Mag-log inเฟิงหลี่เฉียงเป็นเด็กน้อยที่อาศัยอยู่กับแม่และน้องสาว เขาต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก จนได้พบกับต้วนเจี่ยซิน อาจารย์ของเขาที่เป็นอดีตหมอหลวง และเส้นทางการเป็นขุนนางของเขา ก็เริ่มต้นขึ้น เฟิงหลี่เฉียงได้พบกับอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถหลากหลาย ทำให้เขาเก่งทั้งบู๊และบุ๋น และสอบเป็นจอหงวนอันดับหนึ่งในรัชสมัยของฮ่องเต้หย่งเล่อ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งราชวงศ์หมิงตอนต้นได้ ชีวิตของเขาขึ้นลงมาตลอด ทั้งถูกกลั่นแกล้งเพราะเป็นคนเฉลียวฉลาดและยึดมั่นอุดมการณ์ จนถูกสั่งย้ายให้ไปทำงานตามหน่วยงานต่างๆ เขาต้องทำหน้าที่ในการสืบสวนคดีและตรวจสอบการทุจริตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และถูกย้ายไปอยู่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ที่แห้งแล้งและอันตราย เขาต้องต่อสู้กับเครือข่ายการทุจริตและการบุกรุกของมองโกล แต่ก็ใช้ความสามารถในการสู้รบและการทำนายสภาพดินฟ้าอากาศจนเอาชนะกองทัพมองโกลได้ เฟิงหลี่เฉียงยังพบกับบุคคลสำคัญ ทั้งขันทีที่มีอิทธิพลสูง แม่ทัพชายแดนที่มีความดุดัน องครักษ์เสื้อแพรจินอวี่เว่ย นักปราชญ์ ข้าราชการ และขุนนางที่ทั้งเป็นมิตรและศัตรู รวมไปถึงฮ่องเต้หย่งเล่อและเชื้อพระวงศ์ที่ให้คุณและโทษกับเขาได้ เส้นทางการเป็นขุนนางของเขาไม่เคยราบรื่น แต่เฟิงหลี่เฉียงก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะมีอุดมการณ์ที่ยึดมั่นตั้งแต่เด็ก เขาจึงได้เป็นอัครเสนาบดีแห่งต้าหมิง ที่มีอิทธิพลสูงในราชสำนักในท้ายที่สุด
view moreตอนที่ 234เฟิงหลี่เฉียงได้ยินเสียงคนทะเลาะข้างนอกแว่วเข้ามา พอจะจับใจความได้ว่า ไม่ควรจับตัวเขามาที่นี่ ชายที่น่าจะเป็นคนจับตัวเขามาก็ตอบโต้ว่า นายใหญ่จะต้องพอใจที่จับตัวเขามาได้ แต่อีกคนกลับโมโหและด่าว่า จะต้องกำจัดเขาเท่านั้นจึงจะทำให้นายพอใจได้ ถึงตอนนี้ เฟิงหลี่เฉียงรู้แล้วว่า ถ้าไม่มีใครตามหาเขาพบ เขาคงจะจบชีวิตแน่แล้วจะตามร่องรอยของเขามาได้อย่างไรล่ะสิ่งที่เฟิงหลี่เฉียงทำในระหว่างที่ถูกลากตัวออกมาจากบ้าน คือ ทิ้งเข็มเงินและเหรียญทองแดงที่บังเอิญเก็บเอาไว้ในถุงผ้า ซึ่งเขาก็ไม่แน่ใจว่าจะมีคนสังเกตเห็นหรือไม่ มีเพียงลู่เหยาหลงเท่านั้นที่รู้ว่าเข็มเงินที่เฟิงหลี่เฉียงใช้นั้น สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษแล้วประตูก็เกิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายสองคนก็เดินเข้ามา ชายคนหนึ่งก็พูดว่า“ข้าอุตส่าห์จับตัวเจ้ามานึกว่าจะได้เงินจากค่าตัวเจ้า แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าเจ้าตายที่นี่ นายของข้าจะพอใจมากกว่า”แล้วเฟิงหลี่เฉียง ก็ได้ยินเสียงขยับตัวจากอีกฝ่ายที่พุ่งตรงมา และท้องของเขาก็เจ็บแปลบ เมื่อถูกดาบแทง
ตอนที่ 233อีกฝ่ายหลบตา ก่อนจะอ้อมแอ้มพูดว่า “ข้าเพิ่งรู้เมื่อวานเช่นกันขอรับ ตอนนี้พระราชโองการสำคัญหลายอย่าง ถูกมอบหมายให้บัณฑิตจากฮานหลินหยวนรับผิดชอบในการร่างแทน พวกเราจึงพลาดข้อมูลหลายอย่างไป”แล้วเขาก็สะดุ้งเพราะชูอวี้ตวาดขึ้นมา โดยไม่คิดจะไว้หน้าใคร“แล้วทำไมถึงไม่รีบรายงานข้า เจ้าคิดจะปิดบังความจริงหรือ เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ!!”เมื่อถูกชูอวี้ตวาด อีกฝ่ายก็ลนลานแก้ตัว และขอโทษขอโพย แล้วชูอวี้ก็หันไประบายอารมณ์ใส่ขุนนางคนอื่น ทำให้หลายคนไม่อยากจะพูดอะไรอีก เพราะไม่ต้องการถูกฉีกหน้าแบบนี้หลายคนแอบพูดคุยกันและลงความเห็นว่า ชูอวี้เปลี่ยนไปมาก ที่ผ่านมานั้น ถึงเขาจะหยิ่งผยอง แต่เขาก็ยังใจเย็นและรู้จักรักษาน้ำใจ ทำให้มีคนเข้ามาร่วมมือกับเขาจำนวนมาก แต่ในระยะหลัง ด้วยวัยที่สูงขึ้นและถูกฝ่ายของเฟิงหลี่เฉียงค่อยๆ ลดทอนอำนาจลง เขาจึงร้อนใจ อยากจะรวบอำนาจ ทำให้เขาไม่ไว้หน้าลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน คนที่ยังต้องพึ่งพาใบบุญลงเรือลำเดียวกัน เริ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อชูอวี้เลิกประชุม
ตอนที่ 232ชายหนุ่มส่ายหน้า “ข้าลืมไปหมดแล้วท่านแม่ ถึงเจอกันข้าก็ไม่รู้ว่าจะจำหน้าได้หรือเปล่า”สองแม่ลูกนิ่งเงียบไป พวกเขากำลังนึกถึงความยากลำบากที่ได้เผชิญมาด้วยกัน ในตอนที่เฟิงหลี่เฉียงมีวัยเพียง 6 ขวบ จนไต่เต้ามาจนถึงตำแหน่งนี้อันเฟยจูไม่ได้ตอบจดหมายกลับ และไม่คิดจะถามต่อด้วยว่าอดีตสามีของนางเป็นอย่างไรบ้าง ถึงในบางครั้ง นางจะสงสัยเช่นกันว่า ลูกชายของนางก็ใช้ชื่อเดิมมาตลอด และตำแหน่งก็ยิ่งสูงมากขึ้น เหตุใดจึงไม่เคยพบกับพ่อที่เป็นบัณฑิตบ้างหากนับตามระยะเวลาที่พวกเขาไม่ได้พบกัน ในตอนนี้ พ่อของพวกเขาก็น่าจะเป็นข้าราชการชั้นกลางแล้ว แต่น่าแปลก ที่ดูราวกับว่าเขาหายตัวไปตั้งแต่ตอนที่ออกจากหมู่บ้าน แน่นอนว่าใต้เท้าเฟิงไม่เคยคิดจะตามหา และที่ผ่านมานั้น เขาก็ไม่เคยพบใครที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับพ่อด้วยแต่แล้วจางไห่เฟิงก็เดินเข้ามาหาเขาอย่างรีบร้อน และบอกให้เขารีบกลับไปที่บ้าน เพราะมีแขกสำคัญรออยู่ เฟิงหลี่เฉียงจึงรีบลาแม่ และเดินทางกลับไปที่บ้านเมื่อเห็นผู้ที่นั่งรออยู่ในห้องโถง ก็พอจะเดาได้ว่า แ
ตอนที่ 231เฟิงหลี่เฉียงหันไปตอบขุนนางคนนั้นว่า “ต้องตรวจสอบเหรียญปลอมในตลาด โดยให้ประชาชนช่วย หากพบเหรียญปลอม ให้แจ้งทางการทันที ผู้ปลอมเหรียญจะมีโทษถึงประหารชีวิต และผู้รายงานเบาะแสจะได้รางวัลเป็นเงินเป่าเฉาและยกเว้นภาษีสองปี และควรเปิดโอกาสให้ประชาชนนำเหรียญปลอมมาคืน และจะได้รับเงินจริงกลับคืนไป ถึงจะไม่มากเท่าค่าเงินจริงก็ตาม เพื่อถอนเหรียญปลอมออกจากท้องตลาดให้ได้มากที่สุด และถ้าพบว่าใครใช้เหรียญปลอมจะถูกลงโทษหนักเช่นกัน”เซินหลี่เผิงก็ออกมาเสนอว่า “สำหรับเงินเป่าเฉา นอกจากจะใช้วิธีการตามที่ใต้เท้าเฟิงแนะนำไปแล้ว กระหม่อมยังเสนอให้จัดตั้งสำนักงานตรวจสอบเงินหลวงในทุกหัวเมืองใหญ่ โดยให้ชาวบ้านสามารถนำธนบัตรมาตรวจได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และธนบัตรที่ผ่านการตรวจจะประทับตราแดงใหม่ แบบนี้กระหม่อมคิดว่าจะชวยให้ประชาชนมั่นใจกลับมาใช้เงินเป่าเฉาในการค้าขายอีกครั้ง”ฮ่องเต้เซวียนเต๋อเห็นด้วย แต่เสนาบดีกรมพิธีการคนใหม่ ที่ยังเป็นคนของชูอวี้อยู่ ก็ถามคำถามสำคัญที่ยังไม่มีใครแก้ไขได้ว่า“ข้อเส
ตอนที่ 146ลู่เหยาหลงคิด แต่ก็ยังไม่แน่ใจ “ถ้าซื้อไปกิน เราก็มีกันแค่นี้ จะกินหมดได้อย่างไร..ถ้าซื้อไปขาย แล้วเราจะขายอย่างไร”กวานอี้จึงพูดขึ้นลอยๆ ว่า “ซื้อมากขนาดนี้ ก็ย่อมดึงดูดความสนใจของใครบางคนได้”คราวนี้ลู่เหยาหล
ตอนที่ 142อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญตอนนี้อีกเรื่อง คือ เด็กกำพร้าจำนวน 12 คน ที่รอให้เขาช่วยเหลืออยู่ เขาไปพบเด็กๆ ที่วัด โดยมีแม่ น้องสาว และครอบครัวของลู่เหยาหลงไปด้วยพวกนางนำอาหารและข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นไปแจก ไม่เพ
ตอนที่ 136วันนั้น จูเว่ยหมิงและแม่ของเขากอดคอกันร้องไห้ด้วยความดีใจ พวกเขาต่างพากันคุกเข่าขอบคุณเฟิงหลี่เฉียง ซึ่งชายหนุ่มก็รีบบอกให้รีบลุกขึ้น และกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ซึ่งในอีก 2-3 วัน จึงค่อยให้จูเว่ยหมิงกลับมาทำงานที่ศาลตามป
ตอนที่ 139องค์ชายจูซวง อดีตอ๋องแห่งฉินเป็นพระโอรสองค์ที่สองของฮ่องเต้จูหยวนจาง และมีพระมารดาเดียวกันกับฮ่องเต้หย่งเล่อเขาปลิดชีพตนเองไปตั้งแต่ก่อนที่ฮ่องเต้หย่งเล่อจะขึ้นครองราชย์ และในปัจจุบันพระโอรสของพระองค์สืบทอดตำแ