LOGINนับดาวแลบลิ้นใส่พี่ชายแล้วเดินไปยืนอยู่ข้าง ๆ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ของโอม
“ให้มันน้อย ๆ หน่อย”
ณดลทำเสียงดุใส่น้องสาวอย่างนึกหมั่นไส้ ท่าทางกระเง้ากระงอดของยัยตัวแสบมันน่าหงุดหงิดชะมัด จากนั้นก็หันไปพยักหน้าให้เพื่อนสนิทก่อนจะเอ่ยว่า
“ขับรถดี ๆ ล่ะ ถึงแล้วโทรบอกกูด้วย”
“เออ”
โอมพยักพเยิดหน้าให้เพื่อน
“อย่าดื่มเยอะนะ ถ้าเมาก็หาที่นอนแถวนั้นเลยไม่ต้องขับรถกลับ”
นับดาวบอกพี่ชายก่อนที่เขาจะขึ้นรถ แม้จะรู้สึกหมั่นไส้แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“รู้แล้วน่า”
ณดลตอบน้องเสร็จก็ขึ้นรถขับออกไป นับดาวมองตามรถของพี่ชายอย่างกังวลใจ ไม่อยากให้เขาไปกินเหล้าแล้วขับรถกลับคอนโดดึก ๆ ดื่น ๆ อย่างนี้เลย
“ไอ้ดลมันรู้ลิมิตของมันอยู่ไม่ต้องห่วงมันหรอก”
โอมพูดให้เธอสบายใจ ก่อนจะรวบผมยาวของหญิงสาวเอาไว้แล้วรูดยางรัดผมออกจากแขนของตัวเอง จากนั้นก็มัดผมให้เธอแบบที่เคยทำเป็นประจำ
หญิงสาวขึ้นนั่งซ้อนท้าย โน้มลำตัวเข้าใกล้แผ่นหลังกว้างของโอมเล็กน้อย เรียวแขนเล็กเอื้อมไปโอบรอบเอวของชายหนุ่มเอาไว้ ในใจอยากจะซบใบหน้าลงไปให้รู้แล้วรู้รอดอยู่เหมือนกัน แต่มันก็ไม่กล้าทำ
โอมขับรถไม่ได้เร็วมาก พานับดาวชื่นชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวง แสงไฟประดับประดาสองข้างทางช่วยสร้างสถานการณ์โรแมนติก หญิงสาวมโนไปต่าง ๆ นานาว่ากำลังออกเดตกับชายหนุ่ม ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มจนแก้มปริอยู่ตลอดเวลา
“หิวไหม”
โอมหันมาถามขณะขับรถ แต่ลมที่กระทบเข้ามาเสียงดังมากกว่าจึงทำให้ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง นับดาวยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อเงี่ยหูฟังให้ชัด
“อะไรนะคะ”
เผอิญว่าจังหวะนั้นโอมก็หันมาพอดี ถ้าไม่มีหมวกกันน็อกกั้นเอาไว้ปลายจมูกคงชนกับแก้มเนียน ๆ ของเธอไปแล้ว
พอรู้ตัวชายหนุ่มก็รีบหันกลับ แต่ดูเหมือนเธอจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเอาเสียเลย
“เมื่อกี้พี่โอมพูดว่าอะไรนะคะ”
เสียงหวานเอ่ยถามมาจากด้านหลัง โอมตัดสินใจจอดรถข้างทางแล้วหันหน้ามาถามเธอ
“หิวรึเปล่า”
“หิวค่ะ” เธอยู่หน้าขณะตอบ
โอมพยักหน้าให้หญิงสาวแล้วออกรถอีกครั้ง
รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับมาจอดที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวก่อนถึงคอนโด หญิงสาวลงจากรถแล้วรีบเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในร้าน
โอมมองตามแผ่นหลังบางของหญิงสาวแล้วแค่นยิ้ม สงสัยเธอจะหิวจริง ๆ ถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น
หลังจากถอดหมวกกันน็อกวางไว้บนเบาะโอมก็เดินตามเข้าไป
หญิงสาวยืนมองเมนูที่แปะไว้ด้านหลังอย่างลังเล เมื่อตัดสินใจไม่ได้จึงหันไปถามคนข้าง ๆ
“พี่โอมกินอะไรคะ”
“กินเหมือนเราอะ”
“โยนมาให้กันเลือกเฉยเลย คนอุตส่าห์จะลอกสักหน่อย”
พูดค่อนขอดใส่เขาเสียงเบาแล้วหันไปมองป้ายด้านหลังอีกครั้ง ไล่ดูแต่ละเมนูในที่สุดก็ตัดสินใจสั่งเส้นเล็กหมูน้ำตก
หลังจากสั่งก๋วยเตี๋ยวนับดาวก็เดินมานั่งรอที่โต๊ะ โดยมีโอมเดินไปตักน้ำมาเสิร์ฟให้
นัยน์ตาสวยเอาแต่จ้องมองร่างสูงแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวถี่รัวด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยกันแบบสองต่อสอง
ไม่มีบทสนทนาระหว่างที่รอ ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนพูดน้อยหรือไม่อยากพูดกับเธอกันแน่
ก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ ถูกยกมาเสิร์ฟโดยเจ้าของร้าน ยังไม่ทันได้ปรุงรสชาตินับดาวก็ใช้ตะเกียบเขี่ยผักไปไว้ด้านข้างของถ้วย เมื่อกี้ก็ลืมสั่งแม่ค้าด้วยแหละว่าหนึ่งถ้วยไม่ต้องใส่ผัก
โอมมองการกระทำของนับดาวแล้วพูดขึ้นมา
“ถ้าเราไม่กินผักก็คีบมาให้พี่ก็ได้นะ”
เธอเงยหน้ามองคนพูด จากนั้นก็รีบคีบผักไปใส่ถ้วยของเขาอย่างรวดเร็ว เอาออกจากถ้วยของตัวเองเพื่อจะได้กินอย่างถนัด
มุมปากหนายกยิ้มขำขัน
...เด็กน้อยไม่กินผักแล้วเมื่อไหร่จะโต...
“วันนี้นับขอเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวพี่โอมบ้างนะคะ”
นับดาวพูดขึ้นเมื่อกินก๋วยเตี๋ยวจนอิ่ม ชายหนุ่มพยักหน้าตามใจ
มือเล็กควานหากระเป๋าสตางค์ของตัวเองในกระเป๋าสะพายแต่ก็ไม่พบ สงสัยมันจะตกอยู่ในรถของพี่ชายตอนเธอรีบร้อนหาของ นับดาวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อสแกนจ่ายแต่แบตก็ดันมาหมดเสียได้
ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ ให้คนตรงหน้าแล้วยิ้มแหย
“นับขอยืมเงินพี่โอมจ่ายก่อนได้ไหมคะ พอดีว่าหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอแล้วมือถือก็ดันมาแบตหมดอีกอะ” ยกโทรศัพท์มือถือโชว์ให้เขาดูระหว่างที่บอก
โอมแค่นยิ้มบางเบา จากนั้นเขาก็ลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปจ่ายเงินค่าก๋วยเตี๋ยวทั้งสองชาม ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะแล้วชวนหญิงสาวกลับ
“กลับกันเถอะ”
“ค่าก๋วยเตี๋ยวทั้งหมดเท่าไหร่คะ พอถึงคอนโดชาร์จแบตมือถือแล้วนับจะรีบโอนเงินคืนให้ทันทีเลยค่ะ”
เธอพูดพลางเดินตามชายหนุ่มไปที่รถของเขา
“เก็บเงินของเราเอาไว้ซื้อขนมเถอะ แค่นี้พี่จ่ายไหว”
เขาคงจะมองว่าเธอเป็นเด็ก ถึงได้เอาแต่บอกให้เธอเก็บเงินไว้ซื้อขนม นับดาวมองค้อนพร้อมทั้งเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างอย่างไม่สบอารมณ์
...คิดว่าเราเป็นเด็กน้อยรึไง เทียวแต่บอกให้เราเก็บเงินไว้ซื้อขนมอยู่ได้ เดี๋ยวแม่ก็จับสองเต้ากระแทกตาซะหรอก จะได้เลิกคิดว่าเธอเป็นเด็กสักที เด็กอะไรจะนมโตขนาดนี้ ชิ...
หลังจากขับรถมาถึงคอนโด โอมก็ทำหน้าที่เดินไปส่งหญิงสาวถึงหน้าห้อง นัยน์ตาคมมองใบหน้าเง้างอของเธออย่างนึกสงสัย เมื่อกี้ก็ยังดี ๆ อยู่จู่ ๆ เธอเป็นอะไร
แต่ถึงจะสงสัยโอมก็ไม่ได้มีทีท่าใส่ใจ อารมณ์เด็กสาวมักจะเป็นอย่างนี้เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ยิ่งช่วงประเดือนมาจะวีนเหวี่ยงไปหมด เขามีน้องสาวจึงเข้าใจดี
หลังประตูห้องของเธอปิดลงเขาก็เช็กอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่ามันยังแน่นหนา ก่อนจะรีบส่งข้อความถึงไอ้เพื่อนรักว่าส่งน้องสาวถึงคอนโดเรียบร้อยแล้ว
เขาพ่นลมหายใจแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน ทิ้งศีรษะลงบนหมอนอย่างแรงจากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากการไม่ได้นอนกอดเมียมันเป็นอะไรที่ทรมานใจสุด ๆ แล้วอย่างนี้ใครมันจะไปนอนหลับลงคิดแล้วก็หอบหมอนเดินตามเมียไปที่ห้องนอนของลูกสาวทันทีโอมเปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือแล้วเดินย่องเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวอย่างเงียบที่สุด หย่อนก้นลงบนเตียงนอนด้านข้างนับดาวจากนั้นก็ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มของเธอมือหนาซุกเข้าไปตรงเอวคอดแล้วกอดเธอเอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่นับดาวลืมตาด้วยความตกใจ จากนั้นก็แผดเสียงดุเขา“พี่โอม”“ชู่วววว! เบา ๆ สิเดี๋ยวลูกตื่น”“จะตามมาทำไมคะ”“ก็พี่อยากกอดเมีย นอนคนเดียวมันนอนไม่หลับนี่นา”เขาว่าอย่างออดอ้อน ใบหน้าหล่อเหลาซุกเข้าตรงซอกคอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างเมียรักอย่างซุกซน“พี่โอมไม่ต้องมาทำเป็นทะลึ่งเลย นี่มันในห้องนอนลูกนะ ลูกกำลังหลับอยู่”“ที่รักก็อย่าเสียงดังสิ”“พี่โอม”เธอเรียกชื่อเขาพลางตีลงบนหลังมือที่เริ่มซุกซนขึ้นเรื่อย ๆ“อย่าดิ้นสิครับ”“อื้อ”ว่าจบเขาก็ประทับจูบลงบนริมฝีปากของเธอ ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเรียวลิ้นก็สอดแทรกเข้ามาอย่างฉับ
หลายปีต่อมา“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”เสียงร้องเพลงเฉลิมฉลองวันเกิดครบสี่ขวบของน้องเอิงเอย ลูกสาวตัวน้อยของพ่อโอมและแม่นับดาวดังขึ้นที่สวนหน้าบ้านทุกคนนั่งห้อมล้อมพร้อมทั้งร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับสาวน้อยอย่างพร้อมเพรียงกันหลังเพลงจบเจ้าของวันเกิดก็หลับตาอธิษฐานขอพร จากนั้นก็ก้มหน้าเป่าเทียนตัวเลขสี่จนไฟดับ“สุขสันต์วันเกิดนะคะคนสวยของลุง”ณดลเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญผูกโบสีชมพูให้“ขอบคุณค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้แล้วยิ้มจนแก้มปริ อยากจะแกะของขวัญเสียตอนนี้ ทว่ายังไม่ทันได้แกะผู้เป็นอาก็ยื่นของขวัญมาให้เสียก่อน“อันนี้เป็นของขวัญจากอาจ้ะ ขอให้หลานของอามีความสุขมาก ๆ นะคะ”อันดายื่นของขวัญกล่องใหญ่กว่ามาให้ เด็กสาวดูตื่นเต้นดีใจมากกว่ากล่องของณดลเสียอีก“ขอบคุณค่ะอาอันดา”เธอยกมือไหว้พร้อมกับกล่าวขอบคุณ จากนั้นสาวน้อยก็รีบแกะของขวัญของอันดาก่อนนัยน์ตาแป๋วจ้องมองของในกล่องที่ผู้เป็นพ่อช่วยแกะด้วยใจจดจ่อ พอเห็นว่าของข้างในคือตุ๊กตารุ่นแรร์ไอเทมที่ฮิตกันในกลุ่มเด็กเล็กและหาซื้อได้ยากเพราะราคาค
วันต่อมา“ยินดีด้วยนะคะ ภรรยาของคุณตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วค่ะ”เสียงคุณหมอประจำแผนกสูตินรีเวชเอ่ยแสดงความยินดีกับว่าที่คุณพ่อ สองสามีภรรยาหันมายิ้มให้กันด้วยความดีใจโอมสวมกอดเมียรักแล้วจูบหน้าผากมนสวยอย่างแผ่วเบา หัวใจของเขาพองโตเลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาคมมีน้ำใส ๆ ไหลรื้นออกมาคลอทั้งสองเบ้าด้วยความตื้นตันใจมือหนาเอื้อมไปลูบคลำเบา ๆ ที่หน้าท้องของเมียรักพร้อมทั้งแนบหูลงบนนั้นเพื่อฟังเสียง“พี่โอมทำอะไรคะ”นับดาวตีเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยท้วง เธอมองหน้าคุณหมอที่ยิ้มขำท่าทางของโอมด้วยความเขินอาย“พี่อยากฟังเสียงลูก”“ตอนนี้น้องยังตัวเท่าเม็ดงาอยู่เลยยังไม่มีเสียงหรอกค่ะ เอาไว้ประมาณสิบสัปดาห์คุณพ่อค่อยมาฟังเสียงหัวใจของน้องนะคะ”คุณหมอพูดพลางหัวเราะขบขันและเอ็นดูในเวลาเดียวกันโอมเหยียดนั่งตัวตรงแล้วอมยิ้มอย่างเขิน ๆ ก่อนจะตอบผู้เป็นหมอว่า“ครับ”หลังกลับจากโรงพยาบาลไลน์กลุ่มก็แจ้งเตือนไม่หยุด เมื่อคนเห่อลูกรีบส่งข้อความไปอวดเพื่อนในกลุ่มทันทีพร้อมกับถ่ายรูปผลตรวจโชว์หราไปให้เพื่อนสนิทได้ดูด้วยโอมขิงเพื่อนไปว่าเขามีน้ำยาแต่งปุ๊บไม่นานก็ท้องปั๊บ พวกเพื่อนคุยโวตอบกลับมาว่าตอนนี
หลายเดือนผ่านไป@ห้องทำงานของโอมโอมนั่งหน้าซีดอยู่ในห้องทำงาน ในมือของเขาถือยาดมจ่อไว้ตรงรูจมูก สงสัยช่วงนี้เขาจะทำงานเยอะไปหน่อย จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอจึงทำให้รู้สึกเวียนหัวอยู่บ่อย ๆ แถมบางครั้งยังมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าตอนตื่นนอนนับดาวเดินทางมายังบริษัทของผู้เป็นสามี ในมือของเธอถือกล่องอาหารบรรจุข้าวต้มหมูฝีมือคุณนายเพ็ญที่เพิ่งบินมาจากเชียงใหม่ได้สองวันเพื่อมาเยี่ยมลูกสาวนับดาวเห็นว่าเมื่อเช้าโอมอาเจียนจนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่ในห้องน้ำ วันนี้เธอจึงบอกให้เขาหยุดพักอยู่ที่บ้าน แต่เขากลับดื้อดึงจะมาทำงานให้ได้เธอก็เลยตามมาดูแลสักหน่อย“สวัสดีค่ะคุณนับดาว”เลขาสาวลุกจากเก้าอี้แล้วยกมือไหว้ผู้เป็นภรรยาของเจ้านาย“สวัสดีค่ะคุณแจน พี่โอมอยู่ข้างในรึเปล่าคะ”“อยู่ค่ะ แต่เหมือนคุณโอมจะไม่สบายนะคะ เจนเห็นนั่งดมยาดมตั้งแต่เช้า ข้าวเที่ยงก็ไม่ออกไปทาน”“เหรอคะ ถ้างั้นนับขอเข้าไปดูหน่อยนะคะ”“เชิญค่ะ”นับดาวผลักประตูเข้าไปในห้องทำงานของผู้เป็นสามี เธอตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฟุบหน้าลงกับโต๊ะหญิงสาววางของกินที่หอบหิ้วมาด้วยไว้บนโต๊ะกลางของโซฟาแล้วรีบเดินเ
ริมฝีปากหนาเคลื่อนมาจูบซับตรงหน้าผากมนแล้วผละออกมาสบตากับผู้เป็นภรรยาซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักสุดหัวใจโอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วย่อตัวช้อนร่างเจ้าสาวขึ้น จากนั้นก็พาเธอเดินไปที่เตียงนอน วางหญิงสาวนั่งลงบนเตียงแล้วเขาก็นั่งลงข้าง ๆ มือหนาลูบไล้ไปตามพวงแก้มขาว“วันนี้เจ้าสาวของพี่สวยมาก”“สวยตั้งนานแล้วไม่รู้เหรอ”“รู้ แต่วันนี้นับสวยที่สุด”พูดจบริมฝีหนาก็เคลื่อนมาบดจูบแนบแน่น ดูดเม้มทั้งริมฝีปากบนและล่างของหญิงสาว แทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้าไปกวาดต้อนในโพรงปากจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน“อื้อ~”นับดาวอ้าปากต้อนรับ ส่งลิ้นเล็กพัวพันเกี่ยวกระหวัดดูดดื่ม เสียงครางผะแผ่วเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้มือหนาลากไล้ตั้งแต่ขาอ่อนเข้าไปใต้กระโปรงตัวสั้น ฉับพลันปลายนิ้วก็เกี่ยวเอาแพนตี้ตัวเล็กลงมาจนสุดปลายขาแล้วถอดออกนับดาวช่วยปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วถอดออกจากตัวเขาเช่นกันปลายเล็บยาวเกลี่ยลากไปตามมัดกล้ามกำยำแล้วหยุดตรงหัวนม เธอลูบวนสร้างความรู้สึกวาบหวิวให้ชายหนุ่ม จากนั้นก็เคลื่อนไปด้านล่างตรงตะขอกางเกงของเขาแล้วค่อย ๆ ปลดมันออกโอมจับพลิกร่างเล็กให้อยู่ในท่าคลานเข่า เขาจัดการกับกางเกงขอ
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ในนามของเจ้าภาพและครอบครัว ผมขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างมากที่สละเวลามาเป็นสักขีพยานในวันสำคัญของเราวันนี้ เราสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้เช่นกันนะครับ”เสียงปรบมือดังสนั่นห้องจัดเลี้ยงหลังจากเจ้าบ่าวพูดจบ จากนั้นชายหนุ่มก็ส่งมอบไมค์คืนให้พิธีกร“คราวนี้เราขอถามทางเจ้าสาวบ้าง อยากทราบว่าเจ้าสาวรักเจ้าบ่าวตอนไหนครับ”สิ้นประโยคคำถามผู้คนในงานหัวเราะฮือฮา มีแต่คนอยากรู้เรื่องนี้ทั้งนั้นนับดาวมีอาการเขินอายเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง ในเมื่อทุกคนอยากรู้เธอก็จะเล่าให้ฟัง“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเลยค่ะ ตอนนั้นนับรู้สึกชอบพี่โอมมาก คอยติดตามเรื่องราวของพี่โอมตลอด เรียกว่าสอดรู้สอดเห็นเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขาก็อยากรู้ไปหมด แล้วก็เริ่มชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าจากชอบก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความรัก รักแบบไม่มีเงื่อนไข”เธอหันไปสบตากับโอมระหว่างที่พูดประโยคสุดท้ายทุกคนปรบมือให้กับเธอ“แล้วเจ้าบ่าวล่ะครับหลงรักเจ้าสาวตอนไหน”พิธีกรหันถามเจ้าบ่าวบ้าง“ผมเองก็ชอบเธอตั้งแต่แรกเจอเหมือนกันครับ” ประโยคแรก







