Home / แฟนตาซี / Undisclosure / Chapter 341 - Chapter 350

All Chapters of Undisclosure : Chapter 341 - Chapter 350

634 Chapters

อนุสรณ์สถาน

เย็นวันนั้น ไมเคิลปลีกตัวออกจากห้องอีกครั้ง วัน ๆ ได้แต่นอนและนั่ง ชีวิตน่าเบื่อไม่น้อย เขาตามหาเทสซ่ากับเรมีก็พบว่าเพื่อนสาวออกไปสำรวจพื้นที่รอบ ๆ กับกลุ่มเซนแล้ว น่าอิจฉาชะมัด ส่วนเรมีตัวติดกับโคดี้เพื่อศึกษาระบบในนี้ นาฮีมานายืนกรานว่าทุกคนต้องเรียนรู้เทคโนโลยีไว้ อย่างน้อยถ้าเกิดมีระเบิดอีก พวกเขาจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรโดยไม่พึ่งพลังของโคดี้แต่ไม่มีใครอยากเจอระเบิดอีกหรอก แม้ว่ามันจะเป็นระเบิดรักษาสิ่งแวดล้อมก็ตามตึกของกลีถูกสร้างมาเพื่อหลบซ่อนสายตาคนจริง ๆ รอบข้างจึงรายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ต้นไม้เหล่านี้สูงตระหง่าน ไม่ว่าจะเดินไปทางก็มีแต่สีขาวโพลน หิมะสูงถึงข้อเท้า ไมเคิลมองไปรอบ ๆ มีไฟส่องทางเดินแค่เพียงห้าสิบเมตรจากตัวตึก เทสซ่าบอกว่าคนในนี้ก็ช่วยกันสร้างงานชิ้นหนึ่งขึ้นมา เนื่องจากไมเคิลเฝ้าอเล็กซิสตลอดจึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะหญิงสาวไม่ได้เฉลย แต่แววตาคู่งามยามพูดถึงสิ่งนั้นกลับแฝงด้วยความเศร้า คิดดังนั้นจึงเดินไปตามทางดังกล่าว มีแสงไฟสลัวให้เห็นราง ๆ เขาลอดผ่านกิ่งไม้แช่แข็ง ต้นตอของแสงมาจากกองไฟขนาดใหญ่ มันตั้งอยู่ตรงกลางก้อ
Read more

เป็นเพราะดวงตา

ไมเคิลจำได้ว่าเคยระวังไม่ให้อเล็กซิสอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหลอกเธอ อาศัยช่วงที่อเล็กซิสยังได้รับผลข้างเคียงจากยาระงับอะวีซีแล้วฉวยโอกาสทำลายเธอ แต่ตอนที่อเล็กซิสหลบเทสซ่าไปหาเบ็กกี้ก็โชคดีที่มีคนคนนี้ช่วย จะว่าไปบลูก็ช่วยพวกเขาหลายครั้ง และเขาเป็นเจ้าของหอที่ดูแลลูกบ้านได้ดี ทว่าคาใจก็คือคาใจ“คุณชอบเธอใช่ไหม”บลูหันขวับแล้วจ้องหน้าเขานิ่ง หากตอบว่าใช่ ไมเคิลก็ไม่แปลกใจ อเล็กซิสเนื้อหอม เขารู้ดี ทว่าคู่สนทนากลับหัวเราะออกมาอย่างขบขัน“ดีจริง วันนี้นายทำให้ฉันหัวเราะได้มากกว่าวันอื่น หนุ่มน้อย ฉันรู้ว่านายหวงพี่สาว ที่ผ่านมาก็ชอบจ้องจับผิดฉัน รู้นะ” พูดจบก็ทำหน้าขึงขังล้อเลียนไมเคิล“ก็คุณพยายามล่อลวงเธอ”อีกฝ่ายหรี่ตา นิ้วชี้หน้าอกตัวเอง “ฉันเนี่ยนะ เฮ้ ดูน่ากลัวขนาดนั้นเชียวหรือ”ไฟบนหิมะขยายเป็นลูกเบ้อเริ่ม“เฮ้ ใจเย็นสิ ฉันไม่เคยล่อลวงพี่สาวเธอ โอเค อืม พวกเราเคยจูบกันสักสองครั้ง ครั้งแรกฉันจงใจแกล้งเด็กนั่น อีกครั้ง...ตอนนั้นมันค่อนข้างแปลกหน่อย ๆ เหมือน
Read more

คลายเวทให้เจ้าหญิง

ย่างเข้าสู่กลางเดือนมีนาคม หิมะเบาบางลงมาก ทว่าพวกเขายังคงประสบปัญหาขาดเสบียง เทสซ่าเสนอให้กลับไปทอยซิตี้ เพราะหลายคนมีปัญหากับรสชาติอาหาร ไมเคิลกลับเป็นคนเดียวที่รู้สึกเฉย ๆ เขาชอบกินก็จริงแต่ก็ไม่ได้พิถีพิถันกับเรื่องพวกนี้มาก ในเมื่อไม่มีก็คือไม่มี ชายหนุ่มแปลกใจที่เพื่อนแต่ละคนล้วนโวยวายร่ำร้องให้อาหารรสชาติดีขึ้น พอมองย้อนกลับไปจึงพบว่า ถ้าไม่นับอิสรภาพอันจำกัดและชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป ไม่เคยมีใครประสบปัญหาขาดของอุปโภคและบริโภค (ไม่นับด่านทดลองสิบวัน) ดังนั้นข้อเสนอของเทสซ่าจึงมีแต่เสียงสนับสนุน หากแต่การกลับไปยังทอยซิตี้ไม่ต่างจากกลับไปลานประหารกลุ่มเซนเสนอว่าจะกลับไปเอง เพราะพวกเขาเป็นผู้เริ่มก็อยากรับผิดชอบเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายเทสซ่าไปด้วย หนึ่งเพราะเธอเสนอความคิดนี้ และสองเธอไม่ต่างจากเซนพวกเขารอคอยเพื่อนด้วยความกระวนกระวาย โดยเฉพาะมินนี่ที่ได้แต่รอพี่สาวกลับมา โชคดีที่พวกเขากลับมาก่อนเวลาเสียอีก และได้ของจำเป็นกลับมามากมาย เทสซ่าเล่าว่าไม่เจอศพสักราย ทางการอาจขนกลับไปหมดแล้ว เพราะมีหลายพื้นที่ถูกปิดและข้าวของบางอย่างถูกขนย้ายออกไป ดังนั้นเป
Read more

นาฮีมานา

เสียงที่ไม่ได้ยินร่วมเดือน “เธอจะตื่นเมื่อไร” เขาถามนาฮีมานาอีกฝ่ายถอนหายใจ “จิตวิญญาณพักผ่อนอยู่ชั่วคราว รอเวลาสักนิดเธอก็จะตื่นขึ้นมา คอยเรียกก็แล้วกัน”เมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงช้อนแขนอุ้มร่างเธอขึ้นมา แต่ก็หยุดหันไปทางซากต้นไม้ “มันเกิดอะไรขึ้น อะวีซีมีพิษร้ายขนาดนี้เชียวหรือ” ไมเคิลงุนงง นี่คือสิ่งที่อยู่ในตัวอเล็กซิสงั้นหรือดวงตาสีน้ำตาลเข็มมองซากนั้นด้วยสีหน้าปลงตก “ความเจ็บปวดของเด็กคนนี้ มันรับไปแทน” สายตาทอดมองอย่างอาลัยอาวรณ์ “ถึงมันพูดไม่ได้ ร้องขอความปรานีไม่ได้ ก็ยังถือว่าชีวิตหนึ่ง ตื่นจากจำศีลไม่นาน ฉันก็พรากชีวิตเขาแล้ว”ฉับพลัน เขาบังเกิดความรู้สึกผิดกับต้นไม้ “ขอบคุณนะมานา ขอบคุณจริง ๆ” อเล็กซ์โพล่งออกมา ไมเคิลนึกขึ้นได้จึงก้มตัวลงแทนคำพูด หญิงสาวส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นอะไร“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงดูเหมือน รู้...” เทสซ่าถามขึ้น ไมเคิลนึกขอบคุณ เพราะเขาอยากรู้เหมือนกัน หลายครั้งเวลาจะพูดอะไร หญิงสาวผู้มีพลังรักษาก็มักจะเอ่ยดักก่อ
Read more

สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

ไม่รู้ว่ามันคือโลกแบบไหนกันแน่ เหมือนเธอติดอยู่ในกับดักของกาลเวลา บางครั้งกำลังสนทนาอยู่กับเบียนน่า บางครั้งรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นผู้สังเกตการณ์ตอนซอนย่าตาย เหมือนเส้นเวลายืดและหดโดยตัวของมันเอง จนกระทั่งไอหมอกเริ่มหนาทึบบดบังคนตรงหน้า เสียงหวานอ่อนละมุนของหญิงสาวที่เลี้ยงดูเธอมาขาดหายไป ต่อให้พยายามคว้าตัวเท่าไรก็ยิ่งห่าง ผ่านไปนานหรือชั่วครู่ ยากเกินจะรู้ แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกทีก็รู้สึกเหมือนผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงสิ่งแรกที่เธอเห็นคือดอกเนโมฟีลา[1]ถูกวางอัดแน่นในแก้วใสที่ตั้งอยู่ข้างขอบโต๊ะ เมื่อกะพริบตาอีกครั้งก็ยังเห็นพวกมันอย่างขัดเจน พลันร่างกายกลับหนักอึ้ง ไม่เบาปราศจากน้ำหนักอย่างเช่นก่อนหน้า“แม่รักลูกเสมอ” สุ้มเสียงอ่อนโยนยังดังข้างหูและมันคือเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินก่อนหมอกสลายไปอเล็กซิสขยับตัว แขนสัมผัสขนนุ่มจึงตกใจ แต่ด้วยร่างกายอ่อนแอจึงทำได้เพียงค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ขนที่ว่าคือเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน พอเธอขยับ ร่างผอมสูงที่นอนขดตัวอยู่ข้าง ๆ ลุกขึ้นตามทันที ดวงตาสีฟ้าเข้มเบิกกว้างขึ้นประสานสายตากับผู้เป็นพี่ ริมฝีปากน
Read more

ทดลองความสามารถ

เธอจ้องใบหน้าคนรักนิ่ง ทว่าดวงตาสีดำที่ทำให้ดวงใจในอกสั่นไหวตลอดเวลากลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือตกใจ หญิงสาวนึกแปลกใจ ใบหน้าของอเล็กซ์นิ่งขรึมเหมือนปกติ และสายตาที่มองเธอกลับเต็มไปด้วยความรักเข้าใจมากกว่าตัดสิน“เธอมีเหตุผล”อเล็กซิสส่ายหน้า แล้วเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นให้เขาฟัง “...เทสสนิทกับเบลินดา ถึงอย่างไร ตอนนั้นไซบอร์กผละจากพวกนายก็เพราะเบลินดาเข้ามาช่วย”สายตาของเขายังไม่เปลี่ยน “แล้วถ้าเธอบอกความจริงกับเทสจะมีประโยชน์อะไร” เขาย้อนถาม พอเห็นว่าเธอแปลกใจและไม่อาจตอบได้ก็ยักไหล่เหมือนมันเป็นหัวข้อไร้สาระ “ต่อให้เธอเล่า เบลินดาก็ไม่ฟื้น เขาหนีหายไปแล้วกลับมาไม่ใช่เพื่อมาช่วยพวกเรา แต่เพื่อตัวเอง แถมยังดึงเธอไปตายแทน ตอนนี้ทุกคนรับรู้แต่ด้านดี เบลินดาตายอย่างกล้าหาญ เป็นคนเสียสละ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ เก็บความจริงไว้ก็ไม่ได้แย่เสมอไป กลับทำให้คนตายมีภาพที่สวยงามกว่าเดิมด้วยซ้ำ เธอไม่ได้หักหลังเทสซ่าหรอกนะ เบลินดาตายเพราะตัวเอง หากไม่ใช่เธอ ไซบอร์กก็ฆ่าอยู่ดี”อเล็กซิสนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เหตุผลของชายหน
Read more

ปรับตัว

“แค่นี้ก็ขนาดนี้แล้ว” เธอยกมือให้พวกผู้ชายดู “พวกนายทำได้ยังไงนาน ๆ”“ต้องบอกว่า แค่นี้ก็เริ่มต้นดีแล้วต่างหาก” อเล็กซ์ชมพร้อมยกนิ้วโป้ง“ใช่ เมื่อก่อนฉันยังปล่อยแสงพวกนี้ออกมาไม่ได้เลย แต่ตอนนี้...” อาคุสะให้กำลังใจด้วยการดีดลำแสงใส่หน้าอเล็กซ์ ไม่ต่างจากโดนหินดีด ชายหนุ่มล้มก้นกระแทกพื้น ไมเคิลกับมินนี่หัวเราะลั่น อเล็กซ์ทะลึ่งตัวขึ้นแล้วซัดพลังกลับทันที แต่อาคุสะหลบทัน ต้นไม้ผู้เคราะห์ร้ายโอนเอน“เจ้าบ้าเอ๊ย”“ไปฝึกดีกว่า มาเถอะไมเคิล ปล่อยให้คู่รักเขาสอนกันให้พอ” อาคุสะวิ่งหายไป ไมเคิลมองเธอทีหนึ่งแล้วหัวเราะหึ ๆ ก่อนจะวิ่งตามไปอีกคน“เจ้าพวกบ้า” อเล็กซ์ถูหน้าผากตัวเองตรงจุดที่โดนแกล้ง เขาย่อตัวลงข้าง ๆ “ลองไปเรื่อย ๆ เธอจะค่อย ๆ ควบคุมมันได้ แล้วจากนั้นจะเข้าใจว่าตัวเองทำอะไรได้บ้าง”อเล็กซิสพยักหน้า ครั้งนี้เริ่มมีสมาธิมากขึ้น การควบคุมพลังไม่ใช่เรื่องง่าย ผ่านไปราวสองชั่วโมง นอกจากจะเปลี่ยนน้ำให้เป็นน้ำแข็งแล้ว เธอเพียงแค่ปั้นน้ำให้เป็นตัวน
Read more

อยู่ด้วยกัน

เขาหัวเราะตาม แต่แล้วก็หุบปากก่อนจะทำหน้าเบื่อหน่าย อเล็กซิสเหลือบมองตามสายตาของอีกฝ่าย จึงเห็นว่าอเล็กซ์ยืนมองอยู่ ใบหน้านิ่งเช่นเคย แต่ก็ส่งไอเย็นมาถึงคนทั้งคู่“อยากอัปเดตหลายเรื่อง เช่นเธอถูกจับมาได้ไง แล้วก็ไปโดนพิษได้ไง” ระหว่างที่จอห์นคุย สายตาจะพะวงมองอเล็กซ์ตลอด อเล็กซิสรู้สึกเห็นใจ แฟนหนุ่มของเธอก็แบบนี้ ก่อนที่พวกเขาจะคบกัน อเล็กซิสหวั่นไหวแทบบ้ากับท่าทางมึน ๆ เหมือนไม่สนใจแต่ก็สนใจ และเมื่อคบกัน เขาแสดงออกว่าหวงอย่างชัดเจน นั่นแหละเธอยิ่งชอบช่วยไม่ได้ เขาปลุกนิสัยสาวช่างฝันในตัวเธอนี่นา“เดินไปคุยกันก็ได้นี่”จอห์นเหล่ตา “อ่า ก็อยากนะ แฟนเธอไม่เป็นมิตรกับฉันเลยน่ะสิ”อเล็กซิสกลอกตา แต่ปากอมยิ้ม “เขาชอบทำหน้านิ่ง ๆ แบบนี้แหละ” ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะทำหน้าง่วงนอน บางทีเธอก็รู้สึกว่าเป็นเพราะเขาขาดกัญชาหรือเปล่า แต่จะว่าไปหมอนี่ก็อารมณ์เดายากเป็นแบบนี้ประจำ“เอาน่า ช่างเถอะ” เขายิ้มเป็นนัย “เอาเป็นว่าตอนนี้โรซ่าชอบน้องชายของเธอมาก เชื่อเถอะ (อเล็กซิสทำหน้าเหวอ)
Read more

ปัญหาคู่รัก

คืนนั้นอเล็กซิสตาสว่างเกือบเช้า ตั้งแต่วันนั้นก็ยังไม่เข้าใจว่าทำอะไรผิด หรือจุดประสงค์ของฝ่ายชายคืออะไร พวกเขายังคงมีปฏิสัมพันธ์ทางกาย แต่เมื่อถึงจุดที่พร้อมขย้ำใส่กันแล้ว เขาก็ทำท่าเหมือนสะกดกลั้นแล้วหยุดไปดื้อ ๆ หลายวันเข้าเธอเริ่มโมโหจึงไม่อยากคุยกับเขาอีก หากไม่ใช่เพราะช่วงกลางวันมีสิ่งให้เรียนรู้มากมายคงหมกมุ่นกับความคิดบ้า ๆ ลึก ๆ เธอน้อยใจว่าตัวเองเป็นอะไรสำหรับเขากันแน่ อเล็กซิสไม่เคยคิดว่าเธอต้องมาเจอเรื่องนี้ โดยเฉพาะกับอเล็กซ์ ผู้ชายที่เธอคิดว่าผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน (เพื่อนสนิทของเบนจามิน โรซิเยร์คงไม่ใช่บาทหลวงหรอกนะ) คงจะดีกว่านี้ถ้าเขาไม่เริ่มสัมผัสตัวเธอเลย ถ้าเป็นแบบนั้นอเล็กซิสจะยังพอเข้าใจว่าเขาอาจคิดว่าเธอไม่พร้อม หรือเขาอาจรออะไรบางอย่างอยู่ แต่ในเมื่อเขายังเป็นฝ่ายเริ่มแล้วก็หยุดกลางคัน บางครั้งเธออยากจะถีบเขาลงจากเตียง“เธอกับรีเวอร์...โอเคไหม” อเล็กซิสแย้มถามเทสซ่าขณะพักกลางวัน ทั้งสองอยู่ในห้องครัว นั่งกินข้าวด้วยกันตามประสาผู้หญิง ปกติเทสซ่าจะประจำอยู่ห้องครัว เรียนรู้ระบบในตอนเช้า แต่หน้าที่ประจำอยู่ในนี้ ในฐานะอดีตพนักงานควีนส์เบอ
Read more

ตาทึ่ม

อเล็กซ์อ้าปากเหมือนจะพูดแล้วก็หุบ จากนั้นค่อย ๆ นั่งลงบนเตียง “พวกเรายังไม่พร้อม”“ฉันเข้าใจถ้านายบอกมาตามตรง” เธอบอก “ถ้าไม่พร้อมก็คือไม่พร้อม เราต้องมีระยะห่างนะอเล็กซ์” ทว่าในใจไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงไม่พร้อม“แต่ฉันอยาก...” เขากระแอมแก้เก้อนิดหนึ่ง “จะให้ทำยังไง ฉันอยู่ใกล้เธอก็อยากสัมผัสตัวนี่นา”“เราก็แค่กอดจูบกันปกติก็ได้นี่ ไม่ต้อง...ไม่ต้องเยอะกว่านั้น” เธอมองบน “นายจะทำแบบนี้ตลอดไม่ได้นะ เริ่มแล้วก็หยุดกลางคันน่ะ”“มันไม่ใช่เรื่องง่ายนี่” อเล็กซ์ท้วงอย่างดื้อดึง “ฉันอยากอยู่ใกล้ชิดกับเธอจริง ๆ ฉันพยายามแล้วที่จะไม่เริ่ม แต่มันอดไม่ได้ แล้วก็ไม่อยากหยุดเลย แต่ก็ต้องหยุด”“แต่มันไม่ยุติธรรมนี่” อเล็กซิสกระทืบเท้าเบา ๆ “เห็นไหม นายเห็นฉันเหมือนตุ๊กตา อยากทำอะไรก็ได้ที่นายพอใจ แล้วฉันล่ะ นายเคยคิดบ้างไหมว่าจะรู้สึกอย่างไร” เสียงของเธออ่อนลง “นายเห็นฉันเป็นตัวอะไร ตกลงรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่”&
Read more
PREV
1
...
3334353637
...
64
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status