Semua Bab สามีข้า คือคนป่าคลั่งรัก: Bab 31 - Bab 40

48 Bab

บทที่ 30

บทที่ 30อ๋อง(เถื่อน)กลับมาแล้ว (1) ประตูห้องถูกปิดลงเบาๆ ชายหนุ่มผู้มีหนวดเครารกเต็มหน้าจึงพลิกตัวลุกขึ้นมานั่ง ผ้าห่มที่เกาะบนบั้นท้ายวับๆ แวมๆ บัดนี้เลื่อนตกไปกองอยู่ที่น่องขา เผยให้เห็นส่วนลับใต้สะดือที่มีขนาดและสัดส่วนสมบูรณ์แบบ มือหนาขยับไปลูบเตียงด้านข้าง ไม่เหลือร่องรอยความอบอุ่นแล้ว แต่ยังคงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวหลงเหลืออยู่ ฟางถิงถิง... ถึงจะดื่มเพลินจนเมามาย แต่เขาก็จำชื่อแซ่และเหตุการณ์ทุกอย่างได้ดี นอกจากนี้การจะตามหาตัวนางก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร พอคิดว่าตนอยากพบนางอีกสักครั้ง ทันใดความรู้สึกแปลกประหลาดก็ผุดขึ้นในอก เป็นความรู้สึกร้อนวูบแกมตื่นเต้น เพราะเป็นบุรุษ ซ้ำอายุไม่ใช่น้อยๆ จึงเคยร่วมหลับนอนกับสตรีอื่น แต่กลับไม่เคยคิดจะสานต่อกับสตรีนางใด ยกเว้นฟางถิงถิงที่แตกต่าง ไม่เพียงพูดคุยด้วยแล้วรู้สึกถูกคอ บรรยากาศรอบตัวนางยังทำให้เขาสบายใจ นางยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ถึงอย่างนั้นกลับทำตัวกร้านโลก แม้จะน่าขบขัน แต่เขาก็อยากรับผิดชอบ มากไปกว่านั้น... “นางช่าง...น่าสนใจ” เขาพ
Baca selengkapnya

บทที่ 31

บทที่ 31อ๋อง(เถื่อน)กลับมาแล้ว (2) ชายหนุ่มเป็นคนตรงไปตรงมา คำตอบนั้นอาจทำให้คนอื่นไม่พอใจก็จริง แต่สำหรับฮ่องเต้ กลับชินเสียแล้ว ในความคิดของเซียวอวิ้นหยางยามมนี้ พอใจลอยขึ้นมาทีไร มักจะหวนคิดถึงสตรีที่พบเมื่อวาน เขาอยากพบนางอีกสักครั้ง อยากรู้จักนางให้มากยิ่งขึ้น เขาชอบสตรีร่าเริง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ซึ่งฟางถิงถิงเป็นเช่นนั้น “นี่ จะใจลอยไปถึงไหน” ฮ่องเต้เหยียนเล่อตรัสเสียงดังเพื่อเรียกสติหยางอ๋องกลับมา และเป็นเช่นเดิม เซียวอวิ้นหยางยังคงยิ้มไขสือ ฮ่องเต้ส่ายพระเศียรอีกหน จากนั้นเปลี่ยนบทสนทนา “เอาเถอะ เห็นแก่ความดีความชอบ ปกครองดินแดนซีโจวอย่างสงบสุข ชาวประชากินอิ่มนอนอุ่น เรื่องที่เจ้าไม่ยอมกลับเมืองหลวงเราจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็แล้วกัน” นั่นเป็นคำชมปนประชดไม่ใช่หรือ เซียวอวิ้นหยางคิดพลางตอบรับว่า “พ่ะย่ะค่ะ” เขากับฝ่าบาทกำเนิดจากพระมารดาคนเดียวกัน ตั้งแต่เด็กก็ถูกจับแยก แต่ด้วยสายสัมพันธ์ความเป็นพี่น้องที่เหนียวแน่น แม้นานครั้งจะพบหน้า หากความผูกพันกลับไม่เคย
Baca selengkapnya

บทที่ 32

บทที่ 32ราชโองการ ตลอดห้าวันมานี้ รัชทายาทเซียวจื้ออี้มาคุกเข่าที่หน้าตำหนักฮ่องเต้เหยียนเล่อทุกวัน ขอให้ฝ่าบาทร่างราชโองการถอนหมั้น ไม่ต้องคิดอีกแล้ว ในหัวใจของรัชทายาทยามนี้มีเพียงคุณหนูหลินผู้นั้น ส่วนหยางอ๋องที่ไม่เคยขอร้องสิ่งใดจากฮ่องเต้เหยียนเล่อ ครั้งนี้กลับมีท่าทีชัดเจนว่า หากไม่ใช่ฟางถิงถิงก็จะไม่แต่งงานกับสตรีคนใด ดังนั้นแล้ว ฮ่องเต้เหยียนเล่อซึ่งเป็นคนกลางจึงค่อนข้างกลุ้มพระทัยอย่างหนัก “ฝ่าบาท กระหม่อมมีบางอย่างจะกราบทูลพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหลี่ที่คอยติดตามฮ่องเต้เหยียนเล่อมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยเอ่ยขึ้น ซึ่งฟังจากน้ำเสียงและท่าทีแล้ว สำหรับฮ่องเต้เหยียนเล่อรู้สึกราวกับเห็นแสงสว่างของทางออกรำไร “เจ้ารีบพูดมา” ขันทีหลี่ขยับเข้าใกล้ฮ่องเต้หนึ่งก้าว จากนั้นคร่อมเอวลงมา พร้อมยกมือขึ้นป้องปากขณะกระซิบกระซาบ เมื่อฟังจบ ฮ่องเต้เหยียนเล่อเบิกพระเนตรกว้าง “จริงหรือ!” หลังจากหยางอ๋องบอกความประสงค์กับฮ่องเต้ในวันนั้น ขันทีหลี่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกๆ ทั้งสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่
Baca selengkapnya

บทที่ 33

บทที่ 33พรานป่าคนนั้นก็คือหยางอ๋อง หลังจากอารมณ์สงบลงแล้ว ฟางถิงถิงก็พบว่าตนเดินเตร่มาจนถึงประตูเมืองฝั่งตะวันตก ท้องฟ้าย้อมด้วยสีส้มอมแดงเนื่องจากเป็นเวลาเย็นมากแล้ว นางมองผู้คนที่เดินทางเข้าออกประตูเมือง ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็ผุดเข้ามาในหัว หากหนีออกจากบ้านตอนนี้ ก็ไม่ต้องแต่งกับอ๋องอะไรนั่น แต่การทำเช่นนั้น ตระกูลฟางจะตกที่นั่งลำบากด้วยข้อหาขัดราชโองการ ทว่า...ราชโองการของฝ่าบาทไม่ต่างอะไรกับจับฟางถิงถิงมัดมือมักเท้าแล้วส่งไปทางนั้นทีทางนี้ แบบนี้ออกจะเกินรับไหว พอคิดถึงเรื่องนี้หญิงสาวก็ปลดถุงผ้าใบเล็กที่เหน็บข้างเอวขึ้นมานับเงินในนั้น พอนับเงินเสร็จ ไหล่แบบบางพลันห่อเหี่ยว เป็นบุตรีของอัครเสนาบดีแห่งแคว้นซิ่งแท้ๆ แต่จนกรอบยิ่งกว่าคุณหนูตระกูลเล็กๆ เสียอีก มีเงินแค่ไม่กี่เหรียญนางจะหนีออกจากบ้านได้อย่างไร ไปไกลสุดก็คงเป็นร้านน้ำชาระหว่างเมืองหลวงกับเมืองข้างๆ เท่านั้นเอง ว่ากันตามหลักแล้ว หากไม่ใช่เพราะหนีไปดื่มที่โรงเตี๊ยมหยวนเยว่ ฟางถิงถิงก็คงไม่ถูกลงโทษด้วยการหักเงิน นางมองเงินในกระเป๋าพร้อมกับโอดครวญ
Baca selengkapnya

บทที่ 34

บทที่ 34เปิดตัว ‘ว่าที่’ ชายา หลังจากเซียวอวิ้นหยางทราบเรื่องราชโองการแต่งตั้งชายา และตอนนี้ราชโองการฉบับนั้นก็ถูกส่งไปถึงจวนตระกูลฟางเรียบร้อยแล้ว หนำซ้ำยังมีข่าวว่าฝ่าบาทจะเป็นผู้ส่งมอบสินสอดให้กับฟางถิงถิงด้วยพระองค์เอง เซียวอวิ้นหยางอยากพบหน้าฟางถิงถิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ติดอะไรหลายๆ อย่างจึงไม่สะดวก ครั้นพอราชโองการถูกถ่ายทอดออกไป เขาจึงควบม้ามายังจวนตระกูลฟางเพื่อพบเจอนาง มิคาดว่า พอมาถึงฟางเผิงเจี้ยนกลับพูดด้วยหน้าเจื่อนๆ ‘พอรับราชโองการแล้ว บุตรสาวของกระหม่อมก็รีบร้อนออกจากจวน เพราะอย่างนั้น...’ ‘น่าจะหนีออกจากบ้านแล้วเพคะ ฝ่าบาทออกราชโองการพร้อมกันสองฉบับเช่นนี้ทำราวกับว่าถิงถิงเป็นของเล่นของราชวงศ์อย่างนั้นละ เป็นหม่อมฉันก็คงรับไม่ได้เหมือนกัน’ ประโยคที่แลเหมือนประชดประชันนี้เป็นของฟางฮูหยิน ฟางเผิงเจี้ยนทำหน้าเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินฮูหยินของตนพูดเช่นนั้น ตรงข้ามกับหยางอ๋องที่ยังแสดงสีหน้านิ่งเฉย เซียวอวิ้นหยางขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดป่าเถื่อน แต่นั่นก็เป็นเพียงฉายาในสนามรบ แน
Baca selengkapnya

บทที่ 35

บทที่ 35งานมงคลสมรส งานเลี้ยงฉลองต้อนรับหยางอ๋องผ่านไปอย่างราบรื่น วันถัดมา นางกำนัลและเหล่าบ่าวรับใช้ของตำหนักหยางอ๋องก็มีงานล้นมือกันอีกแล้ว เนื่องจากอีกสามวันข้างหน้า พิธีสมรสพระราชทานก็จะถูกจัดขึ้น และแล้ว วันมงคลสมรสก็มาถึง ภายในตำหนักหยางอ๋องเต็มไปด้วยบรรยากาศสีแดงอันเป็นมงคล ถึงอย่างนั้น พิธีมงคลสมรสนี้ก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย หากกลับไม่มีส่วนใดขาดตกบกพร่อง และถูกต้องตามประเพณีทุกประการ ฟางถิงถิงสวมอาภรณ์ผ้าไหมงดงามวิจิตร ทั้งตัวเต็มไปด้วยเครื่องประดับที่ทำจากทอง โดยเฉพาะมงกุฎหงส์ชิ้นใหญ่หรูหรา แม้จะสวยงามไร้ที่ติ แต่ก็ทำให้นางหนักคอแทบตายแล้ว พอเสร็จสิ้นพิธีการและถูกส่งตัวเข้าหอ นางจึงพยายามแกะมงกุฎหงส์ออกทันที กระนั้นก็รู้สึกว่าช่างยากลำบากไม่น้อย เสียงเปิดปิดประตูดังขึ้น จากนั้นเซียวอวิ้นหยางก็ก้าวยาวๆ เข้ามาหยุดยืนหน้าเตียงใหญ่ซึ่งฟางถิงถิงกำลังนั่งแงะแกะเครื่องประดับออกจากหัว หญิงสาวเงยใบหน้าขึ้นพลางกล่าวขอร้อง “ท่านอ๋อง ท่านช่วยถอดมงกุฎหงส์ให้หม่อมฉันได้หรือไม่” ในห้องกว
Baca selengkapnya

บทที่ 36

บทที่ 36คืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่ง เมื่อเทียนทุกเล่มดับลงภายในห้องหอก็ตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างฉลุลายประณีต ท่ามกลางความมืดสลัวนั้น ฟางถิงถิงได้ยินเสียงลมหายใจของเซียวอวิ้นหยางที่หนักหน่วงขึ้น ชัดเจนขึ้น มิหนำซ้ำทรวงอกของเขายังขยับขึ้นๆ ลงๆ ราวกับกำลังพยายามข่มกลั้นความปรารถนา หญิงสาวยื่นมือแตะแผงอกร้อนผ่าวของหยางอ๋อง พูดเสียงอ่อนเสียงหวานคล้ายกำลังวอนขอ “ท่านอ๋อง” ทันใดนั้น... ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำ ริมฝีปากบางบดขยี้กลีบปากเนียนนุ่ม แล้วร่างของนางก็สั่นระริก เสียงครางหวานๆ ดังอยู่ในลำคอ “อ...อือ...” เซียวอวิ้นหยางระดมจุมพิตครั้งแล้วครั้งเล่า เพียงแค่ถูกจูบ ฟางถิงถิงก็แทบจะเสียอาการ ร่างแบบบางสะท้านไม่หยุด ...อยากได้มากกว่านี้ หญิงสาวปรือตารับจูบเร่าร้อนอย่างเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากเนียนนุ่มเผยอเปิดเล็กน้อย ชั่วอึดใจสั้นๆ นั้นปลายลิ้นร้อนก็ดุนดันเข้ามาในโพลงปาก อ๋องหนุ่มกระหวัดลิ้นพัวพันกับลิ้นของฟางถิงถิง ระหว่างจูบมือหนาค่อยๆ ปลดชุดกลางสีขาวขอ
Baca selengkapnya

บทที่ 37

บทที่ 37ใครกล้าแตะต้องนาง...ตาย! (1) แสงอรุณส่องผ่านหน้าต่างฉลุลายอันประณีต แสงสว่างนั้นปลุกฟางถิงถิงให้ตื่นขึ้นมาท่ามกลางอาการปวดระบม มือน้อยนวดเฟ้นเอวและสะโพกของตนป้อยๆ พร้อมกับดวงตาคู่สวยเหลือบมองคนข้างกายที่ยังหลับสนิท เซียวอวิ้นหยางมีรูปร่างสูงใหญ่ ด้วยเพราะเป็นอ๋องนักรบ ถึงได้มีกล้ามเนื้อบึกบึนสมส่วน ส่วนฟางถิงถิงรูปร่างบอบบาง เทียบกันแล้ว นางไม่ต่างจากกระต่ายตัวน้อยที่ถูกราชสีห์รังแก แรกเริ่มแม้เขาจะทำอย่างอ่อนโยนและค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่ออารมณ์ปะทุถึงขีดสุด ความอ่อนโยนนั้นเปลี่ยนเป็นโจนจ้วง นางเองก็สุขสมจนสติหลุด ส่งเสียงร้องครวญครางอย่างเรียกร้องครั้งแล้วครั้งเล่า พอคิดถึงเรื่องน่าอายนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็สั่นสะท้านขึ้นมา ใบหน้าของหญิงสาวร้อนผ่าว ถึงอย่างนั้นนางกลับพลิกตัวนอนตะแคงโดยหันหน้าไปทางเซียวอวิ้นหยาง จ้องใบหน้าเขาคล้ายต้องการเก็บทุกรายละเอียด ยามที่ถูกเขาจับจ้อง ดวงตาคมคู่นี้ช่างลึกล้ำและเต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา เพียงแค่ถูกจ้องมองนาง ร่างกายของนางก็เหมือนถูกสะกด ระหว่างคิด ฟางถิงถิงลูบมือบนเปลือ
Baca selengkapnya

บทที่ 38

บทที่ 38ใครกล้าแตะต้องนาง...ตาย! (2) หลายวันต่อมา ในที่สุดรัชทายาทเซียวจื้ออี้ก็หาจังหวะมายังตำหนักหยางอ๋องจนได้ หลังจากสืบทราบมาว่าฮ่องเต้เรียกเซียวอวิ้นหยางเข้าเฝ้าในเช้าวันหนึ่ง รัชทายาทเซียวจื้ออี้ก็หาได้รอช้า รีบเดินทางมาตำหนักหยางอ๋องพร้อมกับหลินซวงเอ๋อร์ เมื่อมาถึง ทั้งสองก็วางอำนาจใหญ่โตทันที เทียบกันแล้ว ระหว่างตำแหน่งรัชทายาทกับชายาอ๋อง แน่นอนว่าฟางถิงถิงต้องให้ความเคารพรัชทายาทที่มีศักดิ์สูงกว่า แต่สำหรับหลินซวงเอ๋อร์ที่ไม่มีตำแหน่งอะไรเลย นางจึงเมินเฉยฝ่ายนั้นอย่างสมบูรณ์ ฟางถิงถิงย่อกายให้กับรัชทายาท แต่กับหลินซวงเอ๋อร์ นางเมินหน้าหนี หลินซวงเอ๋อร์เห็นอย่างนั้นก็เขย่าแขนรัชทายาท ทั้งยังส่งสายตาแง่งอน รัชทายาทเข้าใจความหมายจึงหันไปกล่าวตำหนิฟางถิงถิง “พระชายาฟาง หยางอ๋องคงตามใจเจ้าจนทำให้ลืมฐานะของตนไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้ไม่ให้ความเคารพคนของข้า” ฟางถิงถิงย่อมเข้าใจคำพูดนั้น รัชทายาทต้องการให้นางมอบความเคารพหลินซวงเอ๋อร์ เพราะยิ่งเข้าใจ ฟางถิงถิงจึงยิ่งรู้สึกไม่พอใจ นางแสร้งมอ
Baca selengkapnya

บทที่ 39

บทที่ 39ยืมดาบฆ่าคน (1) ขนอ่อนบนหลังคอของเซียวจื้ออี้กับหลินซวงเอ๋อร์ลุกชัน พวกเขาไม่เคยรู้สึกหนาวสะท้านราวกับกำลังย่างเท้าลงสู่ขุมนรกเช่นนี้มาก่อน แต่สายตาของหยางอ๋องทำให้รู้สึกเช่นนั้นได้! หลินซวงเอ๋อร์ดึงสติกลับมาได้เร็วกว่ารัชทายาทเซียวจื้ออี้ นางที่ยังประกบมือบนแก้มฝั่งที่ถูกตบใช้จังหวะนั้นทวงความยุติธรรม “ท่านอ๋อง หม่อมฉันแค่มาเยี่ยมพระชายาฟาง แต่...แต่ถูกพระชายาทำร้ายร่างกาย จะให้คิดอย่างไรได้เพคะ” ยามพูด หลินซวงเอ๋อร์ทำหน้าเศร้าสร้อย ร่างกายของฝ่ายนั้นผอมบางอยู่แล้ว ประกอบกับแก้มซ้ายที่บวมแดง พอมายืนอยู่ตรงหน้าอ๋องนักรบที่มีร่างสูงใหญ่อย่างเซียวอวิ้นหยาง ท่าทางอ่อนแอเปราะบางนั้นแลดูน่าสงสารมากกว่าเดิม ทว่า... คำตอบของหยางคือ...สายตาดุดันที่สาดมอง หลินซวงเอ๋อร์สะดุ้ง แม้จะหวาดกลัว แต่ยังคงทำใจกล้า มองตอบเซียวอวิ้นหยางแกมขอร้อง “ท่านอ๋อง ได้โปรดมอบความยุติธรรมให้กับหม่อมฉันด้วยเพคะ” “ยุติธรรมหรือ ได้สิ” หยางอ๋องพยักหน้าบอก “ข้าจะลงโทษคนของข้าเอง” หลินซวงเอ๋อร์ได้ยินเช่นนั
Baca selengkapnya
Sebelumnya
12345
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status