สามีข้า คือคนป่าคลั่งรัก

สามีข้า คือคนป่าคลั่งรัก

last updateآخر تحديث : 2025-08-29
بواسطة:  ฮาจิฮาจิمكتمل
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
8.7
3 تقييمات. 3 المراجعات
48فصول
7.5Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

'หรงหราน' พลาดพลั้งตกหน้าผา หากก็ได้ 'เหล่ยเซิน' ชายเคราดกจอมป่าเถื่อนจากหมู่บ้านกลางป่ากลางเขาช่วยเหลือเอาไว้ หากทวา...หลังจากช่วยรักษานางจนหายดีแล้ว เขากลับจับนางแต่งงานและเข้าหอเสียเดี๋ยวนั้น!!??

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

บทที่ 1

คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพสิ้นชีพ!

               ท่ามกลางความมืดอันเงียบสงัด บนกองใบไม้ใบหญ้า หญิงสาวนอนนิ่ง ชุดสีชมพูอ่อนแสนโปรดปรานขาดวิ่น ตามเนื้อตัวก็มีแต่บาดแผลและเลือดที่แห้งเกรอะกรังแล้ว

               ทั้งที่บาดเจ็บสาหัสจนสลบไปก็หลายครั้ง จากสภาพไม่คิดว่าน่าจะรอดชีวิต แต่นางก็ยังฟื้นขึ้นมาพบว่าตนอยู่ใต้หุบเขาลึกดังเดิม

               ต่อให้รอดพ้นจากความตายมาได้ หากต้องมานอนนิ่งเหมือนผักเช่นนี้ ตายๆ ไปเสียไม่ดีกว่าหรือ นางคิดอย่างประชดประชันระคนอึดอัดที่ตนไม่อาจขยับร่างกายไปไหนได้

               สรรพสำเนียงรอบตัวเงียบกริบ นางทำได้แค่นอนนิ่งมองแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้อย่างไร้ประโยชน์

               เงียบ...

               เงียบเกินไป...

               หากว่าต้องมาอยู่ในสภาพนอนรอความตายเยี่ยงนี้ ตอนตกหน้าผา...นางน่าจะตายตั้งแต่ตอนนั้นเสียเลย และแล้ว ความคิดอย่างท้อใจก็ย้อนกลับมาโจมตีนางอีกครั้ง   

               ก่อนหน้านี้นางควรเชื่อฟังคำเตือนของท่านพ่อ ไม่ควรออกมาขี่ม้ายิงธนูกับพวกคุณชายหยวนและแม่นางลู่เลย ให้ตายสิ!  

               ถึงจะเจ็บใจ หากก็ทำได้เพียงนอนนิ่ง...

               การที่นางต้องมามีสภาพจะตายแหล่มิตายแหล่เช่นนี้ ให้เล่าย้อนความก็ยาวอยู่ แต่นางจะสรุปคร่าวๆ นามของนางนั้นคือหรงหราน แซ่โจว เป็นบุตรสาวคนเล็กและเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาพี่น้องที่มีแต่ผู้ชาย บิดาของนางเป็นแม่ทัพใหญ่ ด้วยเพราะเติบโตมากับบิดามารดาที่ห้าวหาญ การขี่ม้ายิงธนูจึงเป็นสิ่งที่หรงหรานถนัด  

               หรงหรานออกบ้านมาเที่ยวเล่นกับคุณชายแซ่หยวน นามหลิงอวี้ เขากับนางชอบพอกันมานานหลายเดือนแล้ว ส่วนแม่นางลู่ที่กล่าวไปข้างต้น สตรี้ผู้นี้เป็นเพื่อนสมัยเด็กของหยวนหลิงอวี้ เวลาหยวนหลิงอวี้ไปที่ใด แม่นางลู่ก็จะติดตามไปด้วยเสมอ

               ระหว่างกำลังขี่ม้าล่าสัตว์ อยู่ดีๆ ม้าที่หรงหรานควบขี่เป็นประจำกลับตื่นกลัวอะไรบางอย่าง มันวิ่งเตลิดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้ จากนั้นทั้งม้าทั้งคนก็ผลัดตกหน้าผา

               ไม่รู้ว่าเป็นความโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ต้นไม้ใหญ่น้อยที่ขึ้นใต้หุบเขาช่วยชะลอความเร็วของการล่วงตกจากที่สูง

               ทว่า...ต่อให้นางไม่ได้ตายทันที แต่ก็ตื่นมาในสภาพล่อแล่ใกล้ตาย ไม่อาจขยับไปไหนได้ ทั้งยังนอนโดดเดี่ยวอยู่ใต้หุบเขาแสนเงียบเฉียบ    

               ที่นี่ไม่ใช่กลางถนนในเมืองใหญ่ จะมีใครบังเอิญผ่านมาช่วยนางกันเล่า!

               หรงหรานคิดด้วยความโมโห

               ทว่าเพิ่งคิดเช่นนั้น ก็เสียงกรอบแกรบดังขึ้น เป็นเสียงฝีเท้าที่ย่ำลงบนใบไม้แห้ง

               สัตว์ป่าหรือ?

               นางตื่นตระหนก ร้อนรน หากก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะลุกหนี สิ่งที่พอจะขยับได้มีเพียงดวงตาที่ส่ายมองซ้ายทีขวาที  

               ทันใดนั้นสิ่งที่ยื่นเข้ามาอยู่ในแนวสายตาก็คือ...ขน!?

               ใช่ ขนดกดำ

               หรงหรานที่นอนนิ่ง หากในใจร้อง ‘เหวอ!!!’ ด้วยความหวาดผวาพร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้าง

               ทว่าเมื่อมองดีๆ แล้ว ภายใต้ขนดกดำนั้นกลับเป็นใบหน้าของชายคนหนึ่ง

               ที่แท้ก็คน มิใช่ผี!

               หัวใจของหรงหรานพลันสงบลงทันทีเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ใช่สัตว์ร้ายหรือผีสาง ก่อนมองสำรวจชายที่มีหนวดเครารกครึ้มต่อ เขาแต่งตัวซอมซ่อ บนเอวมีขวานสะพายอยู่ด้วย...

               เพิ่งคิดมาถึงตรงนี้ เขาที่ก้มมองนางเพียงครู่ย่อตัวลงและลุกขึ้น ทันใดนั้นร่างของหรงหรานก็ถูกจับยกแบบไม่บันยะบันยัง

               ‘นี่เจ้า จะพาข้าไปไห...’

               จนใจที่นางบาดเจ็บสาหัสเกินไป ทั้งที่คิดว่าตนโพลงถามออกไปเช่นนั้น ทว่าอาการเจ็บกลับทำให้นางขยับปากพูดไม่ได้ มิหนำซ้ำ แรงกระแทกยามเขาก้าวเท้าเดินไปข้างหน้ายังทำให้นางกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง

               “อะ อั่ก…”

               เมื่อเห็นนางกระอักเลือดออกมาคำโต ชายเคราดกก็หยุดฝีเท้า สกัดจุดบางอย่างบนตัวนาง เพียงอึดใจเลือดก็หยุดไหล

               ผู้ชายคนนี้รู้จักจุดห้ามเลือดด้วยหรือ คงไม่ใช่คนป่าคนเขาธรรมดาแล้วกระมัง

               แต่แล้ว ความสงสัยก็เปลี่ยนเป็นความโกรธขึ้งอีกครั้งราวกับพลิกฝ่ามือเมื่อเขาออกวิ่ง

               ความเร็วของฝีเท้า แรงกระเทือนยามที่เขาย่ำพื้นหนักยิ่งกว่าเก่า  

               นางถูกเขาอุ้มก็จริง หากก็อยู่ในสภาพหัวสั่นหัวคลอนไปตลอดทาง

               ถึงตอนแรกการกระทำของเขาชวนให้คิดว่ารอดตายแล้ว หากหรงหรานกลับไม่รู้สึกขอบคุณเลยสักนิด เพราะตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ สำหรับเขาคำว่าป่าเถื่อนยังถือว่าน้อย

               ท่ามกลางสายลมที่พัดวูบวาบกรีดผิว เสียงสวบสาบจากฝีเท้าที่เหยียบย่ำใบไม้ นางถลึงตามอง ทั้งยังด่าเขาในใจอีกหลายชุด

               ‘@€%..@#&%E**!!!’

               ถ้าอยากจะช่วยกันจริงๆ อย่างน้อยช่วยทำกับคนใกล้ตายอย่างเบามือกว่านี้หน่อยเถอะ

               สภาพของหรงหรานตอนนี้ ไม่ตายก็เหมือนกับตาย!

               ณ จวนแม่ทัพโจว

               “คุณชายหยวนจะบอกว่า...หรงหรานของข้าขี่ม้าผลัดตกหน้าผาเองหรือ ซ้ำร้ายจนป่านนี้ก็ยังหาร่างของนางไม่พบ!?”

               แม่ทัพโจวหรือโจวจิ้งรุย บิดาของโจวหรงหรานมีตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ถามย้ำกับคุณชายหน้าละอ่อน ซึ่งมองปราดก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังโกหก

               หยวนหลิงอวี้ บุตรชายคนรองแห่งจวนเสนาบดีกรมพระคลังยกแขนเสื้อขึ้นปาดเหงื่ออย่างร้อนตัว

               “ขอรับ ข้าออกตามหาแม่นางโจวจนทั่วแล้ว แต่ก็ไม่พบ หุบเขาทางใต้ของเมืองเล่อฉาง ว่ากันว่าทั้งลึกและยังมีสัตว์ร้ายชุกชุม ถึงอย่างนั้นข้าก็พยายามค้นหานางต่อ กระทั่งฟ้ามืด หาต่อไม่ได้แล้ว ข้าเลยตัดสินใจกลับมาบอกท่านแม่ทัพโจว”

               “อ้อ อย่างนั้นเองหรือ”

               คิ้วคมเข้มของโจวจิ้งรุยเลิกขึ้นในขณะพูดประโยคนั้น

               หน้าผาที่อยู่ทางทิศใต้ของเมืองเล่อฉางเป็นเช่นนั้นจริง ว่ากันตามเหตุผล หรงหรานผลัดตกหุบหน้าผานั้นย่อมมีอันตรายถึงชีวิต นางมีโอกาสไม่ถึงครึ่งที่จะรอดกลับมา และจนป่านนี้...ย้ำว่า จนป่านนี้ หยวนหลิงอวี้กลับเพิ่งมาแจ้งข่าวให้สกุลโจวทราบว่าหาร่างของนางไม่เจอ ไม่รู้ว่าเสาะหาอีท่าไหน เสื้อผ้าของหยวนหลิงอวี้ถึงได้ยังสะอาดสะอ้านเหมือนครั้งที่เพิ่งมารับหรงหรานออกไป

               แม่ทัพใหญ่มองหยวนหลิงอี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่มีส่วนไหนมอมแมมเหมือนคนที่เพิ่งบุกป่าผ่าดงค้นหาคนเลยสักนิด ยังมีหน้ามาบอกว่าตามหาหรงหรานสุดกำลัง โกหกทั้งเพ ไอ้เด็กเฮงซวย!

               เหตุใดบุตรสาวของเขาถึงได้ชอบผู้ชายไร้น้ำยาเช่นนี้กัน

               “อุตส่าห์มาบอกเรื่องของหรงหราน รบกวนคุณชายหยวนแล้ว”

               ประโยคนี้แม่ทัพโจวผู้ยิ่งใหญ่กัดฟันพูด ทั้งที่ในอกร้อนรุ่มเพราะเป็นห่วงบุตรสาว และหากว่าไม่เห็นแก่หน้าสกุลหยวน เขาคงลุกขึ้นไล่เตะเด็กนี่นานแล้วเช่นกัน

               ก่อนหน้านี้ก็เตือนหรงหรานแล้วว่าบุรุษเจ้าสำอาง ทั้งยังไปไหนมาไหนก็พาเพื่อนสมัยเด็กที่เป็นสตรีไปด้วยทุกครั้ง คนเช่นนี้หาได้มีความจริงใจ ไม่คิดว่าการออกไปเที่ยวกับหยวนหลิงอวี้ครั้งนี้จะทำให้หรงหรานพบกับอันตราย

               หลังจากหยวนหลิงอวี้กลับไปแล้ว โจวจิ้งรุยรีบสั่งให้คนออกหาหรงหรานในทันที

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

Soji Eddie
Soji Eddie
เหมือนจะโดนเทไปแล้วนะ สาระอะไรไม่ค่อยมี มีแต่เซ็กส์
2025-09-29 06:36:37
1
0
Anděl K
Anděl K
สนุกก็สนุกอยู่หรอก แต่บท NC.เยอะเกินไปมาก ยืดเยื้อน่าเบื่อ
2025-09-19 19:06:01
1
0
Nattery
Nattery
ในบทนำน่าจะบอกด้วยว่ามี 2 เรื่อง ชื่อเรื่องก็น่าจะมี (NC) ต่อท้าย ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-10-26 11:02:09
0
0
48 فصول
บทที่ 1
บทที่ 1คุณหนูแห่งจวนแม่ทัพสิ้นชีพ! ท่ามกลางความมืดอันเงียบสงัด บนกองใบไม้ใบหญ้า หญิงสาวนอนนิ่ง ชุดสีชมพูอ่อนแสนโปรดปรานขาดวิ่น ตามเนื้อตัวก็มีแต่บาดแผลและเลือดที่แห้งเกรอะกรังแล้ว ทั้งที่บาดเจ็บสาหัสจนสลบไปก็หลายครั้ง จากสภาพไม่คิดว่าน่าจะรอดชีวิต แต่นางก็ยังฟื้นขึ้นมาพบว่าตนอยู่ใต้หุบเขาลึกดังเดิม ต่อให้รอดพ้นจากความตายมาได้ หากต้องมานอนนิ่งเหมือนผักเช่นนี้ ตายๆ ไปเสียไม่ดีกว่าหรือ นางคิดอย่างประชดประชันระคนอึดอัดที่ตนไม่อาจขยับร่างกายไปไหนได้ สรรพสำเนียงรอบตัวเงียบกริบ นางทำได้แค่นอนนิ่งมองแสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้อย่างไร้ประโยชน์ เงียบ... เงียบเกินไป... หากว่าต้องมาอยู่ในสภาพนอนรอความตายเยี่ยงนี้ ตอนตกหน้าผา...นางน่าจะตายตั้งแต่ตอนนั้นเสียเลย และแล้ว ความคิดอย่างท้อใจก็ย้อนกลับมาโจมตีนางอีกครั้ง ก่อนหน้านี้นางควรเชื่อฟังคำเตือนของท่านพ่อ ไม่ควรออกมาขี่ม้ายิงธนูกับพวกคุณชายหยวนและแม่นางลู่เลย ให้ตายสิ! ถึงจะเจ็บใจ หากก็ทำได้เพียงน
اقرأ المزيد
บทที่ 2
บทที่ 2ข้าจะรับผิดชอบเอง กลางป่าเขามีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง บ้านแต่ละหลังทำจากไม้ และสร้างห่างๆ กันเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ทำเกษตร แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่มองปราดเดียวหรงหรานก็รู้แล้วว่าที่นี่คือหมู่บ้านเล็กๆ ใต้หุบเขาเล่อฉาง มิหนำซ้ำยังธรรมดากว่าที่คิด หลังจากชายขนดกพาหรงหรานเข้ามาในบ้านไม้หลังเล็ก เขาวางนางลงบนเตียงไม้ไผ่ที่ปูด้วยหนังสัตว์ จากนั้นก็ก้าวพรวดพราดออกไปข้างนอกโดยไม่พูดไม่จา สักครู่หนึ่ง ชายชราเคราขาวก็เข้ามา ชายชราเมื่อมาถึงก็รีบจับชีพจรหรงหรานทันที สักพักก็หันไปพูดกับชายร่างหมีหนวดครึ้ม “นอกจากบาดแผลภายนอก นางก็ไม่มีอาการคลั่งเลือดหรือช้ำใน แต่ก็เป็นความโชคดีของนาง ที่เจ้าเอะใจเลยไปดูใต้หน้าผาแถวนั้นกระทั่งเจอนางเข้า หากพ้นคืนนี้แล้วยังไม่มีใครพบเจอนางละก็ เกรงว่านางเองก็คงไม่รอดเหมือนกัน” “อืม” “อีกอย่าง ในปากของนางมีแผล ตอนตกหน้าผานางคงกัดปากตัวเองจนเป็นแผลใหญ่ เพราะฉะนั้นนางคงยังพูดไม่ได้ไปสักระยะหนึ่ง” หมอชราวิเคราะห์ออกมาอย่างชัดเจนและละเอียดยิบ ต่อใ
اقرأ المزيد
บทที่ 3
บทที่ 3ม้าที่ถูกวางยา รับผิดชอบ!? หมายความว่าอย่างไร คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของหรงหรานทุกวันทุกคืน แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่จนใจที่นางทำได้เพียงนอนเป็นผักบนเตียง ซ้ำยังพูดไม่ได้ เพราะเลือดอาการเลือดคลั่ง ท่ามกลางความสงสัย หรงหรานปล่อยให้ชายหนุ่มเคราดกรักษาตนต่อไป วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า แม้ไม่รู้ว่าช่วงเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปแล้วกี่วัน แต่ในที่สุดหรงหรานก็ไม่ต้องนอนเป็นผักอยู่บนเตียงอีกแล้ว นางขยับแขนขาได้ ลุกขึ้นมากินโจ๊กได้ แม้แต่เรื่องผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้านางก็ทำเองได้แล้วเช่นกัน นี่เป็นเรื่องที่นางโล่งใจเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม นางยังคงต้องรักษาตัวเองต่อในบ้านของเหล่ยเซินอยู่ดี หลายวันถัดมา อาการบาดเจ็บของนางหายดี แม้ยังเหลือร่องรอยแผลเป็นนิดๆ หน่อยๆ แต่หมอชราประจำหมู่บ้านบอกว่าหากขยันทายา แผลเป็นเหล่านี้ก็จะจางหายไปเอง “จริงสิ เหล่ยเซินได้บอกเจ้าหรือยังว่าม้าที่ตกหน้าผาพร้อมกับเจ้าตายแล้วน่ะนะ”
اقرأ المزيد
บทที่ 4
บทที่ 4แต่งงานกับคนป่าคลั่งรัก ตกเย็น อาหารที่ขึ้นโต๊ะมีมากกว่าเดิม หนึ่งในนั้นคือไก่ตุ๋นที่นางเรียกร้องไป อีกอย่าง อาหารส่วนใหญ่นั้นเป็นของที่ได้จากชาวบ้านเมื่อตอนกลางวันทั้งสิ้น หรงหรานมองอาหารและสุราด้วยสีหน้าฉงน “เจ้าคนป่าเถื่อนนี่ อยากเลี้ยงฉลองให้ข้าที่หายดีเหมือนกันสินะ” นางพูดยิ้มๆ เหล่ยเซินไม่ตอบ กลับก้มหน้ารินสุราใส่จอก เมื่อรินสุราใส่จอกทั้งสองใบเรียบร้อย จอกหนึ่งเขายื่นให้นาง อีกจอกเป็นของเขาเอง “ชน” เขาบอกสั้นๆ นางทำตามด้วยสีหน้างุนงงเช่นเคย อึดใจต่อมา หลังจากกระดกสุราในจอกจนหมดแล้ว เหล่ยเซินก็พูดขึ้นว่า “แต่งงานเรียบร้อย” “เอ๊ะ!?” หรงหรานเอียงศีรษะร้องด้วยความแปลกใจ “เมื่อครู่ท่านว่าอะไรนะ” แต่งงานหรือ แต่งงานอะไร ระหว่างคิดหรงหรานมองสุราที่เพิ่งดื่มเข้าไปสลับกับมองเหล่ยเซิน “แต่งงานเรียบร้อย” เขาย้ำ “เดี๋ยวสิ นี่คือสุราเคียงใจหรอกหรือ” “อืม”
اقرأ المزيد
บทที่ 5
บทที่ 5 น้ำตกหรรษา เช้าวันถัดมา หรงหรานลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับอาการอ่อนเปลี้ยและเมื่อยขบไปทั้งร่างจนลุกจากเตียงไม่ไหว เหล่ยเซินจึงต้มโจ๊กมาให้นางถึงเตียงนอน “ข้าไม่กิน” เพิ่งตระหนักได้ว่าเมื่อคืนตนถูกเขาบังคับให้แต่งงาน หนำซ้ำยังร่วมหอกันไปแล้ว หรงหรานทั้งเขินอายทั้งโกรธจึงสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมกินโจ๊กที่เขาอุตส่าห์ต้มมาให้ แต่ก็นั่นแหละ เหล่ยเซินไม่ใช่คนพูดมากหรือคอยพูดซ้ำหลายรอบ เขาตักโจ๊กขึ้นมาเป่า ก่อนจะนำมาจ่อติดปากของนาง เห็นแค่นั้นนางก็รู้ว่าต้องถูกบังคับให้กินโจ๊กเหมือนตอนนอนเป็นผักบนเตียงเป็นแน่แท้ นางจึงรีบบอกออกไป แต่เพราะยังอายกับเรื่องเมื่อคืนน้ำเสียงของนางจึงค่อนข้างแข็งกระด้าง “วางไว้ตรงนั้น เดี๋ยวข้าจะกินเอง” “เจ้ากำลังโกรธข้า ทำไม?” หรงหรานถลึงตาใส่เหล่ยเซิน นี่นางต้องพูดออกไปหมดหรือไม่ว่าเมื่อคืนเขาทำอุกอาจกับนางแค่ไหน ตั้งแต่ช่วยนางกลับมา ก็ถือว่าเขามีพระคุณกับนางอย่างใหญ่หลวงแล้ว ทว่า...แต่ละอย่างที่เขาทำกับนาง ต่อให้อยากซาบซึ้งสักแค่ไ
اقرأ المزيد
บทที่ 6
บทที่ 6หนี หลายวันที่ผ่านมา หรงหรานตามเหล่ยเซินเข้าป่าทุกวัน ส่วนหนึ่งเพื่อสำรวจเส้นทาง อีกส่วนเพื่อทำความเข้าใจวิถีของผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านใต้หุบเขาเล่อฉาง ในที่สุด หรงหรานก็พอจะคุ้นเคยเส้นทางเข้าออกระหว่างหมู่บ้านกับป่าขึ้นมาบ้างแล้ว หนำซ้ำ วิถีความเป็นอยู่ของชาวบ้านใต้หุบเขาเล่อฉางยังเรียบง่ายมากๆ เพราะนอกจากปลูกผักเลี้ยงสัตว์ อาหารการกินเอย สมุนไพรรักษาโรคเอย รวมไปถึงเครื่องนุ่งห่มล้วนแล้วแต่หาได้จากแหล่งธรรมชาติ หรงหรานนั้นพอจะมีกำลังภายในอยู่แล้ว เนื่องจากเกิดในตระกูลนักรบ นางจึงได้รับการฝึกฝนวิชายุทธ์จากท่านพ่อ ดังนั้นเมื่อกำลังภายในของนางฟื้นคืนมานิดหน่อย ถึงเวลาที่นางต้องกลับบ้านแล้ว วันถัดมาหลังจากเหล่ยเซินเข้าป่าล่าสัตว์ หรงหรานที่บอกว่าจะอยู่เฝ้าบ้าน เปิดประตูมองซ้ายแลขวา เมื่อไม่เห็นวี่แววของเหล่ยเซิน นางจึงถลกชายกระโปรง ก่อนจะวิ่งเต็มเหยียด ลัดเลาะไปตามเส้นทางออกจากหุบเขาเล่อฉาง ทว่า...วิ่งมาตั้งไกล และทั้งที่คิดว่าศึกษาเส้นทางมาอย่างดี สุดท้ายนางกลับหลงทางเสียอย่างนั้น
اقرأ المزيد
บทที่ 7
บทที่ 7ถึงเมืองหลวง แม้การกลับบ้านครั้งนี้จะมีเหล่ยเซินตามมาด้วย แต่พอเอาเข้าจริง สำหรับหรงหรานแล้วกลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่ อันที่จริง นางรู้สึกอุ่นใจด้วยซ้ำที่มีเขาอยู่เคียงข้าง เหล่ยเซินย้อนกลับไปที่บ้านเพื่อนำเงินซึ่งเก็บเอาไว้มาเป็นค่าเดินทาง ด้วยรู้สึกแปลกใจผสมความใคร่รู้ หรงหรานจึงเอ่ยถามชายหนุ่มตรงๆ “ท่านมีเงินเก็บด้วยหรือ” คำถามของหรงหรานไม่ใช่การดูแคลนคนอื่น เพียงแต่นางที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลางป่ากลางเขามาได้สักระยะ เห็นว่าผู้คนในหมู่บ้านส่วนใหญ่เข้าป่าล่าสัตว์ ทั้งยังปลูกผักไว้กินเอง ไม่ได้ประกอบอาชีพใดเลย ก่อนหน้านี้ นางยังเคยนึกสงสัยว่าคนที่นี่รู้จักเงินกันบ้างหรือไม่ และแน่นอน ความสงสัยนั้นเด่นหลาเต็มใบหน้าของนาง “คนในหมู่บ้านใต้หุบเขาเล่อฉางต่างก็ใช้เงินไม่ต่างจากคนในเมืองนั่นแหละ พวกเราเข้าเมืองขายของป่า ถ้ามีหนังสัตว์ก็ขายหนังสัตว์ ถึงอย่างไร มีเงินย่อมดีกว่าไม่มี” เขาอธิบาย “อย่างนี้นี่เองหรือ” “เดินทางกันเถอะ” เพราะไม
اقرأ المزيد
บทที่ 8
บทที่ 8 ข้าคิดถึงเจ้า ทั้งที่ได้กลับมาบ้าน ได้นอนในห้องที่คุ้นเคย เตียงกว้างหลังเดิม หมอนและผ้าห่มที่นุ่มสบายดังเดิม ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ทว่า หรงหรานกลับนอนพลิกไปพลิกมา ทำอย่างไรก็นอนไม่หลับ ราวกับขาดอะไรไปสักอย่าง นางดีดตัวลุกจากเตียง หยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวม ก่อนจะย่ำเท้าตรงไปยังเรือนรับรอง ก๊อก ก๊อก ก๊อก นางเคาะประตูห้องที่เหล่ยเซินพัก ทั้งยังกระซิบถามคนข้างใน “นอนหรือยัง ให้ข้าเข้าไปได้หรือไม่” เพียงครู่ ประตูเรือนก็ถูกเปิดจากข้างใน ทว่าชายหนุ่มเคราดกกลับเอาแต่ยืนจ้องหน้านาง “หน้าข้ามีอะไรหรือ” ดวงตาสีดำสนิทของเหล่ยเซินมองนางอย่างลุ่มลึกก่อนตอบว่า “ข้าคิดถึงเจ้า” หัวใจของหรงหรานเต้นตึกตักเมื่อได้ยินดังนั้น เพิ่งห่างกันไม่กี่ชั่วยาม ก็บอกคิดถึงแล้วหรือ แต่จะว่าไป ตอนนอนอยู่ในเรือนเพียงลำพัง นางเองก็คิดถึงอ้อมกอดกว้างแสนอบอุ่นของเขาเหมือนกัน คิดถึงจนเอาแต่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง นั่นคือสาเหตุที่นางนอนไ
اقرأ المزيد
บทที่ 9
บทที่ 9หญิงร้าย ชายเลว ทันใดนั้น ริมฝีปากแดงของหรงหรานคลี่ยิ้มอย่างเยือกเย็น “ก็หากไม่มีข่าวว่าข้าตายแล้ว เจ้าก็คงไม่ได้หมั้นหมายกับเขา ข้าพูดถูกหรือไม่” ลู่เมิ่งซุยมาจากตระกูลยากจน แม้จะเป็นสหายสมัยเด็กของหยวนหลิงอวี้ แต่หากเทียบฐานะระหว่างหรงหรานกับอีกฝ่าย แน่นอนว่าสกุลหยวนย่อมเลือกหรงหรานก่อน ทว่าเมื่อไม่มีก้างขวางคอชิ้นใหญ่อย่างหรงหรานอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสของลู่เมิ่งซุย ทั้งหยวนหลิงอวี้นั้นก็ถึงวัยแต่งงานแล้ว สกุลหยวนที่ไม่มีตัวเลือกอื่นจึงเลือกลู่เมิ่งซุยมาเป็นคู่หมั้น ลู่เมิ่งซุยร้อนตัว ลุกพรวดจากเก้าอี้ ชี้หน้าตวาดใส่หรงหราน “อยากได้หลิงอวี้คืนจนถึงขั้นใส่ร้ายข้าเชียวหรือ!” หยวนหลิงอวี้ยิ่งโง่เขลา แก้ตัวแทนคู่หมั้น “ข้าไม่คิดเลยว่าหรงหรานจะมีนิสัยเยี่ยงนี้ ความจริง ข้ากลุ้มใจเรื่องของเจ้ามากรู้หรือไม่ ใจข้าไม่อยากคิดว่าเจ้าตกหน้าผาสิ้นชีพ ทั้งศพก็หาไม่เจอ กว่าจะทำใจเริ่มต้นใหม่กับเมิ่งซุยได้ต้องลำบากขนาดไหน แต่เจ้ากลับ...เจ้ากลับมาใส่ความนาง”
اقرأ المزيد
บทที่ 10
บทที่ 10พิสูจน์รักแท้ หลังจากจัดการเรื่องที่ค้างคาใจเรียบร้อยแล้ว หรงหรานก็กลับมายังจวนสกุลโจวในสภาพเนื้อตัวมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิง ทั้งยังโกรธกระฟัดกระเฟียด แม้เหล่ยเซินจะตบหลังปลอบเบาๆ และบอกให้นางใจเย็นๆ หากนางกลับขึงตาใส่เขา “ท่านก็ได้ยินไม่ใช่หรือ เมิ่งซุยน่าไม่อายนั่นสารภาพว่าเป็นคนวางยาม้าของข้า แล้วจะไม่ให้โกรธได้อย่างไร” เหล่ยเซินยิ้มแห้งขณะฟังคำบ่นของนาง “แต่เจ้าก็ได้สั่งสอนคนพวกนั้นไปแล้วไม่ใช่หรือ” เพราะกลัวจะถูกฆ่า ลู่เมิ่งซุยจึงร้องไห้พร้อมกับสารภาพความจริงทุกอย่าง ทั้งยังอ้อนวอนขอการอภัย แต่แค้นของหรงหรานใช่ว่าจะจบง่ายๆ ผู้หญิงคนนั้นตั้งใจทำให้นางตายชัดๆ ดังนั้นแล้ว เมื่อมีแค้นก็ต้องชำระ นางจึงขยุ้มศีรษะของฝ่ายนั้น ก่อนจะลากไปทางบ่อน้ำแล้วผลักให้ตกลงไป 'ว๊าย!!' ตูม... 'หรงหราน นั่นเจ้าทำเกินไปแล้ว' หยวนหลิงอวี้ยืนชี้หน้าตวาดใส่หรงหรานราวกับลืมตัว ว่าตามตรง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าลู่เมิ่งซุยคิดร้ายกับหรงหราน แ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status