All Chapters of พิศวาสลวงบ่วงมาร: Chapter 11 - Chapter 20

55 Chapters

บทที่ 11 สุขสม

บทที่ 11 สุขสม บทเพลงรักที่เฟิ่งอวี้บรรเลงร่วมกับหลี่ซานยังคงขับกล่อมอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ไฟราคะที่ยังคงพัดโหมอย่างต่อเนื่อง เสียงครางยังคงดังขึ้นสอดประสานกับเสียงเตียงไม้ที่โยกไหวตามแรงกระแทกกระทั้นที่เฟิ่งอวี้กระทำต่อคนใต้ร่างอย่างเอาเป็นเอาตาย “อาจารย์...ท่านช่างเร่าร้อนยิ่งนัก” เฟิ่งอวี้กระซิบเสียงพร่า “ข้าจะทำให้ท่านรับรู้ความรักของข้า...” คำพูดที่บิดเบี้ยวของเฟิ่งอวี้ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของหลี่ซานให้ตื่นขึ้น ร่างกายส่วนกลางลำตัวเริ่มเจ็บปวดจากการถาโถมของเฟิ่งอวี้อีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับถูกกลบฝังด้วยความปรารถนาที่บ้าคลั่ง เฟิ่งอวี้ยังคงเคลื่อนไหวเข้าออกอย่างรุนแรงและดุดัน ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่ออันโอชะ “อ๊ะ...อ่า...” หลี่ซานครางเสียงหลง มือของเขากำผ้าปูที่นอนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ค่ำคืนนั้นยังคงดำเนินไปอย่างยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด เฟิ่งอวี้ไม่รู้ว่าหลี่ซานจะอดทนได้นานเพียงใด แต่เขาก็หาได้ใส่ใจไม่ ความสนใจเดียวของเขามีเพียงการควบคุมและครอบงำคนใต้ร่างให้กลายเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว เมื่อรุ่งเช้ามาถึง
Read more

บทที่ 12 สับสน

บทที่ 12 สับสน เมื่อหลี่ซานตื่นขึ้นมาในตอนสาย แสงแรกที่กระทบดวงตาทำให้เขารู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งศีรษะ เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกายและจิตใจของตนเอง ความปวดร้าวถาโถมเข้ามาจนเขาเจ็บแปลบไปทั้งร่าง โดยเฉพาะกึ่งกลางลำตัวที่ถูกล่วงล้ำเข้ามาอย่างบ้าคลั่งและหื่นกระหาย ความสงบและเยือกเย็นที่เคยมีอยู่ตลอดเวลาถูกทำลายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงราคะอันร้อนรุ่มอย่างที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน หลี่ซานพยายามที่จะลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนแรงจนแทบไม่มีเรี่ยวแรง พลังปราณที่เคยแข็งแกร่งราวภูผา บัดนี้กลับรู้สึกพร่องไปอย่างน่าประหลาดใจ เขาหันไปมองข้างกายก็พบเพียงความว่างเปล่า เฟิ่งอวี้จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยที่ยังคงติดตรึงอยู่ในอากาศ และความทรงจำที่บิดเบี้ยวของค่ำคืนที่ผ่านมา หลี่ซานพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก พยายามขบคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ภาพของเฟิ่งอวี้ รอยยิ้มของเขา คำพูดของเขา และสัมผัสที่เร่าร้อนของเขา ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดของเขาไม่หยุด หลี่ซานยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของตนเอง มันยังคงร้อนผ่าวจากความปรารถนาที่ค้างคา เขามองไปร
Read more

บทที่ 13 พันธนาการ

บทที่ 13 พันธนาการ หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฟิ่งอวี้แข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดด เขาสามารถควบคุมพลังปราณแห่งภูผาได้อย่างสมบูรณ์แบบ และสามารถร่ายรำกระบี่ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หลี่ซานภูมิใจในตัวเฟิ่งอวี้เป็นอย่างมาก และยังคงไม่รู้เลยว่าพลังปราณบางส่วนของเขาได้ถูกเฟิ่งอวี้ดูดซับไปอย่างเงียบๆ ในแต่ละวัน ค่ำคืนหนึ่ง ท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ เฟิ่งอวี้เดินเข้ามาในห้องของหลี่ซานในยามวิกาล แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เห็นร่างบอบบางของเฟิ่งอวี้ที่สวมเพียงชุดนอนผ้าไหมบางเบา เขาเดินเข้าไปใกล้เตียงของหลี่ซานอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะปีนขึ้นไปนอนข้างๆ หลี่ซานอย่างเป็นธรรมชาติ หลี่ซานรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ดวงตาคมกริบมองเห็นเฟิ่งอวี้ที่นอนอยู่ข้างกาย เขาไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ แต่กลับโอบร่างของเฟิ่งอวี้เข้ามาใกล้ชิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “ท่านยังไม่หลับหรือ” เสียงกระซิบของเฟิ่งอวี้นุ่มราวลมยามค่ำ เอื้อนเอ่ยข้างใบหูของหลี่ซาน พร้อมกับซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้างที่อุ่นและมั่นคง หลี่ซานไม่ได้ตอบสิ่งใด เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่
Read more

บทที่ 14 ครอบงำ

บทที่ 14 ครอบงำ ช่วงเวลาต่อมาสำนักเมฆาขาวซึ่งเคยเป็นป้อมปราการแห่งความสงบและคุณธรรม เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแนบเนียน เฟิ่งอวี้ ผู้มาเยือนที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัย ได้เริ่มใช้ความสามารถพิเศษของเขาในการควบคุมสถานการณ์ภายในสำนักอย่างช้าๆ แต่กลับทรงพลังยิ่ง เขาใช้ความอ่อนโยนและไร้เดียงสาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงผู้คนภายในสำนักโดยไม่มีพิรุธ หลี่ซาน ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้กลับคล้ายกับคนเลื่อนลอยที่ถูกเฟิ่งอวี้ชักใยอยู่ข้างหลัง ไม่ว่าเฟิ่งอวี้จะกล่าวสิ่งใด หลี่ซานก็มักจะเห็นพ้องอย่างไม่มีเงื่อนไขและไร้เหตุผล ราวกับมีพลังลึกลับบางอย่างเข้าครอบงำจิตใจของเขาจนมืดมิดดำหม่น เฟิ่งอวี้เริ่มเข้าไปก้าวก่ายการบริหารจัดการสำนัก โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของหลี่ซาน ทุกการเปลี่ยนแปลงนั้นดูผิวเผินอาจไม่สลักสำคัญและไม่เป็นอันตรายอันใด และบางครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นประโยชน์ต่อสำนัก แต่แท้จริงแล้วล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเขาเอง และเพื่อค่อยๆ สั่นคลอนรากฐานของสำนักเมฆาขาว “อาจารย์ขอรับ” เฟิ่งอวี้กล่าวขณะที่หลี่ซานกำลังนั่งดื่มชาอยู่ริมหน้าต่าง “ข้าคิดว่ากฎระเบียบใ
Read more

บทที่ 15 ความจริง

บทที่ 15 ความจริง ค่ำคืนนั้น พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง นอกหน้าต่าง เสียงลมหวีดหวิวราวกับเสียงคร่ำครวญของภูตผีปีศาจ หิมะโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ปกคลุมสำนักเมฆาขาวทั้งสำนักให้กลายเป็นสีขาวโพลน แสงไฟในห้องต่างๆ ดับมืดลงทีละดวง ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและความหนาวเหน็บที่กัดกินเข้ามาถึงกระดูก ภายในเรือนพักของหลี่ซาน บรรยากาศกลับอบอุ่นกว่าภายนอกเล็กน้อยจากเตาผิงที่ยังคงคุโชน แสงสีส้มนวลจากเปลวไฟเต้นระริกสะท้อนเงาบนผนัง เฟิ่งอวี้เดินเข้าไปในห้องของหลี่ซานอีกครั้ง แต่คราวนี้ดวงตาของเขาไม่ได้มีเพียงความอ่อนโยนที่หลี่ซานคุ้นเคยอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยประกายของความมุ่งร้าย ความอำมหิต และความเยือกเย็นที่หลี่ซานไม่เคยเห็นมาก่อน เขาพบว่าหลี่ซานกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าแท่นบูชา บำเพ็ญเพียรอย่างสงบ ใบหน้าของปรมาจารย์ดูสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ร่างกายแทบไม่ไหวติง ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เป็นภาพที่แสดงถึงความบริสุทธิ์และพลังปราณอันมหาศาลที่หลี่ซานได้บ่มเพาะมาตลอดชีวิต เฟิ่งอวี้ยิ้มเยาะอย่างเยือกเย็น มุมปากของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชวนขนลุก เขาก้
Read more

บทที่ 16 เลื่อนลอย

บทที่ 16 เลื่อนลอย ภายในห้องนอนของหลี่ซานที่เคยสงบเงียบ เฟิ่งอวี้ยังคงยืนอยู่เบื้องหลังหลี่ซานที่บัดนี้ไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่หลี่ซานไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากคนที่เขาเคยให้ความเมตตา เฟิ่งอวี้มีท่าทางไม่รีบร้อนแต่อย่างใด เขาปรารถนาที่จะให้หลี่ซานรับรู้ถึงความพ่ายแพ้ของตนเองอย่างถ่องแท้ ปล่อยให้ความจริงที่โหดร้ายค่อยๆ กัดกินจิตใจของปรมาจารย์ผู้เยือกเย็น เฟิ่งอวี้เริ่มเล่าถึงแผนการของตนเองอย่างละเอียด ตั้งแต่วันแรกที่เขาแกล้งทำเป็นบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่หน้าสำนัก เพื่อหลอกให้หลี่ซานช่วยชีวิตและพาเขากลับมายังที่แห่งนี้ เขาเล่าถึงทุกขั้นตอนที่เขาค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่จิตใจของหลี่ซาน การใช้ความอ่อนโยน ความเมตตา และความเชื่อใจที่หลี่ซานมอบให้ เป็นเครื่องมืออันแยบยลในการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง “ท่านคิดว่าข้าเป็นเพียงศิษย์น้อยที่ใสซื่อเช่นนั้นหรือ…อาจารย์” เฟิ่งอวี้ยิ้มเยาะ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโอหังและความสนุกสนานที่ได้เห็นปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ “ข้าจะบอกท่านให้ฟัง…แท้จริงแล้วข้าคือจอมมารน้อย ผู้ที่
Read more

บทที่ 17 ครองอำนาจ

บทที่ 17 ครองอำนาจ เมื่อรุ่งเช้ามาถึง พายุหิมะก็สงบลง แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังสำนักเมฆาขาวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศภายในสำนักกลับเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุก เฟิ่งอวี้ยืนอยู่กลางลานฝึกวิชา ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายคมกริบราวคมมีด เขาชักกระบี่ออกจากฝักอย่างช้าๆ ใบมีดกระบี่สะท้อนแสงแดดยามเช้าเป็นประกายวูบวาบ มันไม่ใช่กระบี่ที่หลี่ซานมอบให้ แต่เป็นกระบี่เล่มใหม่ที่เฟิ่งอวี้ได้สร้างขึ้นมาเอง กระบี่ที่เต็มไปด้วยพลังปราณสีดำมืดมิด เหล่าศิษย์ในสำนักต่างยืนมองเฟิ่งอวี้ด้วยความหวาดกลัวและสับสน พวกเขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ของตน แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของเฟิ่งอวี้ เฟิ่งอวี้ยิ้มเยาะ เขายกกระบี่ขึ้นชี้ไปบนฟ้า ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาและก้องกังวาน “นับจากนี้ไป...ข้าคือเจ้าสำนักแห่งสำนักเมฆาขาว หากมีผู้ใดกล้าขัดขืน ข้าจะสังหารโดยไม่ไว้หน้า” คำพูดนั้นราวกับคำประกาศิต ทำให้เหล่าศิษย์ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว และในขณะเดียวกันหลี่ซานก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูห้องโถงใหญ่ ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาคม
Read more

บทที่ 18 ใต้มนต์ดำ

บทที่ 18 ใต้มนต์ดำ ในยามค่ำคืน...กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่หลี่ซานต้องเผชิญหน้ากับความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด เขาแทบไม่ต่างอะไรกับทาสบำเรอกามที่เฟิ่งอวี้กระทำต่อเขาราวกับเป็นสิ่งของ เสียงลมพายุหอบเอาสายฝนโหมกระหน่ำพัดผ่านหน้าต่างของห้องนอน เสียงฟ้าคะนองดังกึกก้องเหนือยอดเขาราวกับฟ้าร่ำไห้ให้กับชะตากรรมของเจ้าสำนักเมฆาขาว ภายในห้อง...แสงเทียนริบหรี่เพียงไม่กี่เล่มไม่อาจขับไล่ความมืดมิดและความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเฟิ่งอวี้ได้ เฟิ่งอวี้นอนอยู่บนเตียงข้างกายของหลี่ซาน ดวงตาสีหม่นจับจ้องใบหน้าของชายหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหิวโหยและความปรารถนาอันบ้าคลั่ง มือเรียวของเฟิ่งอวี้ลูบไล้ไปตามเรือนกายของหลี่ซานอย่างเชื่องช้า สัมผัสที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งแต่กลับแฝงไว้ด้วยความร้อนเร่าที่ปลุกเร้าทุกอณูเนื้อของเขาให้บิดเร่าด้วยความทรมาน “หลี่ซาน...คืนนี้ท่านช่างงดงามเหลือเกิน” เฟิ่งอวี้กระซิบเสียงพร่าด้วยแรงปรารถนาที่ลุกโชน ริมฝีปากบางเฉียบคลอเคลียข้างใบหูของหลี่ซานด้วยความหลงใหลจนแทบคลั่ง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาสัมผัสลงบนผิวแก้มของชายหนุ่มตรงหน
Read more

บทที่ 19 ล้มล้าง

บทที่ 19 ล้มล้าง หนึ่งในศิษย์อาวุโสที่ซื่อสัตย์ต่อหลี่ซานนามว่า เสิ่นหยวน ผู้ซึ่งเคยเป็นศิษย์เอกของเขาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติในตัวของอาจารย์ แต่เวลานี้เขาทำได้เพียงแสดงออกถึงการสวามิภักดิ์ต่อเฟิ่งอวี้ และเฝ้าสังเกตการณ์คนทั้งสองอย่างลับๆ เขาเห็นความว่างเปล่าในดวงตาของหลี่ซาน เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวของสำนัก และรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ สำนักเมฆาขาวจะต้องพินาศอย่างแน่นอน เสิ่นหยวนพยายามวางแผนเพื่อหาทางเข้าถึงตัวของหลี่ซาน เพื่อปลุกจิตสำนึกของอาจารย์ของตนให้กลับคืนมา แต่เฟิ่งอวี้กลับคอยอยู่ข้างกายหลี่ซานไม่ห่าง ราวกับเงาตามตัว ไม่ให้ใครเข้าใกล้ได้เลย แม้แต่ยามหลับ เฟิ่งอวี้ก็จะนอนอยู่ข้างกายหลี่ซานเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครจะสามารถเข้าไปแทรกแซงการควบคุมของเขาได้ ในคืนที่พายุหิมะโหมกระหน่ำอีกครั้ง เสิ่นหยวนและเหล่าลูกศิษย์ที่จงรักภักดีต่อหลี่ซานตัดสินใจที่จะลงมือ เขาลอบเข้าไปในห้องนอนของหลี่ซานอย่างเงียบเชียบ พลังปราณของเขานั้นไม่แข็งแกร่งเท่าหลี่ซาน แต่เขาก็มีวิชาลับที่สามารถปลุกจิตสำนึกของบุคคลที่ถูกควบคุมได้ เมื่อเสิ่นหยวนเข้าไปในห้อง เขาเ
Read more

บทที่ 20 ล้มเหลว

บทที่ 20 ล้มเหลว เมื่อเหล่าศิษย์รีบวิ่งเข้ามาในห้อง พวกเขาก็พบกับภาพอันน่าสยดสยอง เสิ่นหยวนนอนจมกองเลือด หายใจรวยรินราวกับคนใกล้สิ้นลม และอาจารย์ของพวกเขาก็ได้หายตัวไปจากที่นี่เสียแล้ว ความหวาดกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งสำนัก พวกเขารู้ดีว่านับจากนี้ไป สำนักเมฆาขาวได้ตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของจอมมารน้อยอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เฟิ่งอวี้พาหลี่ซานกลับไปยังห้องนอนของตนเอง เขาวางร่างของหลี่ซานลงบนเตียงอย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงจุมพิตหน้าผากของชายหนุ่มอย่างหลงใหล ทว่าแววตาของเขากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึก “หลี่ซาน...ท่านคือของขวัญอันล้ำค่าที่สวรรค์มอบให้แก่ข้า” เฟิ่งอวี้กระซิบเสียงแผ่วเบา “ข้าจะครอบครองท่านทั้งตัวและหัวใจ” เฟิ่งอวี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดเขาก็ได้ในสิ่งที่เขาต้องการแล้ว สำนักเมฆาขาว อำนาจ ความรู้ และเหนือสิ่งอื่นใด...ปรมาจารย์หลี่ซาน ผู้ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นหุ่นเชิดที่มีชีวิตของเขาไปแล้ว นับจากนั้นเป็นต้นมา สำนักเมฆาขาวก็กลายเป็นศูนย์กลางของพลังมืด เฟิ่งอวี้ใช้สำนักแห่งนี้เป็นฐานที่มั่นในการขยายอำนาจของตนเองออกไปทั่วแผ่นดิน เขาฝึกฝนเ
Read more
PREV
123456
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status