Se connecterทางด้านสาวสวยโต๊ะตรงกลางก็ไม่ยอมน้อยหน้า พอได้ยินว่าโต๊ะของนับดาวประมูลไปสองร้อยดริงก์ ผู้หญิงคนนั้นก็เพิ่มขึ้นเป็นสองร้อยห้าสิบดริงก์ทันที
นับดาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเครื่องคิดเลข จากนั้นก็เปิดดูยอดเงินในบัญชีของตัวเอง สองร้อยห้าสิบดริงก์มันก็แค่เงินแปดหมื่นปลาย ๆ ยังไม่ถึงหลักแสนสักหน่อย เดือนนี้แค่ประหยัดนิด ๆ หน่อย ๆ ก็คงจะพอถู ๆ ไถ ๆ ไปถึงสิ้นเดือน
ตัดสินใจเรียบร้อยก็ยกมือเรียกมาม่าซังแล้วเอ่ยบอก
“สามร้อยดริงก์ค่ะ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนต่างหันมาเพ่งเล็งหญิงสาว สงสัยว่าเธอเป็นใครมาจากไหนทำไมถึงได้กล้าเอาเงินมากมายมาเปย์ผู้ชาย ทั้งที่ดูอายุยังน้อยอยู่แท้ ๆ
หญิงสาวระบายยิ้มเหมือนภาคภูมิใจ หันซ้ายหันขวาแล้วโน้มศีรษะลงเล็กน้อยให้คนที่ปรบมือให้
ริสากลอกตามองบนอย่างเอือมระอา ก่อนจะคว้าดึงแขนเพื่อนเข้ามาใกล้แล้วพูดเตือนสติ
“แกบ้าไปแล้วเหรอ สามร้อยดริงก์มันเป็นแสนเลยนะเว้ย นั่นมันค่าใช้จ่ายของแกทั้งเดือนเลยหนิ ถ้าพ่อแม่พี่ชายแกรู้เข้ามีหวังโดนด่าแน่ แกคิดว่าอีพี่โอมจะไม่ไปฟ้องพี่ชายแกรึไง”
“ฟ้องก็ฟ้องดิ ใครกลัว? ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า เพื่อผู้ชายฉันอดได้”
บอกเพื่อนไปอย่างนั้นเอง ทั้งที่จริง ๆ แล้วก็กลัวพี่ชายอยู่เหมือนกัน แต่เธอมั่นใจว่าโอมไม่ใช่คนขี้ฟ้อง ครั้งก่อนที่เธอแอบหนีมาเที่ยวก็ไม่เห็นว่าเขาจะเอาไปฟ้องเลย
“เป็นเอามากนะเนี่ย” ริสาเหนื่อยใจ
นับดาวพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนอย่างไม่นึกหวั่น ก่อนจะหันไปมองบนเวทีอีกครั้ง พิธีกรกำลังถามแขกในร้านว่ามีใครให้มากกว่าสามร้อยดริงก์
“สามร้อยดริงก์นับหนึ่ง สามร้อยดริงก์นับสอง สามร้อยดริงก์นับสาม ยินดีกับสาวน้อยด้วยนะครับ”
หลังพิธีกรพูดจบโอมก็กระโดดลงจากเวที เขาเดินมุ่งมาหาหญิงสาวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาลากแขนเรียวเล็กพาเธอออกไปนอกร้านโดยไม่พูดไม่กล่าว
“โอ๊ย! พี่โอมปล่อยนับนะ นับเจ็บ”
นับดาวพยายามสะบัดแขนพร้อมกับเปล่งเสียงโวยวาย
หลังจากออกมานอกร้านได้โอมก็ยืนประจันหน้ากับหญิงสาว นัยน์ตาคมเข้มจ้องมองนับดาวด้วยความขุ่นเคือง ภายในใจร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงลุกโชนอยู่ในนั้น
ถ้าไม่ติดว่าเป็นน้องสาวของณดลเขาคงจะจับเธอฟาดก้นหลาย ๆ ครั้งให้รู้จักเข็ดหลาบ
“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้มาที่นี่อีก ทำไมไม่จำ”
โอมพูดเสียงดุดัน นัยน์ตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งราวกับจะกินหัวเธออยู่รอมร่อ
“ทำไมนับจะมาไม่ได้คะ ในเมื่อตอนนี้นับอายุครบยี่สิบปีแล้ว ไม่ได้แอบเข้ามาเหมือนครั้งที่แล้วสักหน่อย”
หญิงสาวตอบอย่างลอยหน้าลอยตา พยายามสลัดแขนให้หลุดออกจากมือหนา
ทั้งที่เธออุตส่าห์เอาเงินเก็บและค่าใช้จ่ายของเดือนนี้มาประมูลดริงก์เขาแท้ ๆ แต่นอกจากจะไม่ซาบซึ้ง เขายังดุด่าว่ากล่าวแขกเกือบวีไอพีอย่างเธออีกต่างหาก บริการไม่สมกับที่เป็นดาวโฮสต์คลับเลยสักนิด
โอมพยายามข่มอารมณ์โมโหเอาไว้ สูดลมหายใจเข้าปอดแล้วพูดด้วยเสียงอ่อนลง
“กลับคอนโด เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“นับไม่กลับนะ เพื่อนนับยังอยู่ข้างในอยู่เลย จะให้ทิ้งเพื่อนไว้คนเดียวได้ไงล่ะ อีกอย่าง ที่ประมูลดริงก์ไปเมื่อกี้ ยังไม่ได้จ่ายเงินเลยสักบาท”
“งั้นก็โทรบอกเพื่อนว่าจะกลับแล้ว ส่วนเรื่องค่าดริงก์เดี๋ยวพี่เคลียร์เอง”
“จะทำอย่างนั้นได้ไงล่ะคะ นับเป็นคนประมูลก็ต้องรับผิดชอบสิ”
“พี่บอกว่าเดี๋ยวเคลียร์เองไง”
โอมทำหน้าขึงขังแล้วเอ่ยเสียงแข็งกับคนดื้อรั้น ถ้าไม่อย่างนั้นนับดาวก็คงไม่ยอมง่าย ๆ
เมื่อเห็นว่านับดาวนิ่งเงียบไป เขาก็ล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นมันให้เธอกดโทรหาเพื่อน
นับดาวจำใจรับโทรศัพท์มือถือจากเขา กดโทรเข้าเบอร์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะด้านใน เมื่อริสารับสายเธอก็อธิบายถึงสถานการณ์ด้านนอกให้เพื่อนรู้ ก่อนวางสายไม่ลืมบอกให้เพื่อนสาวเอากระเป๋าออกมาให้ด้วย เพราะเธอคงไม่ได้กลับเข้าไปด้านในแล้ว
หญิงสาวทำหน้าเง้างอไม่พอใจในขณะที่ยื่นโทรศัพท์มือถือคืนให้เขา
โอมเหลือบตามองใบหน้ากระเง้ากระงอดของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้ใส่ใจ หลังจากรับโทรศัพท์มือถือคืนมา เขาก็รีบโทรหาผู้จัดการของร้าน พูดขอโทษขอโพยพร้อมกับขอลางานหนึ่งชั่วโมงเพื่อไปส่งหญิงสาวที่คอนโด
ผู้จัดการส่ายหน้าไปมา ได้แต่แอบตำหนิชายหนุ่มอยู่ในใจ จะพูดออกไปตรง ๆ ก็ไม่ได้เพราะโอมเป็นถึงดาวของโฮสต์คลับ ใบหน้าของเขาช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าร้านได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นตัวเรียกเงินเรียกทองของที่นี่เลยก็ว่าได้ สุดท้ายเลยต้องยอมตกปากรับคำชายหนุ่มไป
ก่อนวางสาย โอมยังบอกกับผู้จัดการอีกว่าค่าดริงก์ที่หญิงสาวประมูลไปเขาจะกลับมาเคลียร์เอง
หลังจากล่ำลากับเพื่อนสาว โอมก็พานับดาวเดินอ้อมมายังลานจอดรถด้านหลัง ร่างสูงหยุดยืนอยู่ข้างรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ราคาไม่แพงมาก ขึ้นคร่อมรถเสร็จเรียบร้อยก็หยิบหมวกกันน็อกมาสวมใส่ มองดูคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านข้างแล้วถอนหายใจ ผมยาวของเธอคงได้พันกันจนยุ่งเหยิงถ้าไม่ได้มัด
ชายหนุ่มรูดยางรัดผมที่รัดอยู่กับข้อมือของตัวเองออกมา ก่อนจะรวบผมยาวของเธอเอาไว้แล้วมัดให้แบบลวก ๆ
ไม่ต้องสงสัยว่าเขามียางรัดผมได้ยังไง นั่นเป็นเพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ณดลไม่ว่าง ไอ้เพื่อนสนิทก็มักจะไหว้วานให้เขาไปรับไปส่งน้องสาวให้อยู่เสมอ และเธอก็มักปล่อยผมยาวสยายราวกับนางเอกโฆษณาแชมพูสระผมอย่างไรอย่างนั้น พอมานั่งรถเขาทีไรมันก็พันกันจนหวีแทบไม่ได้ เขาเลยต้องพกยางรัดผมเอาไว้ทุกครั้ง ช่วงหลัง ๆ ก็พกจนเคยชิน
โอมขับรถพานับดาวมาส่งที่คอนโด หลังจอดรถเขาก็เดินตามไปส่งหญิงสาวถึงหน้าห้อง เพื่อให้แน่ใจว่าหลังจากเข้าห้องไปแล้วเธอจะไม่ออกมาก่อเรื่องที่ไหนอีก ยิ่งวันนี้พี่ชายของเธอมันไม่อยู่ด้วย
“ขึ้นไปส่งถึงห้อง คิดอะไรกับเขาป้ะเนี่ย”
นับดาวพูดหยอกพลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ในขณะที่อีกคนกลับเอาแต่นิ่งเงียบ ทำหน้าตึงเครียดอยู่ตลอดเวลาราวกับไม่สบอารมณ์ เขาไม่ตลกกับคำพูดหยอกล้อของเธอแม้แต่น้อย
หญิงสาวรีบหุบยิ้มทันที
...หยอกนิดหยอกหน่อยก็ไม่ได้...
เมื่อเดินมาส่งหญิงสาวถึงหน้าห้อง เขาก็ยืนรอจนมั่นใจว่าเธอเข้าห้องอย่างปลอดภัย ก่อนกลับก็ไม่ลืมเช็กประตูให้แน่ใจว่ามันยังล็อกแน่นหนา
“เฮ่อ!”
เขาพ่นลมหายใจออกมาหลังจากทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนจะล้วงโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วส่งข้อความไปย้ำกับหญิงสาวอีกรอบ
โอม : ห้ามหนีออกไปเที่ยวอีกนะ ไม่งั้นพี่บอกเรื่องวันนี้กับไอ้ดลแน่
เธอเบะปากพร้อมทั้งไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจข้อความจากโอม คนอย่างนับดาวไม่เคยกลัวอยู่แล้ว อยากบอกก็บอกไปสิ...ชิ
นับดาว : รับทราบค่ะ
แม้จะคิดอย่างนั้นแต่กลับพิมพ์ข้อความอีกอย่างตอบกลับไป เธอไม่ได้กลัวคำขู่ของเขาหรอกนะ แต่เพราะรักแหละเลยยอมทำทุกอย่างตามที่เขาสั่ง แม้บางครั้งจะดื้อรั้นไปบ้างก็เถอะ
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







