“พี่โซ่เหรอ?” โยธาทวนคำเสียงแผ่วพลางหันมองหญิงสาวข้างกายด้วยความฉงน เขาเคยได้ยินชื่อนี้ผ่านหูมาบ้างจากคำบอกเล่าเรื่องราวในอดีตของเธอ อีกทั้งแววตาที่สั่นระริกและสีหน้าที่ซีดเผือดของถิงถิงในยามนี้ยังเป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ...” ชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกระตุกยิ้มที่มุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่งทว่ากลับทรงพลังอย่างประหลาด ดวงตาสีเทาคมกริบคู่นั้นยากจะคาดเดาความรู้สึก ราวกับเป็นก้นบึ้งของมหาสมุทรที่สงบนิ่งแต่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่าง
ผิดกับถิงถิงที่ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจนน้ำตาเอ่อคลอ ความรู้สึกนับพันประดังประเดเข้ามาจนเธอตั้งตัวไม่ติด
ดีใจงั้นเหรอ? ไม่สิ...เขาคือคนที่ทิ้งเธอไปอย่างไม่ไยดี หรือว่าเสียใจ? มันก็พูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะลึกๆ แล้ว นี่คือวินาทีที่เธอรอคอยมาตลอดสามปีเต็ม
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจ ราวกับเข็มนาฬิกาถูกหยุดไว้เพียงเพื่อรอการกลับมาของเขา โยธาที่เริ่มรับรู้ถึงรังสีความคุกคามตัดสินใจดึงร่างบางมาไว้ข้างหลัง กางปีกปกป้องเธอจากสายตาอันตรายคู่นั้นทันที
สามปีที่หายไป เขาจะกลับมาตอนนี้มันไม่สายเกินไปหน่อยเหรอ? นั้นคือคำถามที่เกิดขึ้นในหัวของโยธา
“ถิงถิงเป็นแฟนผม” โยธาประกาศเสียงเข้ม เขามองสบตาชายตรงหน้าที่แผ่ซ่านไปด้วยกลิ่นอายของผู้มีอำนาจอย่างไม่ลดละ แม้จะรู้เต็มอกว่าคนตรงหน้าดูไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปก็ตาม
“เลิกกันซะ” คำสั่งสั้นๆ ทว่าเด็ดขาดนั้นทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นถึงกับอึ้งไปตามๆ กัน ไม่ใช่แค่โยธาที่ชะงักค้าง แต่ถิงถิงถึงกับยอมก้าวออกมาจากแผ่นหลังของคนรักใหม่เพื่อมองหน้าชายใจร้ายคนนั้นให้เต็มตา
“คุณเป็นใคร?” น้ำเสียงของเธอไม่ได้ว่างเปล่ามีความหมายว่าคนไม่รู้จักกัน หากแต่เป็นน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความโกรธจัดและไม่เข้าใจ... ไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้เขาคิดว่าเพียงแค่ปรากฏตัวออกมาตอนนี้ ทุกอย่างจะกลับมาหมุนรอบตัวเขาได้ง่ายๆ เหมือนเดิม
“มีสิทธิ์อะไร มาสั่งให้คนอื่นเขาเลิกกัน” ร่างสูงไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที ใบหน้าคมคายยังคงเรียบเฉยจนน่ากลัว เขาเพียงแค่พยักพเยิดหน้าเล็กน้อยไปทางมือขวาคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายเพื่อเป็นสัญญาณให้ส่งอะไรบางอย่างให้กับคนทั้งสองคน
“รับไปอ่านเถอะครับ ผมเตือนด้วยความหวังดี” มือขวาเอ่ยเสียงเรียบพลางยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ท่ามกลางสายตาหวาดระแวงของโยธาและถิงถิง
สุดท้ายโยธาก็เป็นฝ่ายตัดสินใจรับมันมา เขาเปิดซองออกแล้วกวาดสายตาอ่านข้อความด้านใน เพียงไม่กี่วินาที...ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
“สัญญาการยุติความสัมพันธ์ แลกกับเช็คเงินสดสิบล้านบาท!” โยธาเค้นเสียงอ่านออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ!?” ขณะที่ถิงถิงแย่งกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือแฟนหนุ่มด้วยความโมโหสุดขีด ก่อนจะสะบัดปามันใส่หน้าคนทำตัวราวกับมาเฟียอย่างไม่เกรงกลัว
ความดีใจเพียงน้อยนิดที่เคยมีตอนแรกละลายหายไปจนสิ้น เพราะพี่โซ่คนเดิมที่เธอเคยรู้จักไม่มีวันทำเรื่องหยาบคายและดูถูกศักดิ์ศรีกันได้ขนาดนี้
“เรากลับกันเถอะค่ะ อย่าเสียเวลากับคนบ้าอำนาจแบบนี้เลย” หญิงสาวคว้ามือโยธาไว้แน่น เตรียมจะพาเขาเดินเลี่ยงออกไปจากบรรยากาศอันน่าอึดอัด
ทว่าฝีเท้าของทั้งคู่กลับต้องชะงักลง เมื่อเหล่าบอดีการ์ดร่างยักษ์นับสิบคนก้าวเข้ามาขวางทางออกไว้เป็นกำแพงมนุษย์ที่ยากจะฝ่าออกไป
“ถอยไป!” ถิงถิงตวาดสั่ง ทว่ากลับไม่มีใครขยับเขยื้อนแม้แต่เซนติเมตรเดียว ราวกับทุกคนเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่รับคำสั่งจากเจ้านายเพียงผู้เดียวเท่านั้น
ในที่สุดเธอก็ต้องจำใจหันกลับมาเผชิญหน้ากับจอมบงการด้วยสายตาที่วาวโรจน์ด้วยไฟโทสะอีกครั้ง
“บอกลูกน้องของคุณให้ถอยออกไปเดี๋ยวนี้!”
“หึ...” คนตัวโตเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินสรรพนามที่ห่างเหินจากปากหญิงสาวที่ต่างจากก่อนหน้า แต่แค่แวบเดียวเท่านั้นเขาก็กลับมาเป็นชายเจ้าบงการสานต่อความต้องการของตัวเองโดยการส่งสัญญาณผ่านสายตาเช่นเดิม
ไม่นานจากนั้น...จุดเลเซอร์สีแดงเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นและขยับไปหยุดนิ่งอยู่ตรงขมับของโยธาอย่างแม่นยำ
“นี่มันอะไรกัน!?” ถิงถิงอุทานด้วยความตระหนกตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความกลัว เช่นเดียวกับโยธาที่หน้าซีดเผือกจนไร้สีเลือด เมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีของความตายที่จ่ออยู่เพียงเอื้อมมือ
“เซ็นสัญญาซะ” โซ่ในร่างใหม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่ว ๆ ไป ขณะที่มือขวาคนสนิทยื่นโทรศัพท์ที่ปรากฏภาพจากกล้องส่องทางไกลของพลซุ่มยิง ซึ่งกำลังเล็งเป้ามาที่จุดยุทธศาสตร์บนร่างของโยธา
“ถิงถิงถอยออกไปก่อน!” ทันใดนั้นโยธารีบดันตัวแฟนสาวที่เขาเพิ่งได้รับสถานะมาไม่ถึงชั่วโมงให้ออกห่างเพื่อไม่ให้เธอต้องมารับเคราะห์ไปด้วยกันทันที
ทว่าแทนที่ถิงถิงจะขยับไปเธอกลับขืนตัวไว้ไม่ยอมไปไหน เพราะคนที่นี่ไม่มีใครสมควรต้องตายเพราะความต้องการที่ไร้เหตุผลและเห็นแก่ตัวของใครบางคน
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน อย่าทำอะไรพี่โยธานะ!” แม้จะพยายามแสดงความมุทะลุสักแค่ไหน แต่ถิงถิงกลับซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ไม่ได้ ร่างเล็กสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก็ยังพยายามที่จะโผเข้าหาโยธาเพื่อพยายามจะปกป้องเขา
ทว่าไม่ทันได้ถึงไหน เธอกลับถูกวงแขนแกร่งของมาเฟียตวัดล็อกตัวเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้
“อย่าทำอะไรถิงถิง!” โยธาตะโกนลั่น พยายามจะเข้าไปช่วยเธอ แต่กลับถูกมือขวาของมาเฟียหนุ่มผลักอกยันไว้จนเสียหลัก
“จะยอมมากับฉัน หรือจะปล่อยให้มันกลายเป็นศพ เลือกเอาถิงถิง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคำตอบของเธอ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกกระซิบชิดใบหูจนเธอขนลุกชัน
ทุกอย่างในตัวผู้ชายคนนี้คือคนแปลกหน้าสำหรับเธอ พี่โซ่ที่แสนดีคนนั้นไม่เคยใช้กำลัง ทั้งยังเป็นคนที่คอยเช็ดน้ำตาให้เธอเสมอ หากแต่ตอนนี้มันไม่มีหลงเหลืออยู่ในตัวเขาอีกแล้ว แม้แต่แววตาที่เคยมองเธอด้วยความรักตอนนี้กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่าใจหาย
“ฮึก พี่โซ่...” เธอสะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความเสียใจและหวาดกลัวที่หักห้ามไม่ได้อีก
ทว่า...
สิ่งที่ได้กลับมาไม่ใช่การปลอบโยนในแบบฉบับคนเคยรัก
“ฉันชื่อลูเซียโน่ ไม่ใช่พี่โซ่ของเธอ” หากแต่เป็นการประกาศกร้าวด้วยสายตาที่เย็นชาและเลือดเย็น
ลูเซียโน่จับยัดปากกาและสัญญาฉบับเดิมใส่มือของเธอ
“เซ็นซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนและสั่งให้มันตาย” โยธาส่ายหน้าทั้งน้ำตา เขาไม่อยากให้เธอต้องแลกตัวเองเพื่อเขา เพราะในนั้นมันยังเขียนอีกว่า...การยุติความสัมพันธ์ระหว่างถิงถิงและโยธาจบลง เธอจะต้องมาอยู่ใต้ปีกมารร้ายอย่างเขา จนกว่าเขาจะพอใจ
“ถิงถิง อย่าเซ็น...” ทั้งที่ความรักของเขาเพิ่งจะเริ่มผลิบานแท้ๆ โยธาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะต้องจบลงด้วยความโหดร้ายแบบนี้ ทุกอย่างมันอยู่เหนือความคาดหมายทั้งเขาและตัวของถิงถิงเช่นเดียวกัน
“ถิง ฮึก...ถิงขอโทษค่ะ” มือที่สั่นเทาค่อยๆ จรดปลายปากกาลงบนกระดาษใบนั้นด้วยหัวใจที่แตกสลาย
เพราะเธอมั่นใจว่าพี่โซ่คนใหม่หรือลูเซียโน่ที่กลับมาในตอนนี้จะฆ่าโยธาให้ตายได้ หากเธอไม่ยอมทำตามความต้องการ