บททั้งหมดของ หนิงซินกงจู่ เชลยแค้นแสนรัก: บทที่ 141 - บทที่ 150

214

บทที่ 140

คำพูดดูถูกเหยียดหยามของไป๋หมิงทำให้พระราชชายาป๋ายอ๋องถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ส่งเสียงสะอื้นไห้ออกมาแผ่วเบาป๋ายอ๋องทนไม่ไหวอีกต่อไป ตบโต๊ะเสียงดัง“เจ้าพ่นอะไรออกมา! พี่สาวของเจ้าเสียสละเพื่อพวกเรามากมายขนาดนี้ เจ้ายังจะมาดูถูกนางอีกหรือ! หากไม่ใช่พี่สาวของเจ้า คิดว่าพวกเราจะรอดชีวิตมาได้หรือ? ป่านนี้หัวของพวกเราคงหลุดจากบ่าไปแล้ว!”น้ำเสียงโกรธเกรี้ยวของป๋ายอ๋องทำให้ไป๋หมิงเงียบเสียงลงทันที ไม่กล้าโต้เถียงอะไรต่อป๋ายอ๋องหันไปมองฝูหมิงด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงเล็กน้อย“ลูกสี่ เจ้ารีบเขียนสารไปหาพี่หญิงของเจ้าเถอะ แต่จงระวังตัวให้ดี อย่าทำให้นางต้องเสี่ยงอันตราย เข้าใจหรือไม่”พระราชชายาป๋ายอ๋องซับน้ำตาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาระคนสั่นเครือ “แม้จะไม่สมควรที่จะรบกวนหนิงซินในยามนี้ ทว่าสถานการณ์ของพวกเราเองก็เลวร้ายลงทุกที ในนี้ยังมีผู้ชราที่ร่างกายอ่อนแออมโรคอยู่ด้วย การถูกกักขังอยู่เช่นนี้เป็นเรื่องที่ทรมานยิ่งนัก แม่ไม่ห่วงพะวงเรื่องตนเอง ชีวิตของแม่ได้เกิดมาเจอพ่อของลูก ได้มีพวกเจ้าทั้งหมด แม้ต้องตายวันนี้ก็ไม่นึกเสียใจ เกรงแต่ว่าจะมีผู้ที่ทนรับด่านเคราะห์หนนี้ไม่ไหวเท่านั้น” พ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 141

“มีคำพูดใดก็รีบพูด มีลมก็รีบผาย”เจิงเจี้ยนมองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ก่อนพูดเสียงเบาลง "ท่านแม่กล่าวว่า มิใช่องค์หญิงรองแคว้นป๋าย คือปีศาจจิ้งจอกตนนั้นกลับชาติมาเกิดหรอกหรือ..."หยางหยางขมวดคิ้วแน่น หันมองรองแม่ทัพฝ่ายซ้าย"เหลวไหล!" เขาพูดเสียงดังจนเจิงเจี้ยนสะดุ้งเล็กน้อย "ไร้สาระสิ้นดี!""ข้าก็แค่เล่าให้ท่านฟังเท่านั้น" เจิงเจี้ยนรีบแก้ตัวหยางหยางส่ายหน้าเบาๆ "เรื่องราวเหล่านี้ ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ และเพื่อยกย่องสายเลือดของคนสกุลหนึ่งให้ดูมีที่มาที่ไป ดูพิเศษแตกต่างจากสกุลอื่นๆ เท่านั้น อย่าได้เชื่อถือให้มากนัก"แม้ปากจะปรามว่าเหลวไหล ทว่าในใจหยางหยางกลับไพล่นึกไปถึงภาพหนิงซินห่มอาภรณ์ขนจิ้งจอกขาวในครั้งนั้นขึ้นมา ยามนั้น นางช่างชวนลุ่มหลงเมามายคล้ายมีมนตร์สะกดวิญญาณ พาให้สูญเสียสติสัมปชัญญะจริงๆ ทว่าเขาไม่คิดกล่าวโทษนางผู้ที่ทำผิดต่อนางในครั้งนั้น เมามายไร้สติจนกระทั่งลงมือทำร้ายนางที่ร่างกายอ่อนแอบอบช้ำมากอยู่แล้วอย่างโหดร้ายก็คือเขาเจิงเจี้ยนแสร้งเอ่ยอย่างน้อยใจ "ท่านแม่ทัพไม่รู้จักข้าหรือ ข้าไหนเลยจะเชื่อเรื่องเช่นนี้...
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 142

ท่านอาจารย์ของเขา หมอเทวดาอวิ๋นจางหมิ่นกล่าวเอาไว้ว่า เมื่อเป็นโรคทางใจ ย่อมต้องรักษาใจ หากนางทุกข์ใจ ย่อมต้องแก้ไขโดยการช่วยปลดเปลื้องความทุกข์ระทมและความรู้สึกผิดในใจนางให้หมดไป“ท่านควรทำให้นางมีความหวัง” ผู้เป็นอาจารย์เอ่ยอย่างสุขุมเมื่อเขาน้อมถามเรื่องอาการของหนิงซิน “เมื่อคนผู้นั้นมีความหวัง ย่อมมีกำลังใจ เมื่อมีกำลังใจ ก็ย่อมมีความสุข”“เช่นนี้จะแก้ปัญหาได้จริงหรือ...ง่ายถึงเพียงนั้น” เขายังอดกังวลมิได้อวิ๋นจางหมิ่นลูบเคราของตนเองช้าๆ พลางเอยต่อด้วยรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา “ใครว่าเป็นเรื่องง่ายเล่า สิ่งที่ยากที่สุด คือการปลดเปลื้องสิ่งที่หนักอึ้งในใจของคนผู้นั้น” ผู้ชราเอ่ยอย่างปรานี “ความหวังเป็นสิ่งที่เสียไปแล้วสร้างกลับขึ้นมาได้ยากนัก แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะกอบกู้ หากสามารถทำได้ คนผู้นั้นก็จะมีความสุขมากขึ้น และเมื่อมีความสุข ก็ย่อมจะมองเห็นและคิดไตร่ตรองถึงสิ่งต่างๆ ในแง่ดีมากยิ่งขึ้น”หยางหยางนิ่งเงียบ ใบหน้าฉายแววครุ่นคิด “หากข้าทำได้...”“องค์หญิงรอง นางย่อมต้องอยากลืมตาตื่นขึ้นมามองดูความงดงามของโลกใบนี้มากยิ่งขึ้น” ผู้ชราพูดอย่างตรึกตรองเช่นกัน “ให้ข้าเดา อาการง่วงงุนตล
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 143

ซูเซียงหัวเราะคิกคัก “ตอนนี้ก็สบายพระทัยได้แล้วนะเพคะ ไม่มีเรื่องน่ากลัวแล้ว” นางเอื้อมมือมาจับชีพจรบนข้อมือบอบบางผิวขององค์หญิงรองแห่งแคว้นป๋ายบางใสจนเห็นเส้นเลือดได้เลือนราง ดังนั้น แม้มิใช่ผู้รู้จุดชีพจรแม่นยำ ทำเป็นเพียงนับจังหวะและพอจะจดจำได้ว่าชีพจรเช่นไรหมายความว่าตั้งครรภ์หรือไม่อย่างนาง ก็ยังสามารถหาจุดจับชีพจรเจอได้ไม่ยากหลังนับจังหวะชีพจรจนแน่ใจ หญิงหม้ายยิ้มกว้างขึ้น“ชีพจรของท่านชายน้อยมั่นคงมากขึ้นแล้ว เช่นนี้ก็นับว่าวางใจได้แล้วล่ะเพคะ หากดูแลให้ดี เขาย่อมเติบใหญ่อยู่ภายในครรภ์ขององค์หญิงได้อย่างดียิ่ง”“ดีเหลือเกิน” หนิงซินแย้มริมฝีปากยิ้มอย่างนุ่มนวลอาการที่นางมีอยู่อย่างอาการฝันร้ายและเบื่ออาหาร ล้วนแต่ดีขึ้นมาก นางเริ่มมีความอยากอาหาร นอนหลับได้ดีขึ้นมาก ทั้งยังไม่ได้เอาแต่คิดฟุ้งซ่านวนเวียน นอนร้องไห้เห็นนางดีขึ้นถึงเพียงนี้ ซูเซียงก็เริ่มสั่งลดยาของนางลงตามลำดับและเพราะเช่นนั้นเอง องค์หญิงแห่งแคว้นที่แพ้พ่ายอย่างนางจึงได้มีสติพอจะรับรู้ว่า กระทั่งยามนี้ กองทัพเฮยเซ่อเย่ว์ที่เป็นฝ่ายกุมชัยก็ยังคงไม่เคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงเสียทีเพราะเหตุใดกัน?ไม่ใช่แม่ทัพให
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 144

เมื่อถึงยามค่ำคืน ซูเซียงมาปรนนิบัตินางเข้านอนอีกครั้ง หนิงซินเอนกายลงบนที่นอนเนื้อนุ่ม ยังคงจดจำได้ว่าหยางหยางเคยเล่าให้ฟังครั้งหนึ่ง ว่ารัชทายาทที่ล่วงลับเป็นพี่ชายของตนหากเป็นดังนี้ บิดาของลูกในท้องย่อมต้องเป็นคนในราชวงศ์สกุลจี ต่อให้เกลียดชังรังเกียจสายเลือดของนาง ทว่ายามนี้ราชวงศ์สกุลจีแทบจะสิ้นสูญ ต้าอ๋องเทียนหลงคงไม่ถึงขั้นสังหารเด็กที่มีสายเลือดเดียวกับตนเองกระมัง…หากวัดจากการที่ยอมยกกำลังทหารมากมายให้อยู่ภายใต้การปกครองของท่านแม่ทัพ เดาว่าต้าอ๋องเทียนหลงคงไว้วางใจและเชื่อถือในตัวน้องชายหรือพี่ชายของตนไม่น้อย…คงไม่ใช่จะเกรงว่าเมื่อพี่น้องที่มีทั้งศักดิ์และสิทธิ์เช่นเดียวกับตนมีทายาท ตนที่ไร้กำลังทหารจะถูกบังคับให้ลงจากบัลลังก์กระมัง?นางส่ายหน้าให้กับความคิดของตนเอง ก่อนที่จะใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อความคิดโลดแล่นไปถึงสิ่งที่นางไม่เคยยอมให้ตนเองคิดไปถึง...แล้ว...หากคนผู้นั้นขอ ‘องค์หญิงรองแคว้นป๋าย’ เป็นรางวัลจากการศึกล่ะ หนิงซินหัวใจเต้นระรัวเมื่อคิดถึงเรื่องนี้เช่นนั้น เรื่องระหว่างนางกับผู้คนของแคว้นเฮยเซ่อเย่ว์ อีกทั้งต้าอ๋องเทียนหลงที่ยิ่งกว่าเกลียดชังนาง ก็อาจนับว่าสามารถย
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 145

เช้าวันต่อมา ขณะหนิงซินกำลังรับอาหารเช้า โดยมีซูเซียงปรนนิบัติอยู่ไม่ห่าง บรรยากาศระหว่างสตรีทั้งสองกำลังเบาสบาย เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังผสานกับเสียงพูดคุยเรื่องราวหลากหลายที่ซูเซียงสรรหามาเล่า การมาของสาวใช้คนหนึ่งกลับทำให้อากาศบริเวณนั้นราวกับหนักขึ้นจนสัมผัสได้“แม่นาง...มีสารจาก...ท่านผู้หนึ่งเจ้าค่ะ”อยู่ในเลี่ยงจินอู่มานาน จนถึงตอนนี้ นอกจากซูเซียง คนในเรือนนี้ และแม่ทัพนายกองของเฮยเซ่อเย่ว์เพียงไม่กี่คน ล้วนไม่มีผู้ใดรู้ว่านางคือองค์หญิงรองแห่งแคว้นป๋ายนี่ก็เพื่อรักษาเกียรติของนาง...พวกเขาพูดกันเช่นนั้นน่าขัน…“ท่านแม่ทัพให้นำมาให้ข้าหรือ”“เจ้าค่ะ” สาวใช้เอ่ยรับอย่างเสียมิได้ “ท่านแม่ทัพกำชับว่าให้ส่งถึงมือแม่นางด้วยตนเองเจ้าค่ะ”หนิงซินพยักหน้าน้อยๆ ได้ยินเช่นนี้นางกลับโล่งใจเสียอีกการที่คนผู้นั้นยอมให้จดหมายนี้มาถึงมือนางย่อมแปลได้ว่าเนื้อความข้างในไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผนการใดๆ ทั้งนั้นมาถึงขั้นนี้แล้ว หากคนเหล่านั้น...ไม่ว่าจะเป็นเหล่านักบวชในนิกายแสงสว่าง ชนชั้นสูงของแคว้นป๋าย หรือกระทั่งบิดามารดา ส่งสารมาขอให้นางทำสิ่งใด นางคงไม่อาจตอบสนองพวกเขาได้ดังใจอีกต่อไปยามนี้นาง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 146

หัวใจของนางโลดขึ้นมาจุกในลำคอทันทีที่เห็นประโยคสั้นๆ ไม่กี่อักษรนั้น‘สุขสบายล้วนเป็นคำโกหก ช่วยเราด้วย’เป็นไปได้อย่างไร...แต่ว่า...ฝูหมิง...หากเป็นผู้อื่น ต่อให้เอ่ยปากนับร้อยคำ นางจะไม่เชื่อเลยแม้แต่ถ้อยพยางค์เดียว ทว่าฝูหมิง...แสงจันทร์สลัวลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สลักลวดลายวิจิตรบรรจง สาดส่องลงบนใบหน้าหวานละมุนที่เต็มไปด้วยความขมขื่น จดหมายในมือที่ยังคงอบอุ่นจากร่างกายของผู้ส่งถูกกดแน่นไว้ในอก ราวกับจะบีบเอาความรู้ สึกเจ็บปวดออกมาให้หมดสิ้น"น้องสี่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกถึงใบหน้ายิ้มแย้มที่แสนจะบริสุทธิ์ของน้องชายคนสนิทฝูหมิง...น้องชายที่นางไว้ใจและรักเอ็นดูเสมอมา เขามักจะคอยออกหน้าปกป้องนางมาตั้งแต่ยังไม่ทันจะรู้เดียงสา ทุกคราที่นางเหนื่อยล้าจากการร่ำเรียนฝึกฝนสารพัดศาสตร์ที่มารดาเชิญท่านอาจารย์ชื่อดังมาสั่งสอนอบรม ฝูหมิงมักเข้ามาหาอย่างรู้จังหวะ และส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้ ราวกับรู้ว่านางต้องการสิ่งนั้นมากเพียงใดนางไม่ได้สนิทสนมกับน้องชายคนโต ไป๋หมิง มากนัก ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับไป๋หมิง น้องชายคนโตที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 147

ทิวากาลเคลื่อนคล้อย ราตรีย่างกรายนางยังคงปล่อยให้ซูเซียงและสาวใช้คนอื่นๆ ปรนนิบัติระหว่างรับอาหารเย็นและเข้านอน นางพยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ใดสงสัยได้ว่าได้รับสารจากน้องสี่แล้วเหตุใดจึงมีสีหน้าเศร้าตรมเช่นนั้นผู้ที่ ‘ครอบครัวอยู่สุขสบาย’ จะยังมีสิ่งใดให้ต้องโศกเศร้าอีกเล่า? ทว่าเมื่อยามที่นางอยู่เพียงลำพัง หนิงซินก็ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมาอย่างไม่เก็บงำแสงจันทร์เต็มดวงส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้สลักลวดลายวิจิตรบรรจง สาดส่องลงบนใบหน้างดงามที่เผือดซีด ก่อนที่จันทราที่เป็นแสงสว่างเพียงอย่างเดียวในค่ำคืนจะถูกเมฆทะมึนคล้อยต่ำลงมาบดบัง ราวกับภาพตรงหน้ากำลังสะท้อนความมืดมนในใจนางสายลมเย็นยะเยือกพัดโชยเข้ามาในห้อง ทำให้เรือนร่างอรชรสั่นระริก แต่อากาศเลวร้ายกลับเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บในหัวใจที่กำลังถูกกัดกินด้วยความทุกข์และความกังวล หนิงซินพิงกรอบหน้าต่างไม้เก่าแก่มองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน ภาพที่เห็นตรงหน้ายิ่งทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดทวีคูณขึ้นไปอีก ดวงจันทร์ที่เคยส่องแสงสว่างให้ความหวัง กลับถูกบดบังด้วยเมฆหมอกมืดมิดเช่นเดียวกับชีวิตของนางที่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 148

ซูเซียงเห็นว่าพายุฝนโหมกระหน่ำลงมาอย่างไร้เงื่อนเค้า ก็เหลียวมองไปยังสาวใช้ที่รองแม่ทัพอีเหิงซึ่งเป็นผู้ดูแลเมืองนี้จัดหามาให้ ครั้นเห็นว่าสาวใช้กำลังนอนหลับสบาย หญิงหม้ายส่ายหน้าน้อยๆ อย่างจนใจ ก่อนอุ้มครรภ์อุ้ยอ้ายเดินออกไปยังห้องนอนใหญ่ของเรือนหลักด้วยตนเองดังที่เคยทำมา แล้วหลายต่อหลายครั้ง นางจำได้ว่าตนเองเปิดหน้าต่างทุกบานทิ้งไว้เพื่อให้ลมพัดเข้าไประบายอากาศข้างในเสียบ้าง แต่หากยังคงเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ตอนฝนตกเช่นนี้ ละอองน้ำอาจทำให้องค์หญิงของนางประชวรได้หญิงหม้ายสกุลอวี๋ค่อยๆ เปิดประตูลวดลายวิจิตรบรรจง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนผู้เป็นนาย ก่อนจะชะงักค้างเมื่อเห็นองค์หญิงของตนยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ปล่อยให้ตนเองถูกสายฝนชโลมร่างไปมากกว่าครึ่ง เส้นผมที่ยาวสยายถึงกับทิ้งตัวลงลากพื้น ชุ่มโชกจนนางไม่อาจทนดูได้อะ...“องค์หญิง!”เสียงกรีดร้องของซูเซียงทำให้หนิงซินได้สติ นางก้มลงมองตนเอง เส้นคิ้วเรียวงามขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยนี่นางกำลังทำอะไรอยู่?นางยังตายไม่ได้ นางยังต้องมีชีวิตอยู่ และต้องมีชีวิตอยู่อย่างเข้มแข็งอีกด้วย เช่นนี้แล้ว จะปล่อยให้ตัวเองมีแม้แต่โอกาสจะล้มป่วยได้อย่าง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 149

ห้องนอนโอ่อ่าที่เคยเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของสาวใช้ที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมน้ำอุ่นในอ่างไม้ขนาดใหญ่ กลิ่นสมุนไพรหอมระเหยที่ชวนให้ใจสงบฟุ้งไปทั่วทั้งห้อง ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลายสายฝนยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย เสียงหยดน้ำกระทบหลังคาเรือนดังกังวานราวกับท่วงทำนอง ขับกล่อมให้หนิงซินหลับใหลไปกับน้ำอุ่นพอเหมาะโรยด้วยกลีบดอกไม้และเครื่องหอม เคล้าคลออยู่กับผิวขาวนวลเนียนราวหยกมันแพะเนื้อดี ผสานกลายเป็นทิวทัศน์กระจ่างงามสายหนึ่งจนชวนให้ผู้พบเห็นที่แม้จะเป็นสตรีด้วยกันก็ยังมิอาจละสายตา“ขอบคุณทุกคนมาก” น้ำเสียงของนางแผ่วเบา ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับยิ่งกว่างดงามสะกดใจสาวใช้ตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อตั้งสติได้ต่างพากันโค้งคำนับด้วยความเคารพ ช่วยกันพับอาภรณ์ของสตรีซึ่งแม้รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นผู้ใดกลับไม่กล้าปริปากอย่างระมัดระวัง บางคนก็เริ่มเตรียมอาภรณ์สำหรับสวมใส่ใหม่ให้นางด้วยหัวใจพองโตและภาคภูมิสำหรับพวกนางเหล่าสาวใช้แล้ว จะยังมีสิ่งใดนับว่าเป็นเกียรติยิ่งกว่าการได้รับใช้สตรีที่หากจะกล่าวว่าเป็นยอดสตรีในหมู่ยอดสตรีก็ไม่นับว่าเกินจริงเมื่อร่างกายของหนิงซินสัมผัสกับน้ำอุ่นท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-28
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1314151617
...
22
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status