All Chapters of เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง: Chapter 141 - Chapter 150

205 Chapters

ตอนที่ 141

ตอนที่ 141  ขันทีหวังกั๋ว ที่เฟิงหลี่เฉียงไม่ได้พบมานาน เป็นผู้เปิดประตูให้ ตอนนี้เขาดูมีอายุมากขึ้นตามวันเวลาที่ผ่านไปขันทีวัยกลางคนยิ้ม และเชื้อเชิญเขาให้เข้ามา “เชิญใต้เท้าเฟิงหลี่เฉียงเข้ามาข้างในได้เลย”ที่นั่น เขาเห็นฮ่องเต้หย่งเล่อกำลังทรงงานอยู่ที่โต๊ะทรงอักษร  เมื่อมายืนตรงหน้าโต๊ะ เฟิงหลี่เฉียงทรุดตัวลงเพื่อทำความเคารพ หย่งเล่อที่ตอนนี้มีวัย 52 ปีแล้ว บอกให้เขาลุกขึ้น และอ่านฎีกาในมือต่อ ในขณะที่รองเสนาบดีเฟิงยังคงยืนรออย่างสงบเมื่อฮ่องเต้ลงพระนามและประทับตราเสร็จแล้ว ก็ตรัสกับเฟิงหลี่เฉียงว่า “ข้าได้อ่านฎีกาของเจ้า ที่จะขอการสนับสนุนเงินสร้างโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้ว”“พะยะค่ะ” เขายังคงก้มหน้ารอฟังต่อ“จงบอกมาสิว่า ต้าหมิงจะได้อะไรจากการสนับสนุนครั้งนี้” ฮ่องเต้หย่งเล่อพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย ตอนนี้เขายกถ้วยชาขึ้นมาจิบและรอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายเฟิงหลี่เฉียงที่ลดสายตาลงมองที่พื้นข้างหน้า หยุดคิดพักหนึ่ง จากนั้นก็ตอบด้ว
Read more

ตอนที่ 142

ตอนที่ 142  อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญตอนนี้อีกเรื่อง คือ เด็กกำพร้าจำนวน 12 คน ที่รอให้เขาช่วยเหลืออยู่ เขาไปพบเด็กๆ ที่วัด โดยมีแม่ น้องสาว และครอบครัวของลู่เหยาหลงไปด้วยพวกนางนำอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปแจก ไม่เพียงแต่เด็กกลุ่มนี้ ยังเผื่อแผ่ให้เด็กคนอื่นที่นั่นด้วย เฟิงหลี่เฉียงพูดกับเด็กๆ ในขณะที่พวกเขากินอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อยว่า เขาจะสร้างบ้านเพื่อรับเลี้ยงพวกเขาเมื่อได้ยินดังนั้นเด็กๆ ต่างพากันดีใจ บางคนร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งอก ทำเอาแม่ๆ ที่มาด้วยต่างแอบเช็ดน้ำตาด้วยความสงสารชายหนุ่มบอกเด็กๆ ว่า “พวกเจ้าจะต้องเรียนและทำงานไปด้วย เพื่อแลกกับที่อยู่และอาหาร แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องทำงานหนัก ข้าไม่ใช่คนใจร้ายแบบนั้น ถ้าคนไหนทนไม่ได้ ก็สามารถออกไปจากบ้านนี้ได้เช่นกัน”เฟิงหลี่เฉียงเข้าใจดีว่า ไม่ใช่ทุกคนจะชอบชีวิตแบบมีกฎระเบียบนี้ และพวกเขาก็มีสิทธิ์เลือกที่อยู่หรือไปได้เช่นกัน “ถ้าจะอยู่กับข้า ก็ต้องยอมรับกฎระเบียบ และยอมรับก
Read more

ตอนที่ 143

ตอนที่ 143  พวกเขาใช้เรือเดินทางลงใต้ โดยล่องตามแม่น้ำแยงซีเกียงไปยังเมืองเจิ้นเจียง และผ่านทางแควเล็ก เพื่อไปยังคลองใหญ่หรือคลองต้าอวิ้นเหอ  ซึ่งเป็นคลองที่ขุดโดยมนุษย์ มีความยาว 3,200 กิโลเมตร เชื่อมโยงตอนเหนือและตอนใต้ของต้าหมิงเข้าด้วยกัน โดยเริ่มต้นที่หางโจวทางตะวันออกและขึ้นเหนือไปสิ้นสุดที่เป่ยผิง ซึ่งคณะของเฟิงหลี่เฉียงจะเดินทางจากท่าเรือหนานจิงไปตามคลองนี้ และนำพวกเขาไปยังเมืองสำคัญคือ ซูโจวและหางโจวแห่งภูมิภาคเจียงหนานที่โด่งดังนี้และก็เป็นเช่นเดียวกับทุกครั้ง เฟิงหลี่เฉียงจะสอนความรู้ให้กับลู่เหยาหลง และใครก็ตามที่อยากจะฟัง ทำให้ในแต่ละครั้งที่เขาพูดคุย หรือเมื่อเรือแวะจอด และลงไปเดินบนบก จะมีคนในคณะเดินตามเขาไปเพื่อฟังเรื่องราวต่างๆ ที่เล่า และเก็บเอาไว้เป็นข้อมูลการเดินทางครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน จึงแต่งกายด้วยชุดธรรมดา เพื่อมิให้เป็นที่สะดุดตา เฟิงหลี่เฉียงจะสะพายดาบเอาไว้ที่หลังเล่มหนึ่งเสมอ ที่มีเฉพาะคนในคณะของเขาเท่านั้นที่รู้ว่า นี่คือกระบี่อาญาสิทธิ์ ที่จักรพรรดิหย่งเ
Read more

ตอนที่ 144

ตอนที่ 144  เฟิงหลี่เฉียง ลู่ปู่ ลู่เหยาหลง อินเฉิน และจางไห่เฟิง เลือกร้านขายแป้งทอด ที่ทอดร้อนๆส่งกลิ่นหอม พวกเขากินพร้อมกับน้ำเต้าหู้เข้มข้น“อร่อยมากเลยเถ้าแก้เนี้ย ข้าอยากจะซื้อกลับไปฝากแม่มากๆ เลย” เฟิงหลี่เฉียงพูดกับหญิงเจ้าของร้านที่ยกแป้งทอดมาให้อีกจาน ทำให้นางยิ้มด้วยความพึงพอใจ ที่ชายหนุ่มรูปงามคนนี้ชื่นชมอาหารของนาง“ร้านของข้าใครๆ ก็รู้จัก กินแล้วติดใจทุกคน” นางบอกอย่างภูมิใจจากนั้นก็เดินกลับไปทอดแป้งต่อ และสั่งให้ลูกชายอายุประมาณ 15- 16 ปี รีบยกน้ำเต้าหู้ไปให้ลูกค้าโต๊ะอื่นในขณะที่พวกเขากินกันอยู่นั้น คนกลุ่มหนึ่งแต่งกายด้วยชุดของข้าราชการประจำอำเภอก็เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างๆ และสั่งอาหารมากินข้าราชการคนหนึ่งพูดว่า “เฮ่ออ ข้าหิวจนไส้แทบขาด วันนี้เรือเข้าเทียบท่ามากจริงๆ”“ใช่! แล้วยังต้องรีบขนปลาไปส่งโรงงานอีก ขนาดข้ากินอะไรรองท้องมาบ้าง ยังแทบจะทนไม่ไหว” ข้าราชการอีกคนบ่นเช่นกันกลุ่มของเฟิงหลี่เฉียงตั
Read more

ตอนที่ 145

ตอนที่ 145 แต่แล้ว จางไห่เฟิงที่ฟังเงียบๆ ก็พูดขึ้นว่า “ใต้เท้าเฟิงมักจะเจอการทำทุจริตหรือเรื่องร้ายที่เป็นเครือข่ายใหญ่เสมอ”ซึ่งก็ทำให้เฟิงหลี่เฉียงและคนสนิทของเขาต่างอดหัวเราะไม่ได้ ลู่ปู่และลู่เหยาหลงจึงเล่าเรื่องราวการผจญภัยที่เคยเกิดขึ้นให้พวกเขาฟัง ที่ทำให้พวกเขาตี่นเต้นไปกับประสบการณ์การทำงานที่เสี่ยงอันตรายของใต้เท้าเฟิงตั้งแต่ยังหนุ่มแต่ใต้เท้ากลับนั่งนิ่ง และไม่สนใจในสิ่งที่พวกเขาพูดคุยกัน เขากำลังนึกถึงข้อมูลที่ได้รับมาก่อนการเดินทาง นั่นคือ การที่ฮ่องเต้ได้รับฎีกาจากข้าราชการ ประชาชน และบัณฑิตบางคน บอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบริเวณพื้นที่เจียงหนานนี้ จนเขาถูกสั่งให้เดินทางมาสำรวจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลี่ปิง ผู้ช่วยของเขา ที่ตอนนี้มีทัศนคติต่อนายใหม่ของตนเองดีขึ้นมาก ก็อดถามไม่ได้ว่า “ใต้เท้า ถ้าพบการทุจริตจริง เราควรจะทำอย่างไรหรือขอรับ”เขาไม่รู้ว่าจะต้องตัดสินคดีที่นี่ด้วยหรือไม่ หรือเพียงแค่รายงานเหตุการณ์กลับไปยังเมืองหลวง และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นจัดการคดีเอง
Read more

ตอนที่ 146

ตอนที่ 146 ลู่เหยาหลงคิด แต่ก็ยังไม่แน่ใจ “ถ้าซื้อไปกิน เราก็มีกันแค่นี้ จะกินหมดได้อย่างไร..ถ้าซื้อไปขาย แล้วเราจะขายอย่างไร”กวานอี้จึงพูดขึ้นลอยๆ ว่า “ซื้อมากขนาดนี้ ก็ย่อมดึงดูดความสนใจของใครบางคนได้”คราวนี้ลู่เหยาหลงและคนอื่นเริ่มเข้าใจ อินเฉินจึงถามอย่างตื่นเต้นว่า “เพื่อให้คนที่อยู่เบื้องหลังเผยตัวใช่ไหม”ใต้เท้าเฟิงยิ้ม แต่ก็ยังไม่ตอบหลี่ปิงก็ถามด้วยความสงสัยว่า “แล้วท่านจะทำอย่างไรกับของพวกนี้ จะให้พวกเราเอาไปขายอย่างนั้นหรือ”“ใช่แล้ว ข้าจะให้พวกท่านเอาไปขาย” รองเสนาบดีหนุ่มตอบหน้าตาเฉยทุกคนหัวเราะ แต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของใต้เท้าเฟิง พวกเขาก็ชักไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายพูดจริงหรือพูดเล่น เฟิงหลี่เฉียงจึงเฉลยว่า นี่คือเงินส่วนตัวของเขาเอง และจะส่งของกลับไปที่หนานจิง เพื่อให้แม่ของเขานำปลาและสินค้าท้องถิ่นเหล่านี้ไปกินและขายด้วยหลี่ปิงทำหน้าประหลาดใจ “ท่านเป็นขุนนางชั้นสูงนะ! ท่านกล้าขายของหรือ”แม
Read more

ตอนที่ 147

ตอนที่ 147  คณะของเฟิงหลี่เฉียง ก็ออกเดินทางไปยังเมืองซูโจว โดยใช้เส้นทางคลองใหญ่หรือต้าอวิ๋นเหอที่ขุดโดยแรงงานของมนุษย์ และยังเป็นเส้นทางการคมนาคมที่สำคัญของจีนยุคโบราณ ส่งผลให้การค้าขายในภาคใต้ของประเทศมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุด โดยเฉพาะที่เมืองซูโจวที่ได้ชื่อว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำและเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในยุคนั้นพวกเขาเดินทางด้วยเรือสำเภาแคบไปตามคลอง และใช้เวลาประมาณ 3 วันผ่านเมืองท่าสำคัญ เช่น หยางโจวและเจียงหยิน เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงซูโจว ก็จ้างรถลาก และมองหาบ้านพัก จนได้บ้านเช่าหลังใหญ่ในระหว่างทาง พวกเขาเห็นสถาปัตยกรรมแบบเจียงหนาน ที่มีทั้งศาลา บ่อบัว สระน้ำ และสะพาน ซูโจวเป็นพื้นที่ราบ ทำให้เดินทางสะดวก และยังมีแม่น้ำลำคลองเชื่อมต่อกันทั้งเมืองอยู่เกือบครึ่งหนึ่งของพื้นที่ บ้านที่พวกเขาเช่าเอาไว้อยู่ติดกับลำคลองเช่นกัน การเดินทางด้วยเรือจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเช่นเดิมกับครั้งที่แล้ว พวกเขายังคงปลอมตัวเป็นพ่อค้าที่เดินทางมาซื้อสินค้า ในขณะที่บางคนก็เปลี่ยนมาเป็นบัณฑิตที่เดินท
Read more

ตอนที่ 148

ตอนที่ 148  เรือของคุณชายไป๋มาจอดเทียบท่าที่ศาลาริมน้ำของร้านอาหารแห่งนั้น เฟิงหลี่เฉียงกับคนของเขาขึ้นจากเรือ และเดินไปตามทางเดินที่นำไปสู่ สวนสาธารณะที่มีภัตตาคารตั้งอยู่ ที่ทางเข้ามีชายวัยกลางคนยืนรอต้อนรับพร้อมกับผู้ช่วยอีก 2-3 คน บางคนก็นำคุณชายคนอื่นที่มาถึงแล้วไปนั่งตามโต๊ะที่จัดเอาไว้ชายวัยกลางคนที่น่าจะเป็นคนของเจ้าภาพ ทักทายกลุ่มของเฟิงหลี่เฉียง “คุณชายมาร่วมงานหรือมารับประทานอาหารที่นี่ขอรับ”ที่ถามเช่นนี้ ก็เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมาร่วมงาน บางคนก็ไม่มีบัตรเชิญ และบางคนมากินข้าวที่ภัตตาคารเท่านั้น“ข้ามากินข้าว แต่ก็อยากจะได้ที่นั่งที่เห็นงานในวันนี้ด้วย”แล้วเฟิงหลี่เฉียงก็หยิบเงินมอบให้ชายวัยกลางคน อีกฝ่ายยิ้มกว้าง รับเงินมาเก็บไว้และสั่งให้ผู้ช่วยนำพวกเขาไปนั่งที่ศาลาแห่งหนึ่ง เขารู้ว่าคุณชายคนนี้เป็นหน้าใหม่ที่นี่ จึงยังไม่ได้รับเชิญ แต่ก็อยากจะเข้าร่วมงานเพื่อสร้างสายสัมพันธ์กับคนชั้นสูงด้วยวันนี้ใต้เท้าเฟิงแต่งตัวหล่อเต็มที่ แตกต่างจากปกติที่แต
Read more

ตอนที่ 149

ตอนที่ 149  เฟิงหลี่เฉียงถอนหายใจ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจำเขาได้แน่นอน แต่ถ้าอีกฝ่ายยืนยันว่าเขาคือ เฟิงหลี่เฉียง เขาก็จะยืนกรานปฏิเสธหัวชนฝา ชายหนุ่มลดพัดในมือลง ยกมือขึ้นทำความเคารพอีกฝ่าย และพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีแบบชายเจ้าเสน่ห์ว่า“เรียนใต้เท้าเซินหลี่เผิง ข้าน้อยเป็นเพียงบัณฑิตต่ำต้อย มาจากเมืองอันฮุยขอรับ”เมื่อได้ยิน เซินหลี่เผิงยิ้มมุมปากแวบหนึ่ง จากนั้นก็ทำหน้าเฉยเมย และถามต่อว่า “ท่านเป็นบัณฑิตต่ำต้อย แต่กลับมีฝีมือในการวาดภาพและการแต่งโคลงกลอนขนาดนี้ อาจารย์ของท่านจะต้องเก่งกาจมาก”เฟิงหลี่เฉียงรู้แล้วว่าอีกฝ่ายจำเขาได้ แต่ก็ยังต้องสวมบทบาทต่อ “ขอบพระคุณใต้เท้าขอรับ ความดีทั้งหมดนี้ต้องยกให้กับอาจารย์ ท่านเป็นบัณฑิตพเนจรที่รักความอิสระ แต่ก็เสียสละเวลามาขัดเกลาข้าน้อยคนนี้”ถึงตอนนี้หลายคนก็ยิ้มออกมา เพราะพอใจที่เขายกย่องอาจารย์ของตนเอง ถึงจะเก่งกาจแค่ไหน ก็ยังเป็นชายหนุ่มที่ชอบความสนุกสนาน ดูได้จากการแต่งกายและท่าทางเสเพล หลายคนจึงไม่คิดจะใส่ใจห
Read more

ตอนที่ 150

ตอนที่ 150  เมื่อเห็นอีกฝ่ายน่าจะเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดินเหมือนกัน ชายหนุ่มกลุ่มนี้จึงช่วยกันเล่าถึงคณะงิ้วคุนซันดังแห่งซูโจวว่า ที่เมืองซูโจวแห่งนี้เป็นถิ่นกำเนิดงิ้วคุนซันหรือที่ในยุคหลังเรียกว่าคุนฉวี่งิ้วคุนซันถือกำเนิดที่เทือกเขาคุนซันในมณฑลเจียงซูแห่งนี้ และได้รับความนิยมจนมีการตั้งคณะละครงิ้วเพื่อเดินทางไปแสดงทั่วเจียงหนาน และในกลุ่มของชนชั้นสูงยังมีคณะงิ้วที่เลี้ยงหรืออุปการะเอาไว้ให้แสดงที่บ้านด้วยด้วยความที่งิ้วคุนซัน มีชื่อเสียงจากดนตรีและเนื้อร้องที่ไพเราะละเอียดอ่อน มีท่วงท่าการร่ายรำที่งดงามอ่อนช้อย และยังมีฉากการต่อสู้ที่สมจริง สวยงาม จึงได้รับการกล่าวขวัญถึงไปทั่ว และคณะงิ้วคุนซันที่มีชื่อเสียงที่สุดของซูโจว ก็อยู่ที่บ้านของตระกูลหวัง ตระกูลสือ และตระกูลจางนั่นเองชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดด้วยแววตาเคลิ้มฝันว่า “แต่นางเอกที่งามที่สุดต้องยกให้ แม่นางหลินจิงอิงเท่านั้น!”คราวนี้หนุ่มๆ หลายคนต่างส่งเสียงสนับสนุนด้วยแววตาเป็นประกาย ส่วนใหญ่แล้วงิ้วในยุคห
Read more
PREV
1
...
1314151617
...
21
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status