หน้าหลัก / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

แชร์

บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

ผู้เขียน: Tawan miki
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-16 15:29:24

บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

เช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ 

ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงาน

ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน

“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไป

ลีโอหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนชวนให้หมั่นไส้

“อ๋อ... พอดีบ้านพี่รวยครับ เลยมีเวลาว่างอยากมาเปย์เด็กแถวนี้ อยากดูแลเด็กดื้อน่ะครับ”

“เพ้อเจ้อ!”ไอซ์เบะหน้าทำท่าทางรังเกียจสุดชีวิตเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน ก่อนจะคว้าถุงขนมจากมือหนามาถือไว้แล้วรีบจ้ำอ้าวหนีเข้าไปในมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว โดยไม่ยอมหันกลับมามองคนตัวโตที่ยืนส่งยิ้มกว้างให้ลับหลัง

ลีโอทอดสายตามองตามแผ่นหลังเล็กไปจนสุดทางพลางส่ายหัวเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ต่อให้โดนด่าเช้าด่าเย็นเขาก็ยังคงคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...

‘เด็กนี่มันน่ารักชะมัดเลยว่ะ’

ทว่าในขณะที่ลีโอกำลังชื่นชมให้กับความน่ารักของไอซ์อยู่นั้น เขาไม่รู้เลยว่าสายตาเข้มงวดคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากฝั่งตรงข้าม... ลุงชัย ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หน้าร้านข้าวมันไก่ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ แววตาที่จ้องมองมอเตอร์ไซค์คันยักษ์และรอยสักของลีโอเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง

.

.

.

ท่ามกลางบรรยากาศจอแจของโรงอาหารคณะคอมพิวเตอร์ในช่วงพักกลางวัน กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณพอๆ กับเสียงพูดคุยของนักศึกษาที่ดังระงม แก๊งสี่สหายยังคงจับจองโต๊ะตัวเดิม ทว่าวันนี้ดูเหมือนจะมีภารกิจพิเศษที่ทำให้เพื่อนทั้งสามดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ

“พวกมึง... เย็นนี้ไปร้านพี่ลีโอกันอีกเถอะ กูอยากได้ลายมินิมอลเพิ่มอีกนิดว่ะ ลายรอบก่อนที่พี่เขาจัดให้คือโคตรสวย ติดใจฝีมือว่ะ”

โม พูดพลางไถหน้าจอมือถือโชว์รูปรอยสักเล็กๆ ที่ข้อมือให้เพื่อนดูด้วยสายตาเป็นประกาย แผนการพาลูกแมวไปหาเสือเริ่มถูกขยับขยายอีกครั้ง

“ไม่ไป! กูจะกลับบ้าน ไปช่วยเตี่ยกับม๊าสับไก่ขายของ งานเยอะจะตาย”ไอซ์ปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด มือเรียวตักข้าวเข้าปากพลางทำหน้านิ่ง แต่ในใจกลับวูบไหวเพียงแค่ได้ยินชื่อเจ้าของร้านสักที่วนเวียนอยู่ในหัวเขามาตลอดเช้า

“ไปเหอะมึง... ถือว่าไปนั่งเป็นเพื่อนพวกกูหน่อยนะไอ้ไอซ์ ถ้ามึงยอมไปนะ เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวเย็นมึงทั้งอาทิตย์เลย เอาแบบร้านหรูๆ ที่มึงอยากกินเลยเอ้า!”ตั้ม ตื๊อสุดชีวิตพลางส่งสายตาเว้าวอนระคนเจ้าเล่ห์ไปทางเพื่อนรัก เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของไอซ์ไม่ใช่ความใจอ่อน แต่เป็นความเห็นแก่กินที่มีมากกว่าสิ่งใด

ไอซ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ช้อนในมือค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขาเหล่มองเพื่อนอย่างเหนื่อยใจพลางใช้ความคิดอย่างหนักระหว่างความกตัญญูต่อเตี่ยกับลาภปากที่รออยู่ตรงหน้า

“...ทั้งอาทิตย์เลยนะ?” ไอซ์ถามย้ำเสียงแผ่ว

“เออ! ทั้งอาทิตย์ กูพูดคำไหนคำนั้น!” ตั้มรับคำหนักแน่น สุดท้ายเด็กหนุ่มหน้าใสก็พรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมพยักหน้าแบบเสียไม่ได้ 

“เออๆ ไปก็ไป! แต่บอกไว้ก่อนนะว่ากูไปนั่งรอเฉยๆ ห้ามใครมาทักเรื่องหอมแก้มหรือเรื่องสักอะไรนั่นเด็ดขาด ไม่งั้นกูจะโกรธจริงๆ ด้วย!”

เพื่อนทั้งสามลอบขยิบตาส่งสัญญานให้กันอย่างผู้ชนะ โดยที่ไอซ์ไม่รู้เลยว่าการไปร้านสักครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่การไปนั่งรอเพื่อนเฉยๆ แต่อาจจะเป็นการเดินเข้าสู่กับดักหัวใจที่พี่ลีโอวางไว้รอรับอย่างดีแล้วก็ได้

.

.

.

ช่วงเย็นภายในร้าน Leo Ink อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหมึกสักและน้ำยาฆ่าเชื้อ เสียงเครื่องสักดังกระหึ่มเป็นจังหวะหนักแน่น ลีโอในชุดช่างสักเต็มตัวกำลังจดจ่ออยู่กับการรังสรรค์ลวดลายลงบนแผ่นหลังของหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่ง รอยสักเส้นคมพาดผ่านผิวขาวอมชมพูใต้ร่มผ้าที่เปิดเปลือยเพียงบางส่วน ท่วงท่าที่ดูเป็นมืออาชีพและจริงจังของเขาทำให้ดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด

ไอซ์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นภาพนั้น ความรู้สึกบางอย่างวูบเข้ามาในอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนี เขาทิ้งตัวลงนั่งที่มุมรับรองเงียบๆ ขณะที่กลุ่มเพื่อนตัวแสบแยกย้ายเข้าไปในห้องสักตามคิวที่จองไว้

ลีโอละสายตาจากงานเพียงครู่ เมื่อเห็นว่าแขกคนสำคัญมาถึง เขาจึงขอเวลาพักมือกับลูกค้าแล้วเดินตรงดิ่งมาหาไอซ์ที่นั่งก้มหน้าเล่นมือถืออยู่

“วันนี้มาทำอะไรครับ?” ลีโอถามพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบหมึกที่นิ้ว แววตาคมกริบคู่นั้นทอดมองคนตัวเล็กอย่างเปิดเผย

“ไม่ลองสักดูสักลายเหรอ?”

ไอซ์เหล่มองเพียงหางตา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามฉับ

“ไม่ชอบเจ็บ... แล้วก็ไม่ได้อยากมีรอยอะไรบนตัวด้วย”

ลีโอหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนไอซ์ได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหมึกและบุหรี่กลิ่นมินต์ที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของช่างสักคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร

“จริงอย่างที่ว่า... ถ้าไอซ์อยากสัก พี่ก็ไม่อยากสักให้หรอก พี่ไม่อยากให้ผิวขาวๆ เนียนๆ แบบนี้มีรอยเปื้อนหมึก พี่เสียดาย...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยหยอกล้อกลับแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด ลีโอถือวิสาสะใช้ปลายนิ้วที่เพิ่งเช็ดจนสะอาดสะอ้าน แตะลงบนหลังมือขาวเนียนของคนตรงหน้าเบา ๆ ราวกับกำลังสัมผัสเครื่องแก้วที่แสนเปราะบาง

สายตาของเขาไม่ได้มองแค่ผิวพรรณภายนอก แต่มันเต็มไปด้วยความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มผู้ใช้ทั้งชีวิตอยู่กับหยาดหมึกและปลายเข็ม กลับรู้สึกว่างานศิลปะที่งดงามที่สุด ไม่ใช่อักขระหรือลวดลายที่เขาบรรจงสลักลงบนผิวหนังคนนับร้อย แต่มันคือความบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลาของคนตรงหน้าที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก

“หมึกน่ะ... ถ้าลงไปแล้วมันลบยากนะไอซ์” ลีโอขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชิดใบหูขาวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ 

“ผิวแบบนี้... พี่ขอเก็บไว้ดูเล่นแบบที่ไม่มีรอยอะไรมาขวางกั้นน่ะดีแล้ว”

ไอซ์หน้าร้อนวูบ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปดื้อ ๆ กับสายตาที่เหมือนจะหลอมละลายเขาได้ทุกเมื่อ เขาพยายามจะชักมือกลับแต่ร่างกายกลับแข็งค้างอยู่อย่างนั้น ได้แต่บ่นงึมงำแก้เขิน

“พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย... โรคจิตชัด ๆ”

ลีโอไม่ตอบ แต่กลับยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าต่อให้ไอซ์จะปากแข็งแค่ไหน แต่รอยแดงที่ลามไปถึงลำคอนั่นแหละ คือรอยสลักที่เขาสร้างขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เข็มสักแม้แต่นิดเดียว

“เหอะ! ปากดี…ไปสักให้สาวสวยข้างในนู่นไป ขาว อวบ สเปกพี่เลยไม่ใช่หรือไง?” ไอซ์เบะปากใส่ทันควัน ก่อนจะบุ้ยปากไปทางห้องสักที่หญิงสาวต่างชาติรออยู่ 

“หึงเหรอ?” ลีโอสวนกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก แววตาของเขาพราวระยับอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า

“หึงอะไร! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... เพ้อเจ้อ!” ไอซ์แผดเสียงตอกกลับทันควัน ใบหน้าขาวเนียนเห่อแดงซ่านไปถึงลำคอ เขารีบก้มหน้าลงดูมือถือในมือต่อเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว

ลีโอมองท่าทางฟึดฟัดนั้นอย่างนึกเอ็นดู เขาอ่านใจออกทะลุปรุโปร่งว่าไอซ์กำลังรู้สึก หงุดหงิดกับภาพที่เห็นก่อนหน้าลึกๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่คิดอะไร แต่ท่าทางประชดประชันนั่นมันคืออาการของคนหวงชัดๆ ช่างสักหนุ่มไม่ได้พูดจี้จุดให้คนตัวเล็กระเบิดอารมณ์ไปมากกว่านี้ เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างพอใจแล้วเดินกลับเข้าห้องสักไปด้วยหัวใจที่พองโต

.

.

.

เมื่อการสักเสร็จสิ้นลง เพื่อนๆ ต่างแยกย้ายหิ้วรอยแผลใหม่กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น เหลือเพียงไอซ์ที่ยังคงนั่งกอดอกรออยู่ ลีโอจัดการเคลียร์อุปกรณ์เสร็จก็เดินออกมาพร้อมถุงชาเขียวเย็นฉ่ำในมือ เขายื่นมันให้คนตัวเล็กกว่าพร้อมประโยคที่ฟังดูธรรมดาแต่แฝงด้วยความเอาใจใส่

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

 “บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกันแค่นี้เอง จะไปส่งทำไมให้เสียเวลา?”ไอซ์รับถุงน้ำมาถือไว้พลางขมวดคิ้ว

ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมพราวระยับขณะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของคนตรงหน้า 

“ก็พี่อยากไปส่ง... ‘ว่าที่เมีย’ ในอนาคตนิครับ”

ประโยคนั้นรุนแรงยิ่งกว่าระเบิด ไอซ์สะดุ้งสุดตัวแทบจะโยนชาเขียวในมือใส่หน้าคนพูดทันที 

“ไอ้พี่บ้า! เมียบ้านพี่สิ! เพ้อเจ้อไม่เลิกนะ!”เด็กหนุ่มรัวด่าชุดใหญ่กลางถนนชนิดที่หมาแถวนั้นยังต้องหลบทาง ใบหน้าขาวจัดแดงซ่านไปถึงลำคอจนแยกไม่ออกว่าเพราะโมโหหรือเขินกันแน่ ไอซ์ไม่รอให้ลีโอได้โต้ตอบอะไรอีก เขาจ้ำอ้าวเดินนำลิ่วกลับบ้านด้วยท่าทางขัดเขินอย่างหนัก ทิ้งให้ช่างสักหนุ่มยืนหัวเราะร่ามองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาเอ็นดู

ลีโอรีบก้าวเท้าตามไปติดๆ พลางตะโกนไล่หลังหยอกล้อเหมือนอย่างเคย 

“เดินช้าๆ หน่อยสิจ๊ะเมีย เดี๋ยวก็สะดุดขาตัวเองล้มหรอก!”

ทว่า... บรรยากาศสีชมพูจางๆ กลับมลายหายไปทันทีเมื่อเท้าทั้งสองคู่ก้าวเข้าสู่เขตบ้าน

จากที่เคยร่าเริง ลีโอถึงกับชะงักกึกจนไอซ์เกือบเดินชนหลัง ร่างท้วมของเตี่ยชัยยืนเท้าเอวรออยู่ตรงหน้าเขียงข้าวมันไก่ด้วยสีหน้าถมึงทึง แววตาที่จ้องมองมานั้นดุดันเสียจนลมเย็นๆ เมื่อครู่กลายเป็นความกดดันมหาศาล ร่างกายของลุงชัยที่ยืนขวางประตูบ้านไว้นั้น ราวกับเขื่อนกั้นที่พร้อมจะพังทลายใส่ชายหนุ่มร่างยักษ์ได้ทุกเมื่อ

“เอ็งอย่ามาวุ่นวายกับลูกข้าอีก ไอ้ลีโอ... ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ชอบ!” เสียงเข้มของลุงชัยประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบของยามโพล้เพล้

ลีโอรีบชะงักฝีเท้า เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ แต่กลับลดตัวลงยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมที่สุด น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความจริงจังถูกเปล่งออกมาอย่างไม่ลดละ

 “ลุงครับ... ให้โอกาสผมหน่อยเถอะครับ ผมไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้ว ผมไม่ได้แกล้งน้องแล้วนะลุง ผมมีงานมีหน้าที่ มีร้านของตัวเองแล้ว ผมไม่ใช่เด็กเกเรคนเดิมแล้วนะครับ”

ลุงชัยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแตรรอยสักบนแขนลามไปจนถึงดวงตาที่มุ่งมั่นของลีโอ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ

“ให้มันจริงเถอะ... คนอย่างเอ็งน่ะ...”ลุงชัยสะบัดหน้าหนีเข้าบ้าน ลีโอยกมือไหว้อีกครั้งด้วยความเคารพ ก่อนจะเดินจากไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนักอึ้งในอากาศ

ไอซ์ที่ยืนหลบอยู่หลังประตูและฟังเหตุการณ์ทั้งหมดเดินออกมาหาผู้เป็นพ่อพลางถามเสียงเบา 

“เตี่ย... เมื่อกี้เตี่ยพูดเหมือนผมเคยรู้จักเขามาก่อน ผมเคยรู้จักเขาจริงๆ เหรอครับ?”

ลุงชัยถอนหายใจยาวพลางมองหน้าลูกชายด้วยความเอ็นดูปนระอา 

“ก็ไอ้ลีโอไง... จำไม่ได้เหรอ? ตอนเด็กๆ มันแสบนัด ชอบแอบเอาขนมมาแขวนหน้าบ้าน ชอบมาบีบแก้มแกจนร้องไห้จ้าไปสามบ้านแปดบ้าน เตี่ยถึงได้ไม่ชอบมันไง หน้าตาก็ดิบเถื่อนไว้ใจไม่ได้จริงๆ”

ไอซ์นิ่งงันไปทันที ภาพเลือนรางในความทรงจำเรื่องเด็กโข่งแถวบ้านที่ชอบเอาลูกอมรสโปรดมาให้ แล้วก็ชอบแกล้งดึงแก้มเขาจนเจ็บค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาเหมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกเติมเต็ม สีหน้าของไอซ์วูบไหวไปมาชั่วครู่ที่แท้... ไอ้พี่คนนี้ก็คือพี่ชายใจร้ายในวัยเด็กคนนั้นเองเหรอ?

ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือที่สะท้อนใบหน้าเนียนใสของไอซ์ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองข้อความที่เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องราวกับกลัวว่าเขาจะลืมการมีอยู่ของเจ้าของแชต

💬Leo_Ink : “นอนยังครับ?”

💬Leo_Ink : “หิวไหมครับ?”

💬Leo_Ink : “ทำอะไรอยู่ครับ?”

💬Leo_Ink : “กินขนมไหมครับ?”

ไอซ์ยังไม่ทันได้พิมพ์โต้ตอบ ข้อความล่าสุดที่แฝงไปด้วยความอาทรก็ปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค

💬Leo_Ink : “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

ไอซ์ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ความรำคาญที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความสงสัยที่อัดอั้นอยู่เต็มอก เขาตัดสินใจรัวนิ้วพิมพ์คำถามที่ค้างคาใจส่งกลับไปสั้นๆ

💬Ice_Cy : “เราเคยรู้จักกันเหรอพี่?”

ปลายทางขึ้นสถานะว่า ‘อ่านแล้ว’ แทบจะในทันที ลีโอที่นั่งอยู่อีกฝั่งของถนนขยับยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาพิมพ์ตอบกลับด้วยความนุ่มนวลและตรงไปตรงมา

💬Leo_Ink : “ใช่ครับ เราเคยรู้จักกัน... ตอนเด็กๆ พี่เคยแอบบีบแก้มเราแรงไปหน่อย จนเราร้องไห้จ้าเลย พี่ขอโทษนะที่ตอนนั้นแกล้งเราแรงไป”

ไอซ์นิ่งค้างไปครู่หนึ่งเมื่อได้อ่านคำตอบนั้น 

ภาพเด็กชายตัวโตท่าทางเฮี้ยวๆ ที่ชอบเดินตามเขาต้อยๆ และมักจะยื่นลูกอมรสที่เขาชอบให้สลับกับการแกล้งดึงแก้มจนแดงแจ๋ค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ ความขุ่นมัวที่เคยมีต่อช่างสักร่างยักษ์ดูจะเจือจางลงอย่างน่าประหลาด

ไอซ์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่วางมือถือไว้ข้างหมอนอย่างเบามือพลางกระชับผ้าห่มขึ้นถึงระดับอก ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ทว่าในใจที่เคยปิดตายกลับมีความอบอุ่นบางอย่างค่อยๆ ซึมลึกเข้ามา

‘ไอ้พี่คนนี้... อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้จริงๆ ก็เป็นได้’

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจ

    บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจหลังจากพิธีแต่งงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิและหยาดน้ำตาแห่งความปิติผ่านพ้นไป ชีวิตบทใหม่ของลีโอและไอซ์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่แอบสบตากันข้ามฝั่งถนนอีกต่อไป แต่ในฐานะ "คู่ชีวิต" ที่ตื่นมาหายใจร่วมกันในทุกเช้าวันใหม่เช้าวันแรกของการเป็นครอบครัว แสงแดดอุ่นจางๆ ส่องลอดผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องนอนที่คุ้นเคย ลีโอลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่ความเหน็บหนาวของเตียงกว้าง แต่เป็นลมหายใจสม่ำเสมอของร่างบางในอ้อมกอด เสียงนาฬิกาเรือนเก่าเดินเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายจะบอกว่าเวลาจากนี้ไปเป็นของพวกเขาทั้งคู่ลีโอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางกระซิบชิดใบหู “ตื่นมาแล้วเห็นหนูอยู่ข้างๆ แบบนี้ทุกวัน... พี่ว่าโลกนี้แม่งก็ไม่เลวเลยนะ”ไอซ์ขยับตัวยิ้มละมุน เขาเงยหน้าขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ระต้นคอของลีโออย่างเบามือ “พี่ต้องทนกับหนูไปทุกวันเลยนะ... ยังไม่เบื่อใช่ไหม?”“ไม่มีวันเบื่อ... มีแต่จะรักมากขึ้นในทุกวินาทีที่หายใจ” ลีโอตอบพร้อมกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นการประทับตราสัญญาใจร้านเล็กๆ ที่กลายเป็น ‘บ้าน’ ของความฝันในที่สุดประตูไม้ของร้าน "Leo & Ice : Love

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)

    บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)เวลาสองเดือนผันผ่านไปรวดเร็วราวกับภาพฝันที่ถูกแต้มสีจนสมบูรณ์ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสที่สุดของปี ไอซ์ในชุดครุยวิทยฐานะก้าวเท้าออกจากหอประชุมมหาวิทยาลัย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีและแสงแฟลชที่วูบวาบ ลีโอยืนอยู่ห่างออกมาเล็กน้อยในมุมสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากร่างบางในชุดครุยสีดำแม้แต่วินาทีเดียว แววตาที่ครั้งหนึ่งเคยหม่นแสง บัดนี้กลับเปล่งประกายภาคภูมิใจยิ่งกว่าใครในโลก“ยินดีด้วยครับ... ว่าที่เจ้าสาวของพี่”เสียงกระซิบแผ่วพร่าข้างใบหูทำเอาไอซ์หลุดหัวเราะออกมาอย่างขัดเขิน ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของเพื่อนร่วมรุ่น ช่อดอกไม้สีขาวสะอาดในมือสั่นไหวไปตามแรงเต้นของหัวใจที่พองโตจนแทบปริ ลีโอยืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดเชิ้ตสีดำเรียบหรูที่ดูแปลกตาแต่กลับส่งเสริมให้เขาดูมั่นคงและสง่างาม แววตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับมีเพียงความภาคภูมิใจที่มอบให้แก่คนในชุดครุยเพียงคนเดียวหลังจากวันรับปริญญาที่แสนชื่นมื่น บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนสุข ลีโอและไอซ์ใช้เวลาช่วงสัปดาห์นั้นไปกับการตรวจรับงานตกแต่งร้านกาแฟขั้นสุดท้าย พร้อมๆ กับก

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเรา

    บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเราเช้าวันจันทร์ที่ลมพัดเย็นสบาย ไอซ์ในชุดนักศึกษาพาสีขาวสะอาดสะอ้านสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจ ก้าวลงจากบันไดบ้านไม้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากทุกวัน เขากลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งหลังจากลาพักไปช่วงหนึ่งเพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยลีโอเนรมิตร้านกาแฟในฝันให้เป็นรูปเป็นร่างสายตาของไอซ์ทอดมองผ่านฝูงชนที่เร่งรีบ ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนนที่มีกระจกใสสะท้อนแสงแดดยามเช้า บนกระจกบานนั้นมีป้ายตัวอักษรเรียบง่ายแปะไว้ว่า “Coming Soon... กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้”มันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่มันคืออาณาจักรที่มีชื่อของเขากับลีโอสลักไว้ด้วยกัน“อีกแค่สองเดือนเท่านั้น... ทุกอย่างในชีวิตเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” ไอซ์คิดในใจพลางกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความตื่นเต้นขณะเดียวกันที่ฝั่งร้าน ลีโอในชุดเสื้อยืดเปื้อนรอยสีและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง กำลังก้มหน้าก้มตาพินิจแบบแปลนร้านร่วมกับช่างไฟ เขาไม่ได้แค่สั่งงาน แต่กลับลงมือทาสีผนังและขยับเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น จังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้นพักสายตา รถเมล์สายที่ไอซ์นั่งเป็นประจำก็แล่นผ่านหน้าไปพอดี ลีโอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 18 รากฐานของอนาคต

    บทที่ 18 รากฐานของอนาคตรุ่งอรุณของวันใหม่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเร่งรีบเหมือนเช่นเคย แต่กลับเป็นเช้าที่แสนเนิบช้าและอบอวลไปด้วยความหวัง บนดาดฟ้าที่เดิมซึ่งเคยเป็นเพียงที่พักใจ บัดนี้กลับกลายเป็นที่วางรากฐานของอนาคต ไอซ์และลีโอนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน โดยมีปึกกระดาษและดินสอวางระเกะระกะอยู่ตรงกลาง แสงแดดอ่อนยามเช้าทาบลงบนแบบร่างที่เต็มไปด้วยรอยลบและเส้นสายที่ถูกขีดเขียนขึ้นด้วยความตั้งใจ“ถ้าร้านมันอยู่แถวนี้ หนูว่าเราน่าจะมีลูกค้าประจำเยอะเลยนะพี่” ไอซ์พูดพลางขยับปลายดินสอ วาดโครงสร้างหลังคาจั่วเรียบง่ายลงบนกระดาษ แววตาของเขามุ่งมั่นราวกับเห็นภาพร้านนั้นตั้งอยู่ตรงหน้าจริงๆ “ไม่ต้องใหญ่มากหรอก แค่พอมีที่ให้นั่งสูดกลิ่นกาแฟก็พอ”“พี่ว่าแค่มีกาแฟที่หนูชง... คู่กับลายสักที่พี่ออกแบบ คนก็น่าจะแห่กันเข้ามาจนแน่นร้านแล้วล่ะ” ลีโอแกล้งพูดหยอกพลางขยิบตาให้ จนไอซ์ต้องหันมาค้อนขวับเข้าให้หนึ่งที แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันบนกระดาษแผ่นนั้นถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนแต่กลมกลืน โซนด้านหน้าคือคาเฟ่ขนาดย่อมที่ไอซ์ใฝ่ฝัน มีเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนและชั้นวางขนมโฮมเมด ส่วนพื้นที่ด้

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 17 ทดสอบหัวใจ

    บทที่ 17 ทดสอบหัวใจเช้าวันอาทิตย์ที่แสงแดดทอประกายอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วตลาด ลีโอตื่นเช้ากว่าทุกวัน เขาสลัดมาดช่างสักสุดเท่ทิ้งไป เหลือเพียงชายหนุ่มในเสื้อยืดสีซีดและกางเกงขาสั้นที่ดูคล่องตัว หัวใจของเขาเต้นรัวแรงกว่าจังหวะการลงเข็มสัก เพราะวันนี้คือวันสำคัญ... วันที่แม่รินจะเข้ามาเจรจากับเตี่ยชัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางกลับต่างประเทศ และเป็นวันที่เขาต้องพิสูจน์ "ราคา" ของคำว่าลูกเขยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายในร้านข้าวมันไก่ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิหุงสุกใหม่โชยมาปะทะจมูก เตี่ยชัยนั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเก่ง แววตาคมกริบจ้องมองผ่านประตูร้านเห็นร่างสูงของลีโอเดินเข้ามา เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทักด้วยเสียงเรียบ"มึงมาแต่เช้าเลยนะ"ลีโอยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมที่กลั่นออกมาจากใจจริง "สวัสดีครับลุงชัย วันนี้ผมมาขอช่วยงานครับ"ลุงชัยไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าช้า ๆสายตาที่เคยมองอย่างอคติเริ่มเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา ชั่วอึดใจใหญ่ เตี่ยเดินไปหลังร้านแล้วหิ้วถังน้ำใบเขื่องที่บรรจุน้ำไว้จนปริ่มขอบออกมาวางโครมลงตรงหน้าลีโอ"ถ้าอยากจะมาเป็นลูกเขยกู มึงต้องทำได้มากกว่าแค่พูดหว

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตา

    บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตาเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดทำลายความเงียบในยามเช้า ลีโอกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะเพลงร็อกที่เขาเคยฟังมาทั้งชีวิต ปลายสายคือเสียงที่คุ้นเคยซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ“แม่ถึงแล้วนะลูก อยู่หน้าประตูทางออกสนามบินแล้วจ้ะ”สองชั่วโมงหลังจากนั้น ลีโอเดินนำสตรีวัยกลางคนผู้มีสง่าราศีเข้ามายังถิ่นที่คุ้นเคย แม่ริน ในชุดผ้าไหมสีสุภาพ ผมยาวถูกเกล้าไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าที่แม้จะดูนิ่งสงบตามประสาผู้ผ่านโลกมามาก ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความอบอุ่นและเข้มแข็งอย่างประหลาด เธอไม่ได้พกเพียงกระเป๋าเดินทางมาด้วย แต่เธอยังพกความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมมาเพื่อช่วยลูกชายทลายกำแพงแห่งอคติลีโอพาแม่ก้าวเข้าสู่ร้านข้าวมันไก่ กลิ่นน้ำซุปที่หอมกรุ่นดูจะจืดจางลงไปทันทีเมื่อต้องเผชิญกับบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน เตี่ยชัยเงยหน้าขึ้นจากเขียงสับไก่ ทั้งสองผู้อาวุโสสบตากันเนิ่นนานราวกับกำลังอ่านใจผ่านความเงียบ บรรยากาศภายในร้านนิ่งงันคล้ายกระดานหมากรุกที่ต่างฝ่ายต่างรอวางหมากตัวสำคัญที่สุด“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริน เป็นแม่ของลีโอค่ะ” แม่รินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสีย

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 13 การเผชิญหน้า

    บทที่ 13 การเผชิญหน้าสายลมเย็นยามโพล้เพล้พัดผ่านหน้าร้านข้าวมันไก่ หอบเอาทั้งกลิ่นน้ำซุปและไอความกดดันที่เริ่มก่อตัวขึ้น ลีโอนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเดิมที่เขาเคยมานั่งมองไอซ์บ่อย ๆ แต่วันนี้ความรู้สึกกลับต่างไปสิ้นเชิง ดวงตาคมเข้มจับจ้องไปยังประตูร้านอย่างไม่วางตา มือกำแน่นบนหน้าขาจนเห็นเส้นเลือดปู

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

    บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย ‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้ส

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

    บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต ‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบร

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ” สวัสดีค้าบวันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความวุ่นวายปนความฟิน ให้ทุกคนหัวใจพองโตไปกับกลิ่นอายของร้านข้าวมันไก่และรอยสักเท่ๆ กันครับ สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัด นครปฐม ครับ แต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status