Lahat ng Kabanata ng ลมหายใจจอมยุทธ์: Kabanata 11 - Kabanata 20

22 Kabanata

บทที่ 11 พันธสัญญาที่หายไป

หมอกหนาปกคลุมทั่วทิวเขา เส้นทางสู่วัดร้างที่ระบุไว้ในแผนที่ของหลัวซิงช่างยากจะผ่าน ราวกับสวรรค์ต้องการขัดขวางไม่ให้มนุษย์เข้าถึงบางสิ่งหยางเหวินและไป๋หรูอวิ๋นยืนอยู่เบื้องหน้าบันไดหินที่ทอดขึ้นสู่ยอดเขา ท่ามกลางไอหมอกขาวที่ม้วนตัวราวอสรพิษเงียบงัน“เจ้ามั่นใจหรือว่าเป็นที่นี่?” ไป๋หรูอวิ๋นถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหยางเหวินพยักหน้า เขาชูแผนที่ขึ้น เทียบกับเครื่องหมายสลักบนเสาไม้ผุพังที่แทบมองไม่เห็น รูปลมหายใจวนกลับด้านที่ถูกสลักด้วยอักขระโบราณ“ข้ารู้สึกถึงมัน” เขาว่า ดวงตาแน่วแน่ “ลมหายใจของอดีตยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่”ทั้งสองเดินขึ้นบันไดหินทีละขั้น หมอกหนาเริ่มแทรกเข้ามาในปอด ราวกับจะทดสอบจิตใจของผู้บุกฝ่ามันเข้าไปเมื่อมาถึงยอด พวกเขาพบวัดร้างขนาดเล็กตั้งอยู่กลางลานหิน วัดนั้นมีเพียงตัวอาคารหลักหนึ่งหลัง ไร้ผนัง ไร้หลังคา แต่ยังคงมีแท่นหินและรูปปั้นที่แตกร้าวตั้งตระหง่านอยู่บนแท่นหินนั้น มีหนังสือโบราณครึ่งเล่มวางอยู่ แผ่นกระดาษบางราวจะปลิวตามลม แต่กลับยังยึดมั่นอยู่กับแท่นราวกับถูกตรึงด้วยเจตจำนงบางอย่างหยางเหวินเข้าไปใกล้อย่างระมัดระวัง“นี่คือ คัมภีร์ลมหายใจกลับด้านครึ่งเล่ม?”
Magbasa pa

บทที่ 12 หุบเขาผู้ไร้เสียง

แสงเช้าสาดลงบนปลายหญ้า ละอองหมอกคลี่คลุมพื้นดินเบื้องหน้า หยางเหวินยืนอยู่กลางสันเขา เบื้องล่างคือหุบเขาที่ไม่ได้ปรากฏบนแผนที่ใด ๆ ในยุทธภพ หุบเขาผู้ไร้เสียง“เจ้าแน่ใจหรือ?” ไป๋หรูอวิ๋นเอ่ยขึ้นเบา ๆ ขณะยืนข้างกัน“คำจารึกในคัมภีร์ระบุชัดว่า ผู้ที่ครอบครองพลังทั้งสองครึ่ง ต้องเดินผ่านหุบเขานี้เพื่อทำให้พลังสมบูรณ์”เขาตอบ ขณะมองลงไปยังหุบเขาซึ่งคล้ายกลืนกินเสียงของสรรพสิ่ง ไม่มีแม้แต่เสียงนก เสียงลม หรือแม้แต่เสียงลมหายใจของตนเองพวกเขาเริ่มเดินลงจากสันเขา เข้าสู่ดินแดนที่เงียบงันที่สุดในยุทธภพ เมื่อฝ่าเข้าสู่หุบเขา ลมพลันดับ เสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้หายไป ราวกับทุกคลื่นเสียงถูกกลืนกินโดยบางสิ่งที่มองไม่เห็นหยางเหวินหยุดเดิน เขาหันมามองไป๋หรูอวิ๋น นางก็หยุดเช่นกัน ดวงตาสองคู่สบกัน ความเข้าใจไร้คำพูดเกิดขึ้นจากนี้ไป ห้ามเปล่งเสียงใด ๆ มิฉะนั้น พลังลมหายใจที่สะท้อนจะย้อนกลับใส่ผู้พูดทันทีในมือของเขา ตลับหยกที่บรรจุคัมภีร์เริ่มสั่นเบา ๆ เหมือนตอบสนองต่อสนามพลังที่มองไม่เห็นทางเดินในหุบเขานั้นคดเคี้ยว มีต้นไม้ประหลาดใบเรียวสูงตระหง่านขึ้นเรียงราย แต่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงใบไม้เสียดสีกันพว
Magbasa pa

บทที่ 13 พิธีหายใจร่วม

ทิวเขาแถบตะวันตกของหุบเขาผู้ไร้เสียงทอดยาวจนสุดสายตา สายลมพัดเฉื่อยเนิบพาเสียงใบไม้แผ่วเบาราวกับบทเพลงจากสวรรค์ หยางเหวินและไป๋หรูอวิ๋นเดินเคียงกันขึ้นสู่เนินหินสีเทา จุดหมายของพวกเขาคือศาลาศิลาแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่กลางกลุ่มหมอกเบื้องหน้าศาลา มีเสาหินสองต้นตั้งขนาบ บนยอดเสามีอักขระจีนสลักว่า “心息共鸣” หมายถึง “จังหวะใจและลมหายใจร่วมสะท้อน”ชายชราผู้พิทักษ์หุบเขารออยู่แล้ว เขาไม่เอ่ยถ้อยคำใด เพียงยื่นแผ่นไม้ให้ทั้งคู่คนละแผ่นแผ่นหนึ่งเขียนว่า “เมื่อใจประสาน ใจหนึ่งหายใจ อีกใจคือชีวิต”และอีกแผ่นหนึ่งว่า “หากหนึ่งสั่นคลอน อีกหนึ่งย่อมสลาย”หยางเหวินสบตาไป๋หรูอวิ๋น สายตานางมั่นคง แต่แฝงแววบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน หวั่นไหว“นี่คือพิธีที่ต้องเปิดใจจริงหรือ?” เขาถามผ่านลมหายใจนางพยักหน้า “ใช่ ต้องยอมให้อีกฝ่ายเข้าถึงรากแห่งจิต ความลับในใจทั้งหมด หากปิดบังแม้เสี้ยวหนึ่ง พลังจะย้อนทำลาย”ชายชราพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินถอยออกอย่างเงียบงัน ทิ้งไว้เพียงกระถางธูป และหินกลมอีกสองก้อนที่ฝังไว้ใต้ศาลาหยางเหวินและไป๋หรูอวิ๋นต่างหยิบหินขึ้นมาคนละก้อน เมื่อนำมาวางเคียงกัน ลวดลายบนหินก็ส่องแสงจาง
Magbasa pa

บทที่ 14 กระบี่ที่ไม่ต้องชัก

ลมยามเช้าในหุบเขาเงียบสงัด พาให้แม้แต่เสียงฝีเท้าของนกยังฟังดูดังกว่าปกติ หยางเหวินนั่งขัดสมาธิอยู่บนลานหิน ผืนคัมภีร์ลมหายใจกลับด้านครึ่งหลังวางอยู่เบื้องหน้า ลวดลายอักขระยังสั่นไหวเล็กน้อยราวกับหายใจได้เองไป๋หรูอวิ๋นนั่งเงียบอยู่ไม่ห่างนัก ดวงตาคู่นั้นเฝ้าสังเกตเขาอย่างนิ่งสงบ ราวกับกำลังรอฟังจังหวะของลมหายใจที่เปลี่ยนไปในตัวเขา หยางเหวินหลับตา สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆทุกสิ่งรอบตัวเริ่มเงียบงัน ราวกับใต้หล้าหยุดหมุน และแล้ว เขาก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว “กระบี่ มิได้อยู่ที่มือ หากแต่อยู่ที่ใจ”ในห้วงภวังค์นั้น ร่างของเขาปรากฏอยู่ในสนามหญ้าอันเวิ้งว้าง ดาบนับร้อยเล่มปักอยู่บนพื้น แต่ไม่มีเล่มใดขยับ เสียงเดิมกล่าวอีกว่า“หากเจ้าจะเป็นจอมยุทธ์ที่แท้ เจ้าจักต้องวาดกระบี่ด้วยลมหายใจ ไม่ใช่ด้วยฝ่ามือ”เขายื่นมือออกไปโดยสัญชาตญาณ กระบี่เล่มหนึ่งสั่นไหวเล็กน้อย แต่ไม่ขยับ “ใจเจ้ายังลังเล ยังเต็มไปด้วยคำถาม”ภาพนั้นสั่นไหว ก่อนทุกสิ่งจะพังทลายลง กลับคืนสู่ความมืด หยางเหวินลืมตาขึ้นพร้อมเหงื่อไหลชุ่มกลางหลัง ไป๋หรูอวิ๋นถามเบา ๆ“เจ้ารู้สึกถึงกระบี่นั้นแล้วหรือไ
Magbasa pa

บทที่ 15 สังเวียนไร้เสียง

กลิ่นหอมของหมั่นโถวยามเช้าและเสียงเห่าหอนของสุนัขยามปะปนกับเสียงฝีเท้าผู้คนมากมายทำให้บรรยากาศในเมืองตงหลินครึกครื้นอย่างประหลาด แม้เมืองนี้จะขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองกลางที่ตั้งอยู่ระหว่างสำนักหลักทั้งห้า แต่สิ่งที่ทำให้มันโด่งดังคือ “สังเวียนเงียบงัน” สถานที่ประลองที่ไม่อาจส่งเสียงใด ๆ ได้หยางเหวินกับไป๋หรูอวิ๋นเดินเข้าเมืองพร้อมชุดผ้าธรรมดาไร้ลวดลาย ลมหายใจของทั้งสองสอดคล้องราวกับเพลงบรรเลงในราตรี“ที่นี่คือเมืองตงหลิน?” หยางเหวินถาม“ใช่” ไป๋หรูอวิ๋นพยักหน้า“สังเวียนอยู่กลางเมือง ใต้เจดีย์หินทั้งห้า”ระหว่างทางเข้าสู่ตลาด ทั้งคู่ได้ยินเสียงพูดคุยของชาวยุทธ์มากมาย บ้างเอ่ยถึงผู้แข็งแกร่ง บ้างเอ่ยถึงคำสาปของกระบี่ที่ไม่ต้องชัก บ้างเอ่ยถึงชายลึกลับที่ “ไม่มีลมหายใจ” คำหลังสุดทำให้หยางเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง“ชายผู้ไม่มีลมหายใจ? ใครกัน?” เขาพึมพำกับตนเอง“มีข่าวลือว่าเขาไม่เคยหายใจเลยแม้แต่ครั้งเดียวตั้งแต่เกิด แต่กลับชนะทุกประลองในสังเวียนไร้เสียง” ไป๋หรูอวิ๋นเอ่ยอย่างเคร่งเครียด “บางคนว่าเขาเป็นศพฟื้นคืนชีพ บางคนว่าเขาเป็นเงาของพลังอาฆาต”หยางเหวินเม้มริมฝีปากแน่น “ข้าต้องการพบเขา”เมื่อ
Magbasa pa

บทที่ 16 หัวใจที่ไม่อาจหายใจได้

ภายหลังการประลองเงียบงันในเมืองตงหลิน สิ่งที่หลงเหลือไว้คือชื่อเสียงของหยางเหวินที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งยุทธภพ ผู้คนเริ่มกล่าวถึงเขาในนาม “จอมยุทธ์แห่งลมหายใจ” แต่สิ่งที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ คือรอยร้าวภายในหัวใจของสตรีหนึ่ง ไป๋หรูอวิ๋นในคืนที่หมอกบางคลี่คลุมค่ายพัก หยางเหวินนั่งหลับตา ฝึกลมหายใจกลางแสงจันทร์ ส่วนไป๋หรูอวิ๋นนั่งเงียบอยู่ริมสระน้ำข้างต้นหลิว ใบหน้าเงียบขรึมอย่างผิดปกตินางหลับตาแนบอก ฟังจังหวะในอกตนเอง แต่กลับพบเพียงความเงียบ ความเงียบอันน่ากลัวที่เคยชินมาทั้งชีวิต“เจ้าฝึกพลังหรืออยู่กับความเงียบของตนเอง?” หยางเหวินเดินเข้ามาเงียบ ๆ เอ่ยถามไป๋หรูอวิ๋นลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตานิ่งสงบ แต่ภายในซ่อนความปั่นป่วน“ข้ากำลังฟัง” นางกล่าว “ ว่าหัวใจของข้ายังมีเสียงอยู่หรือไม่”หยางเหวินนิ่งไป หัวใจเขากระตุกแปลกประหลาดกับคำพูดนั้น“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”ไป๋หรูอวิ๋นไม่ตอบทันที นางเพียงยื่นมือออกไปแตะอกของเขาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า“ที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ เป็นเพราะลมหายใจของผู้อื่น ไม่ใช่ของข้าเอง”“....”“ข้าถูกบิดารับไปเลี้ยงจากหญิงเร่ร่อนคนหนึ่งเมื่อตอนข้ายังแบเบาะ ท่านหมอบอกว่า ข้าไม่มีชีพจ
Magbasa pa

บทที่ 17 ความจริงจากสำนักฟ้าเทียน

รุ่งเช้า ณ ริมผาสูงทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาณาเขตสำนักฟ้าเทียน แดดยามเช้าส่องลอดม่านหมอกคลี่ตัวบางเบา ขณะที่หยางเหวินกับไป๋หรูอวิ๋นยืนอยู่หน้าแท่นหินจารึกโบราณที่แทบจะถูกเถาวัลย์กลืนกินจนหมด“นี่คือประตูขั้นแรกของเขตต้องห้ามสำนักฟ้าเทียน” ไป๋หรูอวิ๋นกระซิบหยางเหวินใช้ปลายนิ้วสัมผัสลวดลายโบราณบนแผ่นหิน มีลายเส้นหนึ่งที่เหมือนกระแสลมหายใจคดเคี้ยวขึ้นฟ้า“นี่ไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ นี่คือแบบฝึกลมหายใจสายหนึ่ง” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ใช่” นางพยักหน้า “ท่านอาจารย์เคยบอกว่าหากลมหายใจของผู้ใดเข้าถึงจังหวะที่จารึกนี้ปรากฏ ประตูสำนักจะเปิดออกเองโดยไม่ต้องใช้แรง”หยางเหวินนั่งลงขัดสมาธิ ฝึกปราณหน้าจารึกนั้นทันที ไป๋หรูอวิ๋นนั่งลงข้าง ๆ เขา หลับตาแนบแน่น ปรับลมหายใจให้นิ่งเฉกเช่นกัน แม้ไร้ชีพจรของตน แต่นางยังฝึกเพื่อร่วมสภาวะกับเขาให้มากที่สุดลมหายใจแรกคือสายหมอก ลมหายใจที่สองคือเสียงของเขา และลมหายใจที่สามคือเสียงของใต้หล้าที่ไร้คำพูดผ่านไปหนึ่งชั่วยาม เสียงกึกเบา ๆ ดังขึ้นที่แท่นหิน จากนั้นพื้นหินตรงหน้าก็สั่นไหว เผยบันไดหินทอดลึกลงไปเบื้องล่าง“เปิดแล้ว”หยางเหวินลืมตา ดวงตาเปล่งประกายเงี
Magbasa pa

บทที่ 18 ลมหายใจสุดท้ายของอาจารย์

ลมหนาวปลายฤดูพัดผ่านสันเขาต้าหลาน ดอกบ๊วยผลิดอกเต็มกิ่ง ท่ามกลางผืนหิมะที่ยังไม่ละทิ้งกลิ่นไอเยือกเย็นหยางเหวินและไป๋หรูอวิ๋นยืนอยู่เบื้องล่างยอดเขา สายตาจับจ้องเส้นทางที่เคยเดินผ่านมาเมื่อหลายเดือนก่อน“มันคือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง” หยางเหวินกล่าว พลางยกมือแตะอก “ข้ารู้ว่าพลังทั้งหมด จะต้องจบลงที่นี่”“และจบลงกับเขา หลัวซิง” ไป๋หรูอวิ๋นพูดแผ่วเบา ดวงตาคล้ายมีหมอกบางแห่งความรู้สึกค้างคาทั้งสองปีนสู่ยอดเขาอย่างช้า ๆ ฝ่าลมหนาว หิมะ และเสียงลมหายใจของธรรมชาติที่ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่งเมื่อถึงลานหน้าศาลาพักเก่า เสียงกระแอมหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน“เจ้ากลับมาแล้วหรือ”เสียงนั้นมาจากหลัวซิง ผู้ชราลงกว่าเดิม แต่แววตายังแจ่มกระจ่างราวกับเคยเฝ้ามองใต้หล้าอย่างลึกซึ้ง“ท่านอาจารย์” หยางเหวินประสานมือคารวะด้วยความเคารพ “ข้ากลับมา พร้อมคัมภีร์”หลัวซิงเดินออกมาช้า ๆ มือหนึ่งถือไม้เท้า อีกมือแนบหลัง “เจ้าจึงรู้แล้ว ว่าแท้จริง พลังนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถือครอง แต่คือสิ่งที่มอบ”หยางเหวินพยักหน้า “และข้าจะมอบมัน อย่างที่ท่านเคยมอบลมหายใจแรกให้ข้า”หลัวซิงหัวเราะเบา ๆ “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็พร้อมแ
Magbasa pa

บทที่ 19 ชีวิตที่หายใจแทนกัน

ไป๋หรูอวิ๋นเงียบงันในคืนที่สายลมสะบัดผ่านยอดไม้ ดวงตานางทอดมองสายน้ำเบื้องหน้าโดยไม่กะพริบ แม้ท่าทีภายนอกจะนิ่งเฉยเช่นเดิม แต่หยางเหวินสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่แปลกไป“เจ้าหายใจถี่ขึ้น” เขากล่าวเบา ๆ ขณะนั่งลงข้างนางใต้ต้นหลิว “เกิดอะไรขึ้น”ไป๋หรูอวิ๋นไม่ตอบในทันที ริมฝีปากขยับเพียงน้อยราวลังเล“ข้ารู้ตัวดีว่าข้า ไม่มีลมหายใจของตนเองมาตั้งแต่เกิด” นางกล่าวช้า ๆ “ชีวิตของข้าอาศัยลมหายใจของผู้อื่น ผ่านพิธีของสำนักเก่าที่ข้าจากมา”หยางเหวินเบิกตากว้างเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่า...”“ใช่ ข้าคือสตรีผู้ถูกฝึกให้ดำรงอยู่ได้ด้วยพลังชีวิตของผู้อื่น” เสียงของนางเรียบเฉย “ข้าจึงไม่กล้าผูกพันกับผู้ใดนัก เพราะหากคนผู้นั้นสูญเสียพลัง ข้าก็จะตาย”เขาเงียบงัน ลมหายใจหนึ่งเคลื่อนผ่านร่างเขาดังแผ่วเบา ก่อนเขาจะกล่าว “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะให้ลมหายใจของข้าแก่เจ้า”ไป๋หรูอวิ๋นเบิกตา ดวงหน้าที่เคร่งขรึมมาตลอดมีรอยไหวสั่น“อย่าพูดอะไรบ้า ๆ สิ เจ้าคือผู้ถือครองคัมภีร์ เจ้าจะเสียพลังไม่ได้”“หากพลังนี้มีไว้เพื่อปกป้องผู้คน ข้าจะเริ่มจากเจ้าก่อน” หยางเหวินกล่าวชัดเจน “เจ้าไม่ใช่แค่ศิษย์ร่วมสำนัก หรือเพื่อนร่วมทาง เจ้า
Magbasa pa

บทที่ 20 ลมหายใจที่ใต้หล้าจดจำ

ยุทธภพเงียบสงบมาได้หลายเดือนหลังเหตุการณ์ที่สำนักใหญ่ทั้งหลายหยุดตามล่าคัมภีร์ลมหายใจกลับด้าน เมื่อรู้ว่าเจ้าของพลังได้สละมันไปแล้วอย่างสิ้นเชิงหยางเหวินและไป๋หรูอวิ๋นใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายในเรือนกลางหุบเขาเงียบสงัด ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และเปิดตำราเก่าให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ไม่ใช่แค่กระบวนท่า แต่รวมถึงการเข้าใจหัวใจของตนเองข่าวเล่าขานถึง “จอมยุทธ์ผู้ไม่มีลมหายใจ” แพร่สะพัดออกไปในหมู่บ้านห่างไกล สำนักเล็ก สำนักใหญ่ รวมถึงลูกศิษย์ลูกหาในยุทธภพต่างอยากพานพบชายผู้หนึ่งที่มีพลังจากใจ ไม่ใช่จากฝีมือวันหนึ่ง เด็กหนุ่มคนหนึ่งจากเมืองหลวงมาปรากฏตัวที่หน้าประตูบ้านของหยางเหวิน“ข้าได้ยินว่า ที่นี่มีคนที่สามารถสอนข้าวิชาที่ไม่ต้องใช้ลมหายใจ” เขาเอ่ยด้วยดวงตาที่เปล่งแสงจริงจังหยางเหวินยิ้ม เพียงกล่าวว่า “ไม่มีวิชาที่ไม่ใช้ลมหายใจ มีแต่ใจที่หายใจให้ถูกเท่านั้น”เขาพาเด็กหนุ่มไปนั่งใต้ต้นหลิว สอนให้หลับตาฟังเสียงหัวใจตนเองแทนการเร่งฝึกฝนพลังภายนอกไป๋หรูอวิ๋นมองภาพนั้นจากระยะไกล ดวงหน้าเปี่ยมด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะหันกลับไปคัดลอกคัมภีร์เล่มใหม่ที่พวกเขาตั้งชื่อว่า “ลมหายใจแห่งใจ”ขณะเดียวกัน ที่
Magbasa pa
PREV
123
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status