Masukเช้าวันต่อมา
โอมขับรถออกจากหอพักตั้งแต่เช้า วันนี้เขาตั้งใจจะไปเยี่ยมน้องสาวซึ่งเรียนอยู่โรงเรียนประจำในตัวเมืองจังหวัดสระบุรี ปกติเขาจะไปหาเธอทุกวันอาทิตย์ แต่เพราะอาทิตย์นี้เขามีนัดซ้อมฟุตบอลกับพวกเพื่อน จึงเลื่อนมาเป็นวันนี้ซึ่งไม่มีเรียน มีแค่ช่วงเย็นที่ต้องไปทำงานที่โฮสต์คลับเท่านั้น
ใช้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งก็ขับรถมาถึงโรงเรียนประจำที่น้องสาวเรียนอยู่ ชายหนุ่มนั่งรอให้ถึงเวลาพักเที่ยงเพื่อจะได้เจอกัน เมื่อไม่มีอะไรทำจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนไถดูอะไรเพลิน ๆ ในโซเชียล
สายตาคมสะดุดเข้ากับสตอรี่ของใครบางคนที่โพสต์ไว้ตั้งแต่เมื่อคืน คิ้วเข้มขมวดสงสัยนี่เธอกำลังสื่อถึงอะไร
‘เด็กแล้วไง นมใหญ่แล้วกัน’
แม้จะเป็นการแชร์จากโพสต์ของคนอื่น แต่เขาก็มองว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมอยู่ดี ไม่รู้ว่าณดลเห็นโพสต์นี้ของน้องสาวตัวเองหรือเปล่า ถ้าให้เดาก็คงจะไม่ เพราะตอนนี้ไอ้เพื่อนซี้น่าจะยังนอนไม่ตื่นแหง ๆ
โอมส่ายหน้าเอือมระอาความแก่แดดของนับดาว พักหลังมานี้เธอชักจะเอาใหญ่ เป็นน้องเป็นนุ่งหน่อยไม่ได้นะเขาจะตีให้กันลายเลย
“พี่โอม”
เสียงหวานของน้องสาวดังมาแต่ไกล โอมละความสนใจจากหน้าจอไปมองเจ้าของเสียงหวาน ใบหน้าของเด็กสาววัยสิบแปดปี เต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ ร่างเล็กโผเข้ากอดพี่ชายด้วยความคิดถึง
“ทำไมถึงมาวันนี้ล่ะคะ ปกติพี่โอมจะมาวันอาทิตย์นี่นา”
อันดาเงยหน้ามองพี่ชายแล้วเอ่ยถาม
“พอดีวันอาทิตย์พี่มีซ้อมบอลน่ะ วันนี้ไม่มีเรียนก็เลยมาหา แล้วเราเป็นยังไงบ้างอยู่โรงเรียนทำคุณครูปวดหัวรึเปล่าฮึ”
โอมพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือข้างหนึ่งลูบลงบนศีรษะที่ถักเปียสองข้างอย่างทะนุถนอม
“เปล่านะคะ อันดาเป็นเด็กดีจะตาย”
“อืม ก็ดีแล้ว” เขาระบายยิ้ม
ตั้งแต่พ่อกับแม่เสียชีวิต พวกเขาก็เหลือกันแค่สองคนพี่น้อง โอมใช้เงินประกันชีวิตที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก้อนสุดท้ายส่งน้องสาวเข้าเรียนโรงเรียนประจำ ส่วนตัวเองก็ทำงานเพื่อส่งตัวเองเรียนและส่งเสียน้องมาหลายปี แม้จะพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่มันไม่ได้มากมายจนสามารถเอาออกมาใช้ฟุ่มเฟือยได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่เคยทดท้อหรือคิดน้อยใจในโชคชะตา ตั้งใจเอาไว้ว่าหลังจากเรียนจบจะหางานดี ๆ ทำเพื่อเลี้ยงน้องสาวให้อยู่สุขสบาย
“เงินที่พี่โอนให้ครั้งที่แล้วหมดรึยัง ถ้าหมดแล้วก็บอกพี่นะ เดี๋ยวพี่โอนเพิ่มให้”
“ยังไม่หมดเลยค่ะ ยังเหลืออีกตั้งเยอะ”
“เราคงไม่ได้ประหยัดช่วยพี่หรอกใช่ไหม”
“เปล่านะคะ อันดาอยู่แต่ในโรงเรียนไม่ได้ไปไหน ก็เลยไม่รู้จะซื้ออะไร อีกอย่างในโรงเรียนก็มีข้าวให้กินอยู่แล้ว”
โอมเหยียดยิ้มอย่างภาคภูมิใจ อันดาไม่เคยทำให้เขาผิดหวังเลยสักครั้ง นอกจากจะตั้งใจเรียนจนได้เกรดเฉลี่ยดีทุกเทอมเธอยังรู้จักใช้เงินอย่างประหยัด ไม่เคยเรียกร้องอยากได้หรืออยากมีอะไรที่มันเกินตัวเหมือนอย่างเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอสำนึกอยู่เสมอว่าพี่ชายต้องลำบากแค่ไหนกว่าจะหาเงินมาได้แต่ละบาท นอกจากของใช้จำเป็นเธอก็ไม่เคยอยากได้อะไร
“เอ่อ...พี่โอมคะ”
จู่ ๆ อันดาก็พูดอึกอัก เหมือนเธออยากพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าพูด
โอมหรี่ตามองน้องสาวอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยขึ้น
“มีอะไรทำไมไม่พูดต่อฮึ”
“เอ่อ...อันดาแค่จะถามว่า...พี่โอมรู้เรื่องที่...พี่พิมพ์ขวัญจะแต่งงานรึยังคะ”
หลังจากหลุดปากถามโอม อันดาก็มีสีหน้าเศร้าสร้อยในทันตา เมื่อกี้เธอคิดน้อยไปเลยเผลอพูดชื่อแฟนเก่าพี่ชายขึ้นมา
ใบหน้าหล่อเหลาเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แม้โอมจะไม่มีอาการเสียใจอย่างเมื่อก่อน แต่เธอก็พอจะมองออกว่าพี่ชายยังมีเยื่อใยให้กับอีกฝ่าย ดูจากที่เขานิ่งไปทันทีเมื่อเธอเอ่ยถาม
เมื่อเห็นว่าพี่ชายเอาแต่นั่งเงียบคนร้อนใจจึงรีบกล่าวขึ้นมา
“อันดาขอโทษค่ะ”
เธอไม่น่าปากไวเลย
มุมปากหนายกยิ้มเล็กน้อย ความจริงเขาไม่ได้สนใจเรื่องของพิมพ์ขวัญแล้ว แต่ที่เงียบไปเพราะกำลังคิดอะไรบางอย่าง จะว่าไปก็นานมากแล้วที่เขาเลิกคิดถึงเธอ จนลืมไปเสียสนิทว่าครั้งหนึ่งเคยรักผู้หญิงคนนี้มากจนแทบเสียสติเมื่อครั้งถูกเธอบอกเลิก ดีนะที่ตอนนั้นมีเพื่อน ๆ คอยช่วยดึงสติของเขาเอาไว้
โอมมองใบหน้าเศร้าสร้อยของน้องสาวแล้วยิ้มให้ มือหนาลูบลงบนผมเปียของเธออีกครั้ง
นัยน์ตาแป๋วกะพริบปริบ ๆ อย่างคนสำนึกผิด
จู่ ๆ โอมก็นึกถึงสาวน้อยอีกคนขึ้นมา ชายหนุ่มหัวเราะขบขันเมื่อภาพเหตุการณ์ตอนที่นับดาวทำกระป๋องน้ำอัดลมหล่นกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นแว็บขึ้นมาในห้วงความคิด ตอนนั้นเธอก็นั่งทำตาแป๋วแบบนี้เหมือนกัน
“ทำไมจู่ ๆ พี่โอมถึงดูอารมณ์ดีขึ้นมาล่ะคะ เมื่อกี้อันดาพูดอะไรผิดเหรอ” อันดาอดสงสัยไม่ได้
“พอดีพี่นึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาน่ะ เราไม่ได้พูดอะไรผิดหรอก” เขาแค่นยิ้มแล้วพูดต่อ
“เราไม่ต้องขอโทษหรอกนะ ตอนนี้พี่ไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้วล่ะ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับใครที่ไหนพี่ก็ไม่สนใจ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้พวกเราอย่าพูดถึงเขาอีกเลยนะ”
อันดายิ้มพลางพยักหน้า
“อันดาดีใจนะคะที่พี่โอมลืมพี่พิมพ์ขวัญได้แล้ว”
“บอกแล้วไงว่าเราจะไม่พูดเรื่องคนอื่นอีก”
แกล้งทำเสียงดุพลางเอื้อมมือไปบีบจมูกน้องสาว จากนั้นเขาก็พูดเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“วันนี้พี่ว่าจะขออนุญาตคุณครูพาเราออกไปกินข้าวข้างนอก เราว่าดีไหม?”
“ดีค่ะ” ใบหน้าสาวน้อยยิ้มแป้นดีอกดีใจ
“งั้นไปกันเลยไหม”
พูดจบก็ชวนกันไปขออนุญาตคุณครู จากนั้นก็ขับรถพาน้องสาวออกไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารนอกโรงเรียน
หลังจากกินข้าวเสร็จโอมก็ขับรถมาส่งน้องสาวในช่วงใกล้บ่าย หลังจากโบกไม้โบกมือล่ำลาเขาก็ขับรถกลับกรุงเทพ ฯ ทันที
เพราะการจราจรขาเข้าค่อนข้างหนาแน่น รถเคลื่อนตัวได้ช้ามากเมื่อเทียบกับช่วงเช้า โอมจึงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงครึ่งกว่าจะขับรถถึงกรุงเทพ ฯ
หลังจากกลับมาถึงห้องร่างสูงก็เอนกายลงบนเตียงเพื่อนอนพักเอาแรง ความอ่อนเพลียจากการเดินทางทำให้เขาผล็อยหลับไปในที่สุด ก่อนจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงใกล้ค่ำ และก็ถึงเวลาที่เขาต้องไปทำงานที่โฮสต์คลับอีกแล้ว
“เฮ่อ!”
เขาพ่นลมหายใจออกมาเสียงดังอย่างคนเบื่อหน่าย
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับพ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







