“เขาจะไม่เป็นไรใช่ไหม” ถิงถิงเค้นเสียงถามด้วยความผสมกับความหวาดหวั่นใจ ขณะที่รถเบนซ์ เอสคลาสทะยานออกสู่ท้องถนนด้วยความเร็วสูง ประกบด้วยรถประเภทเดียวกันหน้าหลังขับติดชิด ๆ กันมาราวกับอยู่ในหนังมาเฟียที่เธอเคยดูยังไงอย่างนั้น
ภาพของโยธาที่ถูกชายชุดดำล็อกตัวทิ้งไว้เบื้องหลังยังคงติดตา ติดใจของเธอ ความรู้สึกแทบจะแตกสลายเมื่อนึกถึงจุดเลเซอร์สีแดงที่จ่ออยู่บนขมับของคนบริสุทธิ์ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย หากแต่เป็นเพราะความไร้เหตุผลของใครบางคนที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำไปทำไม
“ฉันพูดคำไหนคำนั้น” ลูเซียโน่ตอบกลับโดยไม่หันมามอง ใบหน้าคมคายสันกรามปูดโปนราวกับพยายามอดทนกับอะไรบางอย่างภายในกาย
“จะให้ฉันเชื่อได้ยังไง ในเมื่อคุณใช้ปืนจ่อหัวเขาขนาดนั้น”
“เลิกพูดถึงมันต่อหน้าฉันได้แล้ว!” เสียงตวาดกร้าวทรงพลังทำเอาอากาศในรถเย็นยะเยือกจนสั่นประสาท ลูเซียโน่หันมาจ้องมองเธอด้วยนัยน์ตาสีเทาที่วาวโรจน์ไปด้วยไฟโทสะและความหึงหวงที่ซ่อนไม่มิด
“คุณเป็นบ้าอะไร สามปีที่ผ่านมามันหล่อหลอมให้คุณกลายเป็นปีศาจขนาดนี้เลยเหรอ ถ้าจะกลับมาเพื่อทำลายชีวิตคนอื่นแบบนี้ ทำไมคุณถึงไม่ตายหายสาบสูญไปเลย คุณจะกลับมาทำไม!” ถิงถิงแผดเสียงสู้กลับไม่ยอมเช่นเดียวกัน เธอจะไม่สนใครหน้าไหนอีกแล้ว ต่อให้ตอนนี้ความตายจะเข้ามาเยือน แต่จะให้นิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเธอเองก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
“อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉัน เหมย!” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวทั้งสองข้าง แล้วบีบกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนร่างเล็กถลาไปปะทะแผงอกแกร่ง แรงบีบมหาศาลทำเอาถิงถิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ยิ่งกว่านั้นคือสรรพนามที่หลุดออกมาจากปากเขา มันกำลังตอกย้ำความชัดว่าเขาคือคนเดียวกับคนที่เธอเคยรู้จักจริงๆ
“ถ้าคุณยืนยันว่าคุณไม่ใช่พี่โซ่ คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันด้วยชื่อนั้น!” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เคยแสนดีของเขาด้วยความเกลียดชัง
“เพราะชื่อนั้น...ฉันอนุญาตให้คนที่ฉันรักเรียกเท่านั้น ไม่ใช่ปีศาจแบบคุณ”
“ฟาง เหมยถิง!” ลูเซียโน่คำรามชื่อเธอเต็มยศ แรงบีบที่แขนหนักหน่วงขึ้นจนแทบแหลกคามือ
“อย่าท้าทายความอดทนของฉัน”
“ทำไมคะ หรือคุณคิดจะให้สไนเปอร์มายิงฉันอีกคน” หญิงสาวเชิดหน้าท้าทายอย่างไม่ลดละ ในเมื่อเขาเลือกจะใช้กำลังบีบบังคับเธอก่อน เธอก็จะใช้ความรั้นนี่แหละเป็นอาวุธ
“ฟาง เหมยถิง คนที่ยอมคุณทุกอย่างมันตายไปพร้อมกับพี่โซ่เมื่อสามปีก่อนแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ฉัน ฉันที่รังเกียจคุณเข้ากระดูกดำคุณลูเซียโน่!” ลูเซียโน่กัดฟันจนเสียงดังกรอด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบด้วยความโกรธที่ถูกสบประมาท
“รังเกียจนักใช่ไหม งั้นลองดูหน่อยสิว่าร่างกายเธอมันจะรังเกียจฉันเหมือนปากหรือเปล่า!”
“คุณจะทำบ้าอา...” คำประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อฝ่ามือหนาตะปบเข้าที่ท้ายทอยแล้วกระชากหน้าสวยเข้าหาตัวอย่างดุดัน ลูเซียโน่พยายามกดริมฝีปากบดขยี้ลงมาบนกลีบปากบางอย่างป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความอ่อนโยน ไร้ซึ่งการทะนุถนอม เพราะมันคือจูบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการลงทัณฑ์และความเป็นเจ้าของที่รุนแรง เพื่อตอกย้ำให้รู้ว่าไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หรือจะรังเกียจเขาเท่าไร เธอก็ยังคงเป็นสมบัติของเขาวันยังค่ำ
นับตั้งแต่วันที่เธอเซ็นสัญญาฉบับนั้น...
ถิงถิงพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มีดันใบหน้าคมคายให้ออกห่าง เธอเม้มริมฝีปากแน่นสนิทเพื่อประท้วง ไม่ยอมให้เขาทำตามใจชอบเหมือนที่เคยเป็นมา ทว่าจูบแรกในรอบสามปีนี้กลับไม่มีความโหยหาที่แสนหวาน มันมีเพียงความดิบเถื่อนและป่าเถื่อนที่พุ่งพล่าน
ลูเซียโน่ขบเม้มริมฝีปากคนดื้อรั้นอย่างแรงจนเธอได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ คละคลุ้งในโพรงปาก ความเจ็บแปลบทำให้หญิงสาวเผลอเผยอริมฝีปากออก และนั่นคือโอกาสที่ชายหนุ่มรอคอย เขาแทรกเรียวลิ้นรุกรานเข้ามาอย่างย่ามใจ โดยไม่สนเลยว่าคนใต้ร่างกำลังสะอื้นไห้จนน้ำตาเปียกชุ่มแก้ม
เขาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ชายหนุ่มตรงหน้าไม่เหลือเค้าเดิมของโซ่คนที่เธอเคยรู้จัก นอกจากใบหน้าที่ยังคงความหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่นิสัยกลับไม่ต่างจากซาตานในคราบมนุษย์เท่านั้น
ลูเซียโน่ผละจูบที่แสนทรมานนั้นออกเมื่อเขารู้สึกพอใจ แต่ก็ยังไม่ได้ถอยห่างไปไหน ใบหน้าคมยังคงคลอเคลียอยู่ชิดติดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนระอุ ดวงตาสีเทาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำและสั่นระริกของถิงถิง ในนั้นมันเต็มไปด้วยความผิดหวังและรอยแผลที่เธอพยายามซ่อนไว้
“อย่าพูดประโยคแช่งให้ฉันตาย ออกมาให้ฉันได้ยินอีก” น้ำเสียงของเขาเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มันกลับแฝงไปด้วยความกดดันที่น่าขนลุกยิ่งกว่าตอนตวาดเสียอีก
“...” ถิงถิงนิ่งงัน มีเพียงเสียงสะอื้นที่หลุดออกมาจากลำคอ เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความไม่เข้าใจ
“นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป เธอต้องอยู่ภายใต้การดูแลของฉันแต่เพียงผู้เดียว” ลูเซียโน่ประกาศกร้าวพลางเชยคางมนขึ้นให้สบตา ก่อนที่จะพูดประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่บอกว่าเธอต้องห้ามฝ่าฝืนมันเด็ดขาด
“ห้ามพูดชื่อผู้ชายหน้าไหนให้ฉันได้ยินอีก โดยเฉพาะไอ้กากนั่น!”