Home / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

Share

บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

Author: Tawan miki
last update Last Updated: 2026-01-16 15:29:24

บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

เช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ 

ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงาน

ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน

“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไป

ลีโอหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูงพลางตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนชวนให้หมั่นไส้

“อ๋อ... พอดีบ้านพี่รวยครับ เลยมีเวลาว่างอยากมาเปย์เด็กแถวนี้ อยากดูแลเด็กดื้อน่ะครับ”

“เพ้อเจ้อ!”ไอซ์เบะหน้าทำท่าทางรังเกียจสุดชีวิตเพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขิน ก่อนจะคว้าถุงขนมจากมือหนามาถือไว้แล้วรีบจ้ำอ้าวหนีเข้าไปในมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว โดยไม่ยอมหันกลับมามองคนตัวโตที่ยืนส่งยิ้มกว้างให้ลับหลัง

ลีโอทอดสายตามองตามแผ่นหลังเล็กไปจนสุดทางพลางส่ายหัวเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู ต่อให้โดนด่าเช้าด่าเย็นเขาก็ยังคงคิดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน...

‘เด็กนี่มันน่ารักชะมัดเลยว่ะ’

ทว่าในขณะที่ลีโอกำลังชื่นชมให้กับความน่ารักของไอซ์อยู่นั้น เขาไม่รู้เลยว่าสายตาเข้มงวดคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาจากฝั่งตรงข้าม... ลุงชัย ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หน้าร้านข้าวมันไก่ด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ แววตาที่จ้องมองมอเตอร์ไซค์คันยักษ์และรอยสักของลีโอเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจอย่างรุนแรง

.

.

.

ท่ามกลางบรรยากาศจอแจของโรงอาหารคณะคอมพิวเตอร์ในช่วงพักกลางวัน กลิ่นหอมของอาหารฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณพอๆ กับเสียงพูดคุยของนักศึกษาที่ดังระงม แก๊งสี่สหายยังคงจับจองโต๊ะตัวเดิม ทว่าวันนี้ดูเหมือนจะมีภารกิจพิเศษที่ทำให้เพื่อนทั้งสามดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ

“พวกมึง... เย็นนี้ไปร้านพี่ลีโอกันอีกเถอะ กูอยากได้ลายมินิมอลเพิ่มอีกนิดว่ะ ลายรอบก่อนที่พี่เขาจัดให้คือโคตรสวย ติดใจฝีมือว่ะ”

โม พูดพลางไถหน้าจอมือถือโชว์รูปรอยสักเล็กๆ ที่ข้อมือให้เพื่อนดูด้วยสายตาเป็นประกาย แผนการพาลูกแมวไปหาเสือเริ่มถูกขยับขยายอีกครั้ง

“ไม่ไป! กูจะกลับบ้าน ไปช่วยเตี่ยกับม๊าสับไก่ขายของ งานเยอะจะตาย”ไอซ์ปฏิเสธทันควันโดยไม่ต้องคิด มือเรียวตักข้าวเข้าปากพลางทำหน้านิ่ง แต่ในใจกลับวูบไหวเพียงแค่ได้ยินชื่อเจ้าของร้านสักที่วนเวียนอยู่ในหัวเขามาตลอดเช้า

“ไปเหอะมึง... ถือว่าไปนั่งเป็นเพื่อนพวกกูหน่อยนะไอ้ไอซ์ ถ้ามึงยอมไปนะ เดี๋ยวกูเลี้ยงข้าวเย็นมึงทั้งอาทิตย์เลย เอาแบบร้านหรูๆ ที่มึงอยากกินเลยเอ้า!”ตั้ม ตื๊อสุดชีวิตพลางส่งสายตาเว้าวอนระคนเจ้าเล่ห์ไปทางเพื่อนรัก เขารู้ดีว่าจุดอ่อนที่สุดของไอซ์ไม่ใช่ความใจอ่อน แต่เป็นความเห็นแก่กินที่มีมากกว่าสิ่งใด

ไอซ์ชะงักไปครู่หนึ่ง ช้อนในมือค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เขาเหล่มองเพื่อนอย่างเหนื่อยใจพลางใช้ความคิดอย่างหนักระหว่างความกตัญญูต่อเตี่ยกับลาภปากที่รออยู่ตรงหน้า

“...ทั้งอาทิตย์เลยนะ?” ไอซ์ถามย้ำเสียงแผ่ว

“เออ! ทั้งอาทิตย์ กูพูดคำไหนคำนั้น!” ตั้มรับคำหนักแน่น สุดท้ายเด็กหนุ่มหน้าใสก็พรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะยอมพยักหน้าแบบเสียไม่ได้ 

“เออๆ ไปก็ไป! แต่บอกไว้ก่อนนะว่ากูไปนั่งรอเฉยๆ ห้ามใครมาทักเรื่องหอมแก้มหรือเรื่องสักอะไรนั่นเด็ดขาด ไม่งั้นกูจะโกรธจริงๆ ด้วย!”

เพื่อนทั้งสามลอบขยิบตาส่งสัญญานให้กันอย่างผู้ชนะ โดยที่ไอซ์ไม่รู้เลยว่าการไปร้านสักครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่แค่การไปนั่งรอเพื่อนเฉยๆ แต่อาจจะเป็นการเดินเข้าสู่กับดักหัวใจที่พี่ลีโอวางไว้รอรับอย่างดีแล้วก็ได้

.

.

.

ช่วงเย็นภายในร้าน Leo Ink อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของหมึกสักและน้ำยาฆ่าเชื้อ เสียงเครื่องสักดังกระหึ่มเป็นจังหวะหนักแน่น ลีโอในชุดช่างสักเต็มตัวกำลังจดจ่ออยู่กับการรังสรรค์ลวดลายลงบนแผ่นหลังของหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่ง รอยสักเส้นคมพาดผ่านผิวขาวอมชมพูใต้ร่มผ้าที่เปิดเปลือยเพียงบางส่วน ท่วงท่าที่ดูเป็นมืออาชีพและจริงจังของเขาทำให้ดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด

ไอซ์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นภาพนั้น ความรู้สึกบางอย่างวูบเข้ามาในอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนี เขาทิ้งตัวลงนั่งที่มุมรับรองเงียบๆ ขณะที่กลุ่มเพื่อนตัวแสบแยกย้ายเข้าไปในห้องสักตามคิวที่จองไว้

ลีโอละสายตาจากงานเพียงครู่ เมื่อเห็นว่าแขกคนสำคัญมาถึง เขาจึงขอเวลาพักมือกับลูกค้าแล้วเดินตรงดิ่งมาหาไอซ์ที่นั่งก้มหน้าเล่นมือถืออยู่

“วันนี้มาทำอะไรครับ?” ลีโอถามพลางใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบหมึกที่นิ้ว แววตาคมกริบคู่นั้นทอดมองคนตัวเล็กอย่างเปิดเผย

“ไม่ลองสักดูสักลายเหรอ?”

ไอซ์เหล่มองเพียงหางตา ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามฉับ

“ไม่ชอบเจ็บ... แล้วก็ไม่ได้อยากมีรอยอะไรบนตัวด้วย”

ลีโอหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาโน้มตัวลงมาใกล้จนไอซ์ได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหมึกและบุหรี่กลิ่นมินต์ที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของช่างสักคนนี้มาแต่ไหนแต่ไร

“จริงอย่างที่ว่า... ถ้าไอซ์อยากสัก พี่ก็ไม่อยากสักให้หรอก พี่ไม่อยากให้ผิวขาวๆ เนียนๆ แบบนี้มีรอยเปื้อนหมึก พี่เสียดาย...” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยหยอกล้อกลับแปรเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด ลีโอถือวิสาสะใช้ปลายนิ้วที่เพิ่งเช็ดจนสะอาดสะอ้าน แตะลงบนหลังมือขาวเนียนของคนตรงหน้าเบา ๆ ราวกับกำลังสัมผัสเครื่องแก้วที่แสนเปราะบาง

สายตาของเขาไม่ได้มองแค่ผิวพรรณภายนอก แต่มันเต็มไปด้วยความหวงแหนอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มผู้ใช้ทั้งชีวิตอยู่กับหยาดหมึกและปลายเข็ม กลับรู้สึกว่างานศิลปะที่งดงามที่สุด ไม่ใช่อักขระหรือลวดลายที่เขาบรรจงสลักลงบนผิวหนังคนนับร้อย แต่มันคือความบริสุทธิ์เกลี้ยงเกลาของคนตรงหน้าที่เขาเฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่เด็ก

“หมึกน่ะ... ถ้าลงไปแล้วมันลบยากนะไอซ์” ลีโอขยับเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชิดใบหูขาวที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อ 

“ผิวแบบนี้... พี่ขอเก็บไว้ดูเล่นแบบที่ไม่มีรอยอะไรมาขวางกั้นน่ะดีแล้ว”

ไอซ์หน้าร้อนวูบ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปดื้อ ๆ กับสายตาที่เหมือนจะหลอมละลายเขาได้ทุกเมื่อ เขาพยายามจะชักมือกลับแต่ร่างกายกลับแข็งค้างอยู่อย่างนั้น ได้แต่บ่นงึมงำแก้เขิน

“พูดบ้าอะไรของพี่เนี่ย... โรคจิตชัด ๆ”

ลีโอไม่ตอบ แต่กลับยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขารู้ดีว่าต่อให้ไอซ์จะปากแข็งแค่ไหน แต่รอยแดงที่ลามไปถึงลำคอนั่นแหละ คือรอยสลักที่เขาสร้างขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้เข็มสักแม้แต่นิดเดียว

“เหอะ! ปากดี…ไปสักให้สาวสวยข้างในนู่นไป ขาว อวบ สเปกพี่เลยไม่ใช่หรือไง?” ไอซ์เบะปากใส่ทันควัน ก่อนจะบุ้ยปากไปทางห้องสักที่หญิงสาวต่างชาติรออยู่ 

“หึงเหรอ?” ลีโอสวนกลับทันทีพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก แววตาของเขาพราวระยับอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า

“หึงอะไร! เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย... เพ้อเจ้อ!” ไอซ์แผดเสียงตอกกลับทันควัน ใบหน้าขาวเนียนเห่อแดงซ่านไปถึงลำคอ เขารีบก้มหน้าลงดูมือถือในมือต่อเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว

ลีโอมองท่าทางฟึดฟัดนั้นอย่างนึกเอ็นดู เขาอ่านใจออกทะลุปรุโปร่งว่าไอซ์กำลังรู้สึก หงุดหงิดกับภาพที่เห็นก่อนหน้าลึกๆ แม้ปากจะบอกว่าไม่คิดอะไร แต่ท่าทางประชดประชันนั่นมันคืออาการของคนหวงชัดๆ ช่างสักหนุ่มไม่ได้พูดจี้จุดให้คนตัวเล็กระเบิดอารมณ์ไปมากกว่านี้ เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างพอใจแล้วเดินกลับเข้าห้องสักไปด้วยหัวใจที่พองโต

.

.

.

เมื่อการสักเสร็จสิ้นลง เพื่อนๆ ต่างแยกย้ายหิ้วรอยแผลใหม่กลับบ้านด้วยความตื่นเต้น เหลือเพียงไอซ์ที่ยังคงนั่งกอดอกรออยู่ ลีโอจัดการเคลียร์อุปกรณ์เสร็จก็เดินออกมาพร้อมถุงชาเขียวเย็นฉ่ำในมือ เขายื่นมันให้คนตัวเล็กกว่าพร้อมประโยคที่ฟังดูธรรมดาแต่แฝงด้วยความเอาใจใส่

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

 “บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกันแค่นี้เอง จะไปส่งทำไมให้เสียเวลา?”ไอซ์รับถุงน้ำมาถือไว้พลางขมวดคิ้ว

ลีโอยกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมพราวระยับขณะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูที่เริ่มขึ้นสีระเรื่อของคนตรงหน้า 

“ก็พี่อยากไปส่ง... ‘ว่าที่เมีย’ ในอนาคตนิครับ”

ประโยคนั้นรุนแรงยิ่งกว่าระเบิด ไอซ์สะดุ้งสุดตัวแทบจะโยนชาเขียวในมือใส่หน้าคนพูดทันที 

“ไอ้พี่บ้า! เมียบ้านพี่สิ! เพ้อเจ้อไม่เลิกนะ!”เด็กหนุ่มรัวด่าชุดใหญ่กลางถนนชนิดที่หมาแถวนั้นยังต้องหลบทาง ใบหน้าขาวจัดแดงซ่านไปถึงลำคอจนแยกไม่ออกว่าเพราะโมโหหรือเขินกันแน่ ไอซ์ไม่รอให้ลีโอได้โต้ตอบอะไรอีก เขาจ้ำอ้าวเดินนำลิ่วกลับบ้านด้วยท่าทางขัดเขินอย่างหนัก ทิ้งให้ช่างสักหนุ่มยืนหัวเราะร่ามองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยสายตาเอ็นดู

ลีโอรีบก้าวเท้าตามไปติดๆ พลางตะโกนไล่หลังหยอกล้อเหมือนอย่างเคย 

“เดินช้าๆ หน่อยสิจ๊ะเมีย เดี๋ยวก็สะดุดขาตัวเองล้มหรอก!”

ทว่า... บรรยากาศสีชมพูจางๆ กลับมลายหายไปทันทีเมื่อเท้าทั้งสองคู่ก้าวเข้าสู่เขตบ้าน

จากที่เคยร่าเริง ลีโอถึงกับชะงักกึกจนไอซ์เกือบเดินชนหลัง ร่างท้วมของเตี่ยชัยยืนเท้าเอวรออยู่ตรงหน้าเขียงข้าวมันไก่ด้วยสีหน้าถมึงทึง แววตาที่จ้องมองมานั้นดุดันเสียจนลมเย็นๆ เมื่อครู่กลายเป็นความกดดันมหาศาล ร่างกายของลุงชัยที่ยืนขวางประตูบ้านไว้นั้น ราวกับเขื่อนกั้นที่พร้อมจะพังทลายใส่ชายหนุ่มร่างยักษ์ได้ทุกเมื่อ

“เอ็งอย่ามาวุ่นวายกับลูกข้าอีก ไอ้ลีโอ... ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ชอบ!” เสียงเข้มของลุงชัยประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบของยามโพล้เพล้

ลีโอรีบชะงักฝีเท้า เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ แต่กลับลดตัวลงยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมที่สุด น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความจริงจังถูกเปล่งออกมาอย่างไม่ลดละ

 “ลุงครับ... ให้โอกาสผมหน่อยเถอะครับ ผมไม่ได้เป็นแบบเมื่อก่อนแล้ว ผมไม่ได้แกล้งน้องแล้วนะลุง ผมมีงานมีหน้าที่ มีร้านของตัวเองแล้ว ผมไม่ใช่เด็กเกเรคนเดิมแล้วนะครับ”

ลุงชัยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ สายตาคมกริบกวาดมองตั้งแตรรอยสักบนแขนลามไปจนถึงดวงตาที่มุ่งมั่นของลีโอ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดใจ

“ให้มันจริงเถอะ... คนอย่างเอ็งน่ะ...”ลุงชัยสะบัดหน้าหนีเข้าบ้าน ลีโอยกมือไหว้อีกครั้งด้วยความเคารพ ก่อนจะเดินจากไปอย่างช้าๆ ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกหนักอึ้งในอากาศ

ไอซ์ที่ยืนหลบอยู่หลังประตูและฟังเหตุการณ์ทั้งหมดเดินออกมาหาผู้เป็นพ่อพลางถามเสียงเบา 

“เตี่ย... เมื่อกี้เตี่ยพูดเหมือนผมเคยรู้จักเขามาก่อน ผมเคยรู้จักเขาจริงๆ เหรอครับ?”

ลุงชัยถอนหายใจยาวพลางมองหน้าลูกชายด้วยความเอ็นดูปนระอา 

“ก็ไอ้ลีโอไง... จำไม่ได้เหรอ? ตอนเด็กๆ มันแสบนัด ชอบแอบเอาขนมมาแขวนหน้าบ้าน ชอบมาบีบแก้มแกจนร้องไห้จ้าไปสามบ้านแปดบ้าน เตี่ยถึงได้ไม่ชอบมันไง หน้าตาก็ดิบเถื่อนไว้ใจไม่ได้จริงๆ”

ไอซ์นิ่งงันไปทันที ภาพเลือนรางในความทรงจำเรื่องเด็กโข่งแถวบ้านที่ชอบเอาลูกอมรสโปรดมาให้ แล้วก็ชอบแกล้งดึงแก้มเขาจนเจ็บค่อยๆ ชัดเจนขึ้นมาเหมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกเติมเต็ม สีหน้าของไอซ์วูบไหวไปมาชั่วครู่ที่แท้... ไอ้พี่คนนี้ก็คือพี่ชายใจร้ายในวัยเด็กคนนั้นเองเหรอ?

ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือที่สะท้อนใบหน้าเนียนใสของไอซ์ที่กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ดวงตาคู่สวยจ้องมองข้อความที่เด้งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องราวกับกลัวว่าเขาจะลืมการมีอยู่ของเจ้าของแชต

💬Leo_Ink : “นอนยังครับ?”

💬Leo_Ink : “หิวไหมครับ?”

💬Leo_Ink : “ทำอะไรอยู่ครับ?”

💬Leo_Ink : “กินขนมไหมครับ?”

ไอซ์ยังไม่ทันได้พิมพ์โต้ตอบ ข้อความล่าสุดที่แฝงไปด้วยความอาทรก็ปรากฏขึ้นมาอีกหนึ่งประโยค

💬Leo_Ink : “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

ไอซ์ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ ความรำคาญที่เคยมีกลับถูกแทนที่ด้วยความสงสัยที่อัดอั้นอยู่เต็มอก เขาตัดสินใจรัวนิ้วพิมพ์คำถามที่ค้างคาใจส่งกลับไปสั้นๆ

💬Ice_Cy : “เราเคยรู้จักกันเหรอพี่?”

ปลายทางขึ้นสถานะว่า ‘อ่านแล้ว’ แทบจะในทันที ลีโอที่นั่งอยู่อีกฝั่งของถนนขยับยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาพิมพ์ตอบกลับด้วยความนุ่มนวลและตรงไปตรงมา

💬Leo_Ink : “ใช่ครับ เราเคยรู้จักกัน... ตอนเด็กๆ พี่เคยแอบบีบแก้มเราแรงไปหน่อย จนเราร้องไห้จ้าเลย พี่ขอโทษนะที่ตอนนั้นแกล้งเราแรงไป”

ไอซ์นิ่งค้างไปครู่หนึ่งเมื่อได้อ่านคำตอบนั้น 

ภาพเด็กชายตัวโตท่าทางเฮี้ยวๆ ที่ชอบเดินตามเขาต้อยๆ และมักจะยื่นลูกอมรสที่เขาชอบให้สลับกับการแกล้งดึงแก้มจนแดงแจ๋ค่อยๆ ฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ ความขุ่นมัวที่เคยมีต่อช่างสักร่างยักษ์ดูจะเจือจางลงอย่างน่าประหลาด

ไอซ์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเพียงแค่วางมือถือไว้ข้างหมอนอย่างเบามือพลางกระชับผ้าห่มขึ้นถึงระดับอก ดวงตาค่อยๆ ปิดลงช้าๆ ทว่าในใจที่เคยปิดตายกลับมีความอบอุ่นบางอย่างค่อยๆ ซึมลึกเข้ามา

‘ไอ้พี่คนนี้... อาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้จริงๆ ก็เป็นได้’

 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 5  ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้ม

    บทที่ 5 ว่าที่พ่อตาไม่ปลื้มเช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยความสดใส แสงแดดอุ่นจางๆ ทาบทับลงบนผิวถนนหน้าเซเว่นจุดเดิมที่กลายเป็นรันเวย์ส่วนตัวของช่างสักหนุ่มไปเสียแล้ว ‘ลีโอ’ ในลุคที่ดูดุดันแต่แฝงความเท่ด้วยเสื้อยืดสีดำพอดีตัว ทับด้วยแจ็กเก็ตหนังทรงคลาสสิกที่ขับเน้นช่วงไหล่กว้างเขาพิงแผ่นหลังลงกับเบาะรถชอปเปอร์คู่ใจคันยักษ์ ใบหน้าคมเข้มประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูเหมือนคนกำลังมีความสุขล้นปรี่ ข้างกายมีถุงขนมและชาเขียวเจ้าเก่าเจ้าเดิมวางเตรียมพร้อมไว้ราวกับเป็นเครื่องเซ่นไหว้เทพเจ้าองค์น้อยวันนี้เขาไม่ได้มาเพียงเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในแชตเมื่อคืน แต่ในใจลึกๆ เขายังโหยหาการได้เห็นใบหน้าแง่งอนของเด็กดื้อให้ชื่นใจก่อนเริ่มงานไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็เดินแกว่งกระเป๋าเป้เข้ามาไอซ์ขมวดคิ้วจนหน้ายุ่งทันทีที่เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของลีโอยืนเด่นหราขวางโลกอยู่เหมือนเดิมไม่ยอมไปไหน“ว่างมากนักหรือไง? งานการไม่รู้จักทำหรือไงพี่?”ไอซ์เปิดฉากทักทายด้วยประโยคห้วนจัด ใบหน้าขาวเนียนเบะปากน้อยๆ อย่างขัดใจ แต่ในดวงตาคู่ใสกลับไม่ได้มีความโกรธจัดเหมือนวันแรกๆ อีกต่อไปลีโอหลุดหัวเรา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

    บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อเช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในเมืองนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทอลงบนผิวถนนลาดยางหน้าร้านสะดวกซื้อเจ้าเดิม มุมเสาไฟต้นเดิมที่กลายเป็นจุดเช็กอินประจำของใครบางคนไปเสียแล้วลีโอ ในลุคที่ดูสบายตาขึ้นด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยีนส์สีซีดทรงกระบอกกับรองเท้าบู๊ตหนังคู่เก่ง เส้นผมถูกเซตมาลวกๆ แต่กลับรับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างไร้ที่ติ ในมือหนามีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุทั้งขนมและชาเขียวรสโปรดที่เขารู้ดีว่า 'เป้าหมาย' ของเขาไม่มีทางปฏิเสธลงเขารู้ดีว่าตารางเรียนวันจันทร์ของไอซ์เริ่มเช้ากว่าปกติ และจุดแวะพักเดียวของเด็กขี้เกียจตื่นมาหาของเช้ากินที่บ้านก็คือเซเว่นแห่งนี้เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็ปรากฏตัวขึ้น ไอซ์เดินสะพายเป้พาดบ่าข้างเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นหราอยู่ระยะไกล“อีกแล้วเรอะ...” ไอซ์พึมพำกับตัวเองก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนใจลีโอไม่รอช้า เขาขยับกายก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปาก ยื่นถุงขนมส่งให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 3 ตื้อเด็ก

    บทที่ 3 ตื้อเด็กเช้าวันใหม่ในนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอย่างเนิบนาบ แสงแดดอุ่นจัดทอดผ่านร้านรวงริมทางที่เริ่มทยอยเปิดประตูรับอรุณ ทว่าท่ามกลางจังหวะการใช้ชีวิตที่เชื่องช้าของเมืองเก่า กลับมีใครบางคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา หรือแม้แต่ฝีปากกล้าๆ ของเด็กนักศึกษาคนเดิม‘ลีโอ’ ยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม... หน้าร้าน Leo Ink ของเขาเอง ร่างสูงกำยำในชุดเสื้อยืดสีดำพอดีตัวยืนพิงวงกบประตูไม้ มือหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำที่บรรจงเลือกมาอย่างดี ส่วนอีกมือยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า ดวงตาคมปลาบทอดมองไปตามแนวถนนอย่างใจเย็น ราวกับว่าการรอคอยใครบางคนคือภารกิจสำคัญที่สุดของเช้านี้ไม่นานนัก เงาร่างที่แสนคุ้นตาก็ปรากฏสู่สายตา ไอซ์เดินกึ่งวิ่งมาในชุดนักศึกษา เสื้อเชิ้ตขาวสะอาดสะอ้านตัดกับเป้สะพายสีดำใบเก่ง เขาก้มหน้าก้มตาเดินจ้ำอ้าวด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ราวกับตั้งโปรแกรมไว้อย่างดีว่าจะหลีกเลี่ยงการสบตากับสิ่งกีดขวางที่แสนวุ่นวายใจทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นหน้าอาณาเขตของร้านสัก ร่างสูงใหญ่ของลีโอก็ขยับกายออกมาขวางทางไว้อย่างนิ่มนวล พร้อมกับยื่นถุงขนมใบเดิมส่งให้เหมือนที่ทำทุกวัน“ไอซ์... วันนี้มีเค้กชา

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ

    บทที่ 2 ดักรอเด็กดื้อ ไอแดดยามเช้าสาดแสงผ่านม่านลูกไม้สีนวลหน้าร้านสัก “Leo Ink” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของย่านตลาดเก่าเมืองนครปฐม กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดจากร้านข้างๆ ลอยมาแตะจมูก ทว่าเจ้าของร้านร่างสูงใหญ่กลับไม่มีกะจิตกะใจจะรื่นรมย์กับเครื่องดื่มในมือแม้แต่น้อย ‘ลีโอ’ ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากทุกวัน เขาจงใจเลือกสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวที่ขับเน้นมัดกล้ามและรอยสักทอดยาวตามลำแขนแกร่งให้ดูโดดเด่น ชายหนุ่มคว้ากุญแจและกระเป๋าเงิน ก่อนจะพาแผ่นหลังกว้างเดินออกจากร้านไปด้วยเป้าหมายเดียวที่ชัดเจนในใจ... คือการได้เจอ ‘เด็กดื้อ’ ในความทรงจำอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งยืนพิงผนังอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมถนนใกล้บ้านของไอซ์ ในมือข้างหนึ่งถือถุงขนมเจ้าประจำ ส่วนอีกข้างเป็นชาเขียวรสชาติเดิมที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าคนตัวเล็กชอบนักชอบหนา รอยสักที่พาดผ่านลำแขนและมาดนิ่งขรึมทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาลอบมองด้วยความเกรงขาม ทว่าลึกลงไปในแววตาคมกริบคู่เดิม กลับมีความอ่อนโยนสายหนึ่งพาดผ่านยามที่เขามองไปยังทิศทางของบ้านไม้สองชั้นหลังนั้น หัวใจของช่างสักหนุ่มกระตุกวูบไหวอย่างรุนแรง ภาพเด็กชายตัวน้อยท

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน

    บทที่ 1 เด็กดื้อกลับบ้าน แสงแดดอ่อนละมุนของเช้าวันเสาร์ทอดตัวผ่านรอยแยกของม่านหน้าต่าง สาดส่องลงมาสัมผัสปลายเท้าเรียวของเด็กหนุ่มที่ขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงสองชั้น ภายในห้องเช่าขนาดกะทัดรัดใจกลางกรุงที่อบอวลไปด้วยร่องรอยของการใช้ชีวิต ‘ไอซ์’ หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่สองคณะคอมพิวเตอร์ในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทรา เขาฟุบนอนคว่ำหน้าลงกับหมอนนุ่ม กลิ่นหอมสะอาดของผงซักฟอกจางๆ ผสมผสานกับไออุ่นที่หลงเหลืออยู่ในผ้าห่มผืนหนาชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากลุกไปไหน บรรยากาศรอบกายเงียบสงบและเชื่องช้า ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อมอบช่วงเวลาพักผ่อนนี้ให้กับเขา ทว่า... ความสุขชั่วขณะกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงกรีดร้องของสมาร์ทโฟนที่สั่นครืดคราดไม่ยอมหยุด แรงสั่นสะเทือนบนฟูกนอนที่ส่งผ่านมาถึงหน้าอก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วด้วยความขัดใจ ไอซ์ครางอือในลำคออย่างนึกรำคาญ พยายามมุดหน้าหนีแสงแดดและเสียงรบกวนนั้น แต่เจ้าเครื่องมือสื่อสารตัวดีกลับยังคงแผดเสียงเรียกเข้าซ้ำๆ ราวกับจะประกาศกร้าวว่าหากเขาไม่ยอมตื่นขึ้นมาตอบรับ มันก็จะไม่ยอมคืนความสงบสุขให้แก่เช้าวันเสาร์นี้อย

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ” สวัสดีค้าบวันนี้ กระผม จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครที่จะมาสร้างความวุ่นวายปนความฟิน ให้ทุกคนหัวใจพองโตไปกับกลิ่นอายของร้านข้าวมันไก่และรอยสักเท่ๆ กันครับ สถานที่ในเรื่อง สำหรับสถานที่ที่ปรากฏในนิยายเรื่องนี้ มีชื่อสถานที่อยู่จริงในจังหวัด นครปฐม ครับ แต่เหตุการณ์ บรรยากาศ และรายละเอียดต่างๆ ภายในเรื่อง เป็นเพียงจินตนาการที่ไรต์แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้นนะครับ ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคลหรือเหตุการณ์จริงในพื้นที่แบบ 100% อ่านเอาความฟิน ความบันเทิงกันนะจ๊ะ! นายเอก ไอซ์ อายุ 20 ปี นิสัยของนายเอก เด็กหนุ่มวิศวะคอมฯ สุดแสบ ปากจัดแต่ใจดี แถมดุเหมือนหมาตัวน้อยๆ ด้วยเป็นคนรักอิสระแต่ต้องจำใจกลับมาช่วยงานที่ร้านข้าวมันไก่เพราะคำสั่งของเตี่ย เห็นดื้อๆ แบบนี้ แต่ถ้าโดนตื๊อมากๆ เข้า หัวใจก็เริ่มจะแกว่งเหมือนกันครับ พระเอก ลีโอ อายุ 32 ปี นิสัยของพระเอก ช่างสักหนุ่มมาดโหดแต่โหมดมุ้งมิ้ง รักเดียวใจเดียวและอดทนเก่งที่หนึ่ง! เห็นรอยสักเต็มตัวดูนิ่งขรึมแบบนี้ แต่พอกับน้องไอซ์แล้ว พี่แกพร้อมจะกลายเป็น 'หมาแก่สายเปย์' ที่คอยส่งขนมส่งชาเขียวให้เด็กดื้อท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status