Lahat ng Kabanata ng เล่ห์รักเจ้าชายอสูร: Kabanata 161 - Kabanata 170

185 Kabanata

บทที่ 159

ไม่นึกว่าเขาจะไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด“มีนกที่ไหนบ้างบินชนภูเขาบินชนต้นไม้”“ตกลงว่าเป็นนกแล้วเหรอคะ” โต้ตอบกันพอหอมปากหอมคอแล้ว ก็จ้องตากันเสียหวานฉ่ำ...คู่รักที่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เขตสงครามส่งยิ้มให้กัน ขณะกำลังจะข้ามฝั่งสู่แนวเขาสลับซับซ้อน สีหน้าไซรัสก็กระด้างขึ้นเฉียบพลัน ไม่ทันไร ห่าศรคมกริบก็พุ่งเข้าใส่ทั้งเขาและเธออย่างโหดเหี้ยมร่างทรงพลังตวัดปีกปกป้องทั้งตัวเองและคนในอ้อมแขนโดยอัตโนมัติ ปัดศรหลายดอกเบี่ยงทิศทั้งอย่างนั้น ยังมีศรสั้นหลุดรอดเข้าปักต้นแขนและแนวสันปีก ดูน่าสยดสยองอัยน์นาตกใจสุดขีด เกลียดตัวเองที่ได้แต่เอนตัวซบเขาไว้ ช่วยอะไรไม่ได้ท่ามกลางสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน ขณะไซรัสใช้สัญชาตญาณปัดป้อง คนร่างก็เล็กพยายามกวาดตามองลงไปด้านล่าง เมื่อเห็นแสงเงินลางเลือนพริบพรายกระจายตัวไปทั่วอาณาบริเวณ ก็รีบร้องเตือนทันที“ข้างหน้ามีกองทัพรักษาการณ์” แสงนั่นคือแสงเกราะเงินสะท้อนแสงจันทร์ เธอยิ่งกว่าแน่ใจเมื่อกวาดตามองเพิ่มแล้วเห็นว่าแสงสะท้อนไม่เพียงเรียงตัวเป็นแพหนาทึบทอดยาวไปเบื้องหน้า แต่ด้านข้างก็ยังมีแสงสะท้อนแบบเดียวกัน คนศึกษาตำราการเมืองการสงครามอาณาจักรนี้มาไม่น้อ
Magbasa pa

บทที่ 160

เจ้าของนัยน์ตาสีนิลกวาดตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ไม่นานเกินรอ ก็ปรากฏเงาร่างสีดำวูบไหวลักษณะคล้ายมนุษย์เพราะร่างนั้นกระโจนลงบริเวณใกล้ๆ อัยน์นาถึงได้รู้ว่าที่จริงแล้วที่นี่อยู่ใกล้แหล่งน้ำนี่เอง...สาเหตุที่เขารีบบอกให้ห้ามเลือด ที่รีบเตือนให้ห้ามเลือด คงเพราะกลัวว่ากลิ่นเลือดจากร่างจะดึงดูดสัตว์ร้ายที่มากินน้ำ แต่เพราะอ่อนแรงเกินไป พูดไม่ทันขาดคำก็หมดสติไปเสียก่อน...เป็นอีกครั้งที่อัยน์นารู้สึกว่าตัวเองโง่เง่านักเมื่อครู่เธอมัวแต่ห่วงเขาจนลืมใส่ใจทุกอย่าง แทบไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าบริเวณนี้เป็นแหล่งน้ำ ทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่เต็มสองตาว่าบนพื้นมีน้ำไหลเอื่อย ทั้งยังมีคราบตะไคร่ดำลื่นดูเหมือนพอเป็นเรื่องเขาแล้ว...เธอเองก็ใส่ใจจนลืมเลือนทุกอย่างไม่แพ้กันในใจนึกไป สองตาก็กวาดมองอย่างระแวดระวังป่ากว้างยามนี้เงียบสงัดจนวังเวง แม้แต่เสียงแมลงก็ยังเงียบหายแม้ความเงียบงันจะขับให้ยิ่งรู้สึกกดดัน แต่มันก็ทำให้เธอได้ยินทุกสรรพเสียงจากบางสิ่งในน้ำชัดเจนด้วยเหมือนกันมันกำลังเคลื่อนไหว...อัยน์นาจ้องผิวน้ำสีดำสนิท แทบไม่กล้าหายใจ สองมือกำมีดสั้นไว้มั่นตอนนั้นเอง สิ่งมีชีวิตประหลาดท่อนบนคล้ายค
Magbasa pa

บทที่ 161

“อัยน์นา...เงยหน้าสิ” จู่ๆ ไซรัสก็เอ่ยเสียงแผ่ว ทว่าฟังดูทรงอำนาจจนยากจะขัดขืนทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้น เขากดริมฝีปากลง ป้อนบางอย่างเข้าปากเธอ อารมณ์ตกใจทำให้คนร่างเล็กกว่าฝืนเคลื่อนลิ้นขัดขวาง แต่สุดท้ายก็แพ้ความชำนิชำนาญ เผลอกลืนบางสิ่งทรงกลมขนาดครึ่งข้อนิ้วก้อยลงคอไปจนได้ป้อนสำเร็จแล้ว จอมเผด็จการก็ยังคงจุมพิตเนิบนาบ ราวกับต้องการช่วยลบรสสัมผัสคาวคลุ้งที่ยังตกค้างอยู่ภายใน เนิ่นนานนัก กว่าจะยอมคลายอ้อมกอดหลังปล่อยเธอเป็นอิสระแล้ว คนต้องพิษก็กลั้นลมหายใจเหนื่อยหอบบ่งบอกว่าอาการยังไม่ได้ดีขึ้นสักเท่าไหร่ บรรจงจูบหน้าผากเธอแผ่วเบา “ไม่เป็นไรแล้ว...” เขาปลอบโยนแล้วดึงเธอกลับเอนซบอีกครั้งแต่คราวนี้อัยน์นาฝืนตัวไว้“พิษจากศรพวกนั้น...”“กินยาแก้พิษปรับสมดุลแล้วล่ะ...ยาแบบเดียวกับที่ป้อนให้เธอเมื่อครู่ พักสักหน่อยก็คงค่อยๆ ดีขึ้น...” เขายอมเฉลยออกมาในที่สุด “ร่างกายพวกเราฟื้นฟูตัวเองได้...จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับอาการ แต่...ใช่...สุดท้ายแล้วร่างกายจะค่อยๆ เยียวยาตัวเองจากภายใน...ยานี่จะช่วยให้หลายๆ อย่างดีขึ้น”คำว่าพวกเรา ไม่ได้หมายถึงเธอกับเขา แต่หมายถึงเผ่าพันธุ์โบราณที่มีปีกกลางหลัง.
Magbasa pa

บทที่ 162

ในโถงกว้าง มีบังลังก์หินสลักเสลาสีดำสนิทตั้งอยู่บนแท่นสูง ณ จุดกึ่งกลางบริเวณเกือบสุดขอบห้อง ไซรัสโอบเอวเธอและผู้หญิงอีกคนหลวมๆ พาเดินเข้าไปยืนรอทุกคนด้านหน้าศูนย์กลางแสนโดดเด่น รอเพียงไม่นานทุกชีวิตที่เกี่ยวข้องก็มาพร้อมหน้าทันทีที่ทุกผู้ทุกตนมาถึง พวกเขาแต่ละตนต่างพุ่งสายตามายังเธอ...หญิงสาวผมสีนิลยาวหยักศก...แม้ความยาวเส้นผมจะขับให้เธอดูกลมกลืน ความงามก็อาจจะพูดได้ว่าโดดเด่น แต่มีสิ่งหนึ่งที่ดูคล้ายทุกคนจะสัมผัสได้...เธอแตกต่าง...มีเพียงไซรัสที่ดูคล้ายไม่ใส่ใจเรื่องนี้ เขารอจนทุกคนมาพร้อมหน้า ถึงค่อยบอกเล่าทุกอย่างที่สืบรู้อย่างเป็นกลาง จากนั้นก็พูดถึงสถานการณ์ปัจจุบันอันเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข ขณะที่ประชุมกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดี ทหารนายหนึ่งก็ร่อนลงที่ระเบียง มุ่งหน้าเข้าทำความเคารพชายนัยน์ตาสีเทาเพียงคนเดียวในโถง แล้วรายงาน“ฝ่าบาท ตอนนี้มนุษย์เริ่มบุกรุกข้ามแนวเขาเข้ามาได้พักใหญ่ พวกนั้นเข้าใกล้เขตที่อยู่อาศัยพวกสี่เท้าทุกทีแล้ว จนถึงตอนนี้พวกเราเกณฑ์พวกดุร้ายเข้ากรงขังไว้มากแล้วก็จริงอยู่ แต่ดูจากรูปการณ์ เป็นไปได้ว่ามนุษย์อาจตั้งตัวเป็นศัตรูกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิ
Magbasa pa

บทที่ 163

จากยอดเขาสูงชะลูดคล้ายต้นเสาสูงเสียดเมฆ อัยน์นามองเห็นกองทัพเวเนเซียชัดเจนกองทัพใหญ่เวเนเซียยามนี้เคลื่อนพลผ่านแนวเขาสลับซับซ้อนมาครบแล้ว ทันที่ที่มาถึงป่าที่ราบ แม่ทัพใหญ่ก็สั่งให้ทหารแนวหน้าตั้งแถวตรึงกำลังไว้แล้วสั่งให้ทหารแนวหลังตั้งค่ายพัก เสียงตบเท้าเคลื่อนแถวแต่ละครั้ง ทำเอาผืนดินสั่นสะเทือน ฝูงสัตว์เล็กหวาดผวา หนีหน้าเข้าซุกตามโพรงหินตามพุ่มไม้เหล่าเจ้าของอาณาเขตปล่อยให้ผู้บุกรุกโค่นต้นไม้สร้างค่ายพักไปสองต้น พอสันขวานจามเข้าไม้ลำต้นผอมทว่ายาวตรงสูงเสียดฟ้าต้นที่สาม พวกเขาก็เปิดประตูกรงล้อมขัง ‘อสุรกาย’ ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตสี่เท้าดุร้ายทั้งหมดให้ออกมาอาละวาดฟาดหัวฟาดหางกันเต็มที่“เจ้าตัวใหญ่พวกนี้ ปกติไม่เคยถูกขัง พอโดนต้อนเข้ากักตัวในค่ายล้อมขังถึงได้หงุดหงิดนัก” ประโยคเดียวจากไซรัส อธิบายภาพตรงหน้าเธอได้หมดทุกอย่าง‘เจ้าตัวใหญ่’ ที่เขาพูดถึงยามนี้ ถ้าไม่พุ่งเข้าใส่กันเองจนได้เลือด ก็วิ่งถลาไปทางกองทัพมนุษย์ เดาว่าคงเพราะได้กลิ่นไม่คุ้นชินและได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ เคลื่อนไหวไปมา บ่งบอกว่าทิศใต้มี ‘กองทัพอาหาร’ รอให้กัดกินไม่อั้น ภาพที่เกิดขึ้นทางฝั่งกองทัพมนุษย์จึงดูน่าหวาด
Magbasa pa

บทที่ 164

“จำที่ฉันเคยบอกเธอได้ไหม” รอยยิ้มหยิ่งทะนงที่พาดผ่านริมฝีปากเขายามนี้ แม้จะขับให้ใบหน้างดงามดูหล่อเหลาคมเข้มขึ้นอีกหลายส่วน แต่ก็ชวนให้คนมองหมั่นไส้ระคนหวั่นใจไม่น้อยเห็นเธอนึกไม่ออก อดีตพ่อค้าอัญมณีและแพรพรรณก็ช่วยทวนความทรงจำให้เสียครบถ้วนทุกถ้อยคำ“ก่อนแต่งงานก็บอกไปแล้วไม่ใช่รึ ‘ถ้าอยากจะหนี...ก็รีบหนีไปให้ไกล พ้นจากเจ็ดวันนี้ไปแล้ว...ถ้าสามีไม่อนุญาต ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้หนีไปไหนอีกเลย’ ”“ก็แค่คำพูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว หม่อมฉันไม่ได้...”“อ้าว” เขาตัดบท ถามหน้าตาย “ต่อไปนี้จะไม่พูดคำว่า ‘ไม่ได้’ แล้วไม่ใช่หรือ? ”อัยน์นาค้อนขวับอย่างเหลืออด ยังไม่ทันได้เถียงอะไรกลับ เจ้าของปราสาทก็พาเธอร่อนลงระเบียงกว้างหน้าโถงเก่าเพราะรู้ดีว่าถึงคัดค้านขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์ ทั้งยังอยากจะรักษาหน้าตาผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์ และยังอยากจะรักษาหน้าตัวเอง อัยน์นาจึงตัดสินใจแกล้งหมดสติให้ดูคล้ายราชาผู้อารีกำลังทำเรื่องสมเหตุสมผลอย่างการดูแลคนล้มป่วยร่างกายอ่อนแอ และ ‘ราชาผู้อารี’ ก็ตอบแทนน้ำใจนี้ด้วยการอุ้มร่างเธอเดินขึ้นบันไดนับขั้นไม่ถ้วนเดินมาจนถึงขั้นที่ร้อยเท่าไหร่ก็ไม่รู้จอมเผด็จ
Magbasa pa

บทที่ 165

ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองช่างทำตัวเหมือนเด็กน้อย หึงหวงไร้สาระ แต่หลังจากต้องรับมือนักปั่นหัวตัวฉกาจ นอกจากเหวี่ยงกลุ่มก้อนโทสะตกค้างระบายความอัดอั้น เธอคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ“ก็น้องสาวต่างแม่อย่างไรเล่า” เขายังคงตอบเสียงนุ่ม “จำได้ว่าภรรยาเองก็สีผมสีตาแตกต่างจากพี่สาวต่างแม่ไม่ใช่หรือ”ภรรยา... หัวใจดวงน้อยคล้ายค่อยๆ หลอมรวมกลับเต็มใบ แล้วอุ่นซ่านขึ้นในวินาทีนั้นไม่นะ...อย่าเชื่อ อย่ายอมรับง่ายๆ สิ!“หึ...ต่อให้ไม่เป็นอมตะ แต่ท่านอายุยืนยาวนักไม่ใช่รึ จนถึงตอนนี้ท่านใช้ชีวิตมานานตั้งเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ อย่างท่านน่ะ...ถ้าไม่เคยมีใครก็นับว่าไม่ปกติแล้ว! ”มองหญิงสาวที่พยายามตั้งคำถามสุดชีวิต ทั้งที่ใช้สำนวนการพูดจาแบบเวเนเซียกับแบบโบราณอย่างผู้คนในอาณาจักรนี้สลับกันไปมา ดูสับสน คนร่างสูงกว่าก็หัวเราะเบาๆไม่เป็นไร...อยู่ที่นี่ เขาจะค่อยๆ สอนให้เธอคุ้นชินไปเอง“แล้วใครบอกว่าข้าปกติกัน...ออกจะ ‘เจ้าเล่ห์ บ้างาน’ ไม่ใช่หรือ” จอมเจ้าเล่ห์ตอบแกมกระเซ้า “มารดาผู้ให้กำเนิด ‘ไซรัส’ ราชาอาณาจักรนี้เป็นภรรยาที่ถูกต้องก็จริงอยู่ แต่ก็เป็นแค่ราชินีองค์ก่อนที่ล่วงลับไปนานนับร้อยปีก่อนที่ราชินีองค์
Magbasa pa

บทส่งท้าย (1)

ไซรัสมองเจ้าของใบหน้ารูปหัวใจเรียวสวยจับมือลูกชายตัวน้อยในอ้อมแขนโบกให้เด็กชายอายุราวสองขวบครึ่งซึ่งมัวเล่นซนอยู่กับ ‘ผู้พิทักษ์’ คนเดียวกับที่เคยพรวดพราดเข้ามารายงานสถานการณ์ชายแดนครั้งเวเนเซียยกทัพใหญ่ข้ามแนวเขาเมื่อราวหกปีก่อน หัวใจเปี่ยมสุขก็พลันนึกย้อนถึงความหลัง...อัยน์นาทุกวันนี้ แทบไม่ต่างจากครั้งแรกที่ได้พบกันเธองดงามสะดุดตา...ทั้งอย่างนั้น สิ่งที่ดึงดูดเขาได้เสมอนับแต่แรกพบกลับไม่ใช่ความงามระดับล่มอาณาจักร แต่เป็นสายตาหลากอารมณ์คู่นั้นอัยน์นา...ราชินีของเขานั้น เป็นเจ้าของดวงตาสีนิลงามลึกล้ำ ยามปกตินัยน์ตาเธอจะดูอ่อนหวาน นุ่มนวล ชวนฝัน แต่ยามเอาจริงเอาจัง ดวงตาคู่เดียวกันนั้นกลับดูมาดมั่น ทรงพลัง เป็นดวงตาสะกดวิญญาณที่ตรึงให้ทุกคนต้องยอมสยบดวงตาเธอทำให้เขาสนใจ และแปลกใจต่อมา หลังได้รู้จักเธออย่างแท้จริง เขาถึงได้เข้าใจ ว่าทำไมถึงโดนดวงตาคู่นี้ดึงดูดเขาพบว่าเธอก็เหมือนเขา เหมือนกันตรงที่ต่างต้องการพิสูจน์ตัวเอง ต่างใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย ไม่เคยยอมแพ้ ทุกเรื่องราวของเธอ ตัวตนของเธอ ทุกอย่างที่รวมกันเป็นเธอทำให้เขาเผลอมองตามและคอยเอาใจช่วยโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาอยากปกป้องเ
Magbasa pa

บทส่งท้าย (2)

เห็นลูกเขยทำตัวมีลับลมคมในคล้ายไม่อยากบอกอยู่ในที ท่านเจ้ากรมก็ยิ่งอยากรู้หนัก“อย่างไร? ”“เมื่อผู้หญิงตั้งครรภ์ จะเกิดสายใยระหว่างมารดากับบุตร เรียกว่าสายรก” ราชาอาณาจักรเร้นลับค่อยๆ อธิบาย ยิ่งเขาดูใจเย็นเท่าไหร่ ท่านเจ้ากรมก็ยิ่งจดจ่อรอฟังมากเท่านั้น “เมื่ออัยน์นาตั้งครรภ์...เดาว่าเด็กในท้องคงแบ่งปันพลังการฟื้นฟูตัวเองจากภายในไปให้ผ่านสายรกนั่น...”ฟังลูกเขยเอ่ยเพียงเท่านี้ ท่านเจ้ากรมก็เหลียวมองทารกชายในมือลูกสาว มองเด็กชายอายุราวสองขวบครึ่งที่ขึ้นขี่คอผู้พิทักษ์ประจำตัวต่างม้าศึก มองหน้าท้องที่เริ่มนูน...ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตั้งครรภ์มาได้อย่างต่ำก็ราวสามสี่เดือน และไพล่นึกไปถึงหลานชายหลานสาวอีกอย่างละคน ที่ตอนนี้ไปเล่นซนที่ไหนสักที่ จากนั้นก็กลืนน้ำลายลงคออันที่จริงท่านเจ้ากรมก็รู้สึกอยู่บ้างว่าลูกสาวคนเล็กกับลูกเขยมีลูกกันเร็วจนน่าตกใจ แต่ทุกครั้งที่รู้ข่าว ท่านเจ้ากรมก็ได้แต่ดีใจอยากดั้นด้นมาหาหลานตามประสาคนแก่ ไม่เคยนั่งคิดเรื่องนี้จริงจังเลยสักหน พอลองมาคิดดูดีๆ แล้วถึงได้รู้ตัวว่าลูกเขยตัวดีแทบไม่ปล่อยให้ลูกสาวคนโปรดท้องว่างเลยสักนิด!พ่อที่หวงลูกสาวจัดกำม้าหมากรุกในมือแน่นจ
Magbasa pa

บทส่งท้าย (3)

สามพ่อลูกมุ่งหน้าเข้าหาทะเลสาบทิศใต้ด้วยความร้อนใจ ยิ่งไปถึงแล้วเห็นเซรีน่านั่งนิ่งบนโขดหินที่รายล้อมไปด้วยเด็กเงือก ริมฝีปากน้อยๆ ขยับอ้าร่วมขับร้องบทเพลงภาษาแปลกประหลาดราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งสามก็ยิ่งหวาดหวั่น“ภาษาโบราณ...” ไซรัสเอ่ยเสียงเครียด“ลูกโดนเด็กเงือกพวกนั้นสะกดจิตรึ? ” นอกจากเหตุผลนี้ อัยน์นานึกไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเพราะอะไร ลูกสาววัยเพียงสี่ขวบถึงรู้จักภาษาเก่าแก่โบราณที่ว่าเพราะยังไม่รู้สถานการณ์ ไซรัสจึงยกมือสั่งห้ามผู้พิทักษ์ทั้งมวลเคลื่อนไหวโดยพลการตอนนั้นเอง พวกเด็กเงือกก็สังเกตเห็นบรรดาผู้มาใหม่ทั้งหมดหยุดร้องเพลง พากันก้มหน้าเหมือนเคารพระคนหวาดกลัวเซรีน่าเห็นท่าที ‘เพื่อนใหม่’ เปลี่ยนแปลงไป ก็มองตาม เมื่อเห็นใบหน้างามแฉล้มอันคุ้นเคย เจ้าหญิงน้อยก็หัวเราะเสียงใส “ไม่ต้องกลัว” เด็กน้อยว่า “ท่านแม่ใจดี”เจ้าหญิงเซรีน่าหันไปคุยกับเพื่อนเงือกกลุ่มใหญ่สามสี่คำ ก็หันกลับมาทำหน้าที่ล่าม บอกพ่อ แม่ และพี่ชาย “พวกเขาบอกข้าว่ากลัวท่านแม่ เพราะท่านแม่เป็นราชินี” เจ้าหญิงน้อยบอกเสียงใส “ไม่ใช่ราชินีปราสาทสีนิล เขาว่าท่านแม่เป็นราชินีของพวกเงือก”ราชาและราชินีของอาณาจัก
Magbasa pa
PREV
1
...
141516171819
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status