ซ่งรั่วเจินฟัง ๆ อยู่ก็จับใจความสำคัญได้อย่างกะทันหัน “นางบอกว่า หากนางมีชะตาเช่นนั้นจริง นางไม่อยากทำร้ายท่าน?” ซ่งจืออวี้พยักหน้า “ใช่ นางพูดเช่นนั้น ข้าคิดว่านางก็แค่กังวลเกินไป ไม่มีเรื่องทำนองนี้อยู่ด้วยซ้ำ” ซ่งรั่วเจินเห็นท่าทางซื่อ ๆ บื้อ ๆ ของพี่สามตน ก็อดรู้สึกตลกไม่ได้ นี่คงจะนับว่าเป็นการขยิบตาหวานให้คนตาบอดดู “พี่สาม ท่านไม่รู้สึกว่าคำพูดนี้มีความหมายอื่นหรือ?” ซ่งจืออวี้งุนงง ครั้นเห็นมุมปากซ่งรั่วเจินแต้มรอยยิ้ม เป็นสัญญาณให้เขาคิดทบทวนถ้อยคำนั้นดี ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดขึ้นมา “ถ้อยคำนี้จะมีความหมายอันใดเล่า? ก็แค่ความหมายที่ตรงตามตัวอักษรไม่ใช่หรือ?” “นางบอกว่า หากนางมีชะตากินผัวจริง ๆ ไม่อยากทำร้ายข้า ก็คือไม่อยากอยู่ร่วมกับข้า…” พูดไปพูดมา ดวงตาของซ่งจืออวี้ก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น “ถ้านางไม่มีชะตาเช่นนั้น งั้นนาง…นางก็ยินยอมอยู่กับข้าใช่หรือไม่?” “พี่สาม แม่นางชิงหลีคงรวบรวมความกล้าอย่างมากจึงพูดคำนี้กับท่าน สุดท้าย คนที่ซื่อ ๆ บื้อ ๆ อย่างท่านก็ไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่าย ไม่รู้ว่านางจะผิดหวังหรือไม่” ซ่งรั่วเจินส่ายหน้า
Baca selengkapnya