Lahat ng Kabanata ng หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก: Kabanata 111 - Kabanata 120

214 Kabanata

บทที่ 110

คำพูดของหยางหยางทำให้หนิงซินรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจนางรู้ดีว่าสงครามไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง และทุกชีวิตที่ต้องสูญเสีย ล้วนนำมาซึ่งความโศกเศร้า“ข้าขอร้อง...”หนิงซินพยายามจะพูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง เขารู้ว่านางจะพูดอะไร เขาเองก็ฟังมามากพอแล้วเช่นกันหยางหยางส่ายหน้าเบาๆ“ได้เวลาแล้ว” เขาพูดเสียงเรียบ “รอข้าอยู่ที่นี่”เมื่อสวมเกราะสุดท้ายเสร็จสิ้น แม่ทัพทมิฬก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เงาร่างบอบบางยืนมองส่งเขาอย่างเดียวดายหนิงซินเม้มริมฝีปากแน่นก่อนตัดสินใจเดินตามไป ทว่าไม่ทันจะก้าวขาออกจากประตู เหล่าสาวใช้ที่รอปรนนิบัติดูแลนางอยู่ด้านนอกก็พากันคุกเข่าลง ใบหน้าเผือดสีหนิงซินเข้าใจในความหวาดกลัวของคนเหล่านี้ จึงไม่กล้าทำให้พวกนาง ทหารยาม และองครักษ์ทั้งหลายลำบากใจ ได้แต่เฝ้ามองเงาร่างของอีกฝ่ายหายลับไปจากประตูวงเดือนด้วยความรู้สึกผสมปนเปกันไปหมดนางได้พูดกับเขาแล้วรึยัง ว่านางเองก็อยากให้เขาดูแลตนเองให้ดี และปลอดภัยกลับมาเช่นกัน...แต่...คนผู้นั้นคือแม่ทัพใหญ่ฝ่ายศัตรู...
Magbasa pa

บทที่ 111

นับตั้งแต่วันที่หยางหยางนำทัพใหญ่ออกเดินทางไปยังเมืองหลวงแคว้นป๋าย หนิงซินก็รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งถ่วงอยู่ในอก ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเขาและสถานการณ์การรบ บีบรัดหัวใจจนนางแทบหายใจไม่ออก แม้จะพยายามฝืนกินอาหารตามเวลา แต่อาหารทั้งหมดกลับจืดชืดไร้รส ยามพยายามข่มตาหลับ ภาพเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษที่เคยโอบกอดหยอกเย้ารวมถึงปลอบโยนนางจนหลับไหลซึ่งกำลังต่อสู้กับศัตรูก็ปรากฏขึ้นในห้วงนิทรา ทำให้นางสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัวไม่รู้กี่คืนต่อกี่คืนวันแล้ววันเล่าผ่านไป หนิงซินได้แต่เฝ้ารอข่าวคราวจากสนามรบอย่างกระวนกระวาย จนกระทั่งข่าวที่ว่ากองทัพของหยางหยางบุกเข้าวังหลวงได้แล้วแพร่สะพัดไปทั่ว ทั่วทั้งจวนพลันเต็มไปด้วยความโกลาหล พร้อมๆ กับที่ผู้คนในเรือนหลักยิ่งพากันหน้าดำคร่ำเคร่ง พยายามระมัดระวังเอาใจใส่นาง ด้วยบ้างก็ยิ่งหวาดกลัวยำเกรงแม่ทัพใหญ่ บ้างก็อกสั่นขวัญผวาหวั่นเกรงว่าองค์หญิงรองที่ตนต้องดูแลปกป้องให้ปลอดภัยดีทุกอย่างจะคิดสั้นหรือล้มป่วยลงสำหรับหนิงซิน ข่าวนี้กลับทำให้หัวใจของนางเต้นรัวราวกับกลองศึก ความดีใจที่หยางหยางประสบชัยชนะ ปะปนกับความหวาดกลัวในอ
Magbasa pa

บทที่ 112

แม้หมอหลวงสวี่จะเป็นหนึ่งในผู้ที่รั้นจะตามมาในกองทัพใหญ่เฮยเซ่อเย่ว์ ด้วยเห็นว่าชีวิตของตนเองอยู่มาจนป่านนี้ก็ไม่มีเรื่องใดให้เสียดายอีกแล้ว ห่วงแต่ว่าจะไม่ได้ทำประโยชน์ให้แก่ท่านแม่ทัพที่ยืนกรานออกศึกด้วยตนเองหลายต่อหลายครั้ง ทว่าอยู่มาจนป่านนี้ กลับได้ข่าวว่าอนุที่เยาว์วัยที่สุดของตนเกิดตั้งครรภ์และเพิ่งจะคลอดบุตร นับๆ ดูแล้วก็มั่นใจว่าเป็นทายาทของตนเป็นแม่นมั่น แม้ใจหนึ่งอยากกลับไปรับขวัญบุตรชายที่ได้มาราวปาฏิหาริย์ แต่การศึกยังติดพัน จึงได้แต่ตั้งใจอบรมสอนสั่งหมอทหาร เพื่อให้แน่ใจได้มากขึ้นอย่างน้อยๆ ก็อีกสองส่วน ว่ากองทัพเฮยเซ่อเย่ว์ที่เกรียงไกรจะไม่สูญเสียกำลังทหารจนพลาดพลั้งแพ้พ่าย... มิใช่ว่าไม่เชื่อใจผู้นำทัพ ในฐานะผู้ที่ติดตามกองทัพมาทั้งที่ไร้วรยุทธป้องกันตัว สวี่ซีซวนก็เพียงแต่ต้องการเพิ่มความแน่นอนปลอดภัยให้ชีวิตของตนเองเท่านั้นก่อนออกศึก ท่านแม่ทัพมิได้ทิ้งผู้ชราที่จู่ๆ ก็เกิดหวงชีวิตขึ้นมาเช่นตนไว้ที่เลี่ยงจินอู่เพียงเพื่อให้คอยกำกับดูแลหมอคนอื่นๆ ที่ล้วนกำลังทุ่มเทความสามารถรักษาเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังมอบหมายอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญให้ด้วยเ
Magbasa pa

บทที่ 113

หญิงหม้ายสกุลอวี๋มาถึงในชั่วอึดใจถัดมาอีเหิงมองร่างเล็กๆ เอวคอดกิ่วที่อุ้มครรภ์แก่ใกล้คลอดอุ้ยอ้ายเดินเข้ามาด้วยความช่วยเหลือของสาวใช้แล้วก็ให้ห่วงหน้าพะวงหลัง ทั้งเป็นห่วงคนป่วยบนเตียง ทั้งหวาดกลัวว่าเอวเล็กๆ ดูบอบบางของหญิงหม้ายจะเกิดหักลงมา ทว่าไม่กล้าทักท้วงที่นี่ไม่มีหมอหญิง และหมอหลวงสวี่ก็ยืนกรานว่าต้องให้หญิงหม้ายซึ่งรู้วิชาแพทย์และเชี่ยวชาญโรคสตรีมาช่วยตรวจอาการให้แน่ใจ หากมัวห่วงพะวงและรบกวนผู้ตรวจรักษาจนองค์หญิงรองเกิดเป็นอะไรลงไป ไม่ต้องรอจนผู้เป็นนายกลับมา เกรงแต่ว่าตัวเขาจะทนแบกรับความรู้สึกผิดไม่ไหว ซ้ำยังถูกเหล่าองครักษ์ที่ท่านแม่ทัพทิ้งไว้ให้คอยดูแลองค์หญิงรุมลงทัณฑ์องครักษ์เหล่านี้แม้ยามนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ แต่ขึ้นตรงต่อท่านแม่ทัพของเขาเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้แต่คำว่า ‘อ๋องผู้นั่งอยู่เหนือบัลลังก์เฮยเซ่อเย่ว์’ ก็ยังหาได้มีความสลักสำคัญอะไรต่อพวกเขาไม่องครักษ์เหล่านี้ต่างหาก ที่นับเป็นกองทัพทมิฬที่แท้จริงแท้จริงแล้ว ‘กองทัพทมิฬ’ คือชื่อเรียกที่ท่านอ๋องผู้ล่วงลับมอบให้แก่กองกำลังลับส่วนตนของท่าน
Magbasa pa

บทที่ 114

ตอนนั้นเอง หญิงหม้ายสกุลอวี๋ก็เปิดประตูเดินอุ้ยอ้ายออกมา นางทำท่าจะประสานมือคารวะ แต่ถูกอีเหิงขยับเข้าประคองห้ามไว้กลับเป็นหมอหลวงสวี่ที่ประสานมือค้อมศีรษะคารวะหญิงหม้ายเสียเอง แล้วเอ่ยถาม“อวี๋ฮูหยิน เป็นอย่างไรบ้าง มิใช่ว่าองค์หญิง—” หมอหลวงสวี่กำมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อใต้ชายแขนเสื้อคลุมสีขาวตัวยาวไว้แน่นหญิงหม้ายคาดไม่ถึงว่าบุคคลที่จำได้เลาๆ ว่าเป็นถึงหมออาวุโสผู้หนึ่งของกองทัพ ได้รับการนับหน้าถือตาเป็นอย่างยิ่ง จะถึงกับทำความเคารพสามัญชนเช่นนาง ซ้ำยังออกปากถามความเห็น มิใช่ถามเพียงอาการเช่นนี้ ทว่าเมื่อคำนึงถึงเรื่องที่สตรีในห้องเป็นสตรีของท่านแม่ทัพ อีกทั้งอาการของนางในยามนี้ก็ทั้งชัดเจนและไม่ชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง หญิงหม้ายก็ประสานมือคารวะกลับ ทว่าทำได้เพียงค้อมศีรษะเล็กน้อยเท่านั้นนางตอบหมอชราดูทรงภูมิและรองแม่ทัพผู้รั้งเมืองตรงหน้าอย่างใจเย็น “ท่านหมอและท่านรองแม่ทัพไม่ต้องเป็นห่วง แม่นางเพียงแต่อ่อนเพลียและมีอาการวิตกกังวลมากสักหน่อยเท่านั้น ข้าต้มยาสงบใจที่เหมาะสำหรับสตรีให้รับประทานแล้ว หลังจากได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ รั
Magbasa pa

บทที่ 115

หญิงหม้ายเห็นแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพ แม้ยามนี้ล้มป่วยจนแทบไม่อาจลุกจากเตียงก็ยังมีใจห่วงใย ใส่ใจ ซ้ำยังเรียกขานหญิงสามัญชนมีตำหนิเช่นตนอย่างยกย่องให้เกียรติทุกคำ ทั้งที่แท้จริงแล้วตนก็เพียงแต่รู้เรื่องโรคสตรีมากสักหน่อย หาได้เป็นท่านหมอหญิงอันใดไม่ ก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตานักหญิงหม้ายสกุลอวี๋ยกมือข้างหนึ่งขึ้นสัมผัสครรภ์ตนเองแผ่วเบา พลางคลี่ยิ้มตอบ “ก่อนหน้านี้เร่งเดินทางมาที่นี่จึงเหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง ทว่ายามนี้หายเหนื่อยแล้ว...แม้ท้องของข้าจะดูใหญ่ ทว่าเด็กยังมิได้ใกล้ถึงกำหนดคลอด ข้ายังเคลื่อนไหวสะดวกดี ขอแม่นางอย่าได้กังวลจนเกินไป...ข้ามาที่นี่ก็เพื่อดูแลท่านเจ้าค่ะ”หนิงซินฟังแล้วก็รู้สึกโล่งใจ นางหันไปหาเหล่าสาวใช้ที่เพียงถอยออกไปยืนรอรับคำสั่งที่แน่ชัดจากตน กล่าวด้วยรอยยิ้ม“ได้ยินที่ท่านหมอหญิงกล่าวแล้วใช่หรือไม่ เวลาไม่เช้าแล้ว วันนี้เป็นวันจัดสรรเสบียง พวกเจ้าออกไปช่วยกันจัดเตรียมเรื่องที่ต้องตระเตรียมให้เรียบร้อยเถอะ” นางหมายถึงเรื่องตั้งโรงทานแจกอาหารดังเช่นที่เคยทำมาเหล่าสาวใช้ลอบเหลียวสบตากันเล็กน้อย หลังแลกเปลี่ยนสายตาอยู่ชั่วอึดใจ พวกนางต่างพยักหน้าน้อยๆ ให้แก่กัน ก่อนตอบ
Magbasa pa

บทที่ 116

นางลดเสียงที่พูดคุยลงอีก“เป็นไปได้อย่างไร ข้ากินยาของเจ้าตลอด แล้วมันจะ...” “ท่านไม่ดีใจหรือเจ้าคะ” หญิงหม้ายขมวดคิ้วเล็กน้อย “ข้าพอรู้มาบ้างว่าการแก่งแย่งชิงดีในตระกูลใหญ่นั้นโหดร้ายอำมหิตเป็นอย่างยิ่ง ทว่าจะอย่างไรยามนี้ท่านก็ตั้งครรภ์แล้ว รอจนครรภ์มั่นคงแล้วประกาศเรื่องนี้ออกไป ย่อมนับได้ว่าสถานะของท่านในจวนแม่ทัพในภายภาคหน้ามั่นคง ไม่ว่าท่านแม่ทัพจะมีภรรยาหรืออนุอยู่ก่อนแล้วสักกี่คน และหลังจากนี้ท่านแม่ทัพจะรับอนุเข้าจวนอีกหรือไม่ แม่นางก็มีรูปโฉมงดงาม อีกทั้งยังอ่อนเยาว์อยู่มาก ท่านแม่ทัพที่ไหนจะหักใจละเลยท่านได้นาน...”เห็นแม่นางน้อยของท่านแม่ทัพยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งย่ำแย่ขึ้นทุกที หญิงหม้ายสกุลอวี๋จึงอดปลอบโยนต่ออีกสักหน่อยมิได้“แม่นางอย่าได้กังวลมากเกินไป แม้ตั้งครรภ์ท้องแรกตั้งแต่ยังเยาว์จะนับว่ามีความเสี่ยง อีกทั้งครรภ์นี้ยังอ่อนอยู่มาก ทว่าท่านแม่ทัพก็มิได้ละเลยท่านสักนิดไม่ใช่หรือ ดูจากที่มอบเรือนงดงามใหญ่โตให้แม่นางอยู่อาศัย ซ้ำยังมอบสาวใช้ที่ล้วนแล้วแต่เจริญตาทั้งยังสุภาพสำรวมเอาใจใส่ให้ท่านมากมายถึงเพียงนั้น หมอที่จัดเตรียมไว้ให้อยู่ดูแล...แม้จะเห็นได้ชัดว่า
Magbasa pa

บทที่ 117

หนิงซินกัดริมฝีปากแน่น ได้แต่ส่ายหน้าไปมา เสียงขึงขังจากด้านนอกพลันดังขึ้นในชั่วอึดใจนั้น “เกิดเรื่องใดขึ้นในนั้น ทุกอย่างเรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ?” “ไม่มีอะไร!” หนิงซินจ้องลึกลงในตาหญิงหม้าย ส่ายหน้าห้ามปรามไม่ให้เอ่ยสิ่งใดออกมาทั้งนั้น พยายามควบคุมสติและน้ำเสียงโจมตีผู้ถามด้วยการชิงถามกลับ “มีข่าวท่านแม่ทัพเพิ่มเติมหรือไม่ ท่านแม่ทัพจะกลับมาเมื่อไหร่?”นางถามเพราะรู้ดีว่าองครักษ์เหล่านี้จะไม่มีวันปริปากพูดเด็ดขาดที่ผ่านมาคนเหล่านี้วางตัวดุจของประดับในเรือน ไม่เคยปริปากพูดสิ่งใดทั้งนั้น ข่าวสารทั้งหลายที่นางรับรู้ ล้วนแล้วแต่มาจากเหล่าสาวใช้ที่สงสารเห็นใจประสมถูกนางใช้ตนเองเป็นตัวประกันข่มขู่ เพียงเห็นนางนั่งนิ่ง ไม่ยอมกินสิ่งใด พวกนางเหล่าสาวใช้ก็ร้อนใจและหวาดกลัวจนต้องยอมทำตามหมดทุกอย่างองครักษ์เหล่านี้สนใจเพียงสองเรื่อง หนึ่งคือเรื่องที่นางจะต้องไม่ได้รับอันตรายใดใดทั้งนั้น สองคือเรื่องที่ไม่จำเป็นจะไม่สนทนากับนางและจะไม่มีวันเข้าใกล้นางโดยไร้เหตุอันควรแม้เพียงครึ่งก้าว ทั้งเคร่งครัดในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งยังรู้ซึ้งถึงมารยาทธรรมเนียมและห
Magbasa pa

บทที่ 118

“เพราะว่าข้าคือหนิงซิน...หนิงซินแห่งแคว้นป๋าย สตรีศักดิ์สิทธิ์ของนิกายแสงสว่างอย่างไรเล่า”หญิงหม้ายสกุลอวี๋มองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่านางจ้องเงาร่างบอบบางตรงหน้า ดวงตาค่อยๆ ฉายแววระลึกได้อย่างช้าๆ‘เด็กคนนี้ช่างมีวาสนานัก ภายภาคหน้าจะได้ทำการใหญ่ ขอท่านอย่าได้คิดสั้นและเลี้ยงดูเขาให้ดี เขาเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย รักกตัญญูรู้คุณมารดา รวมทั้งเกื้อกูลพวกพ้องและผู้ที่ให้การอุปการะสนับสนุน’ลูกประคำที่อีกฝ่ายให้มายังคงถูกเก็บรักษาไว้แนบอก เป็นดั่งสิ่งยึดเหนี่ยวให้นางได้ระลึกว่ามนุษย์เรายังมีความดีงาม มิใช่โฉดชั่วโหดร้ายหรือละโมบโลภมากต่อกันดังเช่นผู้คนที่นางเคยประสบพบเจอมาทว่าสิ่งที่สตรีตรงหน้านางกลับต้องเผชิญนั่นเล่า...ตอนที่นางเห็นสภาพ ‘คุณหนูผู้นี้’ นางยังคิดว่าอีกฝ่ายเนื้อตัวชอกช้ำราวกับถูกขย้ำขยี้มาจากสัตว์ร้าย ทั้งตัวหาส่วนเสี้ยวที่ไร้ร่องรอยของการกระทำชำเรามิได้ทั้งผิวเนื้อนวลเนียนที่แต้มด้วยรอยจ้ำแดงๆ เขียวๆ ทั้งรอยฟันขบกัดตั้งแต่ซอกคอลามมาถึงซอกขา ทั้งร่องรอยของความรุนแรงบนกลีบดอกไม้ที่แดงช้ำฉีกขาด…ผู้มีพระคุณชั่วชีวิตของนาง...องค์หญิงของนาง...ต้องถูกกระทำรุนแรงปานใดด
Magbasa pa

บทที่ 119

เพราะเช่นนั้นเอง...องค์หญิงรองจึงได้บอกให้นางหายา...ไม่ใช่ยาช่วยตั้งครรภ์...แต่เป็นยาเลี่ยงบุตร...แต่นางกลับคิดเองเออเอง ให้ยาช่วยตั้งครรภ์ไปเช่นนั้น...โง่เง่ายิ่งนัก!          สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้บริสุทธิ์อ่อนโยน องค์หญิงรองแห่งแคว้นผู้แสนงดงามสูงส่ง ยามนี้กลับต้องนั่งคุดคู้อยู่บนเตียงน้ำตารินเป็นสาย พยายามหาทางป้องกันมิให้ผู้ใดรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์…ครรภ์ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่เต็มใจ ครรภ์ที่นางอาจห้ามไว้ได้ แต่เป็นนางเอง...เป็นนางเองที่ผลักผู้มีพระคุณให้ตกอยู่ในที่นั่งลำบาก!          “องค์หญิง...องค์หญิง...”            หญิงหม้ายพึมพำ น้ำตารินอย่างสุดกลั้น            “หม่อมฉันไม่รู้…ไม่รู้เลยสักนิด หากหม่อมฉันรู้แต่แรก แม้ต้องแลกด้วยชีวิต หม่อมฉันไหนเลยจะยอมช่วยเหลือคนโฉดชั่วทำร้า
Magbasa pa
PREV
1
...
1011121314
...
22
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status