บททั้งหมดของ หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก: บทที่ 131 - บทที่ 140

214

บทที่ 130

“ซูเซียง เจ้ารับปากแล้วว่าจะช่วยข้า...อย่าบอกเรื่องเด็กคนนี้ให้ใครรู้เด็ดขาด จำได้ใช่หรือไม่”“แต่ว่า...” หญิงหม้ายเม้มปากผู้อื่นเป็นบิดา จะไม่ให้รู้เลยจริงๆ หรือ... แม้แรกนางจะเห็นสภาพขององค์หญิงที่ยับเยินถึงเพียงนั้นแล้ว แต่ต่อมานางก็ได้เห็นกับตาว่าแม่ทัพผู้นั้นทะนุถนอมองค์หญิงของนางเพียงใด เนื้อแท้แล้วคงไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำอะไรมากมายนักหรอก หากทั้งสองสามารถใช้ชีวิตร่วมกัน องค์หญิงเองก็จะได้มีท่านแม่ทัพ... อา...องค์หญิงกับแม่ทัพ…ภาพงดงามในความคิดของซูเซียงคล้ายเปลวไฟของเทียนที่หมดไส้ สว่างไสวได้ครู่เดียวก็วูบดับ นั่นสินะ มิใช่แคว้นเดียวกัน แต่เป็นองค์หญิงของแคว้นหนึ่งกับแม่ทัพของอีกแว่นแคว้นหนึ่ง ซ้ำยังเป็นศัตรูล้างผลาญกันเช่นนี้...ซูเซียงได้แต่พยักหน้ารับอย่างยินยอม แล้วอุ้มครรภ์อุ้ยอ้ายออกมาจากห้องนอนหลัก ค้อมคำนับแม่ทัพทมิฬที่มีสีหน้าร้อนรนเล็กน้อย ดวงตาหลุบต่ำอย่างอ่อนน้อมขณะกล่าวอย่างระมัดระวัง “แม่นางท่านนี้เพียงตกใจเท่านั้น อาการเช่นนี้เรียกว่าไข้ใจกำเริบเจ้าค่ะ” คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยหยางหยางลอบกำหมัดแน่น “องค์...แม่นางตกใจมากเลยหรือ”
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 131

ยามนี้สถานะของซูเซียง ไม่ต่างอะไรไปจากคนสนิทขององค์หญิงนางทั้งได้รับการปฏิบัติอย่างเคารพให้เกียรติ ซ้ำยังมีอำนาจสั่งการสาวใช้ในเรือนหลักเต็มที่แม้จะดูคล้ายให้อำนาจและความไว้วางใจถึงเพียงนั้น ทุกครั้งที่ ‘หมอหญิงของเรือนหลัก’ ส่งสาวใช้มาส่งใบเบิกยาและแจ้งรายการอาหารที่เหมาะสมสำหรับสตรีที่นางคอยดูแล หยางหยางได้สั่งให้หมอของกองทัพตรวจดูให้แน่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่หญิงหม้ายเบิกไปใช้มีอะไรบ้าง ใช้ทำอะไรบ้าง มีพิษหรือไม่ ส่งผลดีหรือเสียต่อร่างกายอย่างไร ตรวจสอบไปถึงตัวยาและอาหารที่จัดให้ก่อนหน้านี้นับตั้งแต่เริ่มเข้ามาช่วยดูแลรักษาอาการอยู่ข้างกายองค์หญิงรองหมอหลวงสวี่ และหมอหลวงอีกสองคนที่กลับมาพร้อมกองกำลังขนาดเล็กที่แบ่งมาจากกองทัพที่ดูแลเมืองหลวงแคว้นป๋าย เดินทางมาถึงนานแล้ว ทว่าพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นชาย จึงไม่สะดวกตรวจรักษาให้องค์หญิงรองที่เป็นสตรี ดังนั้นจึงอาศัยพิเคราะห์วินิจฉัยอาการป่วยขององค์หญิงหนิงซินผ่านใบสั่งยาครั้นเห็นว่าตัวยาเหล่านั้นเป็นยาบำรุงครรภ์และยาคลายเครียดก็ดีใจยิ่งนัก ต่างพากันตระเตรียมตัวที่จะบอกบุรุษที่เพิ่งจะพิชิตทั่วหล้า ว่าสตรีของเขากำลังตั้งครรภ์ลูกน้อยของ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 132

เห็นสีหน้าอีกฝ่ายแล้ว ซูเซียงก็แสร้งกล่าวอย่างกังวล“ตัวยาไม่ได้แพงไปใช่หรือไม่? ความจริงแล้วยาบำรุงครรภ์ไม่จำเป็น ต้องราคาแพง แต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง ข้าจึงเลือกใช้เอาตามความเหมาะสมและจำเป็น ลืมคิดเสียสนิทว่ายาบางชนิดอาจล้ำค่าเกินไป..”สาวใช้ห้องยาใบหน้าเหยเกขึ้นทุกที“แล้ว...แล้วของแม่นางด้านใน...”“ของแม่นางท่านนั้นก็เป็นยาคลายเครียดอย่างไรเล่า ข้าก็บอกเจ้าไปแล้วนี่ ดูสิ เจ้าเห็นหรือไม่ว่าข้าสั่งแต่ตัวยาที่ดีที่สุดให้นาง...”“...เห็นเจ้าค่ะ”เห็นสาวใช้ห้องยาลอบบุ้ยปาก ซูเซียงก็แทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ดูหงุดหงิดเช่นนี้ คงไม่ใช่เพียงแค่มาสืบความ แต่อยากเข้าหาสตรีที่อุ้มครรภ์ทายาทแม่ทัพใหญ่ คิดจะมาฝากตัวติดตามด้วยกระมัง...ทว่าคนที่หงุดหงิดมากกว่านางย่อมเป็นหมออาวุโสเหล่านั้นแน่นอนอยู่แล้ว...และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆทันทีที่ได้ยินสาวใช้น้อยมาฟ้องว่า ยาบำรุงครรภ์ไม่ใช่ของแม่นางในเรือนหลัก แต่เป็นยาที่แม่นางในเรือนหลักเมตตาสั่งให้ท่านหมอหญิงสั่งไปเพื่อใช้บำรุงครรภ์ของท่านหมอเอง เหล่าผู้อาวุโสก็ทั้งหงุดหงิด ทั้งเสียดาย อดคิดไม่ได้ว่าดีนักที่ยังมิได้เอาเรื่องราวที่พวกตนต่างละเมอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 133

"เมืองหน้าด่านรอบๆ ยังเดือดร้อนอยู่ เราจะช่วยบูรณะบ้านเมืองที่เสียหายจากสงครามพอให้ชาวบ้านสามารถอยู่อาศัยต่อไปและพึ่งพาตนเองได้" หยางหยางกล่าวอย่างหนักแน่น "นี่คือสิ่งที่เราควรทำในฐานะผู้พิชิต"เหล่าขุนพลมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาเข้าใจดีว่าเมื่อสงครามผ่านพ้น ชาวเมืองแคว้นป๋ายคงต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากไปอีกพักใหญ่หากพวกเขาช่วยกัน อย่างน้อยๆ ชาวเมืองก็จะไม่ต้องทุกข์ทนมากนักอีกประการหนึ่ง ผู้เป็นนายคิดอ่านกระทำการสิ่งใด พวกเขาเหล่าแม่ทัพนายกองที่ไหนเลยจะไม่ทำตาม"ขอรับท่านแม่ทัพ" ทั้งหมดกล่าวพร้อมกัน "พวกข้าจะทำตามคำสั่ง"หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย เหล่าขุนพลและแม่ทัพนายกองทั้ง หลายต่างนำแผนการที่เกี่ยวข้องกับตนเองไปปฏิบัติ ห้องหนังสือที่เมื่อครู่ก่อนยังแออัดคลาคร่ำไปด้วยบุรุษร่างใหญ่หลายคน ยามนี้ดูโล่งตาขึ้นทันทีภายในห้องประชุมที่เงียบสงัด เหลือเพียงหยางหยางและอีเหิงเพียงลำพังรองแม่ทัพฝ่ายขวาที่สังหรณ์ใจถึงอาการป่วยของหนิงซินตัดสินใจเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง"ท่านแม่ทัพ ท่านได้ไปดูอาการองค์หญิงบ้างหรือไม่ขอรับ?"หยางหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ"ยุ่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 134

จุดเริ่มต้นของความเสื่อมทราม มาจากการที่เหล่าทหารพลัดทัพของแคว้นป๋ายด้านนอกชายแดนกลายเป็นกลุ่มโจรดักปล้นสดมภ์ ทำให้พ่อค้าและแม้แต่สำนักรับจ้างคุ้มภัยทั้งหลายไม่กล้าออกเดินทาง การแลกเปลี่ยนอาหารและข้าวของเครื่องใช้ระหว่างเมืองจึงหยุดชะงัก ผลที่ตามมาอย่างรวดเร็วคือปัญหาขาดแคลนอาหารและข้าวของหลายอย่าง ทำให้ไม่นานนักเมืองใหญ่ที่ไม่เคยมีโจรออกอาละวาดค่อยๆ เริ่มมีกลุ่มโจรออกปล้น ฆ่า ฉุด ชิง วิ่งราว ปัญหาโจรขโมยที่หายไปจากแคว้นป๋ายเนิ่นนานนับสิบปี จู่ๆ ก็เพิ่มขึ้นทบทวี จนตอนนี้ แม้แต่ยามกลางวันก็ต้องคอยระมัดระวังรักษาเวรยามให้แน่นหนา ผู้คนพากันปิดประตูเรือน หยุดค้าขาย บนถนนไร้คนสติดีๆ สัญจรไปมาเมื่อเห็นแล้วว่าต่อให้กระทำความผิดก็ไม่ได้รับบทลงโทษใด ผู้หลงผิดหน้ามืดตามัวเหล่านั้นก็ยิ่งย่ามใจ นานวันเข้าก็ถึงขั้นที่ว่า หากบ้านตระกูลใดมีหญิงที่ยังสาว ขอเพียงไม่ถึงขั้นอัปลักษณ์ แม้จะพิกลพิการก็ตาม จากที่เคยอยู่อย่างสบายใจ พวกนางกลับต้องคอยอยู่อย่างหวาดระแวง ในแต่ละวันได้แต่เฝ้าตรวจสอบว่าปิดประตูเรือนแน่นหนาดีแล้วหรือยัง จะมีคนโฉดชั่วกลุ่มใดบุกเข้ามาฉุดคร่าลากตัวไปกระทำย่ำยีเอาตามใจดังที่บ้านใกล้เ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 135

หยางหยางรับรู้เรื่องราวร้องทุกข์กล่าวโทษเหล่านี้ผ่านสารที่ส่งมาจากกองทหารซึ่งตนเพิ่งจะแบ่งกำลังให้กระจายตัวออกไปควบคุมความสงบ ช่วยเหลือชาวบ้านในเมื่อไม่กี่วันก่อน อ่านเรื่องราวเหล่านี้แล้ว ก็อดนึกทบทวนเรื่องการศึกสงครามครั้งนี้ไม่ได้มิใช่ไม่เข้าใจความทุกข์ยากของผู้คน มิใช่โหดร้ายไร้เมตตาเพียงนั้นเขาพยายามแล้ว หาใช่ไม่พยายาม แต่ชนชั้นปกครองที่ใดก็ล้วนดื้อรั้น หวงอำนาจ เห็นแก่ตัว ใช้ทหารและชาวเมืองเป็นโล่กระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดังนั้น แม้จะหลีกเลี่ยงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ หากจะกล่าวว่ากองทัพและการสู้รบจะมิก่อให้เกิดความสูญเสียใดเลย คำกล่าวประโลมโลกเหล่านั้นย่อมเป็นเรื่องโกหกนับตั้งแต่ชายแดนแคว้นป๋ายจนถึงเลี่ยงจินอู่ ยามบุกโจมตีทุกเมืองล้วนเกิดเรื่องเดิมๆ วนซ้ำ เจ้าเมืองเหล่านั้นก็หวังเพียงต้องการรักษาอำนาจและความสบาย กระทั่งรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ ก็ยังสั่งให้ผู้อื่นตั้งแนวรบตรึงกำลัง เพียงเพราะต้องการเพิ่มเวลาให้ตนเองทั้งตระกูล สามารถช่วยกันหอบหิ้วขนเอาเงินทองของมีค่า ลอบหลบลี้หนีภัยทว่ากับเมืองหลวงนั้นต่างกันออกไปตั้งแต่แรก เขามิได้และไม่เคยคิดสั่งให้ใช้กำลังโถมเข้าโจมตีเมืองหลว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 136

เพราะเหตุดังที่ว่า แม่ทัพขุนพลของเฮยเซ่อเย่ว์ประชุมกันครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาเหล่านักรบมือเปื้อนเลือดไม่อาจพูดได้อย่างเต็มปากว่าต้องการสันติภาพ ทว่าในฐานะปุถุชนซึ่งเกิดบนแผ่นดินที่หาได้ไร้อารยะ หากมิใช่ผู้มีจิตใจเหี้ยมโหดโดยเนื้อแท้ หรือเป็นผู้มีจิตวิปลาส ปุถุชนคนธรรมดาเช่นพวกตนที่ไหนเลยจะไม่รังเกียจการฆ่าฟัน“การศึกของพวกเรา แม้แต่แรกจะทำเพื่อแก้แค้นทวงความยุติธรรม กู้พระเกียรติของอดีตรัชทายาทและเหล่าองค์ชาย ทว่ายามนี้เป้าหมายมิใช่เพียงต้องการพิชิตชัยเหนือเหล่าผู้ร้ายตัวจริงที่เอาแต่นั่งเสวยสุขอยู่บนภูดูพยัคฆ์และสุนัขกัดกันอยู่หลังม่านอีกชั้นเท่านั้น แต่ยังทำเพื่อปลดปล่อยผู้คนจากคำลวงของราชวงศ์ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าชีวิตคนทั่วหล้า โหดเหี้ยมอำมหิตโดยสันดาน พฤติกรรมต่ำทรามชั่วช้า ใช้ลัทธิ ศาสนา ชี้นำผู้คนให้ก่อความวุ่นวาย” หยางหยางชี้แจงเสียงขรึม “หากเพียงต้องการพิชิต แค่เผาเมืองให้ราบเสียไม่ดีกว่าหรือ ระหว่างนั้นก็ปิดหูเสีย ไม่ต้องสนใจเสียงกรีดร้องของราษฎรที่ไร้ความผิด พวกท่านทนเห็นเมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้าง ใต้ดินมีซากร่างนับไม่ถ้วนถมทับ บนดินมีผู้คนนับแสนพลัดที่นาคาท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 137

ยามนี้ทัพเฮยเซ่อเย่ว์สามารถบุกเข้าวังหลวง จับกุมเหล่าผู้ร้ายในคราบวิญญูชนได้เสียที เหลือก็แต่ขั้นตอนสุดท้ายหลังเสร็จสิ้นสงคราม...สิ่งที่หยางหยางไม่เคยคาดคิดมาก่อน คือเรื่องที่ระหว่างศึกสุดท้ายนี้ ในใจตนจะยังมีเหตุผลสนับสนุนการกระทำของตน...โดยเฉพาะเรื่องที่ตั้งใจจะทำหลังสงคราม เพิ่มขึ้นเป็นข้อที่สาม…เหตุที่เขาแม้กรุ่นโกรธเพียงใด ก็ยอมฝืนข่มกลืนโทสะลงท้อง ล้วนเป็นเพราะเขารู้ว่าหากทำลายแคว้นนี้จนพินาศ สิ่งที่จะภิณท์พังลงไปด้วย ย่อมเป็นสตรีที่ช่างอ่อนโยนจนน่าสงสารผู้นั้นที่ผ่านมา ระหว่างเขากับองค์หญิงรองแคว้นนี้ แต่แรกเป็นเขาที่อยากหาข้ออ้างเหมาะๆ สักข้อเพื่อพักทัพ ประวิงเวลา รอให้คนของตนได้แฝงตัวแทรกซึมเข้าไปในเมืองหลวงแคว้นนี้ได้มากพอที่จะกระทำตามแผนการต่างๆ...เบื้องล่างชักจูงผู้คนให้ค่อยๆ เอาใจออกห่างผู้ปกครองที่โฉดเขลาไร้สามารถ และชี้ให้เห็นว่าเลี่ยงจินอู่ที่ปกครองโดยเฮยเซ่อเย่ว์นั้นงดงามสุขสงบเพียงใด ในหมู่ขุนนาง คอยเป่าหูยุยงให้คนเหล่านั้นห้ำหั่นกันเอง ไม่ว่าท้ายที่สุดผู้เหลือรอดจะเป็นฝ่ายใด ล้วนเป็นการช่วยตัดกำลังคนแคว้นป๋ายทั้งนั้น... และแม้แต่เบื้องบน โดยที่ไม่มีใครนึกฝัน ข้า
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 138

“ถึงเวลาแล้วหรือขอรับ” อู่เฟิงถามหยางหยางพยักหน้ารับ“ช้ากว่านี้เห็นทีแถบชายแดนจะกลายเป็นเมืองร้างยากฟื้นตัว ตามหมอหลวงมาด้วย พวกเขาเองก็จำเป็นต่อแผนการบูรณะเมืองเช่นกัน”“ขอรับ”หยางหยางสั่งการให้แบ่งกองกำลังออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มแรกประกอบด้วยยอดขุนพลสองพี่น้องสกุลเจี้ยน เจี้ยนจี้ และเจี้ยนเจา ให้ดำเนิน การคุมทัพตะวันออกดูแลบูรณะจากกึ่งกลางสู่ฝั่งตะวันออก คือป๋ายเหลียงอู่ โดยมีคำชี้แนะของกุนซือโอวหยางจื้อในการบูรณะซ่อมแซม และให้หมอหลวงเซวียนฮุ่ยให้คำแนะนำตลอดจนควบคุมดูแลหมอทหารให้ช่วยกันดูแลเรื่องความสะอาดและรักษาโรคบรรเทาทุกข์ในส่วนของฝั่งตะวันตกนั้นมีการบูรณะจากกึ่งกลางสู่ฝั่งตะวันตก โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองหน้าด่านฝั่งทิศตะวันตก จินเหอ การทำงานมีแผนงานไม่ต่างจากทัพตะวันออกมากนัก โดยให้เกาเจิน กงหนิวฉือ พร้อมทั้งยอดกุนซือเยวี่ยเฟย และหมอหลวงอาวุโสกงหนิว-กงหนิวซีอัน คอยดูแลเป็นที่ปรึกษา หน้าที่ไม่ต่างจากทัพตะวันออกระหว่างการประชุมแบ่งงานนี้ เกิดการท้าประชันขันแข่งกันระหว่างทัพตะวันออกและทัพตะวันตก ว่าฝ่ายใดจะทำงานคืบหน้า สามารถบูรณะบ้านเมืองได้รวดเร็วกว่ากัน โดยมีเงื่อนไขว่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 139

แสงเทียนส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของเหล่าเชื้อพระวงศ์สกุลอิ๋งที่นั่งร่วมโต๊ะอาหาร บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดจนแทบจะกลั่นออกมาเป็นน้ำได้ เสียงตะเกียบกระทบจานดังกังวานเป็นระยะๆ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลใจที่ทุกคนกำลังเผชิญพวกเขาจะเคยลำบากเช่นนี้ที่ใดกัน!หุบเขาทางเหนือของพวกเขาที่เคยสร้างเป็นพระราชวังฤดูร้อน หรือจวนพักตากอากาศของบรรดาเชื้อพระวงศ์และชนชั้นสูงต่างๆ ยามนี้กลับถูกทหารเลวของเฮยเซ่อเย่ว์บุกทำลายเพียงเพื่อที่จะเข้าไปในลานล่าสัตว์ เพื่อนำสัตว์เหล่านั้นและผลไม้ที่ออกผลสะพรั่งตลอดทั้งสี่ฤดูกาลออกมาแจกจ่ายให้แก่ราษฎร ช่างบังอาจยิ่งนัก!บรรดาชนชั้นสูงของแคว้นป๋ายที่บัดนี้ถูกกักบริเวณเพื่อรอการตัดสินใจจากทางเฮยเซ่อเย่ว์ต่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันไปตามๆ กัน พวกเขาหรือจะได้ประสบกับความยากแค้นเช่นนี้ จากอาหารที่มีอยู่เต็มโต๊ะ มากมายเพียงพอที่จะกินแค่อย่างละคำแล้วอิ่มได้ บัดนี้กลับเหลือเพียงกับข้าวไม่กี่อย่าง แม้จะยังคงกินได้อิ่ม แต่มันไม่อาจเทียบได้กับความอิ่มหนำชนิดที่อิ่มซาบไปถึงวิญญาณที่ผ่านๆ มาของพวกเขาเลยสักนิดเมื่อก่อนแม้จะเป็นเพียงข้าวผัดไข่ธรรมดา แต่ข้าวยังคงต้องเป็นข้าวไข่มุ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1213141516
...
22
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status