Masukหลังจากน้ำรินกลับมากจากมหาลัย ก่อนที่เธอจะไปที่นัดหมาย เธอกลับมาในห้องของตัวเองก่อน และเปลี่ยนชุดนักศึกษาใหม่ทั้งหมด
“ดีนะที่ยังเก็บชุดสุดเชยนี้ไว้” น้ำรินค้นดูชุดนักศึกษาสุดเชยที่เคยใส่ตอนปี 1 ขึ้นมา ก่อนจะสวมมันแทน ลบเครื่องสำอางออกแต่งหน้าอ่อน ๆ ให้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ พร้อมเป็นลูกแมวในกำมือใครสักคน ก่อนจะทำตัวให้นิ่ง แล้วขึ้นลิฟท์ไปชั้น 906 ตามเวลานัดหมาย
(19.00 น.)
น้ำรินยืนอยู่หน้าประตูหมายเลข 906 ในชุดนักศึกษาสุดเชย เสื้อตัวใหญ่แบบปล่อยชาย กระโปรงพลีตยาวเกินเข่า แว่นตาหนาเตอะ กับผมหางม้าที่มัดหลวม ๆ เหมือนเด็กปี 1 ทั้งที่อยู่ปี 4
ชุดดูไม่ใช่เธออาจจะใช่ แต่นี่แหละที่ทำให้เธอตื่นเต้น
น้ำรินกดกระดิ่งไปหนึ่งครั้ง...ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกโดยชายผู้หนึ่ง ใบหน้าหล่อสะอาด ใส่สูทเนี้ยบก่อนจะผายมือเชื้อเชิญให้เธอเดินเข้าไป
ทันทีที่ประตูปิดลง น้ำรินก็เดินตรงดิ่งไปยังโซฟากลางห้องอย่างไม่ลังเล เพราะความคุ้นชิน แปลนห้องนี้...ดันเหมือนห้องเธอเป๊ะ!!!
“คุณนั่งผิดตำแหน่งนะครับ” เสียงของชายคนดังกล่าวพูดขึ้นทำให้เธอสะดุ้ง
“คะ?”
“คุณยังไม่มีสิทธิ์นั่งตรงนั้นครับ รบกวนเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าวด้านนี้แทนครับ” ชายคนนั้นโค้งตัวให้แล้วผายมือให้เธอไปยังโต๊ะไม้มุมในห้องครัวแทน น้ำรินถึงกับหน้าซีดเผือก นี่เป็นครั้งแรกที่ดูเหมือนเธอจะโดนดูถูกขนาดนี้ แต่ภายในใจกลับเต้นตึกตักจนแทบระเบิด ชอบ...ชอบเว้ย... และเธอก็คิดในใจ
ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ลูกค้าแน่ ๆ น่าจะเป็นผู้ติดตามคน ๆ นั้นมากกว่า แต่...ผู้ติดตามงานดีจนเธออยากลิ้มลองขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่า คนเป็นเจ้านายจะขนาดไหนกัน ดูท่าคนที่จะมาปกครองเธอคงไม่ใช่คนะธรรมดาจริง ๆ แล้วล่ะ
“คุณคือ R.12 ใช่ไหมครับ”
“R.12?” น้ำรินเลิกคิ้ว
“ผู้หญิงที่ R. ส่งมาคนที่ 12 ครับ”
โอ้แม่เจ้า!!! คนที่ 12 นี่เขามั่วคนไปแล้ว 12 คนเหรอเนี่ย จะบ้า
น้ำรินถึงกับตาโต กะพริบตาถี่ ๆ กับสิ่งที่ได้ยิน แต่เธอก็รู้สึกเพียงครู่ และจัดการความรู้สึกให้กลับมานิ่งดังเดิม
“ค่ะ...มากจาก R. ค่ะ” น้ำรินตอบเรียบ ๆ พยายามปั้นเสียงให้ดูใสซื่อดวงตาไม่มีพิษมีภัย
เขามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตเครื่องเล็กขึ้นมาตรวจข้อมูล
“ขอเช็กก่อนนะครับ...ไม่ใส่น้ำหอม ไม่ใส่เครื่องประดับ ไม่พกโทรศัพท์ มาในชุดที่ระบุไว้” เขาขยับแว่น ขณะไล่อ่านบรีฟ ก่อนจะมองน้ำรินอีกครั้ง แต่...
“ขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ คุณน้ำรินดูไม่เหมือนเด็กที่ถูกส่งครั้งแรกเลยครับ โดยเฉพาะเวลาคุณเดินเข้ามาแล้วนั่งกลางห้องเหมือนเป็นเจ้าของห้องแบบนั้น” น้ำรินชะงักนิด เธอกำลังพยายามจะหาวิธีอธิบายให้ผู้ชายคนนั้นเข้าใจว่า เธอเป็นเด็กที่ถูกส่งครั้งแรกจริง ๆ แต่จะบอกว่าตัวเองก็มีห้องในคอนโดนี้ก็ไม่ได้ เพราะประวัติปลอมคือ จนมาก
“ฉันถูกส่งครั้งแรกจริง ๆ ค่ะ แต่ว่า...ฉันมีเพื่อนมหาลัยที่อยู่คอนโดนี้ เคยมาอยู่ครั้งหนึ่ง เลยเดินไปนั่งด้วยความเคยชินขอโทษค่ะ” น้ำรินก้มหน้าลง
ชายคนนั้นไม่พูดอะไรต่อ เพียงวางเอกสารไว้ตรงหน้า แล้วเดินไปยังห้องด้านในก่อนพูดทิ้งท้ายสั้น ๆ
“เฮียจะเข้ามาภายใน 10 นาที คุณน้ำรินนั่งรอได้ แต่ไม่ต้องพูดอะไร โปรดอ่านเอกสารเงียบ ๆ รอนะครับ และอีกอย่าง ถ้าคุณน้ำรินรักชีวิต อย่างถามอะไรกับเฮียเด็ดขาด ถ้าเขาต้องการให้คุณรู้ เขาจะพูดเองครับ...”
เขาปิดประตูเบา ๆ ทิ้งให้น้ำรินอยู่ลำพังในห้อง
เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ โซฟาเหมือนของเธอ มุมโคมไฟ เหมือนของเธอ แต่บรรยากาศในห้อง กลับร้อนระอุกว่ากันนัก
“เอกสารงั้นเหรอ...” น้ำรินหันไปสนใจเอกสารบาง ๆ ที่วางอยู่ตรงหน้า ปกหน้าพิมพ์ว่า
กฎและข้อควรระวังของการอยู่ใต้อาณัติเฮียกัณฑ์
มอบความเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ทางกายให้กับนายท่าน
ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบแฟน
ไม่คาดหวังในสิทธิ์ หรือชีวิตส่วนตัวของนายท่าน
ห้ามโพสต์ ห้ามแท็ก หรือระบุสถานะระหว่างตนกับนายท่านให้ใครทราบเด็ดขาด
ไม่ติดต่อนายท่านโดยไม่จำเป็น แต่หากนายท่านติดต่อไปจะต้องติดต่อกลับนายท่านทันที
ห้ามมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในขณะอยู่ในการปกครองของนายท่าน
ไม่มีสิทธิ์เอ่ยปากถามเรื่องส่วนตัวของนายท่านเด็ดขาด
หากเจอนายท่านข้างนอกให้ทำเป็นไม่รู้จัก และห้ามทักทายกันเด็ดขาด
และทุกครั้งที่พูดคุยกับท่าน ให้เรียกว่า เฮียกัณฑ์
น้ำรินปิดเอกสารลง ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา
“ข้อตกลงถือว่าดีมาก ไม่ผูกมัด ออกไปด้านนอกก็ไม่ต้องรู้จักกัน ดีจะตายไป หึ...”
เวลาผ่านไปราว 10 นาที ที่น้ำรินนับในใจมาถึง เธอนั่งนิ่งบนเก้าอี้ไม้ในโต๊ะอาหารอย่างสงบเสงี่ยม (แสร้งทำ) แต่แล้ว...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น
แกร๊ก!!!
เสียงลูกบิดประตูห้องนอนหมุนเปิดออก ประตูนั้นแง้มออกช้า ๆ และร่างของชายคนหนึ่งก็เดินออกมา รูปร่างสูงกว่า 180 ซม. ใส่เสื้อเชิ้ตดำพับแขน กางเกงสแลคสีเรียบ ข้อมือข้างหนึ่งใส่นาฬิกาแบรนด์เนมแพงหูฉี่สีเงิน แต่อะไรก็ดูไม่ตรึงตราเมื่อเทียบกับแววตาของเขา แววตาที่มองมาเหมือนกำลังประเมินว่าเธอสมควรที่จะอยู่ต่อหน้าเขาไหม
น้ำรินถึงกับกลืนน้ำลายไปหลายอึก เธอรู้สึกได้ว่า ในชีวิตไม่เคยโดนมองแบบนั้นมาก่อน ไม่ใช่แววตาที่อยากได้กัน แต่มันคือสายตาของคนที่ประเมินสิ่งของเสียมากกว่า นี่มันดูถูกกันชัด ๆ
“ลุกขึ้น” เสียงทุ้มต่ำ เอ่ยขึ้นแม้ฟังแล้วไม่ใช่การตะคอก แต่มันก็หนักแน่นพอที่จะทำให้น้ำรินขนลุกและทำตามอย่างว่าง่าย
เขาเดินเข้ามาใกล้ วนไปรอบ ๆ ตัวเธอ แล้วหยุดตรงหน้าในระยะประชิด ชนิดที่รับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“คนที่เดินเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต...ควรโดนลงโทษยังไงดี”
“แต่น้ำรินขออนุญาตก่อนเข้าห้องแล้วนะคะ” น้ำรินเผลอตอบไม่รู้ตัว ทั้งที่ผู้ติดตามของเขาเคยกำชับแล้วว่าห้ามพูดใด ๆ ออกมาต่อหน้านายท่าน เธอจึงรีบยกมือปิดปากทันควัน
“...” ความเงียบเข้าปกคลุม สีหน้าของผู้ปกครองจ้องเขม็ง แววตาคมดุมองมาที่น้ำริน ทำเอาเธอตัวสั่นไปหมด
น้ำรินกลืนน้ำลายอีกครั้ง ใจเธอเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้
“คุณตั้งใจมาที่นี่เพราะอะไร” เสียงทุ้มถามแกมคำสั่งที่ต้องตอบ
“....” น้ำรินก้มหน้ายังไม่ตอบอะไรจนคนผู้ปกครองของเธอตอนนี้ เดินกลับไปนั่งโซฟาตรงหน้า และเธอก็ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นกระเบื้องตรงหน้าเขา เพราะจำคำของผู้ติดตามเขาได้ว่า เธอไม่มีสิทธิ์นั่งโซฟาตัวนั้น
“ถามทำไมไม่ตอบ” เสียงนั้นหนักแน่นขึ้นไปอีก จนน้ำรินตกใจเงยหน้าตอบอย่างจำยอม
“ก็ผู้ติดตามของท่านบอกไม่ให้พูดอะไรนี่คะ”
“ท่าน? คุณได้อ่านกฎที่ยื่นให้รึเปล่า”
“อ่านค่ะ อ่ะ!” จู่ ๆ น้ำรินก็เพิ่งนึกขึ้นได้ “ขอโทษค่ะ ก็ผู้ติดตามของเฮียกัณฑ์ไม่ให้น้ำรินพูดอะไรนี่คะ”
“กำลังเถียง?”
“เปล่าเถียงค่ะ?” เป็นอีกครั้งที่น้ำรินลืมตัว และเธอก็รีบปิดปากของตัวเองอีกที
สายตาของเขายังคงจับจ้องเธอนิ่ง ราวกับกำลังประเมินไม่หยุดหย่อน
“ลุกขึ้นมานั่งตรงนี้ แล้วเริ่มแสดงให้เห็นสิว่า...คุณน้ำริน ยอม ได้มากแค่ไหน”
น้ำรินยืนตัวแข็งทื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้อยู่ใต้อาณัติใครสักคน เพราะโดยปกติแล้วเธอจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันกับเขาคนนั้น เธอเม้มปากแน่นด้วยความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ในขณะที่เฮียกัณฑ์นั่งพิงพนักโซฟาช้า ๆ ไม่พูดอะไรพักใหญ่ จ้องมองแค่น้ำรินอย่างไม่ละสายตา เหมือนรอให้เธอขยับตัวเข้ามาหาเขาเอง
น้ำรินทนมองสายตาที่แสดงอำนาจนั้นไม่ไหว เดินตัวสั่นเล็ก ๆ ไปนั่งโซฟาข้าง ๆ เขา แต่ก็ยังนิ่งเงียบปาก ไม่ยอมขยับอย่างเคย
“ไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ หรือถามว่าเฮียเป็นใคร”
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนต้อนจนมุม
“ระ...รินไม่มีสิทธิ์เอ่ยถามจนกว่าเฮียกัณฑ์จะบอกเองค่ะ” เธอตอบเสียงเบาแทบจะอยู่ในลำคอ เขาเลิกคิ้วมองเล็กน้อย
“เด็ก RED CLUB น่าเบื่อแบบนี้ทุกคนจริง?”
น้ำรินที่ได้ยินคำว่า น่าเบื่อ ถึงกับชะงัก ในชีวิตของแม่เสือสาวพราวเสน่ห์ไม่เคยดูถูกย่ำกลายขนาดนี้มาก่อน มีแต่เธอที่ใช้คำว่า น่าเบื่อ ซ้ำ ๆ กับผู้ชายพวกนั้น
เธอหันไปจ้องตาเขานิ่ง และรู้ดีว่าเขากำลังวัดว่าเธอจะ ยอม ปรนนิบัติเขาได้ดีแค่ไหน
“แล้วถ้ารินถาม เฮียกัณฑ์ เฮียจะตอบมั้ยล่ะคะ” น้ำรินย้อนถามอย่างสุภาพ เขาไม่ได้ยิ้ม แต่แววตาเข้มขึ้นจนเธอสะดุ้ง
“เฮียจะตอบไม่ตอบมันก็เรื่องของเฮีย”
นี่ไงพอถามก็เป็นแบบนี้ แล้วจะให้ฉันอ้าปากถามทำไมกัน
น้ำรินพึมพำในใจ และไม่ได้เก็บท่าทีกลอกตาจนเขาจับสังเกตได้
เฮียกัณฑ์กอดอก ใบหน้าจ้องเขม็งเริ่มแสดงออกว่าไม่พอใจ ทำเอาน้ำรินตื่นกลัวราวกับกระต่ายตัวเล็ก ๆ ที่กำลังโดนเสือโคร่งตัวใหญ่จ้องอยู่
“ลุกขึ้น”
น้ำรินลุกขึ้นทันที...เพราะเธอเองก็อยากรู้ว่า ถ้าเธอยอมแล้ว เขาจะทำอะไรกับสิทธิ์ที่เธอยกให้
“ปลดกระดุมเม็ดบนสุดออก แล้วนั่งลงใหม่”
น้ำรินทำตามช้า ๆ นิ้วเธอตอนปลดกระดุมสั่นนิด ๆ ไม่ใช่เพราะความกลัวแต่มันเป็นความตื่นเต้นโดยสัญชาตญาณความดิบในใจของเธอที่โหยหามันมาตลอด เธอนั่งลงอีกครั้ง เอียกัณฑ์ไม่พูดอะไรเพียงแต่เอนหลัง แล้วพ่นลมหายใจรดเบา ๆ
“ที่ RED CLUB เทรนด์ให้เป็นท่อนไม้รึไง คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ถ้าทำให้เฮียไม่พอใจ ไม่ใช่ว่าแค่เดินออกจากห้องแล้วจะจบ” น้ำเสียงเฮียกัณฑ์เย็นยะเยือก จนทำให้เธอตัวสั่น
“ใครท่อนไม้กันคะ รินเป็นคนนะ” น้ำรินเมื่อต้องถูกเหยียดหยามว่าเหมือนท่อนไม้ เธอก็แทบเก็บอาการไม่อยู่ แต่ก็ยังพยายามข่มสีหน้าให้ดูเหมือนตัดพ้อเล็ก ๆ เท่านั้น
เธอมีท่าทีตัวสั่นเล็กน้อย เมื่อเฮียกัณฑ์ค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ เส้นผมหลุดจากที่หนีบเล็กน้อย เธอจัดท่าทางตนเอนให้รับกับร่างกายเขา มันดูราวกับร่างกายเธอจดจำท้วงท่าบนเตียงของผู้มีประสบการณ์
“กระดุมเม็ดที่สอง ผมจะปลดมันเอง” สิ้นเสียงเฮียกัณฑ์ใช้ริมฝีปากและลิ้นปลดกระดุมเม็ดที่สองนั้นออกไป ใบหน้าที่แนบลงกลางอก พร้อมพ่นลมหายใจแรง ทำเอาตัวของน้ำรินถึงกับร้อนวูบไปทั้งตัว
เขาหยุดการกระทำ ยืดตัวขึ้นมาจ้องเธออีกหน ใช้ปลายนิ้วแตะคางเธอ
“เงยหน้า” เสียงทุ้มต่ำสั่งการ และน้ำรินทำตามทุกอย่างแต่โดยดี “ดีมาก”
นิ้วเรียวไล้จากใต้คาง สัมผัสแผ่วเบาแนวลำคอ ลงมาผ่านกระดุมเม็ดแรกที่เธอปลด และเม็ดที่สองที่ปากเขาปลด และนิ้วนั้น ก็หยุดอยู่ตรงเหนือขอบเสื้อใน แช่ไว้อย่างนั้นเพื่อทดสอบความตื่นตัวของเธอ
น้ำรินรู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะทั้งที่หน้าอกคู่นี้ก็เคยถูกจับมาบ้าง แต่ไม่มีครั้งไหนกระตุ้นให้เธอรู้สึกสั่นวาบได้ถึงเพียงนี้ เธอกะพริบพลางหายใจรดถี่
ตอนนี้น้ำรินกำลังถูกแตะในจุดที่...เธอไม่เคยยอมให้ใครทำ หรือแท้จริงแล้ว เธอชอบการถูกควบคุมมาโดยตลอด
“คุณกลัวไหม”
น้ำรินส่ายหน้าช้า ๆ ดวงตาสั่นไหวอย่างไม่อาจปิดบังได้ เฮียกัณฑ์ยิ้มเล็กน้อย
“งั้นก็จงจำไว้ คุณสมัครเข้ามาเป็นเด็กของเฮีย เฮียต้องการคนที่ยอมเป็นของเฮีย เชื่อฟัง และทุกครั้งที่เฮียเรียกมา อย่าได้เอ่ยถามว่าต้องอยู่ถึงตอนไหน เพราะสิทธิ์นั้นเป็นของเฮียคนเดียว”
น้ำรินนิ่งค้าง จากนั้นเขาก็โน้มตัวลงช้า ๆ ปลายนิ้วไล้ผิวใต้ลำคอจนถึงเนินไหล่ แล้วหยุดลง
“สำหรับวันนี้...พอแค่นี้” เธอเกือบหยุดหายใจ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมา แต่เขากลับพูดต่อทันที
“เฮียแค่ต้องการให้คุณกลับไปนอนให้เต็มที่ จัดกระเป๋าของใช้จำเป็น จากนั้นพรุ่งนี้ก็มาอยู่ที่นี้ซะ”
“คะ? หมายถึงให้ย้ายมาอยู่ที่นี่เหรอคะ มันจะดีเหรอคะเฮียเผื่อเฮียพา... ผู้...”
“เฮียว่าคุณอ่านสัญญาเข้าใจแล้วนะน้ำริน แล้วผมก็จ่ายเงินคุณไปเยอะแล้วด้วย คุณมีสิทธิ์ตั้งคำถามกับเฮียตั้งแต่เมื่อไหร่”
“เข้าใจแล้วค่ะ” เธอจำยอมแบบไร้ทางเลือก
“แต่อย่าได้เข้าใจผิด คุณไม่ใช่คนสำคัญอะไรสำหรับเฮีย หรือแม้แต่อย่าได้คิดจะแอบอ้างว่าเป็นผู้หญิงของเฮียเด็ดขาด”
“รู้ค่า...” เธอตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“วันไหนที่เฮียมา คุณต้องพร้อมรับคำสั่ง วันไหนไม่มา อย่าโทร อย่าทัก อย่าหา อย่ารอ เข้าใจรึยัง”
ใช่น้ำรินก็คาดหวังแบบนี้ ความตื่นเต้นที่ไม่ต้องผูกมัด ถ้าลีลาไม่เด็ด ลูกเสือสุดแอ๊บก็ไม่ทนอยู่หรอก เฮียกัณฑ์เอ้ย!!!
“เข้า...ใจ...แล้ว...ค่ะ น้ำรินก็ไม่ได้อยากเป็นอะไรกับเฮียนอกจากการเป็นเด็กของเฮียอยู่แล้ว” น้ำรินตอบอย่างฉะฉานด้วยรอยยิ้ม
ตอนพิเศษ (3)ครอบครัวของเราน้ำรินกลับจากการประชุมด้วยความเหนื่อยล้า เพราะเป็นการประชุมใหญ่ของบริษัทตระกูลเธอ“เฮ้อ...” เธอถอนหายใจออกมาเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายมากขึ้น มองไปรอบ ๆ ก็ไม่พบเจ้าตัวเล็กและสามีของเธอ“หายไปไหนกัน หรือว่าอยู่บนห้องนอน” เธอพึมพำขณะที่กำลังเดินตรงไปยังห้องนอน เพียงเปิดประตูเข้าไป น้ำรินชะงักหยุดยืนมองภาพตรงหน้าเฮียกัณฑ์นอนหลับอยู่บนเตียง หลับสนิทไม่ห่างจากเจ้าตัวเล็กที่นอนอยู่บนเปลเด็กน้อย“แม้แต่ตอนนอน ก็ยังขมวดคิ้ว ดูท่าจะผ่านศึกหนักมาไม่น้อยนะคุณพ่อมือใหม่” น้ำรินกอดอกมองดูภาพที่อบอุ่นจนทำให้ความเหนื่อยล้าของเธอหายเป็นปลิดทิ้งริมฝีปากคลี่ยิ้ม พลางหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูปเพื่อบันทึกเก็บไว้เป็นความทรงจำ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ โน้มตัวลงช้า ๆ ใช้มือสะกิดเขาเบา ๆ“เฮียตื่นได้แล้วค่ะ...”เปลือกตาเขาค่อย ๆ ลืมขึ้น กะพริบตาเรียกสติให้ตื่นก่อนจะมองหน้าภรรยาแล้วส่งยิ้มง่วง ๆ ให้“กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่...เหนื่อยไหมครับ” เสียงแหบเพราะเพิ่งตื่นนอน“กลับมาเมื่อกี้ค่ะ” น้ำรินนั่งลงข้างเขา “เฮียหลับไปพร้อมลูกเหรอ เหนื่อยมากไหมคะ”“ฮ่า...พูดตรง ๆ เหนื่อยกว่าบริหารงานบริษั
ตอนพิเศษ (2)เฮียกัณฑ์กับเด็กแฝดณ คฤหาสน์ (รอง) ตระกูลภิรมย์คฤหาสน์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเร่งด่วน เพียงเพราะหลังแต่งงานได้ไม่นาน ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความรักที่ร้อนแรง วันวันทำแต่งานจนหัวหมุน ว่างก็ลงเตียงเอากันไม่พัก วนอยู่แบบนั้นจนผ่านไปเพียงปีกว่า ๆ พวกเขาก็ถือกำเนิด ลูกสาว หน้าตาน่ารักน่าชังน้ำรินยืนอยู่หน้ากระจก แต่งตัวด้วยชุดเดรสสุภาพสีดำ ผมยาวขลับรวบหางม้าตึงสนิท ก่อนจะเหลือบไปมองสามีที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอุ้มเด็กน้อยวัยไม่กี่เดือนอ้าปากร้องเสียง อ้อแอ้ อยู่บนอก“ทำไมใส่ชุดโชว์นมแบบนั้น จะทะลักออกจากชุดแล้วไหม”“รินไม่ได้ซื้อชุดใหม่ ๆ เลยค่ะ ใส่ไปก่อนไม่โป๊หรอก”“พรุ่งนี้ไปเหมาชุดใหม่ทั้งห้าง”“ฮ่า...เฮียไม่เอานา นิดเดียวเอง อีกอย่างแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ตอนปั๊มนมระหว่างวันจะได้ดึงลงง่าย ๆ หน่อย เฮียเองก็ชอบไม่ใช่เหรอ เวลาบนเตียงมันดึงง่ายดี”“พูดแล้วคันปาก อยากกินนมเมีย มาให้ดูดหน่อยสิ ลูกได้กินไปแล้ว ผัวยังไม่ได้กินเลย”“รินไม่ได้ว่าง...ว่าแต่เฮียคะ แน่ใจนะว่าจะเลี้ยงไหว? โทรบอกคุณแม่มาช่วยดีไหมคะ” น้ำรินหันมาเลิกคิ้วถามด้วยความเป็นห่วงทั้งลูกทั้งสามีเฮียกั
ตอนพิเศษ (1)คืนแห่งการปลดปล่อยก่อนงานแต่งณ คฤหาสน์ตระกูลวรวิทย์เสียงผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันเรื่องพิธีแต่งงานที่ใกล้จะถึงในวันมะรืนอย่างออกรส ทั้งหัวเราะ ถามย้ำถึงความพร้อมยิ่งกว่าคู่บ่าวสาวเสียอีก“เฮีย...มองอะไรหนักหนาคะ ช่วยสนใจผู้ใหญ่กันหน่อย” น้ำรินค้อนเฮียกัณฑ์เบา ๆ เมื่อเห็นว่าเขาเอาแต่มองเธอ“ก็มองว่าวันมะรืน เจ้าสาวของเฮียจะสวยขนาดไหนนะ” เฮียกัณฑ์ตอบหน้าตาย แต่แววตาซุกซนจนทำให้เธอต้องเบือนหน้าหนีเมื่อผู้ใหญ่จัดการกำหนดการทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็เล็งเห็นว่าทั้งคู่ดูเหนื่อยมาก เพราะทั้งวันน้ำรินกับเฮียกัณฑ์ก็วิ่งวุ่นลองชุดและจัดการหลายเรื่องทำให้ พ่อแม่พูดให้ทั้งคู่ไปพักเข้านอนให้เต็มที่ไม่ทันที่น้ำรินจะตอบผู้ใหญ่ว่าไม่เป็นไรเกรงใจ แต่คนร่างสูงก็ลุกขึ้นโค้งตัวตามมารยาทแล้วลากเธอออกจากตรงนั้นไปยังห้องนอนของน้ำรินทันทีปัง!!!เสียงปิดประตูดังสนั่น เฮียกัณฑ์ไม่พูดอะไรออกมา เพียงแค่เดินเข้าใกล้น้ำรินจนเธอต้องถอยหลังไปติดขอบเตียง หัวใจเธอเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกจากอก ทั้งที่รู้ว่าวันมะรืนจะเป็นเมียเขาอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อให้เขาแทะโลมทุกที...ใช่แล้วเพราะใ
บทที่ 22แต่งงานกันนะณ มหาวิทยาลัยหนึ่งปีที่เรียนจบ น้ำรินเริ่มเข้าไปช่วยพ่อแม่ทำงานในบริษัทเพื่อเรียนรู้ในด้านธุรกิจมากขึ้น ส่วนความรักกับเฮียกัณฑ์ยังหวานชื่นอาจจะมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำวันนี้เป็นอีกวันที่สำคัญ นั่นคือวันรับปริญญาของเธอ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเรียนจบอย่างแท้จริง คราแรกเธอไม่อยากมารับ แต่พ่อแม่กลับคะยั้นคะยอให้เธอมาเพื่อจะได้มีรูปไว้ติดฝาผนัง...หลังจากเข้ารับปริญญาที่หอประชุมเสร็จ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามแจกรอยยิ้มไว้ให้ทุกกล้องที่หันมาทางเธอ ไม่ใช่เพราะอย่างเด่นอะไร แต่วันนี้หลายคนทั้งเพื่อน ๆ และครอบครัวต่างก็เฝ้ารอและอยากได้รูปที่ดีที่สุดกันทั้งนั้น“บัณฑิตคนสวยทางนี้ย่ะทางนี้” เสียงแพรวาดังขึ้นจากด้านหลัง โบกมือไปมาเรียกน้ำริน“ฮ่า...เห็นแล้ว” น้ำรินหัวเราะร่า ยกชายชุดครุยขึ้นแล้ววิ่งช้า ๆ ไปหาเพื่อน ๆ ที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทันทีที่ไปถึง ช่อดอกไม้จำนวนมากถูกจับยัดใส่มือแทบมองไม่เห็นหน้าเพื่อน“พอแล้วพวกแกฉันตัวเล็กนิดเดียวนะ แขนจะหักเนี่ย” น้ำรินหัวเราะเสียงใส แต่เพื่อน ๆ ยังคงสลับกันสวมมงกุฎดอกไม้ให้เธอจนเต็มหัว“ทำไมพวกแกถึงต้องโหมช่อดอกไม้กับมงกุฎให้ฉันขนาด
บทที่ 21คำมั่นสัญญาจังหวะที่เธอหลับตาเคลิ้มคิดทบทวนสิ่งต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามา มือหนาสองข้างยื่นโอบร่างกายเธอแน่นจากด้านหลัง“ยังสับสนอยู่เหรอ” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหู ก่อนจะโน้มตัวเชยคางบนไหล่บางของเธอ“ไม่ได้สับสนหรอกค่ะ แค่รู้สึกทุกอย่างมันเร็วไปหมด รินแค่ตั้งรับไม่ทัน” น้ำรินเอียงคอมองคนเกยคาง “เฮียคิดเรื่องนี้มานานแล้วจริง ๆ เหรอคะ แล้วที่บอกว่าชอบรินมานานแล้ว หมายถึงตอนไหนคะ ตอนที่รินเป็นเด็กเสี่ยของเฮียเหรอ”เขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งยีหัวด้วยความรัก“ไม่ใช่...เฮียชอบตั้งแต่สี่ปีที่แล้วน่ะ ตอนที่รินมาบ้านเฮียครั้งก่อนโน้น”“แต่รินไม่เคยเจอเฮียนะคะ จะมาชอบได้ไง รินมาก็เจอแต่น้องหมาในสวนเท่านั้น จริงสิไม่เห็นน้องหมาเลย”“โคล่าเหรอ มันเสียไปแล้วล่ะ นั่นหมาพี่เองและตอนนั้นจริง ๆ เฮียก็นั่งมองอยู่ใกล้ ๆ”“ห๊า!!!”น้ำรินนิ่งงั้น“จริงเหรอคะ?” น้ำรินถามอย่างไม่เชื่อสายตา เฮียกัณฑ์ไม่พูดอะไรยกมือถือขึ้นมาเปิดรูปที่เขาเคยถ่ายเธอไว้ในตอนนั้น เธอได้เห็นก็เบิกตากว้างพานให้ภาพนั้นลอยเข้ามาในหัว“จำได้แล้วค่ะ...แต่ว่าแค่เห็นรินเล่นกับหมาของเฮีย เฮียก็ชอบแล้วเหรอ มันออกจะแปลกไปหน่อย
บทที่ 20หมั้นหมายภายในรถ“เฮียฉันยังไม่พร้อมจริง ๆ นะ ดูสภาพรินสิ ไม่สวยเลย” เสียงบ่นพึมพำตั้งแต่บริษัทมาจนภายในรถซึ่งกำลังแล่นตรงดิ่งไปยังบ้านของเขายังไม่จบ“สวยอยู่...” สายตาเขาเพ่งมองถนนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก“สวยบ้าอะไร รอยตรงหน้าอกก็ยังมีอยู่เลยเฮีย”“ก็ไม่ได้จะให้เปิดนมให้พวกผู้ใหญ่ดูซะหน่อย เฮียดูดในร่มผ้าแล้วไง”“เฮียกัณฑ์!!!”“หึ...”ภายในรถเงียบไป น้ำรินหันมองไปยังข้างทางด้วยอารมณ์หงุดหงิด มือหนาเห็นแบบนั้นก็เอื้อมข้างหนึ่งไปกุมมือเธอไว้แน่นอยู่บนตัก เพื่อสื่อให้เธอรู้ว่า เขาไม่คิดจะปล่อยให้เธอโดดเดี่ยว“เฮียรู้ว่ารินหงุดหงิด แต่เฮียจะทำให้ทุกอย่างมันเข้าร่องเข้ารอยเอง” น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนลง ทำให้น้ำรินใจเย็นและหันไปมองคนที่กำลังตั้งใจขับรถ“แล้วเฮียพารินไปพบพ่อแม่ทำไมคะ หรือว่าพวกท่านโกรธที่ข่าวของรินกับเฮียทำให้บริษัทจะเจ๋ง”“รินครับ ข่าวมันจะทำให้บริษัทเฮียเจ๊งได้ไงกัน คิดมากนะเรา” มือหนายีหัวเธอเบา ๆ“ก็รินไม่สันทัดเรื่องธุรกิจนี่คะ คงช่วยเฮียไม่ได้”“ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่สันทัดเรื่องบนเตียงก็พอแล้ว”“เฮีย!!! เห็นแบบนี้รินเรียนเก่งนะ...ไม่ได้มีแค่เอวดีซะหน่อย”“อย่าโมโหเล
ผ่านมาอีกวัน เวลา 19.00 น. น้ำรินจำเป็นต้องกลับมาอยู่ในห้อง และใส่เชิ้ตขาว ตามที่เฮียกัณฑ์สั่งไว้น้ำรินนั่งไขว่ห้างเหม่อบนโซฟา พลางเหลือบมองมือถือ“ชิส์... ใครจะไปรอกัน ฉันก็แค่ติดนิสัยมองจอเฉย ๆ ย่ะ” เธอพึมพำออกมาเพราะรู้สึกไม่สบอารมณ์บางอย่างที่แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้ตัวพอนั่งรอจนเบื่อ และเวลาก็ล
เย็นวันถัดมา คอนโดหรู ห้อง 906 หลังจากได้กุญแจห้องและย้ายของบางส่วนมาที่ห้องนี้ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีเฮียอยู่ และในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดของเฮียกัณฑ์เพียง 1-2 ชุดเท่านั้น“ดูท่าคงรวยมาก ๆ จนซื้อคอนโดไว้เป็นสิบ ๆ แห่ง แต่ล่ะแห่งก็คงมีเด็กเฮียกัณฑ์ไว้ที่ล่ะคนสินะ อำนาจเงินนี่มันหอมหว
ภายในห้องหนึ่งของ RED CLUBน้ำรินก้าวเข้าไปในห้องที่มีโต๊ะเพียงตัวเดียว กับผู้หญิงในชุดเดรสกำมะหยี่สีแดงเข้ม“ยินดีต้อนรับสู่ RED CLUB ฉันชื่อ เรย์ค่ะ เจ้าของนาม R. คุณชื่ออะไรคะ” เสียงของเรย์ไม่ดุ ไม่หวาน แต่น้ำรินกลับรู้สึกเหมือนถูกสายตานั้นมองออกทะลุปรุโปร่ง เป็นสายตาของคนประเภทเดียวกัน“รินค่ะ
ณ คอนโดสุดหรูใจกลางเมือง น้ำรินหญิงสาวสุดสวย ตัวเล็กอุ้มง่าย แต่หน้าอกฟู สะโพกผาย เอวคอดกิ่ว ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องไม่วางตา เธอเดินเข้ามาในเพนเฮ้าส์ส่วนตัวที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้ เพราะไม่อยากให้เธอลำบากซึ่งแทบจะกินทั้งชั้นตึกเป็นห้องเดียวเธอโยนกระเป๋าลงโต๊ะกลาง ก่อนจะเดินไปหยิบไอแพดขึ้นมาเปิด







