تسجيل الدخولหลายวันต่อมา
นับดาวเดินโต๋เต๋อยู่หน้ามหาวิทยาลัยในระหว่างที่รอพี่ชายมารับ เพราะเรียนคนละที่กันเลยต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าพี่ชายของเธอจะขับรถมาถึง
ลึก ๆ แล้วเธอก็อยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ชาย แต่ด้วยความที่เรียนไม่เก่งนัก ทำให้คะแนนไม่ถึงหลักเกณฑ์ที่จะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างณดลได้ นับดาวจำต้องเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังเหมือนกัน ทว่าค่าเทอมกลับแพงกว่ามากโข
ระหว่างนั่งรอก็มีอาการท้องร้องขึ้นมา นับดาวเดินเข้าไปในมินิมาร์ทที่อยู่แถวนั้น ตั้งใจจะไปหาซื้อน้ำดื่มและขนมมาไว้เพื่อประทังความหิว
ปิ๊งป่อง!
เสียงเซนเซอร์ประตูดังขึ้นหลังจากนับดาวผลักประตูมินิมาร์ท
“เพิ่มรักมินิมาร์ทสวัสดีครับ”
พนักงานชายพูดต้อนรับอย่างสุภาพ เขายืนก้มหน้าก้มตาขณะง่วนทำอะไรบางอย่างที่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน จึงไม่ทันได้มองลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
ส่วนคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ กลับยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ ใบหน้าหวานยิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอไม่คิดว่าจะได้เจอกับโอมที่นี่ แค่ได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขายามบ่ายแก่ ๆ แบบนี้ก็รู้สึกชื่นใจขึ้นมา
...หล่อทะลุแมสออกมาเลย...
เท้าเล็กขยับเข้าไปยืนชิดเคาน์เตอร์คิดเงิน ริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เคลือบด้วยลิปกลอสสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มหวานให้คนอายุเยอะกว่า
“นี่พี่ทำงานกี่ที่กันแน่เนี่ย”
เธอพูดพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ก่อนจะยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเท้าบนเคาน์เตอร์เอาไว้ ใช้สายตาแพรวพราวจ้องมองคนตรงหน้า
ลึก ๆ แล้วในใจอยากจะพูดกับเขาว่า ‘ขยันทำงานอย่างนี้ นี่มันพ่อของลูกในอนาคตชัด ๆ’ มากกว่า
ชายหนุ่มปรายตามองมาเพียงเล็กน้อยอย่างไม่ได้ใส่ใจ จากนั้นใบหน้าเรียบนิ่งหันไปทางอื่นแล้วจัดนั่นจัดนี่อยู่ตรงชั้นวางของด้านหลังราวกับมองไม่เห็นว่าเธอยืนอยู่ตรงนั้น
เขาทำเป็นเก๊กขรึมอีกแล้ว
...เก๊กตลอด...
เมื่อเห็นว่าโอมเอาแต่ยืนนิ่งจึงไม่อยากถามรบเร้าให้มากความ เดี๋ยวจะไปรบกวนการทำงานของเขา
นับดาวเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มจากนั้นก็ขยับออกมา เธอเดินเตร็ดเตร่อยู่ในมินิมาร์ท ระหว่างนั้นก็คอยแอบมองเขาเป็นระยะ ๆ
วันนี้ในมินิมาร์ทดูคึกคักเป็นพิเศษ สาว ๆ หลายคนเดินเข้าออกประตูเป็นว่าเล่น เห็นบางคนยืนกระมิดกระเมี้ยนไปมาระหว่างรอคิดเงิน ส่วนบางคนออกไปแล้วก็ยังกลับเข้ามาอีกรอบ
“ฉันมาซื้อของที่นี่ตั้งหลายครั้ง ไม่เคยเห็นพี่เขาเลยนะ สงสัยเพิ่งจะมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก คนอะไรไม่รู้หล่อชะมัดเลยเนอะ”
นับดาวเงี่ยหูฟังกลุ่มหญิงสาวที่พูดคุยกันอยู่ชั้นวางของด้านหลัง ยิ่งเห็นตอนเขายิ้มให้ลูกค้าคนอื่นเธอยิ่งรู้สักหมั่นไส้
...ทีกับคนอื่นแล้วยิ้มหวานเชียว...
เธอทำหน้าเง้างอราวกับเด็กน้อยหวงของ หยิบสินค้าหลายอย่างใส่ตะกร้าโดยไม่ทันได้มอง ดวงตาจ้องนิ่งไปยังคนตัวสูงหน้าเคาน์เตอร์อย่างไม่สบอารมณ์
หอบหิ้วตะกร้าสินค้าไปวางบนเคาน์เตอร์เสียงดังปึก! พร้อมทำท่าทางกระเง้ากระงอดไม่พอใจ ยิ่งเห็นเขาเมินใส่มันยิ่งเพิ่มความหงุดหงิดให้เธอเข้าไปอีก
...เมินเก่ง...
จู่ ๆ ดวงตาคู่สวยก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างในตะกร้า กล่องถุงยางอนามัยโชว์หราอยู่ในนั้นถึงสองกล่อง นี่เธอเผลอหยิบมันใส่ตะกร้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
...เชี่ยแล้ว! ใครมันเอากล่องถุงยางอนามัยไปเรียงไว้ใกล้กับกล่องลูกอมวะ ปกติร้านอื่นเขาจะวางไว้แถว ๆ เคาน์เตอร์คิดเงินไม่ใช่เหรอ โอ๊ย! ซวยแล้วนับดาว ดันเผลอหยิบมาตั้งสองกล่อง ถ้าพี่โอมเห็นเข้าจะคิดว่าแกเป็นคนยังไงเนี่ย...
นับดาวคิดคนเดียวในใจ ใบหน้าสวยซีดเผือดจนไม่เหลือร่องรอยของเลือดฝาด ขณะที่ดวงตาเอาแต่เพ่งมองไปยังกล่องถุงยางอนามัยในตะกร้า
ครืด! ครืด! ครืด!
ระหว่างนั้นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมา นับดาวรีบหยิบออกจากกระเป๋าสะพายแล้วกดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของพี่ชาย
“ถุงยางที่พี่ณดลฝากซื้อได้ครบทั้งสองกล่องนะคะ”
เธอพูดขึ้นมาทันทีที่กดรับสายจากนั้นก็รีบกดวาง
หญิงสาวเงยหน้าสบตากับคนอายุมากกว่าแล้วยิ้มแหยให้เขา
ไม่มีคำพูดใดออกจากปากของโอมนอกจากบอกยอดรวมทั้งหมดที่เธอต้องจ่ายเงิน
“สามร้อยห้าสิบเก้าบาท”
ไม่มีคำว่าครับต่อท้ายเหมือนคนอื่น ๆ ทำไมตอนพูดกับเธอมันถึงดูห้วนขนาดนี้
แต่ช่างเถอะตอนนี้ไม่มีเวลามาคิดเล็กคิดน้อย รีบหยิบเงินจากกระเป๋าสะพายจ่ายไปจะได้รีบออกจากร้าน
หลังจากชำระเงินเสร็จเรียบร้อยนับดาวก็รีบเดินดุ่ม ๆ ออกจากมินิมาร์ทด้วยความอับอาย ได้แต่หวังว่าโอมจะเชื่อว่าพี่ชายของเธอเป็นคนฝากซื้อถุงยางอนามัยจริง ๆ
พอเดินมาถึงรถนับดาวก็ต้องหยุดชะงักงัน เธอฉีกยิ้มกว้างให้กับคนที่กำลังยืนพิงรถรออยู่
“เมื่อกี้พูดอะไรยัยตัวแสบ ถุงยงถุงยางอะไร แล้วใครฝากซื้อ บอกมาซะดี ๆ นะ”
“เอ่อ...พี่ณดลฟังผิดแล้วค่ะ ถุงยางอะไรคะ ไม่มี้”
พูดจบนับดาวก็เดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนนั่ง ระหว่างนั้นก็แอบหยิบกล่องถุงยางอนามัยออกจากถุงพลาสติกแล้วเอาใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายของตัวเอง ทำเป็นนั่งนิ่งราวกับไม่รู้ไม่ชี้
ณดลจ้องมองน้องสาวอย่างจับผิด หลังจากขึ้นมานั่งบนรถก็รีบแย่งถุงพลาสติกในมือของนับดาวมาเปิดดู สำรวจว่าด้านในมีกล่องถุงยางอนามัยอยู่หรือเปล่า
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรนอกจากขนมจึงรีบคืนมันให้เธอ
...หรือเราจะหูแว่วไปเองจริง ๆ ...
ณดลคิด
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







