผ่วเบาขึ้นว่า “เห็นก้อนกรวดเป็นไข่มุก…เสิ่นเยี่ยนชิง ข้าจะรอดูวันที่เจ้าต้องเสียใจ”

……

ระหว่างพักรักษาอาการบาดเจ็บ เหลียงหมิงเจาปิดประตูไม่ออกพบผู้คน

กระทั่งได้รับเทียบเชิญงานเลี้ยงแห่งวสันตกาล นางจึงก้าวออกจากจวนองค์หญิง

ภายในงานเลี้ยง เสิ่นเยี่ยนชิงพาหลินเจินเจินมาร่วมงานด้วย

ระหว่างงานเลี้ยงแม้เสิ่นเยี่ยนชิงจะมิได้นั่งร่วมโต๊ะกับหลินเจินเจิน แต่กลับคอยดูแลเอาใจใส่นางตลอด

ทั้งรินชา ตักอาหาร ส่งผ้าเช็ดหน้าให้นางซับเหงื่อ ความอ่อนโยนและใส่ใจของเขาทำให้บรรดาคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ในงานต่างพากันอิจฉาตาร้อน

“ซื่อจื่อเสิ่นช่างดูแลเอาใจใส่คุณหนูหลินดีจริงๆ…”

“แต่ได้ยินว่าเมื่อสองสามวันก่อนคุณหนูหลินถูกวางยาพิษ ซื่อจื่อเสิ่นถึงกับไปจวนองค์หญิงด้วยตนเอง…”

เสียงซุบซิบนินทาพลันเงียบลงกะทันหัน

ทุกคนต่างเหลือบมองไปที่เหลียงหมิงเจา ทว่ากลับเห็นท่าทีหูทวนลมของนาง พลางนั่งจิบชาโดยไม่สนใจสิ่งใด

“เพียงแค่ชมบุปผาคงน่าเบื่อเกินไป” จู่ ๆ ก็มีผู้หนึ่งเอ่ยเสนอขึ้น “มิสู้ตั้งรางวัลเป็นเดิมพันสักอย่าง แล้วให้ทุกท่านแสดงความสามารถกันดีหรือไม่”

ทันใดนั้นก็มีคนเอ่ยผสมโรงขึ้นว่า “องค์หญิงทรงประทับอยู่ที่นี่ ใครจะกล้าอวดฝีมือต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญกันเล่า ระบำกระบี่ในงานฉลองพระชนมายุฝ่าบาทเมื่อปีนั้น งดงามจนล่มเมืองล่มแคว้นอย่างแท้จริง…”

“พรึบ—”

ถ้วยชาในมือของเสิ่นเยี่ยนชิงสั่นไหวอย่างฉับพลัน จนชากระเซ็นหกออกมา

เขาเงยหน้ามองเหลียงหมิงเจาทันที สายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

นางร่ายรำกระบี่เป็นด้วยหรือ

ส่วนหลินเจินเจินมีสีหน้าซีดเผือด พลางกำชายเสื้อไว้แน่น

เหลียงหมิงเจากวาดสายตามองพวกเขาอย่างเมินเฉย พลางยกยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“งานเลี้ยงครั้งนั้นเมื่อหลายปีก่อน หม่อมฉันไม่มีวาสนาได้เห็นด้วยตาตนเอง ไม่ทราบว่าวันนี้จะได้รับเกียรติชมการร่ายรำอันสง่างามขององค์หญิงหรือไม่เพคะ” มีผู้หนึ่งเอ่ยหยอกล้อขึ้น

ผู้คนต่างพากันขานรับอย่างเห็นด้วย

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเสิ่นเยี่ยนชิง เหลียงหมิงเจาค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน “ได้สิ”

ทว่าในขณะที่กำลังจะเริ่มร่ายรำ จู่ ๆ หลินเจินเจินก็ร้องอุทานขึ้น “อุ้ยตายแล้ว” นางทำถ้วยน้ำชาหกรดใส่ตัวเองจนเปียกไปทั้งตัว

“ท่านพี่เยี่ยนชิง…” นางน้ำตาคลอเบ้า

เสิ่นเยี่ยนชิงลุกขึ้นทันที “กระหม่อมขอตัวก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

เขาพาหลินเจินเจินออกจากงานเลี้ยงไปอย่างรีบร้อน กระทั่งเหลียงหมิงเจาร่ายรำจบ เขาก็ยังไม่กลับมา

หลังงานเลี้ยงจบลง เหลียงหมิงเจายืนอยู่ริมทะเลสาบเพียงลำพัง

“ถวายบังคมเพคะ องค์หญิง”

ด้านหลังมีเสียงของหลินเจินเจินดังขึ้น

เหลียงหมิงเจาหันกลับไป เห็นว่าครั้งนี้นางไม่ได้คุกเข่าโขกศีรษะเหมือนเคย จึงอดหัวเราะไม่ได้ “ทำไม ไม่แสร้งทำเป็นน่าสงสารแล้วหรือ”

หลินเจินเจินกัดริมฝีปาก ก่อนจะคุกเข่าลงกะทันหัน “องค์หญิงทรงทราบอะไรหรือเพคะ”

“รู้อะไร” เหลียงหมิงเจาแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

“หม่อมฉันสมควรโดนลงโทษเพคะ!” หลินเจินเจินโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง “เป็นเพราะหม่อมฉัน ทำให้ซื่อจื่อเสิ่นเข้าใจผิด หม่อมฉันสมควรตายเพคะ!”

ดวงตาของนางแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ “หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรสาวอนุของจวนซ่างกั๋วกง สูญเสียมารดาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดภายใต้การกดขี่ของฮูหยินใหญ่ แต่ละวันช่างทุกข์ทรมาน และไม่เคยกล้าปรารถนาสิ่งใด มีเพียงซื่อจื่อเสิ่นเท่านั้นที่เป็นความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของหม่อมฉัน หม่อมฉันขอร้ององค์หญิง โปรดเมตตาให้พวกเราได้สมหวัง…”

“ทั่วทั้งแผ่นดินนี้ องค์หญิงทรงเลือกบุรุษเช่นใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น หม่อมฉันขอร้อง ได้โปรดประทานซื่อจื่อเสิ่นให้หม่อมฉันเถิดนะเพคะ….”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 23

    ห้าวันต่อมา เซี่ยหลินเฟิงก็รับราชโองการแล้วออกเดินทางไปรบ เขาแกะเมล็ดสนให้เหลียงหมิงเจาถุงใหญ่ พร้อมพูดว่า “กินวันละเม็ดนะ ข้าจะกลับมาหลังจากเจ้ากินหมด” เหลียงหมิงเจาด่าขึ้นอย่างอดไม่ได้ “ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็จะเน่าไปตั้งนานแล้ว”ขณะที่เซี่ยหลินเฟิงโน้มตัวเข้ามาใกล้ พร้อมแนบหน้าผากกับนางอย่างจริงจัง “ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาก่อนเมล็ดสนเน่า”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สายตามองตามแผ่นหลังของเซี่ยหลินเฟิงที่กำลังเดินจากไป หลังจากผ่านมาเป็นเวลาหนึ่งถึงสองเดือน ในที่สุดก็มาถึงวันที่หลินเจินเจินถูกประหาร มีข่าวจากศาลมาว่าหลินเจินเจินต้องการพบนางก่อนตาย เนื่องจากนางถูกขังในคุกเป็นเวลานาน นางจึงไม่มีเรี่ยวแรงก่อเรื่องได้อีก ดังนั้นเหลียงหมิงเจาจึงตัดสินใจเดินทางไปหา เมื่อนางเข้ามาในห้องคุมขังที่มืดและอับชื้น หลังจากไม่ได้พบหลินเจินเจินมาสักพัก นางคิดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้ นางที่เคยเป็นคนสะสวยงดงาม ตอนนี้กลับผมเผ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวสกปรก อีกทั้งยังดูเหมือนถูกรังแกมาไม่น้อย ท่าทางดูป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ผู้คุมจึงอธิบายกับนางว่า“ก่อนหน้านี้คุณหนูหลินพบว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่สภาพแ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 22

    เหลียงหมิงเจาพักผ่อนอยู่ในจวนหลายวัน นางมีท่าทางหดหู่และหงอยเหงา ขณะเดียวกัน ในที่สุดเซี่ยหลินเฟิงก็จับมือสังหารได้ คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้รับการจ้างวานจากหลินเจินเจินเพื่อให้มาสังหารเหลียงหมิงเจา ตอนที่พวกเขาพบตัวนาง นางก็กำลังกำเงินก้อนสุดท้ายหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มขอทาน เสื้อผ้าเนื้อตัวสกปรกมอมแมม นางคิดไม่ถึงเลยว่าเพียงแค่นางต้องการกำจัดเหลียงหมิงเจา และทำให้เสิ่นเยี่ยนชิงเปลี่ยนใจ กลับเป็นการสังหารที่นางต้องการที่สุดไป ตอนที่คนของเซี่ยหลินเฟิงมาตรวจสอบ นางก็ไม่มีแผนการอะไร ดังนั้นจึงตัดสินใจที่จะหลบซ่อนตัว ตอนนั้นนางจึงถูกนำตัวส่งมาที่ศาล ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “ข้าไม่ได้ตั้งใจ! ข้าไม่ได้ตั้งใจสังหารเสิ่นเยี่ยนชิง คนเหล่านั้นทำพลาด นั่นไม่ใช่เพราะข้า ข้าเพียงแค่ต้องการทำให้องค์หญิงตกใจเท่านั้น!”เดิมทีไม่มีใครเชื่อคำพูดของนาง เพราะมือสังหารทั้งห้าคนที่ถูกเซี่ยหลินเฟิงจับไว้นั้นให้การสารภาพเหมือนกันทั้งหมด พวกเขากล่าวว่าหลินเจินเจินมอบเงินจำนวนหนึ่งให้พวกเขาเพื่อไปสังหารองค์หญิง แต่ตอนนั้นเสิ่นเยี่ยนชิงกลับมายืนขวางองค์หญิงเอาไว้ ดังนั้นจึงทำให้มีคนตาย มือสังหารท

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 21

    เสิ่นเยี่ยนชิงคิดไม่ถึงว่าเหลียงหมิงเจาจะพูดเช่นนี้ เขาส่ายหน้า พร้อมหยาดน้ำตาที่ไหลลงมา เขาไม่กล้าคิดเลยว่า ก่อนหน้านี้เหลียงหมิงเจาก็เคยรอเขามาทั้งชีวิตด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายต้องมารู้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้ตาย นอกจากนี้ยังยอมละทิ้งทุกอย่างจากนางเพื่อไปอยู่กับหลินเจินเจินเมื่อเห็นสายตาที่แน่วแน่ของนางในตอนนี้ เขาก็อดร้องไห้ออกมาไม่ได้ “เจาเจา พวกเราไม่มีโอกาสกลับมาอีกแล้วหรือ”เหลียงหมิงเจาพยักหน้า สีหน้าเย็นชา “พวกเราไม่มีโอกาสมาตั้งนานแล้ว”เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นเยี่ยนชิงก็รู้สึกปวดใจอย่างมาก ตอนที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืน ประตูที่เคยปิดสนิทก็เปิดออกอย่างกะทันหัน เซี่ยหลินเฟิงวิ่งเข้ามากอดเหลียงหมิงเจา ด้วยดวงตาแดงก่ำ “เจ้ากำลังพูดไร้สาระอะไรน่ะ ข้าไม่มีทางตายในสนามรบแล้วทิ้งเจ้าไว้คนเดียว! ข้าจะกลับมาอย่างปลอดภัย จากนั้นก็อยู่กับเจ้าไปตลอดชีวิต”เซี่ยหลินเฟิงสีหน้ามีความสุข ที่แท้เขาก็แอบฟังอยู่ตลอด ตอนที่ได้ยินคำพูดประโยคสำคัญ เขาแทบจะพุ่งตัวออกมาอย่างอดไม่ไหวแล้วตระกูลเซี่ยเป็นทหารมาหลายชั่วอายุคน เรื่องที่เซี่ยหลินเฟิงต้องนำทัพออกรบนั้นเป็นเรื่องที่

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 20

    เสิ่นเยี่ยนชิงเป็นคนเย่อหยิ่ง ก่อนหน้านี้เขาเคยคุกเข่าเพื่อขอยาให้หลินเจินเจินเพียงครั้งเดียว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเหลียงหมิงเจา ครั้งนี้เขาทำเพื่อขอร้องให้อภัยเขา แต่ในสายตาของคนไม่รัก ต่อให้เสิ่นเยี่ยนชิงคุกเข่าทั้งคืนมันก็ไม่มีความหมาย ความผูกพันทั้งหมดจบลงไปแล้ว เมื่อเห็นท่าทางตอแยของเขา เหลียงหมิงเจาก็รู้สึกทั้งขันและรังเกียจในตอนแรกเขาสาบานว่าเขาไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้ทำลงไป แต่ตอนนี้เพิ่งผ่านมาหนึ่งเดือน เขาก็หย่ากับหลินเจินเจินเสียแล้ว นอกจากนี้ยังมาขอร้องอ้อนวอนอยู่ตรงหน้าของนางนางกวักมือเรียกเซี่ยหลินเฟิง“หลินเฟิง เจ้ากลับห้องไปก่อนเถอะ ข้าอยากคุยกับเขาตามลำพัง” แววตาของเสิ่นเยี่ยนชิงเปล่งประกาย ส่วนเซี่ยหลินเฟิงก็เดินจากไปด้วยความยินดี ที่นี่ไม่มีคนนอกแล้ว ในที่สุดเหลียงหมิงเจาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังซ่อนเร้นอีก นางมองไปทางคนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงนางใช้พละกำลังทั้งร่างกาย นางมือหนักมาก พร้อมตบไปที่ใบหน้าของเขาอย่างแรง มือของนางบวมเป่ง แต่เสิ่นเยี่ยนชิงไม่รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย“เจาเจา ถ้าการตบกระหม่อมม

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 19

    สถานการณ์พลิกผัน ไม่ว่าจะเป็นบ่าวหรือสาวรับใช้ต่างไม่ทันได้ดึงสติกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงเจ็บบริเวณท้องน้อย แววตาประกายความโหดเหี้ยม เขาคว้ามือของหลินเจินเจินแล้วผลักออกไป เลือดไหลทะลักออกมาทันที เขาใช้มือกุมบาดแผลเอาไว้ พร้อมหอบหายใจด้วยใบหน้าซีดเซียว “ตามหมอมา! แล้วจับนังผู้หญิงสารเลวคนนี้โยนออกไป!”หลังจากเขาพูดจบ เขาก็ทนไม่ไหวแล้วสลบลงไป ตอนที่เสิ่นเยี่ยนชิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อหมอเห็นว่าเขาฟื้น ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก“คุณชายเสิ่น โชคดีที่วันนั้นคุณหนูหลินมีกำลังไม่มาก ทำให้บาดแผลไม่ลึก ไม่เช่นนั้นต่อให้เป็นเทพเซียนก็ยากที่จะช่วยกลับมาได้! แต่ก็ต้องใช้เวลาพักฟื้นกว่าจะกลับมาหายดี” เขาขยับตัว จากนั้นก็รู้สึกเจ็บท้องน้อยอย่างรุนแรง เสิ่นเยี่ยนชิงเผยสีหน้าเจ็บปวด แล้วกุมหน้าท้องของตัวเองแน่น “องค์หญิง…องค์หญิงกลับตำหนักมาแล้วหรือยัง” เขาถามขึ้นด้วยความร้อนใจ หมอชะงักไป “ได้ข่าวว่าองค์หญิงจะเสด็จกลับมาวันนี้…เอ๋! เอ๋ คุณชายเสิ่น ท่านไม่ควรลุกออกจากเตียงตอนนี้!”เมื่อได้ยินว่าเหลียงหมิงเจากำลังจะกลับมา เสิ่นเยี่ยนชิงก็พยายามลุกขึ้นโดยไม่สนใจบาดแผ

  • โคมลอยเจิดจรัสเพียงคราเดียว   บทที่ 18

    ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลงขณะกลืนน้ำลาย ชาติก่อนเขาตั้งใจใช้ชีวิตที่เหลือกับหลินเจินเจินอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่เขาแกล้งตาย เขาก็สูญเสียตำแหน่งโหวน้อยสกุลเสิ่น เงินทองหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้แม่เลี้ยงของหลินเจินเจินปฏิบัติตัวต่อนางอย่างย่ำแย่มาโดยตลอด ดังนั้นตระกูลหลินจึงไม่สามารถช่วยเหลือพวกเขาได้เช่นเดียวกัน ในฐานะที่เขาเป็นโหวสกุลเสิ่น เดิมทีเขาควรจะมีชีวิตที่สุขสบาย แต่ชาติก่อนเขาต้องคัดหนังสือหาเลี้ยงชีพ แม้หลินเจินเจินจะทำงานเย็บปักถักร้อย แต่การใช้ชีวิตของพวกเขาก็ไม่ได้หรูหราเท่าเดิม พวกเขากลายเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งมันแตกต่างจากที่เสิ่นเยี่ยนชิงฝันเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เขาจะทนใช้ชีวิตแสนธรรมดาแบบนั้นได้อย่างไร แต่นับจากที่เขาแกล้งตายก็ผ่านเวลามาเนิ่นนาน หากเขากลับไปก็ต้องโทษหลอกลวงเบื้องสูง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงอยู่กับหลินเจินเจินต่อไป จนกระทั่งถึงช่วงบั้นปลายของชีวิต ในที่สุดเขาก็ได้พบกับองค์หญิงและโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อนึกถึงการใช้ชีวิตในจวนตระกูลเสิ่น เขาก็เข้าไปปกป้องเหลียงหมิงเจาจากมือสังหารโดยไม่สนใจอันตราย หากเขารอดชีวิตไปได้ เหลียงหมิงเจา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status