Beranda / วาย / ใจพี่มันแพ้เด็ก / บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

Share

บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

Penulis: Tawan miki
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-16 15:28:54

บทที่ 4 ขอไลน์เด็กดื้อ

เช้าวันจันทร์ที่แสนวุ่นวายในเมืองนครปฐมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แสงแดดอ่อนละมุนทาบทอลงบนผิวถนนลาดยางหน้าร้านสะดวกซื้อเจ้าเดิม มุมเสาไฟต้นเดิมที่กลายเป็นจุดเช็กอินประจำของใครบางคนไปเสียแล้ว

ลีโอ ในลุคที่ดูสบายตาขึ้นด้วยเสื้อฮู้ดสีเทาเข้มทับเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงยีนส์สีซีดทรงกระบอกกับรองเท้าบู๊ตหนังคู่เก่ง เส้นผมถูกเซตมาลวกๆ แต่กลับรับกับใบหน้าคมเข้มได้อย่างไร้ที่ติ ในมือหนามีถุงกระดาษสีน้ำตาลที่บรรจุทั้งขนมและชาเขียวรสโปรดที่เขารู้ดีว่า 'เป้าหมาย' ของเขาไม่มีทางปฏิเสธลง

เขารู้ดีว่าตารางเรียนวันจันทร์ของไอซ์เริ่มเช้ากว่าปกติ และจุดแวะพักเดียวของเด็กขี้เกียจตื่นมาหาของเช้ากินที่บ้านก็คือเซเว่นแห่งนี้

เพียงไม่กี่นาทีต่อมา ร่างโปร่งในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดตาก็ปรากฏตัวขึ้น ไอซ์เดินสะพายเป้พาดบ่าข้างเดียว ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนเด่นหราอยู่ระยะไกล

“อีกแล้วเรอะ...” ไอซ์พึมพำกับตัวเองก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียดอย่างอ่อนใจ

ลีโอไม่รอช้า เขาขยับกายก้าวเข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่มุมปาก ยื่นถุงขนมส่งให้เหมือนทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้เขากลับเอ่ยประโยคที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงักกึก

“วันนี้พี่ไม่ได้จะมาให้แค่ขนมนะ... พี่มาขอไลน์ด้วย”ไอซ์ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบเป็นปมทันที

“ไม่ให้! ยังไงก็ไม่ให้! พี่จะตามติดชีวิตผมไปถึงไหนเนี่ย เป็นสตอล์กเกอร์หรือไง!?”

ลีโอยกมือขึ้นสองข้างพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเขาดูขี้เล่นและเข้าหาได้ง่ายขึ้นจนความน่ากลัวในคราบช่างสักจางหายไปแทบหมดสิ้น เขาโน้มตัวลงมาหาคนตัวเล็กกว่าอีกนิด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอน

“ขอไลน์หน่อยสิครับ... อยากคุยด้วยจริงๆ และที่สำคัญ... อยากจีบด้วยครับ”

คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาและไม่อ้อมค้อมทำเอาไอซ์หน้าร้อนวูบ ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีระเรื่อลามไปถึงใบหูอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่น กัดฟันแน่นเพื่อข่มความประหม่า ก่อนจะควักมือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นส่งให้คนตรงหน้าแบบหงุดหงิดกลบเกลื่อน

“เออ! เอาไปก็ได้! แต่อย่ามาส่งอะไรแปลกๆ มาล่ะ ไม่งั้นผมบล็อกจริงๆ ด้วย!”

ลีโอรีบรับมือถือมาไว้ในมืออย่างกระตือรือร้น นิ้วเรียวยาวบรรจงพิมพ์ไอดีของตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยื่นกลับคืนให้เจ้าของพร้อมรอยยิ้มที่กว้างจนแทบจะฉีกถึงใบหู แววตาคมกริบฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด

ไอซ์คว้ามือถือกลับมาไว้กับตัวแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวหนีเข้าเซเว่นไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะกล่าวลา ทิ้งให้ช่างสักหนุ่มยืนค้างอยู่ที่เดิมพร้อมกับก้อนเนื้อในอกซ้ายที่เต้นแรงจนแทบระเบิด

.

.

.

ช่วงพักเที่ยง ณ โรงอาหารคณะคอมพิวเตอร์ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารและเสียงจ้อกแจ้กจอแจ แก๊งเพื่อนซี้สี่สหายยังคงจับจองโต๊ะตัวเดิม ทว่าวันนี้ ประเด็นหลักในวงสนทนากลับทำเอาคนเล่าหน้าดำหน้าแดงยิ่งกว่าส้มตำพริกสิบเม็ดที่วางอยู่ตรงหน้า

“พวกมึงเชื่อมั้ย... วันนี้อีตานั่นอุกอาจมาก มาดักขอไลน์กูอ่ะ! กูแบบ... ไม่อยากให้เลยเว้ย! เมื่อเช้าด่าสวนไปชุดใหญ่ด้วย!” ไอซ์โวยวายฟัดเหวี่ยงพลางใช้ช้อนเขี่ยข้าวในจานอย่างไม่สบอารมณ์

โม หลุดหัวเราะเสียงใสพลางจ้องหน้าเพื่อนรักอย่างจับผิด

“แล้วสรุปว่าไงจ๊ะ สุดท้ายให้เขามั้ยล่ะ?”

“...ให้” ไอซ์ตอบกลับเสียงอ้อมแอ้มในลำคอ พลางหลุบตาต่ำหลบสายตาเพื่อน

“แหนะ! อย่าคิดว่าพวกกูไม่เห็นนะมึง หน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกตำลึงสุกเลยนะนั่น!” ตั้ม ได้ทีรีบยื่นมือมาขยี้หัวเพื่อนตัวเล็กเบาๆ อย่างหมั่นไส้

“เอาน่ามึง... ก็ดีแล้วนี่ พี่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเสียหาย ออกจะจีบแบบแมนๆ ชัดเจนดีจะตายไป สมัยนี้หาคนจริงใจแบบนี้ยากนะเว้ย” ออกัส เสริมพลางเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ แววตาแฝงไปด้วยรอยยิ้มที่รู้ทัน

“เหอะ! พวกมึงชอบเข้าไปได้ไงนักหนา คนสักเต็มตัวแบบนั้น ตัวก็ใหญ่ยักษ์อย่างกับหมี ขับชอปเปอร์เสียงดังหนวกหูอีก! เห็นแล้วใจคอไม่ดีเว้ย น่ากลัวจะตาย...” ไอซ์หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำประโยคสุดท้ายที่สวนทางกับความเป็นจริงสุดๆ

“...ไม่หล่อเลยด้วยซ้ำ!”คำพูดนั้นทำเอาเพื่อนทั้งโต๊ะนิ่งกึกไปสามวินาที ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย แม้แต่โมที่กำลังดื่มน้ำยังเกือบพ่นออกมา

“จ้าาา ไม่หล่อเลยจ้าาา แต่เห็นมึงแอบมองรอยสักแขนเขาตาค้างเลยนะเมื่อวานน่ะ!” ตั้มแซวปิดท้าย ทิ้งให้ไอซ์นั่งฟึดฟัดอยู่คนเดียว

ทุกคนขำกันจนพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะลุกย้ายก้นไปขึ้นเรียนคาบบ่าย ทิ้งให้เด็กหนุ่มหน้าใสเดินก้มหน้าจ้องมือถือในกระเป๋ากางเกงอย่างสับสน... ใจหนึ่งก็กลัวแจ้งเตือนจะดัง แต่อีกใจหนึ่งกลับเผลอเช็กดูตลอดว่ามี ‘ใครบางคน’ ทักมาหรือยัง

.

.

.

ยามเย็นที่ลมเอื่อยเริ่มพัดพาไล่ความร้อนระอุ แดดร่มลมตกทาบทับไปตามตรอกซอกซอย ไอซ์เดินประคองกองหนังสือเรียนหนาเตอะพลางหิ้วถุงของพะรุงพะรังจนไหล่บางลู่ลงอย่างเห็นได้ชัด และเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญก็สุดแท้แต่... เขาต้องเดินผ่านหน้าร้าน Leo Ink อีกครั้ง

ภายในร้านที่เปิดไฟสลัว ลีโอเพิ่งส่งลูกค้าคนล่าสุดเสร็จพอดี เขาเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างเล็กที่เดินตัวเอียงเพราะหนักของเข้าพอดี ช่างสักหนุ่มไม่รอช้า รีบถอดถุงมือยางแล้วก้าวพรวดออกมาหาด้วยความเป็นห่วง

“มา... เดี๋ยวพี่ช่วยถือ” ลีโอไม่รอคำอนุญาต เขาเอื้อมมือหนาไปแบ่งเบาภาระจากมือของไอซ์ทันที

ไอซ์ชะงักไปเล็กน้อย ความอบอุ่นจากปลายนิ้วที่สัมผัสกันโดยบังเอิญทำให้เขาหน้าร้อนซ่าน แต่ด้วยความเหนื่อยล้าเกินกว่าจะประจันหน้า เขาจึงยอมปล่อยถุงในมือให้คนตัวโตกว่า

“ก็ได้... แค่ช่วยถือนะ ไม่ต้องพูดมากด้วย รำคาญ!”

ตลอดเส้นทางสั้นๆ ที่ทอดยาวไปสู่ร้านข้าวมันไก่ ลีโอก้าวเดินด้วยจังหวะที่สม่ำเสมออยู่ข้างกายไอซ์ เขาไม่ได้ชวนคุยตามที่อีกฝ่ายสั่ง แต่กลับใช้ความเงียบนั้นลอบมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มเป็นระยะ มองเห็นแพขนตายาวและปลายจมูกรั้นที่เชิดขึ้นอย่างดื้อดึง

“มองอะไรนักหนา! คนนะไม่ใช่ปลากัด มองจนจะท้องอยู่แล้วเนี่ย!” ไอซ์หันมาขวับพูดเสียงแข็งใส่ แววตาประหม่าภายใต้กรอบแว่นดูวูบไหวอย่างเห็นได้ชัด

ลีโอหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป เพียงแค่ส่งรอยยิ้มละมุนที่ดูอบอุ่นอย่างประหลาด แล้วก้าวเดินต่อไปข้างๆ กันอย่างมั่นคง

ทว่า... บรรยากาศสีชมพูจางๆ กลับถูกตัดฉับทันทีที่มาถึงหน้าร้าน “ชัยข้าวมันไก่” เมื่อร่างท้วมของลุงชัยยืนเท้าเอวรออยู่ด้วยสีหน้านิ่งขรึม ราวกับพญายมที่มารอรับวิญญาณ สายตาคมกริบของผู้เป็นพ่อจ้องเขม็งไปยังช่างสักร่างยักษ์ที่เดินเคียงข้างลูกชายมา

“เอ็งมาวุ่นวายอะไรกับลูกข้าอีก... ไอ้ลีโอ” เสียงทุ้มเข้มของลุงชัยประกาศกร้าว บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

ลีโอรีบวางของลงบนโต๊ะไม้หินอ่อนอย่างเบามือ แล้วยกมือไหว้ผู้ใหญ่ด้วยท่าทางนอบน้อมที่สุดเท่าที่คนรอยสักเต็มแขนจะทำได้ ลุงชัยพยักหน้าให้เพียงนิดตามมารยาท ก่อนจะหันไปสั่งลูกชายเสียงดุ

“ไอซ์... รีบเอาของเข้าไปเก็บข้างบน แล้วลงมาช่วยเตี่ยขายข้าว ลูกค้าจะเข้าแล้ว!”

“ครับเตี่ย...” ไอซ์พยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว เขาเหลือบมองลีโอแวบหนึ่งด้วยสายตาที่บอกไม่ถูก ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ลีโอยืนมองตามจนแผ่นหลังเล็กหายลับเข้าไปในตัวตึก

ลีโอหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินจากไป ท่ามกลางสายตาของลุงชัยที่ยังคงจ้องเขม็งตามหลังมา... เขารู้ดีว่า 'ด่านพ่อตา' หินกว่าที่คิด แต่ก็นั่นแหละ อะไรที่ได้มาง่ายๆ มันก็คงไม่ภูมิใจเท่ากับการพิสูจน์ตัวเองให้คนทั้งบ้านเห็นหรอกจริงไหม?

ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามค่ำคืน ลีโอทิ้งแผ่นหลังกว้างลงบนโซฟาหนังสีเข้มภายในร้านสัก แสงไฟสลัวจากด้านนอกที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาทาบทับใบหน้าคมเข้มให้ดูอ่อนโยนลงกว่ายามกลางวัน มือหนายังคงกำโทรศัพท์เครื่องบางไว้แน่น ดวงตาคมทอดมองหน้าต่างแชตของ ‘ไอซ์’ ที่เขากดเข้ากดออกอยู่หลายสิบรอบด้วยหัวใจที่ว้าวุ่น

ได้ไลน์มาครองในมือทั้งที... หากปล่อยให้คืนนี้ผ่านไปโดยไม่ทักไปทักทายคนในความคิดถึง ก็คงไม่ใช่คนอย่างลีโอ

เขาเม้มปากอย่างประหม่า ก่อนจะค่อยๆ บรรจงพิมพ์ข้อความสั้นๆ ทยอยส่งไปประหนึ่งกลัวว่าตัวอักษรจะทำให้คนปลายทางรำคาญ

💬Leo_Ink : “ทำไรอยู่ครับ”

💬Leo_Ink : “นอนยังครับ”

💬Leo_Ink : “พรุ่งนี้อยากกินอะไรไหมครับ เดี๋ยวพี่ซื้อให้”

วินาทีผ่านไปเป็นนาที ความเงียบงันจากอีกฝั่งทำให้ลีโอเริ่มนั่งไม่ติดที่ เขาถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าตัวเองเบาๆ ความกังวลเริ่มเกาะกินใจ ทว่าความดื้อรั้นที่มีมากกว่ากลับสั่งให้เขาขยับปลายนิ้วส่งข้อความชุดที่สองตามไปติดๆ

💬Leo_Ink : “ทานข้าวยังครับ”

💬Leo_Ink : “เรียนเหนื่อยไหมครับ”

ในขณะเดียวกัน ณ ห้องนอนชั้นบนของร้านข้าวมันไก่ ไอซ์นอนคว่ำหน้าซุกอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนา แสงไฟจากหน้าจอมือถือที่เด้งรัวสว่างวาบสะท้อนเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามข่มหลับแต่กลับทำไม่ได้ เขานอนพลิกตัวไปมาด้วยความกระสับกระส่าย เสียงแจ้งเตือนแต่ละครั้งเหมือนค้อนเล็กๆ ที่เคาะลงบนหัวใจจนสั่นคลอน

สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ทนไม่ไหว เขาคว้ามือถือขึ้นมาถอนหายใจแรงๆ ใส่หน้าจอ ก่อนจะรัวนิ้วตอบกลับไปด้วยข้อความที่พยายามให้ดูหงุดหงิดที่สุด

💬Ice_Cy :“พี่ว่างมากนักเหรอ ถึงได้คอยกวนอยู่ได้ทั้งวัน! น่ารำคาญจะตาย พอกันที!”

เมื่อข้อความปรากฏคำว่า ‘อ่านแล้ว’ ทันที ลีโอที่นั่งลุ้นอยู่บนโซฟากลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกเอ็นดู เขาจินตนาการเห็นภาพใบหน้าขาวๆ ที่กำลังงอง้ำและดวงตาที่ขวางใส่โทรศัพท์ออกได้อย่างชัดเจน ความหงุดหงิดของไอซ์กลายเป็นยาดีที่ทำให้เขาหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เขาพิมพ์ข้อความทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

💬Leo_Ink : “ฝันดีนะครับ พรุ่งนี้เจอกันนะ :)”

ไอซ์จ้องมองข้อความสั้นๆ นั้นพลางเม้มปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นรัวขึ้นมาจนน่ากลัว เขาตัดสินใจโยนโทรศัพท์ทิ้งไปบนที่นอนฝั่งที่ว่าง แล้วคว้าหมอนขึ้นมาฟาดหน้าตัวเองซ้ำๆ เพื่อดับความร้อนผ่าวที่ลามไปทั่วแก้มใส

“คนบ้าอะไร... ตื๊อไม่เลิกเลยวะ!”เขาสบถเบาๆ กับความว่างเปล่า ทว่าภายใต้ความมืดที่มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่าน มุมปากเล็กๆ กลับค่อยๆ กระตุกยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นรอยยิ้มละมุนที่แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่... ความรู้สึกของการถูกใครบางคนใส่ใจอย่างดื้อดึง ซึ่งเจ้าตัวยังไม่ทันได้รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ากำแพงที่สร้างไว้เริ่มพังทลายลงทีละน้อย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจ

    บทที่ 21 จุดหมายของหัวใจหลังจากพิธีแต่งงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิและหยาดน้ำตาแห่งความปิติผ่านพ้นไป ชีวิตบทใหม่ของลีโอและไอซ์ก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่แอบสบตากันข้ามฝั่งถนนอีกต่อไป แต่ในฐานะ "คู่ชีวิต" ที่ตื่นมาหายใจร่วมกันในทุกเช้าวันใหม่เช้าวันแรกของการเป็นครอบครัว แสงแดดอุ่นจางๆ ส่องลอดผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องนอนที่คุ้นเคย ลีโอลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้ไม่ใช่ความเหน็บหนาวของเตียงกว้าง แต่เป็นลมหายใจสม่ำเสมอของร่างบางในอ้อมกอด เสียงนาฬิกาเรือนเก่าเดินเป็นจังหวะเบาๆ คล้ายจะบอกว่าเวลาจากนี้ไปเป็นของพวกเขาทั้งคู่ลีโอกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพลางกระซิบชิดใบหู “ตื่นมาแล้วเห็นหนูอยู่ข้างๆ แบบนี้ทุกวัน... พี่ว่าโลกนี้แม่งก็ไม่เลวเลยนะ”ไอซ์ขยับตัวยิ้มละมุน เขาเงยหน้าขึ้นเกลี่ยเส้นผมที่ระต้นคอของลีโออย่างเบามือ “พี่ต้องทนกับหนูไปทุกวันเลยนะ... ยังไม่เบื่อใช่ไหม?”“ไม่มีวันเบื่อ... มีแต่จะรักมากขึ้นในทุกวินาทีที่หายใจ” ลีโอตอบพร้อมกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นการประทับตราสัญญาใจร้านเล็กๆ ที่กลายเป็น ‘บ้าน’ ของความฝันในที่สุดประตูไม้ของร้าน "Leo & Ice : Love

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)

    บทที่ 20 วันที่เรากลายเป็นครอบครัว(NC)เวลาสองเดือนผันผ่านไปรวดเร็วราวกับภาพฝันที่ถูกแต้มสีจนสมบูรณ์ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสที่สุดของปี ไอซ์ในชุดครุยวิทยฐานะก้าวเท้าออกจากหอประชุมมหาวิทยาลัย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีและแสงแฟลชที่วูบวาบ ลีโอยืนอยู่ห่างออกมาเล็กน้อยในมุมสงบ สายตาคมกริบของเขาไม่ละไปจากร่างบางในชุดครุยสีดำแม้แต่วินาทีเดียว แววตาที่ครั้งหนึ่งเคยหม่นแสง บัดนี้กลับเปล่งประกายภาคภูมิใจยิ่งกว่าใครในโลก“ยินดีด้วยครับ... ว่าที่เจ้าสาวของพี่”เสียงกระซิบแผ่วพร่าข้างใบหูทำเอาไอซ์หลุดหัวเราะออกมาอย่างขัดเขิน ท่ามกลางเสียงปรบมือและรอยยิ้มของเพื่อนร่วมรุ่น ช่อดอกไม้สีขาวสะอาดในมือสั่นไหวไปตามแรงเต้นของหัวใจที่พองโตจนแทบปริ ลีโอยืนอยู่ตรงนั้น... ในชุดเชิ้ตสีดำเรียบหรูที่ดูแปลกตาแต่กลับส่งเสริมให้เขาดูมั่นคงและสง่างาม แววตาคมกริบที่เคยดูดุดัน บัดนี้กลับมีเพียงความภาคภูมิใจที่มอบให้แก่คนในชุดครุยเพียงคนเดียวหลังจากวันรับปริญญาที่แสนชื่นมื่น บรรยากาศรอบตัวของคนทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แสนสุข ลีโอและไอซ์ใช้เวลาช่วงสัปดาห์นั้นไปกับการตรวจรับงานตกแต่งร้านกาแฟขั้นสุดท้าย พร้อมๆ กับก

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเรา

    บทที่ 19 ใกล้ถึงวันของเราเช้าวันจันทร์ที่ลมพัดเย็นสบาย ไอซ์ในชุดนักศึกษาพาสีขาวสะอาดสะอ้านสะพายกระเป๋าเป้คู่ใจ ก้าวลงจากบันไดบ้านไม้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากทุกวัน เขากลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอีกครั้งหลังจากลาพักไปช่วงหนึ่งเพื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจช่วยลีโอเนรมิตร้านกาแฟในฝันให้เป็นรูปเป็นร่างสายตาของไอซ์ทอดมองผ่านฝูงชนที่เร่งรีบ ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ห้องแถวเล็ก ๆ ริมถนนที่มีกระจกใสสะท้อนแสงแดดยามเช้า บนกระจกบานนั้นมีป้ายตัวอักษรเรียบง่ายแปะไว้ว่า “Coming Soon... กำลังจะเปิดเร็ว ๆ นี้”มันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่มันคืออาณาจักรที่มีชื่อของเขากับลีโอสลักไว้ด้วยกัน“อีกแค่สองเดือนเท่านั้น... ทุกอย่างในชีวิตเราจะเปลี่ยนไปตลอดกาล” ไอซ์คิดในใจพลางกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความตื่นเต้นขณะเดียวกันที่ฝั่งร้าน ลีโอในชุดเสื้อยืดเปื้อนรอยสีและกางเกงยีนส์ตัวเก่ง กำลังก้มหน้าก้มตาพินิจแบบแปลนร้านร่วมกับช่างไฟ เขาไม่ได้แค่สั่งงาน แต่กลับลงมือทาสีผนังและขยับเฟอร์นิเจอร์ด้วยตัวเองทุกชิ้น จังหวะที่เขาเงยหน้าขึ้นพักสายตา รถเมล์สายที่ไอซ์นั่งเป็นประจำก็แล่นผ่านหน้าไปพอดี ลีโอยิ้มกว้างออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 18 รากฐานของอนาคต

    บทที่ 18 รากฐานของอนาคตรุ่งอรุณของวันใหม่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเร่งรีบเหมือนเช่นเคย แต่กลับเป็นเช้าที่แสนเนิบช้าและอบอวลไปด้วยความหวัง บนดาดฟ้าที่เดิมซึ่งเคยเป็นเพียงที่พักใจ บัดนี้กลับกลายเป็นที่วางรากฐานของอนาคต ไอซ์และลีโอนั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน โดยมีปึกกระดาษและดินสอวางระเกะระกะอยู่ตรงกลาง แสงแดดอ่อนยามเช้าทาบลงบนแบบร่างที่เต็มไปด้วยรอยลบและเส้นสายที่ถูกขีดเขียนขึ้นด้วยความตั้งใจ“ถ้าร้านมันอยู่แถวนี้ หนูว่าเราน่าจะมีลูกค้าประจำเยอะเลยนะพี่” ไอซ์พูดพลางขยับปลายดินสอ วาดโครงสร้างหลังคาจั่วเรียบง่ายลงบนกระดาษ แววตาของเขามุ่งมั่นราวกับเห็นภาพร้านนั้นตั้งอยู่ตรงหน้าจริงๆ “ไม่ต้องใหญ่มากหรอก แค่พอมีที่ให้นั่งสูดกลิ่นกาแฟก็พอ”“พี่ว่าแค่มีกาแฟที่หนูชง... คู่กับลายสักที่พี่ออกแบบ คนก็น่าจะแห่กันเข้ามาจนแน่นร้านแล้วล่ะ” ลีโอแกล้งพูดหยอกพลางขยิบตาให้ จนไอซ์ต้องหันมาค้อนขวับเข้าให้หนึ่งที แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกันบนกระดาษแผ่นนั้นถูกแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนแต่กลมกลืน โซนด้านหน้าคือคาเฟ่ขนาดย่อมที่ไอซ์ใฝ่ฝัน มีเคาน์เตอร์ไม้สีอ่อนและชั้นวางขนมโฮมเมด ส่วนพื้นที่ด้

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 17 ทดสอบหัวใจ

    บทที่ 17 ทดสอบหัวใจเช้าวันอาทิตย์ที่แสงแดดทอประกายอ่อนละมุนอาบไล้ไปทั่วตลาด ลีโอตื่นเช้ากว่าทุกวัน เขาสลัดมาดช่างสักสุดเท่ทิ้งไป เหลือเพียงชายหนุ่มในเสื้อยืดสีซีดและกางเกงขาสั้นที่ดูคล่องตัว หัวใจของเขาเต้นรัวแรงกว่าจังหวะการลงเข็มสัก เพราะวันนี้คือวันสำคัญ... วันที่แม่รินจะเข้ามาเจรจากับเตี่ยชัยเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินทางกลับต่างประเทศ และเป็นวันที่เขาต้องพิสูจน์ "ราคา" ของคำว่าลูกเขยให้ชัดเจนยิ่งขึ้นภายในร้านข้าวมันไก่ กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวหอมมะลิหุงสุกใหม่โชยมาปะทะจมูก เตี่ยชัยนั่งประจำการอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวเก่ง แววตาคมกริบจ้องมองผ่านประตูร้านเห็นร่างสูงของลีโอเดินเข้ามา เขาเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะทักด้วยเสียงเรียบ"มึงมาแต่เช้าเลยนะ"ลีโอยกมือไหว้ด้วยท่าทางนอบน้อมที่กลั่นออกมาจากใจจริง "สวัสดีครับลุงชัย วันนี้ผมมาขอช่วยงานครับ"ลุงชัยไม่ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าช้า ๆสายตาที่เคยมองอย่างอคติเริ่มเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบที่ยากจะคาดเดา ชั่วอึดใจใหญ่ เตี่ยเดินไปหลังร้านแล้วหิ้วถังน้ำใบเขื่องที่บรรจุน้ำไว้จนปริ่มขอบออกมาวางโครมลงตรงหน้าลีโอ"ถ้าอยากจะมาเป็นลูกเขยกู มึงต้องทำได้มากกว่าแค่พูดหว

  • ใจพี่มันแพ้เด็ก   บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตา

    บทที่ 16 พาแม่มาขอสู่เด็กจากพ่อตาเสียงโทรศัพท์สั่นครืดคราดทำลายความเงียบในยามเช้า ลีโอกดรับสายด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่าจังหวะเพลงร็อกที่เขาเคยฟังมาทั้งชีวิต ปลายสายคือเสียงที่คุ้นเคยซึ่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ“แม่ถึงแล้วนะลูก อยู่หน้าประตูทางออกสนามบินแล้วจ้ะ”สองชั่วโมงหลังจากนั้น ลีโอเดินนำสตรีวัยกลางคนผู้มีสง่าราศีเข้ามายังถิ่นที่คุ้นเคย แม่ริน ในชุดผ้าไหมสีสุภาพ ผมยาวถูกเกล้าไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าที่แม้จะดูนิ่งสงบตามประสาผู้ผ่านโลกมามาก ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความอบอุ่นและเข้มแข็งอย่างประหลาด เธอไม่ได้พกเพียงกระเป๋าเดินทางมาด้วย แต่เธอยังพกความตั้งใจอันเต็มเปี่ยมมาเพื่อช่วยลูกชายทลายกำแพงแห่งอคติลีโอพาแม่ก้าวเข้าสู่ร้านข้าวมันไก่ กลิ่นน้ำซุปที่หอมกรุ่นดูจะจืดจางลงไปทันทีเมื่อต้องเผชิญกับบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน เตี่ยชัยเงยหน้าขึ้นจากเขียงสับไก่ ทั้งสองผู้อาวุโสสบตากันเนิ่นนานราวกับกำลังอ่านใจผ่านความเงียบ บรรยากาศภายในร้านนิ่งงันคล้ายกระดานหมากรุกที่ต่างฝ่ายต่างรอวางหมากตัวสำคัญที่สุด“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อริน เป็นแม่ของลีโอค่ะ” แม่รินเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status