เข้าสู่ระบบณ มหาวิทยาลัย
“น้ำริน แกหลบหน้าใครเนี่ย”
“ชวู่...จะเสียงดังไปทำไมกันยัยแพร” น้ำรินหันมองซ้ายขวา พลางก้มหน้าหลบใครบางคน แพรวาเห็นท่าทีเพื่อนสาวที่เหมือนต้องการความสงบก็ก้มหน้าไปกระซิบข้างหู
“แล้วสรุปหลบหน้าใคร”
“น้องแม็กซ์ดิ ไม่เห็นเหรอตรงโน้นอะ”
“อ่อ...น้องแม็กซ์ปี 2 สุดหล่อที่เรียนวิศวะไฟฟ้าน่ะเหรอ แล้วแกจะหลบทำไม ทำอย่างกับได้น้องเขามาแล้วหนี”
“เออ...ได้กันแล้วเลยหลบนี่ไง”
“ห๊า!!!” แพรวาอุทานเสียงดังทำให้น้ำรินต้องใช้มือเรียวเงื้อมไปกดหัวเพื่อนสาวอย่างเร่งด่วน แถมรอบข้างก็เริ่มมองมาที่ทั้งสองคน
“จะเสียงดังทำไมเนี่ย...แกจะอยู่ตรงนี้ก็อยู่ ฉันอยู่ไม่ได้แล้ว” น้ำรินคว้ากระเป๋า ก่อนจะมองซ้ายขวาหาลาดราวแล้วชิ่งหนีโดยเร็ว
“ระ...รอฉันด้วย” แพรวาที่เห็นท่าทีลนลานของน้ำรินก็วิ่งแจ้นตามทันที จนเดินหนีปลีกตัวออกมานั่งม้าหินอ่อนที่ใต้ตึกคณะของนิเทศของตน
ในขณะที่น้ำรินนั่งไขว้ห้างหายใจเหนื่อยหอบจากการวิ่ง แพรวาก็ยืนเท้าสะเอวมองเธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เล่ามา...”
“เรื่องอะไร...” น้ำรินพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เรื่องน้องแม็กซ์ไง ไปได้กันตอนไหน” แพรวายังคงจ้องเขม็งอยากรู้ความจริง เพราะปกติแล้วไม่มีเรื่องไหนที่ทั้งสองจะไม่เล่าให้กันฟัง
“วันก่อนที่ไปผับกับแกไง”
“ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”
“เมาเหมือนหมาแบบนั้นแกคิดว่าฉันจะแบกแกมาส่งถึงคอนโดคนเดียวได้รึไง”
“หรือว่าวันนั้นน้องแม็กซ์คืออีกคนที่พาฉันมาส่งที่ห้อง...” แพรวาเบิกตาโต
“เออฉันไปอ่อยให้น้องเขามาช่วยเอง วันนั้นก็เลยได้กัน” แพรวาที่ได้ยินดังนั้นก็นั่งข้าง ๆ น้ำรินดวงตาเป็นประกาย
“นั่นมันน้องแม็กซ์สุดหล่อที่สาว ๆ ทั้งมออยากจะได้กันสักครั้ง เห็นว่าเต๊าะกันยากนักหนาด้วย เป็นไงเด็ดปะ”
“เฮ้อ...จืดสนิท ทำเอาไร้อารมณ์สุด ๆ”
“มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” แพรวายังไม่อยากเชื่อสิ่งที่น้ำรินพูด เพราะน้องแม็กซ์ขึ้นชื่อว่าหล่อคม หน้าตาดี แถมยังมีกลุ่มซุบซิบของคนที่เคยกินกับน้องเขาบอกว่าแซ่บลืมตาย
“เรียกว่าน้ำต้มผักยังมีรสชาติที่ดีกว่า...” น้ำรินพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“...” แพรวาถึงอึ้งกิมกี่กับความจริงที่ได้ยินจากปากเพื่อน
“มันควรเป็นฉันที่ร้องครางระงมรึเปล่า แต่กลายเป็นน้องเขาเอาแต่ร้องอู้อ้า อะไรก็ไม่รู้...เอาเป็นว่าไม่มีซ้ำแน่นอน”
“โอเค...รับรู้ถึงความชอกช้ำของแกแล้วล่ะ” แพรวาตบไหล่น้ำรินเพื่อเป็นการปลอบใจ เพราะแพรวารู้ดีว่าเพื่อนสาวไฮโซอย่างน้ำรินนั้นชอบเรื่องอย่างว่ามากแค่ไหน แถมลีลาของน้ำรินเองก็เด็ดสะระตี่ แต่ก็นั่นแหละที่ทำให้เกิดปัญหาตามมาบ่อย ๆ นอกจากหาคู่รวมเตียงที่เท่าเทียมได้ยากแล้ว ก็ยังทำให้พวกผู้ชายหลงน้ำรินกันจนหัวปักหัวปำ ทั้งที่น้ำรินก็ย้ำอยู่เสมอว่าความสัมพันธ์บนเตียงก็ให้มันจบที่เตียงเท่านั้น
น้ำรินแหงนมองท้องฟ้า ก่อนจะหันหน้าอันเศร้าสร้อยของตนไปที่แพรวา
“ฉันเบื่ออะแก เบื่อผู้ชายเด็ก ๆ หน้าใส ดีแต่ปาก หุ่นดีแต่จูบไม่เป็น แถมยังงอแงเหมือนหมาหวงก้างอีก” หน้าสวย ๆ ไม่ต้องแต่งเยอะก็กินขาดสาวทั้งมหาลัยกะพริบตาถี่ ๆ ใส่เพื่อนสาว
“แล้วยังไง? จะไปบวชเหรอ?”
“ยัยแพร!!!” น้ำรินมองค้อนเพื่อน ก่อนจะกรอกตามองบน
“ล้อเล่นนาเพื่อน...แต่เรื่องแบบนี้ฉันจะช่วยแกได้ยังไง”
“แกเป็นเด็กเสี่ยอยู่ใช่ไหม...งั้นพาฉันไปด้วยสิ...” แพรวาถึงกับตกใจหันขวับไปมองเพื่อนสาวที่จู่ ๆ ก็พูดในสิ่งที่แพรวาไม่เคยคิดว่ามันจะออกมาจากปากน้ำริน
“ห๊า!!!” แพรวาเบิกตาโต
“อย่ามองฉันแบบนั้น ฉันแค่อยากลองโดนล่าบ้าง ลองเจออะไรที่ไม่เคยเจอ มันน่าจะตื่นเต้นดีออกว่าปะ” น้ำรินยักไหล่ หน้าตาเฉยเมย เหมือนแค่อยากลองอะไรสนุก ๆ อย่างที่ปากว่าเท่านั้นจริง ๆ
“แกไม่มีปัญหาเรื่องเงินสักนิด แกจะมาเป็นเด็กเสี่ยเหมือนฉันทำไม? มันไม่ได้สนุกหรอกนะ” แพรวาย้ำด้วยน้ำเสียงห่วงเพื่อนนิด ๆ เพราะเธอรู้ดีว่าการเป็นเด็กเสี่ยมันไม่ได้ดีอย่างที่คิดแถมยังต้องทำแบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ เจียมเนื้อเจียมตัวเพื่อแลกกับเงิน
“ก็ไม่เกี่ยวกับเงินไง...มันเกี่ยวกับความเร้าใจล้วน ๆ เพื่อนรัก หึ” น้ำรินลุกขึ้นยืน เท้าสะเอวมองแพรวาที่มีใบหน้าเหมือนอยากจะห้ามปรามเธอ
น้ำรินสะบัดผมเบา ๆ แล้วยิ้มให้เพื่อน
“ฉันแค่อยากรู้ว่า ถ้าฉันเป็นลูกเสือที่หลงเข้าถ้ำ...พ่อเสือจะกัดฉันแรงแค่ไหนกันเชียว”
“แกแน่ใจนะ...ว่าจะลองดู ฉันไม่อยากจะแนะนำเท่าไหร่จริง ๆ เพราะมันต้องอยู่ในกฎที่เคร่งครัด”
“งั้นหรอกเหรอ ยิ่งฟังยิ่งตื่นเต้นจัง” น้ำรินแววตาเป็นประกาย ในขณะที่แพรวาต้องกุมขมับกับท่าทีเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ
“เอาเป็นว่าไปคุยกันที่รถยนต์ดีกว่า เรื่องแบบนี้ไม่ควรให้ใครรู้” น้ำรินรับคำเพื่อนก่อนจะเดินตามแพรวาไป
ภายในรถแพรวา
“นี่แพรวา แล้วตอนนี้เสี่ยคนไหนเลี้ยงดูแกอยู่” น้ำรินเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา
“เฮียศักดิ์น่ะ”
“อุ้ยเรียกเฮียด้วย อยากมีโมเมนต์นั้นจัง”
“นี่น้ำริน แกอย่ามองว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าฉันไม่ขัดสนเรื่องเงินจนจำยอม ฉันก็ไม่คิดอยากจะใช้วิธีทางลัดนี้เลย”
“ก็บอกว่าให้ยืมเงินฉัน แกก็ไม่เอานี่หว่า”
“ฉันรู้ว่าแกเป็นเพื่อนที่ดี แต่ฉันไม่อยากให้เรามีปัญหาเรื่องเงินภายหลัง” แพรวาพูดในสิ่งที่คิด แม้เขาจะรู้ว่าน้ำรินรวยแค่ไหน แถมพร้อมจะหยิบยื่นเงินมาให้เสมอ แต่ยิ่งน้ำรินเป็นแบบนี้ เธอยิ่งไม่อยากรับ เพราะเธอหวงแหนความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนมากกว่าอะไรทั้งสิ้น เรื่องเงินแม้เธอจะยอมเสียตัวไปบ้าง แต่ที่เป็นอยู่ก็ยังพอรับได้
“เฮ้อ...ฉันก็ไม่ใช่พวกติดสินบนเพื่อนด้วยเงินขนาดนั้นสักหน่อย ฉันก็มีแต่แกเหมือนกันที่เป็นเพื่อนจริงใจไม่หวังเงินทอง แม้ฉันจะมีเงินให้แกผลาญเล่นก็ตาม”
“...” แพรวาได้แต่ส่ายหัวให้กับความคิดน้ำริน แต่ก็นั่นแหละ ตัวน้ำรินเองคนที่รวยล้นฟ้าชนิดที่ใคร ๆ ก็อยากผูกมิตร แต่เห็นแบบนี้แพรวาก็รู้ดีว่าน้ำรินฉลาดมองคนเก่งแค่ไหน สมกับเป็นลูกสาวของนักธุรกิจที่มองการณ์ไกล และอ่านใจคนเป็น
“ว่าแต่จะเริ่มการเป็นเด็กเสี่ยต้องทำยังไงก่อน”
“เป็นสมาชิกคลับก่อน”
“คลับ?”
“ถ้าให้พูดภาษาชาวบ้านล่ะก็ นายหน้าหาเสี่ยให้นั่นแหละ”
“แล้วแบบนี้แกไม่โดนหักเงินเยอะเหรอ คุ้มรึเปล่าเนี่ย ตกเย็นมาก็ไม่ค่อยจะว่างไปชอปปิงกับฉันเลย” น้ำรินกอดอกถาม
“โดนหักไม่เยอะ คลับนี้ค่อนข้างดีมีชื่อในวงการ พวกเสี่ยที่จะมาเป็นลูกค้าต้องรวยล้นมีประวัติเยี่ยม ส่วนเด็กที่จะมาอยู่ในรายชื่อตัวเลือกก็ต้องเด็ดพอควร แต่กฎก็เยอะหน่อยเพราะแต่ล่ะคนก็มีหน้าตาในสังคมพอควร”
“อ่อ เรียกว่า เงินดี ไม่ถูกเบี้ยว แต่แลกกับอิสระบางอย่างสินะ”
“ก็ประมาณนั้น” แพรวาตอบอย่างตรงไปตรงมา เธอขาดอิสระส่วนตัวไปจริง ๆ เพราะหากเมื่อไหร่ที่เฮียศักดิ์เรียก เธอก็ต้องไปทันทีไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม แต่ทุกครั้งเธอก็จะได้รับค่าตอบแทนไม่มีกลับมือเปล่า ซึ่งนั้นก็เป็นกฎของ RED CLUB ตั้งกฎไว้เช่นกันเพื่อรักษาผลประโยชน์ของเด็กในสังกัด
“โห...ไม่คิดเลยนะว่าวงการเด็กเสี่ยจะเป็นถึงขนาดนี้ ตื่นเต้นอยากลองเป็นเด็กเสี่ยวเร็ว ๆ จัง แล้วฉันต้องเริ่มยังไงก่อน”
“อ่ะนี่...ไปลงทะเบียนก่อน แล้วก็ใส่ชื่อฉันเป็นคนแนะนำ จะได้ผ่านอนุมัติขั้นแรกง่ายหน่อย” แพรวายื่น RED CLUB ให้ น้ำรินรับมันมาดวงตาเธอเป็นประกายเมื่อเห็นการ์ดนั้น
“ลงทะเบียนแล้วไงต่อ”
“ถ้าแกลงเสร็จแล้ว หากเขาส่งข้อความ หรือโทรบอกว่าผ่านการอนุมัติล่ะก็ ฉันจะพาแกไปที่คลับเอง”
“ได้...กลับคอนโดแล้วฉันจะรีบไปสมัครทันที ตื่นเต้นจัง...แหะ”
“หืม...” แพรวาส่ายหน้าให้กับท่าทีน้ำรินที่ดูเหมือนจะวาดฝันไว้ไม่น้อย
“ถ้าไม่เป็นอย่างที่คิด อย่ามาโทษฉันแล้วกัน ถือว่าฉันเตือนแล้วนะน้ำริน”
“เออ...รู้แล้วนา”
ตอนพิเศษ (3)ครอบครัวของเราน้ำรินกลับจากการประชุมด้วยความเหนื่อยล้า เพราะเป็นการประชุมใหญ่ของบริษัทตระกูลเธอ“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมาเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายมากขึ้น มองไปรอบ ๆ ก็ไม่พบเจ้าตัวเล็กและสามีของเธอ“หายไปไหนกัน หรือว่าอยู่บนห้องนอน” เธอพึมพำขณะที่กำลังเดินตรงไปยังห้องนอน เพียงเปิดประตูเข้าไป น้ำรินชะงักหยุดยืนมองภาพตรงหน้าเฮียกัณฑ์นอนหลับอยู่บนเตียง หลับสนิทไม่ห่างจากเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนเปลเด็กน้อย“แม้แต่ตอนนอน ก็ยังขมวดคิ้ว ดูท่าจะผ่านศึกหนักมาไม่น้อยนะคุณพ่อมือใหม่” น้ำรินกอดอกมองดูภาพที่อบอุ่นจนทำให้ความเหนื่อยล้าของเธอหายเป็นปลิดทิ้งริมฝีปากคลี่ยิ้ม พลางหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปเพื่อบันทึกเก็บไว้เป็นความทรงจำ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ โน้มตัวลงช้า ๆ ใช้มือสะกิดเขาเบา ๆ“เฮียตื่นได้แล้วค่ะ...”เปลือกตาเขาค่อย ๆ ลืมขึ้น กะพริบตาเรียกสติให้ตื่นก่อนจะมองหน้าภรรยาแล้วส่งยิ้มง่วง ๆ ให้“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่...เหนื่อยไหมครับ” เสียงแหบเพราะเพิ่งตื่นนอน“กลับมาเมื่อกี้ค่ะ” น้ำรินนั่งลงข้างเขา “เฮียหลับไปพร้อมลูกเหรอ เหนื่อยมากไหมคะ”“ฮ่า...พูดตรง ๆ เหนื่อยกว่าบริหารงานบริษั
ตอนพิเศษ (2)เฮียกัณฑ์กับเด็กแฝดณ คฤหาสน์ (รอง) ตระกูลภิรมย์คฤหาสน์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วน เพียงเพราะหลังแต่งงานได้ไม่นาน ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรักที่ร้อนแรง วันวันทำแต่งานจนหัวหมุน ว่างก็ลงเตียงเอากันไม่พัก วนอยู่แบบนั้นจนผ่านไปเพียงปีกว่า ๆ พวกเขาก็ถือกำเนิด ลูกสาว หน้าตาน่ารักน่าชังน้ำรินยืนอยู่หน้ากระจก แต่งตัวด้วยชุดเดรสสุภาพสีดำ ผมยาวขลับรวบหางม้าตึงสนิท ก่อนจะเหลือบไปมองสามีที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอุ้มเด็กน้อยวัยไม่กี่เดือนอ้าปากร้องเสียง อ้อแอ้ อยู่บนอก“ทำไมใส่ชุดโชว์นมแบบนั้น จะทะลักออกจากชุดแล้วไหม”“รินไม่ได้ซื้อชุดใหม่ ๆ เลยค่ะ ใส่ไปก่อนไม่โป๊หรอก”“พรุ่งนี้ไปเหมาชุดใหม่ทั้งห้าง”“ฮ่า...เฮียไม่เอานา นิดเดียวเอง อีกอย่างแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ตอนปั๊มนมระหว่างวันจะได้ดึงลงง่าย ๆ หน่อย เฮียเองก็ชอบไม่ใช่เหรอ เวลาบนเตียงมันดึงง่ายดี”“พูดแล้วคันปาก อยากกินนมเมีย มาให้ดูดหน่อยสิ ลูกได้กินไปแล้ว ผัวยังไม่ได้กินเลย”“รินไม่ได้ว่าง...ว่าแต่เฮียคะ แน่ใจนะว่าจะเลี้ยงไหว? โทรบอกคุณแม่มาช่วยดีไหมคะ” น้ำรินหันมาเลิกคิ้วถามด้วยความเป็นห่วงทั้งลูกทั้งสามีเฮียกั
ตอนพิเศษ (1)คืนแห่งการปลดปล่อยก่อนงานแต่งณ คฤหาสน์ตระกูลวรวิทย์เสียงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันเรื่องพิธีแต่งงานที่ใกล้จะถึงในวันมะรืนอย่างออกรส ทั้งหัวเราะ ถามย้ำถึงความพร้อมยิ่งกว่าคู่บ่าวสาวเสียอีก“เฮีย...มองอะไรหนักหนาคะ ช่วยสนใจผู้ใหญ่กันหน่อย” น้ำรินค้อนเฮียกัณฑ์เบา ๆ เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองเธอ“ก็มองว่าวันมะรืน เจ้าสาวของเฮียจะสวยขนาดไหนนะ” เฮียกัณฑ์ตอบหน้าตาย แต่แววตาซุกซนจนทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนีเมื่อผู้ใหญ่จัดการกำหนดการทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็เล็งเห็นว่าทั้งคู่ดูเหนื่อยมาก เพราะทั้งวันน้ำรินกับเฮียกัณฑ์ก็วิ่งวุ่นลองชุดและจัดการหลายเรื่องทำให้ พ่อแม่พูดให้ทั้งคู่ไปพักเข้านอนให้เต็มที่ไม่ทันที่น้ำรินจะตอบผู้ใหญ่ว่าไม่เป็นไรเกรงใจ แต่คนร่างสูงก็ลุกขึ้นโค้งตัวตามมารยาทแล้วลากเธอออกจากตรงนั้นไปยังห้องนอนของน้ำรินทันทีปัง!!!เสียงปิดประตูดังสนั่น เฮียกัณฑ์ไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่เดินเข้าใกล้น้ำรินจนเธอต้องถอยหลังไปติดขอบเตียง หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก ทั้งที่รู้ว่าวันมะรืนจะเป็นเมียเขาอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อให้เขาแทะโลมทุกที...ใช่แล้วเพราะใ
บทที่ 22แต่งงานกันนะณ มหาวิทยาลัยหนึ่งปีที่เรียนจบ น้ำรินเริ่มเข้าไปช่วยพ่อแม่ทำงานในบริษัทเพื่อเรียนรู้ในด้านธุรกิจมากขึ้น ส่วนความรักกับเฮียกัณฑ์ยังหวานชื่นอาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำวันนี้เป็นอีกวันที่สำคัญ นั่นคือวันรับปริญญาของเธอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเรียนจบอย่างแท้จริง คราแรกเธอไม่อยากมารับ แต่พ่อแม่กลับคะยั้นคะยอให้เธอมาเพื่อจะได้มีรูปไว้ติดฝาผนัง...หลังจากเข้ารับปริญญาที่หอประชุมเสร็จ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามแจกรอยยิ้มไว้ให้ทุกกล้องที่หันมาทางเธอ ไม่ใช่เพราะอย่างเด่นอะไร แต่วันนี้หลายคนทั้งเพื่อน ๆ และครอบครัวต่างก็เฝ้ารอและอยากได้รูปที่ดีที่สุดกันทั้งนั้น“บัณฑิตคนสวยทางนี้ย่ะทางนี้” เสียงแพรวาดังขึ้นจากด้านหลัง โบกมือไปมาเรียกน้ำริน“ฮ่า...เห็นแล้ว” น้ำรินหัวเราะร่า ยกชายชุดครุยขึ้นแล้ววิ่งช้า ๆ ไปหาเพื่อน ๆ ที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทันทีที่ไปถึง ช่อดอกไม้จำนวนมากถูกจับยัดใส่มือแทบมองไม่เห็นหน้าเพื่อน“พอแล้วพวกแกฉันตัวเล็กนิดเดียวนะ แขนจะหักเนี่ย” น้ำรินหัวเราะเสียงใส แต่เพื่อน ๆ ยังคงสลับกันสวมมงกุฎดอกไม้ให้เธอจนเต็มหัว“ทำไมพวกแกถึงต้องโหมช่อดอกไม้กับมงกุฎให้ฉันขนาด
บทที่ 21คำมั่นสัญญาจังหวะที่เธอหลับตาเคลิ้มคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา มือหนาสองข้างยื่นโอบร่างกายเธอแน่นจากด้านหลัง“ยังสับสนอยู่เหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู ก่อนจะโน้มตัวเชยคางบนไหล่บางของเธอ“ไม่ได้สับสนหรอกค่ะ แค่รู้สึกทุกอย่างมันเร็วไปหมด รินแค่ตั้งรับไม่ทัน” น้ำรินเอียงคอมองคนเกยคาง “เฮียคิดเรื่องนี้มานานแล้วจริง ๆ เหรอคะ แล้วที่บอกว่าชอบรินมานานแล้ว หมายถึงตอนไหนคะ ตอนที่รินเป็นเด็กเสี่ยของเฮียเหรอ”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งยีหัวด้วยความรัก“ไม่ใช่...เฮียชอบตั้งแต่สี่ปีที่แล้วน่ะ ตอนที่รินมาบ้านเฮียครั้งก่อนโน้น”“แต่รินไม่เคยเจอเฮียนะคะ จะมาชอบได้ไง รินมาก็เจอแต่น้องหมาในสวนเท่านั้น จริงสิไม่เห็นน้องหมาเลย”“โคล่าเหรอ มันเสียไปแล้วล่ะ นั่นหมาพี่เองและตอนนั้นจริง ๆ เฮียก็นั่งมองอยู่ใกล้ ๆ”“ห๊า!!!”น้ำรินนิ่งงั้น“จริงเหรอคะ?” น้ำรินถามอย่างไม่เชื่อสายตา เฮียกัณฑ์ไม่พูดอะไรยกมือถือขึ้นมาเปิดรูปที่เขาเคยถ่ายเธอไว้ในตอนนั้น เธอได้เห็นก็เบิกตากว้างพานให้ภาพนั้นลอยเข้ามาในหัว“จำได้แล้วค่ะ...แต่ว่าแค่เห็นรินเล่นกับหมาของเฮีย เฮียก็ชอบแล้วเหรอ มันออกจะแปลกไปหน่อย
บทที่ 20หมั้นหมายภายในรถ“เฮียฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ นะ ดูสภาพรินสิ ไม่สวยเลย” เสียงบ่นพึมพำตั้งแต่บริษัทมาจนภายในรถซึ่งกำลังแล่นตรงดิ่งไปยังบ้านของเขายังไม่จบ“สวยอยู่...” สายตาเขาเพ่งมองถนนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก“สวยบ้าอะไร รอยตรงหน้าอกก็ยังมีอยู่เลยเฮีย”“ก็ไม่ได้จะให้เปิดนมให้พวกผู้ใหญ่ดูซะหน่อย เฮียดูดในร่มผ้าแล้วไง”“เฮียกัณฑ์!!!”“หึ...”ภายในรถเงียบไป น้ำรินหันมองไปยังข้างทางด้วยอารมณ์หงุดหงิด มือหนาเห็นแบบนั้นก็เอื้อมข้างหนึ่งไปกุมมือเธอไว้แน่นอยู่บนตัก เพื่อสื่อให้เธอรู้ว่า เขาไม่คิดจะปล่อยให้เธอโดดเดี่ยว“เฮียรู้ว่ารินหงุดหงิด แต่เฮียจะทำให้ทุกอย่างมันเข้าร่องเข้ารอยเอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนลง ทำให้น้ำรินใจเย็นและหันไปมองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ“แล้วเฮียพารินไปพบพ่อแม่ทำไมคะ หรือว่าพวกท่านโกรธที่ข่าวของรินกับเฮียทำให้บริษัทจะเจ๋ง”“รินครับ ข่าวมันจะทำให้บริษัทเฮียเจ๊งได้ไงกัน คิดมากนะเรา” มือหนายีหัวเธอเบา ๆ“ก็รินไม่สันทัดเรื่องธุรกิจนี่คะ คงช่วยเฮียไม่ได้”“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่สันทัดเรื่องบนเตียงก็พอแล้ว”“เฮีย!!! เห็นแบบนี้รินเรียนเก่งนะ...ไม่ได้มีแค่เอวดีซะหน่อย”“อย่าโมโหเล
เมื่อเธอเลือกที่จะเดินเข้าสู่กองไฟ เพราะต้องการความร้อนแรงให้กับร่างกาย โดยไม่เคยคิดจะเอาใจเข้าไปเล่น...แล้วทำไมมันถึงได้เจ็บดั่งเช่น…ครั้งนี้เฮียกัณฑ์เดินเข้ามา แต่เธอกลับยกมือกันไว้ก่อน“ไม่ต้องมาแตะตัวรินเลยเฮีย เฮียคิดว่าทำแบบนี้มันสนุกรึไง คิดว่าให้รินมาดูเฮียเอากับผู้หญิงอื่นแล้วจะทำให้รินเจ
ผ่านมาอีกวัน เวลา 19.00 น. น้ำรินจำเป็นต้องกลับมาอยู่ในห้อง และใส่เชิ้ตขาว ตามที่เฮียกัณฑ์สั่งไว้น้ำรินนั่งไขว่ห้างเหม่อบนโซฟา พลางเหลือบมองมือถือ“ชิส์... ใครจะไปรอกัน ฉันก็แค่ติดนิสัยมองจอเฉย ๆ ย่ะ” เธอพึมพำออกมาเพราะรู้สึกไม่สบอารมณ์บางอย่างที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ตัวพอนั่งรอจนเบื่อ และเวลาก็ล
เย็นวันถัดมา คอนโดหรู ห้อง 906 หลังจากได้กุญแจห้องและย้ายของบางส่วนมาที่ห้องนี้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีเฮียอยู่ และในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดของเฮียกัณฑ์เพียง 1-2 ชุดเท่านั้น“ดูท่าคงรวยมาก ๆ จนซื้อคอนโดไว้เป็นสิบ ๆ แห่ง แต่ล่ะแห่งก็คงมีเด็กเฮียกัณฑ์ไว้ที่ล่ะคนสินะ อำนาจเงินนี่มันหอมหว
หลังจากน้ำรินกลับมากจากมหาลัย ก่อนที่เธอจะไปที่นัดหมาย เธอกลับมาในห้องของตัวเองก่อน และเปลี่ยนชุดนักศึกษาใหม่ทั้งหมด“ดีนะที่ยังเก็บชุดสุดเชยนี้ไว้” น้ำรินค้นดูชุดนักศึกษาสุดเชยที่เคยใส่ตอนปี 1 ขึ้นมา ก่อนจะสวมมันแทน ลบเครื่องสำอางออกแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ พร้อมเป็นลูกแมวในกำมือใครสักค







