เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง

เฟิงหลี่เฉียง ยอดเสนาบดีแห่งหมิง

By:  Clear CloudsUpdated just now
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
227Chapters
4.7Kviews
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เฟิงหลี่เฉียงเป็นเด็กน้อยที่อาศัยอยู่กับแม่และน้องสาว เขาต่อสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก จนได้พบกับต้วนเจี่ยซิน อาจารย์ของเขาที่เป็นอดีตหมอหลวง และเส้นทางการเป็นขุนนางของเขา ก็เริ่มต้นขึ้น เฟิงหลี่เฉียงได้พบกับอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถหลากหลาย ทำให้เขาเก่งทั้งบู๊และบุ๋น และสอบเป็นจอหงวนอันดับหนึ่งในรัชสมัยของฮ่องเต้หย่งเล่อ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งราชวงศ์หมิงตอนต้นได้ ชีวิตของเขาขึ้นลงมาตลอด ทั้งถูกกลั่นแกล้งเพราะเป็นคนเฉลียวฉลาดและยึดมั่นอุดมการณ์ จนถูกสั่งย้ายให้ไปทำงานตามหน่วยงานต่างๆ เขาต้องทำหน้าที่ในการสืบสวนคดีและตรวจสอบการทุจริตจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และถูกย้ายไปอยู่ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ ที่แห้งแล้งและอันตราย เขาต้องต่อสู้กับเครือข่ายการทุจริตและการบุกรุกของมองโกล แต่ก็ใช้ความสามารถในการสู้รบและการทำนายสภาพดินฟ้าอากาศจนเอาชนะกองทัพมองโกลได้ เฟิงหลี่เฉียงยังพบกับบุคคลสำคัญ ทั้งขันทีที่มีอิทธิพลสูง แม่ทัพชายแดนที่มีความดุดัน องครักษ์เสื้อแพรจินอวี่เว่ย นักปราชญ์ ข้าราชการ และขุนนางที่ทั้งเป็นมิตรและศัตรู รวมไปถึงฮ่องเต้หย่งเล่อและเชื้อพระวงศ์ที่ให้คุณและโทษกับเขาได้ เส้นทางการเป็นขุนนางของเขาไม่เคยราบรื่น แต่เฟิงหลี่เฉียงก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะมีอุดมการณ์ที่ยึดมั่นตั้งแต่เด็ก เขาจึงได้เป็นอัครเสนาบดีแห่งต้าหมิง ที่มีอิทธิพลสูงในราชสำนักในท้ายที่สุด

View More

Chapter 1

1

“아빠, 내일 또 놀아주세요!”

작은 아이의 입술이 볼에 닿았다가 떨어지는 감촉은 언제나 솜사탕처럼 달콤했다.

한이결은 아이의 등을 토닥이며 이불을 목 끝까지 덮어주었다.

전쟁 같던 저녁 식사와 목욕 시간, 그리고 동화책 읽기라는 기나긴 의식을 모두 마치고 아이들이 잠든 것을 확인하고 나서야 그는 비로소 자신만의 시간을 가질 수 있었다.

녹초가 된 몸을 이끌고 그는 씻기 위해 욕실로 향했다. 뜨거운 물로 오늘의 피로와, 트랙에서 당하는 모욕감의 먼지들을 씻어내고 싶었다.

욕실 문고리를 잡으려던 순간, 등 뒤에서 부드러운 손길이 그의 팔을 붙잡았다.

“여보. 그냥 자려고?”

돌아보자, 아내가 와인 잔 두 개와 반쯤 남은 와인 병을 들고 서 있었다.

평소에는 아이들을 재우면 함께 지쳐 쓰러지기 바빴는데, 오늘따라 그녀의 눈빛은 무언가를 기대하는 듯 반짝였다. 실크 슬립 차림의 몸에서는 은은한 플로럴 향수 냄새가 났다.

“오랜만에 우리끼리 한잔할까? 애들도 일찍 잠들었는데.”

‘한잔하자’는 제안이었지만, 이결은 그 말의 진짜 의미를 모를 정도로 어수룩한 남편이 아니었다. 저건 신호였다. 술은 잠깐일 뿐, 그 이후에 이어질 뜨거운 밤에 대한 기대.

솔직히 말해, 전혀 당기지 않았다. 먼지 날리는 트랙에서 온종일 ‘한코치’라는 이름으로 잡역부 취급을 당하고 나면, 남는 것은 정신적인 피로감과 육체의 고단함뿐이었다.

그를 남자로 만들어주는 모든 에너지가 소진된 기분이었다. 하지만 아내의 반짝이는 눈을 외면할 수는 없었다. 그는 의무 방어전을 치르는 심정으로, 희미하게 고개를 끄덕였다.

“그래, 좋아. 씻고 나올게.”

거실의 작은 테이블에 마주 앉아 와인을 따랐다. 아내는 오늘 있었던 아이들의 재롱이나 유치원 이야기 같은 소소한 대화를 늘어놓았지만, 이결은 건성으로 대답하며 잔을 비울 뿐이었다.

와인 한 병이 다 비워질 무렵, 아내가 자리에서 일어나 그의 손을 잡고 침실로 이끌었다. 어두운 침실, 스탠드의 은은한 조명 아래 아내의 실크 슬립이 관능적으로 빛났다.

그녀는 오늘따라 매우 적극적이었다. 이결을 침대에 앉히고는, 그의 앞에 무릎을 꿇고 앉아 티셔츠 자락을 위로 걷어 올렸다.

“오늘 하루도 고생 많았어, 우리 남편.”

그녀의 입술이 그의 복근을 부드럽게 핥았다. 혀의 축축하고 뜨거운 감촉에 이결의 몸이 움찔 떨렸다.

의무감으로 시작했지만, 아내의 노골적인 애무는 그의 몸을 정직하게 반응하게 만들었다.

그녀의 애무는 점점 아래로 내려갔다. 단단하게 발기한 그의 페니스를 입에 물고 부드럽게 빨아올리기 시작했다.

“흐읏…”

이결의 입에서 나직한 신음이 터져 나왔다. 아내의 펠라티오 실력은 날이 갈수록 좋아지는 듯했다.

그녀의 혀는 귀두의 가장 민감한 부분을 집요하게 자극했고, 입안의 압력을 조절하며 그를 미치게 만들었다.

한참 동안 그의 것을 탐하던 아내는, 자리에서 일어나 슬립을 벗어 던졌다. 아이 둘을 낳았음에도 여전히 탄탄하고 아름다운 곡선을 간직한 몸이었다.

그녀는 침대 위로 올라와, 이번에는 그의 온몸을 탐하기 시작했다. 목덜미, 단단한 가슴과 유두까지. 그녀의 혀가 지나가는 곳마다 전기가 흐르는 듯 짜릿했다.

그러다 그녀의 손길이 그의 왼쪽 발목, 길게 수술 자국이 남은 아킬레스건 부위에 닿았다.

“아직도… 많이 시큰거려?”

걱정스러운 목소리로 물으며, 그녀는 아주 부드럽고 정성스럽게 그 흉터를 어루만지기 시작했다. 그녀의 섬세한 손가락이 굳어있는 힘줄 주변의 근육을 마사지하듯 눌러주었다.

평소라면 기분 나쁜 통증이 느껴졌을 테지만, 이상하게도 오늘따라 그녀의 손길이 닿는 부위로 따스한 온기가 퍼져나가는 듯했다. 시큰거리던 통증이 거짓말처럼 가라앉았다.

“어… 괜찮아. 시원하네.”

뜻밖의 편안함에 긴장이 풀려서일까. 그의 페니스는 아까보다 훨씬 더 단단하게 부풀어 올랐다.

아내는 만족스러운 미소를 지으며 그의 위로 올라탔다. 스스로 그의 페니스를 잡고 자신의 질 입구에 맞춰, 천천히 몸을 내렸다.

“하아…!”

두 사람의 입에서 동시에 만족의 탄성이 터져 나왔다. 아내의 질 내부는 뜨거운 애액으로 가득 차, 그를 부드럽게 삼켰다.

그녀는 허리를 돌리며 스스로 움직이기 시작했다. 질벽이 그의 페니스를 샅샅이 훑으며 조여왔다. 삐걱이는 침대 소리와 두 사람의 살이 부딪히는 질척한 소리, 아내의 교성이 방 안을 가득 채웠다.

이결은 그녀의 풍만한 엉덩이를 두 손으로 움켜쥐고, 아래에서부터 허리를 쳐올리며 화답했다. 의무감은 사라진 지 오래였다. 오직 원초적인 쾌락만이 남았다.

“아! 여보, 더…! 더 깊이…! 으응!”

아내가 절정에 가까워지며 허리를 더욱 격렬하게 흔들었다. 이결 역시 사정감이 몰려왔다.

그는 아내의 몸을 뒤집어, 그녀를 엎드리게 했다. 그리고 뒤에서 그녀의 허리를 잡고, 쉴 틈 없이 페니스를 박아 넣었다.

찰싹, 찰싹, 엉덩이를 부딪히는 소리가 더욱 요란해졌다.

마침내, 그는 그녀의 자궁 깊숙한 곳에 자신의 모든 것을 쏟아내며 길게 신음했다. 아내 역시 온몸을 경련하며 비명 같은 오르가즘을 토해냈다.

한참 동안 서로의 몸에 기댄 채 가쁜 숨을 몰아쉬던 두 사람. 축 늘어져 있는 이결의 귓가에, 아내가 행복에 젖은 목소리로 속삭였다.

“있잖아, 여보. 나 오늘 점 보고 왔다?”

“웬 점?”

“그냥… 답답해서. 근데 점쟁이가 그러는 거야. 우리 남편이 ‘긁지 않은 복권’이래. 아직 때가 안 와서 그렇지, 한번 터지면 크게 될 사람이니까, 옆에서 잘 챙겨주라고 하더라.”

이결은 피식 웃었다. 뻔한 사기꾼의 말이라고 생각했다.

“그래서, 내일 저녁에는 장어 사다가 구워주려고. 우리 남편 기운 내야지.”

아내는 그의 품에 더 깊이 파고들며 잠이 들었다.

이결은 아내의 등을 토닥여주며 생각했다. 긁지 않은 복권이라니. 현실은 매일매일 꽝만 나오는 폐지 같은 인생인데. 씁쓸한 기분으로 그 역시 깊은 잠에 빠져들었다.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
227 Chapters
1
ตอนที่ 1 ช่วงสายวันหนึ่งในฤดูใบไม้ร่วง ที่หมู่บ้านขนาดเล็กแห่งหนึ่งทางตอนใต้ของมณฑลอันฮุย เฟิงหลี่เฉียง เด็กชายวัย 6 ขวบ เดินออกจากบ้านไปพร้อมกับแบกตะกร้าไม้ไผ่สานไว้บนหลัง เขาออกจากบ้านไปชายป่าท้ายหมู่บ้านเพื่อเก็บพืชผักป่าเด็กชายเดินฝ่าลมหนาวที่พัดแรงโดยไม่ย่อท้อ เขาห่อตัวด้วยเสื้อผ้าฝ้ายกลางเก่ากลางใหม่ และใช้เศษผ้าพันที่ขาไปจนถึงเท้าเพื่อป้องกันลมหนาว ก่อนจะสวมรองเท้าสานจากฟางที่ชาวบ้านทั่วไปใส่กัน เขายังใช้ผ้าคลุมศีรษะและคอเอาไว้เพื่อป้องกันลมหนาวอีกชั้น และสวมหมวกสานป้องกันลม ก่อนออกจากบ้านเขานำอาหารกับน้ำติดตัวไปกินด้วย เพราะไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหนในระหว่างที่เดินจากบ้านหลังเก่าของเขาออกไปนอกหมู่บ้าน ชาวบ้านที่ทำนาทำสวนแถวนั้น ก็ตะโกนทักทายเขา เช่น “เสี่ยวเฉียง แม่เป็นอย่างไรบ้าง” และ “วันนี้จะไปเก็บสมุนไพรอีกหรือ”ใช่แล้ว แม่ของเฟิงหลี่เฉียงป่วยมานานเพราะทำงานหนัก นับตั้งแต่เธอให้กำเนิดลูกสาวคนสุดท้อง คือ เฟิงหลี่อิง ที่ตอนนี้อายุ 3 ขวบแล้ว เธอก็มีร่างกายอ่อนแอมาตลอด เพราะไม่ได้ดูแลร่างกายตั
Read more
2
ในวันนั้น ต้วนเจี่ยซินซึ่งนำเข็มมาด้วย ก็ช่วยฝังเข็มให้กับอันเฟยจู เพื่อช่วยให้อิน (หยิน) ทำงานดีขึ้น และบอกวิธีรักษาด้วยการทำใจให้ปลอดโปร่ง กินอาหารที่ช่วยขับเคลื่อนลมปราณที่ติดขัด ระบายชี่ที่ตับและช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด เช่น ต้มลูกเดือยกิน ดื่มน้ำอุ่น และไม่โดนอากาศเย็นมาก และยังให้กินผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว เป็นบางครั้ง“สิ่งสำคัญ คือ การดูแลรักษาใจ” หมอต้วนเจี่ยซินบอกอันเฟยจู “อย่าลืมว่า ตอนนี้พวกเจ้ามีอยู่กันสามคน ถ้าเจ้าล้มป่วยหนัก ความลำบากก็จะตกไปอยู่ที่ลูกชายของเจ้าที่มีอายุเพียงแค่ 6 ขวบเท่านั้น เจ้าจะให้ลูกชายอายุแค่นี้ ต้องมาแบกรับเลี้ยงดูแม่กับน้องอย่างนั้นหรือ”อันเฟยจูหน้าเสีย น้ำตาไหลออกมาทันที เธอหันไปกอดเฟิงหลี่เฉียงเอาไว้แน่น “ไม่เจ้าค่ะ! ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น!” แล้วเธอก็สะอื้นออกมาอย่างเจ็บปวดใจ เธอรู้มาตลอดว่า ช่วงที่เธอล้มป่วยจนทำงานไม่ได้นั้น เด็กชายจะต้องลำบากมากแค่ไหน“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็ต้องรู้จักการยอมรับความจริง และปล่อยวางให้เป็นด้วย” ชายชราเตือนหญิงสาวก้มหน้าล
Read more
3
ในวันหนึ่ง แม่ครัววัย 30 กว่าปี เห็นร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัย 6 ขวบ พยายามยืนบนม้านั่งตัวเล็กเพื่อหัดทำอาหาร ถึงจะลำบากแต่เขาก็สู้ไม่ถอย นางจึงถามว่า “เสี่ยวเฉียง เจ้าชอบทำอาหารหรือ โตขึ้นจะไปเปิดร้านอาหารเองหรืออย่างไร”เด็กชายหัวเราะพร้อมกับใช้ทัพพีไม้คนหม้อต้มน้ำซุปอย่างระมัดระวัง “ข้าอยากทำอาหารเป็นขอรับ ข้าไม่ได้อยากเปิดร้านอาหาร แต่อยากทำให้แม่กับน้องกิน จะได้แบ่งเบาภาระได้ แล้วก็..” เขาหยุดสักพัก ก่อนพูดต่ออย่างจริงจังว่า “ข้าอยากพึ่งพาตัวเองได้ด้วย”ป้าเฟยหรือแม่ครัวเฟย อึ้งไปกับคำตอบ นางไม่คิดเลยว่าเด็กชายวัย 6 ขวบจะคิดได้ขนาดนี้ และที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ ต้วนเจี่ยซินเดินผ่านห้องครัวมาพร้อมกับชายคนหนึ่งอายุประมาณ 30 กว่าปี และได้ยินบทสนทนาของพวกเขาพอดี หมอต้วนหัวเราะหึหึ ใช้มือลูบเคราตัวเองอย่างพอใจ ในขณะที่ชายอีกคนมีสีหน้าครุ่นคิด จากนั้นพวกเขาก็เดินไปยังห้องหนังสือของหมอต้วนด้วยกันเมื่อเดินเข้าไปในห้องหนังสือ ที่มีตำรา และอุปกรณ์การแพทย์หลายอย่างวางอยู่บนชั้น ต้วนเจี่ยซินหันไปพูดกับชายอีกคนว่า “เจ้าคิดอย่างไรบ้าง
Read more
4
เมื่อโม่ชิงเฉิงเห็นข้อความที่เด็กชายเขียน ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที บนกระดาษเยื่อไผ่มีอักษรเขียนเอาไว้ด้วยลายมือที่อ่านง่ายว่า “หากรู้จริง พึงบอกว่ารู้ หากไม่รู้ พึงบอกว่าไม่รู้ นั่นแหละคือวิถีของปัญญาชน”ถึงแม้ว่าลายมือของเด็กน้อยจะไม่สวยงามมากนัก แต่การที่เขาสามารถเขียนคำสอนที่ยากของขงจื๊อได้เช่นนี้ ทำให้โม่ชิงเฉิงประหลาดใจมาก จนต้องถามว่า “ใครสอนให้เจ้าเขียนประโยคนี้หรือ”เฟิงหลี่เฉียงหัวเราะอายๆ “ข้าเห็นจากหนังสือของอาจารย์ ก็เลยลองเขียนตามขอรับ”“เจ้าเข้าใจความหมายของคำสอนนี้หรือไม่” โม่ชิงเฉิงถามต่อทันที“ข้ารู้ว่าเป็นคำสอนของท่านขงจื๊อ สำหรับความหมายนั้น ข้าไม่แน่ใจนัก แต่ข้าคิดเอาเองว่า..” เขาหยุดคิดสักพัก และเงยหน้าตอบอย่างมั่นใจว่า “เราไม่ควรโกหก ถ้าเราไม่รู้เรื่องนั้นจริง เพราะมันอาจจะส่งผลเสียหายต่อชีวิตได้ โดยเฉพาะการเป็นหมอขอรับ!”โม่ชิงเฉิงหัวเราะเสียงดัง ในขณะที่เฟิงหลี่เฉียงมองอย่างไม่เข้าใจว่า เขาตีความผิดหรืออย่างไร แต่แล้วบัณฑิตโม่ก็ถามต่อด้วยแววตาป
Read more
5
ชายร่างอ้วนไม่สนใจ เขาเดินกรากเข้ามาที่โต๊ะเพื่อจะลากตัวเด็กชายออกไป เฟิงหลี่เฉียงพยายามดิ้นรนและตะโกนด้วยความโมโหว่า “ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!”ลู่ปู่รีบลุกขึ้นและผลักชายคนนั้นออก “ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้! ไม่มีใครเอาเงินเจ้าไปนะ ปล่อย!”“พวกเจ้าร่วมมือกันละสิ!” ชายอ้วนไม่ยอมหยุด พวกเขาจึงยื้อยุดกันอยู่อย่างนั้นจนเจ้าของร้านต้องรีบวิ่งบอกว่า “หยุดก่อน! ข้าวของพังเสียหายหมดแล้ว ออกไปทะเลาะกันข้างนอก!”ลู่ปู่ผลักอกชายคนนั้นออก ในที่สุดเด็กชายก็ยกแขนของอีกฝ่ายขึ้นและกัดลงไปเต็มแรง จนชายร่างอ้วนร้องออกมาด้วยความเจ็บ เฟิงหลี่เฉียงจึงดิ้นหลุดออกมาได้ ลู่ปู่พยายามดึงรั้งแขนอีกข้างของชายคนนั้นเอาไว้ เขาตะโกนขึ้นว่า “ใครก็ได้! ช่วยไปแจ้งที่อำเภอที ชายคนนี้จะทำร้ายพวกข้า!”เจ้าของร้านจึงสั่งให้ลูกชายรีบวิ่งไปแจ้งที่อำเภอ ในขณะที่บางคนก็พูดว่า “พวกเจ้าคืนเงินเขาไปเถอะ”บางคนก็พูดว่า “เจ้าสองคนนี้ ขโมยเงินเขาไปแล้ว ยังจะหัวหมออีก”ชายร่างอ้วนที่ฉุดกระชากลากถูอยู่กับลู่ปู
Read more
6
และแล้ววันแรกที่เขาจะต้องไปเรียนกับโม่ชิงเฉิงก็มาถึง หลังจากที่นั่งสมาธิเสร็จ เด็กชายก็แต่งตัว กินข้าวเช้าและเดินไปที่บ้านของบัณฑิตผู้สันโดษ เขาเคาะประตูหน้าบ้าน และเดินตามพ่อบ้านเข้าไปข้างในบ้านไม่ไผ่หลังใหญ่นั้นโม่ชิงเฉิงรออยู่ในห้องหนังสือ ที่จุดตะเกียงเอาไว้สว่าง เด็กชายทำความเคารพ ในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้า บอกให้เขานั่งลง และเริ่มต้นการเรียนครั้งแรกบัณฑิตโม่เลือกสอนแนวคิดของขงจื๊อ ซึ่งเป็นหนึ่งในปรัชญาสำคัญที่ใช่ในการสอบจองหงวน (จอหงวน) มาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว เฟิงหลี่เฉียงฟังอย่างตั้งใจ และจดบันทึกลงสมุดด้วยพู่กันที่มีขนาดเล็กสำหรับเด็ก ถึงจะยังเขียนไม่เก่งมากนัก แต่เขาก็ใช้สัญลักษณ์บางอย่างแทนตัวหนังสือในตอนที่เขียนไม่ทันโม่ชิงเฉิงซึ่งจับตาดูอยู่ รู้สึกแปลกใจจนอดถามไม่ได้ว่า “เจ้าจดอะไรลงไป”เด็กชายหัวเราะอายๆ “สัญลักษณ์ของข้าเอง เพราะข้า..ข้ายังเขียนอักษรหลายอย่างไม่คล่องขอรับ”บัณฑิตโม่เลิกคิ้วสูง เขาบอกให้เด็กชายอธิบายความหมายของสัญลักษณ์เหล่านี้ให้ฟัง เด็กชายอธิบายอย่างไม่มั่นใจนักแต่โม่ชิงเฉิงที่ฟังอยู่
Read more
7
ต้วนเจี่ยซินกับลู่ปู่ ช่วยเด็กชายดึงข้าวของบางส่วนออกมา บางอย่างเขาก็ห้ามไม่ให้เด็กชายเอาไปด้วย “ทิ้งไว้อย่างนั้นดีกว่า มันเสียหายหมดแล้ว เจ้าอย่าเสียดายไปเลย” เด็กชายทำท่าไม่อยากจะทิ้ง เขาอยากจะเอาข้าวของทุกอย่างออกมาให้หมดแต่ชายชราสอนเขาว่า “ข้าเข้าใจว่าเจ้าเสียดาย และของบางอย่างก็มีความหมายกับเจ้าและแม่ แต่ดูสิ ตอนนี้หิมะเริ่มละลายแล้ว หลายอย่างก็เสียหายเปียกขาดจนใช้ไม่ได้ ถ้าเจ้าฝืนเข้าไปเอามันออกมา ไม่รู้ว่าหลังคากับผนังจะถล่มลงมาตอนไหน รักษาชีวิตกับร่างกายเอาไว้เถิด ข้าวของเงินทอง ไม่ตายก็ยังหาใหม่ได้นะ เสี่ยวเฉียงเอ๊ย!”จริงสินะ เขายังมีเรี่ยวแรงยังมีทางหาเงินได้ แล้วเขาจะเสียดายไปทำไม แต่ชีวิตของเขาสิสำคัญกว่าข้าวของพวกนั้น เหตุการณ์วันนั้น สอนให้เฟิงหลี่เฉียงได้คิดหลายอย่าง ทั้งความไม่แน่นอนของชีวิต ทั้งคำว่าเหลือแต่ตัว และการรู้จักตัดใจทิ้ง เพื่อรักษาชีวิตและร่างกายเอาไว้ โดยเฉพาะคำพูดของต้วนเจี่ยซินที่บอกเขาว่า ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ ตราบนั้นคนเราก็ยังหาเงินและข้าวของกลับคืนมาได้ และนั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กชายเฟิงหลี่เฉียง
Read more
8
เมื่อเห็นเช่นนั้น ทั้งเฟิงหลี่เฉียงกับลู่ปู่จึงรีบกลับบ้านทันที เพราะพวกเขาจะต้องไปรอต้อนรับขบวนจากทางอำเภอ ที่จะเดินทางมาที่บ้านของเฟิงหลี่เฉียง เซิงหยวนคนล่าสุดที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง ถึงบ้านของพวกเขาจะอยู่ห่างไกล แต่ข้าราชการชั้นสูง และผู้มีฐานะหลายคนในอำเภอหรือในจังหวัด ต่างก็รู้ว่า ที่หมู่บ้านเชิงเขาแห่งนี้   เป็นที่พักของบรรดาเสือซุ่มมังกรซ่อนหลายคน ที่เคยมีชื่อเสียงในระดับประเทศ เมื่อข้าราชการจากอำเภอรู้ว่า เซิงหยวนอันดับหนึ่งของปีนี้พักอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงเข้าใจทันที และหลายคนก็ตื่นเต้นที่จะได้มาพบพวกเขาด้วยเป็นธรรมเนียมของทางการ ที่จะจัดขบวนแห่จากทางการเพื่อประกาศรายชื่อของผู้ที่สอบได้เป็นอันดับหนึ่ง และจะเดินทางไปยังที่พักของพวกเขา บางคนพักอยู่ที่โรงเตี๊ยม ก็จะไปประกาศที่โรงเตี๊ยม บางคนพักอยู่บ้านก็จะเดินทางไปประกาศที่บ้าน ซึ่งตลอดทาง ขบวนแห่จะมีการตีฆ้อง ทำให้ชาวบ้านได้รู้ว่า นักเรียนบ้านไหนที่ได้เป็นบัณฑิตอันดับหนึ่งเช่นเดียวกับบ้านของเฟิงหลี่เฉียง ถึงจะอยู่ห่างไกล แต่ก็ต้องผ่านไปตามทางที่เป็นหมู่บ้าน ทำให้มีชาวบ้านออกมายืนดู และบางคนก็อยา
Read more
9
เฟิงหลี่เฉียงซึ่งตื่นขึ้นมาเพื่อไปหาอาหารเช้ากิน ไม่สามารถเดินไปถึงตลาดที่ขายอาหารเช้าได้  จึงต้องหยุดยืนอยู่ริมถนนร่วมกับชาวบ้าน ตอนนี้ทหารในเมืองเริ่มกั้นถนนไม่ให้มีการสัญจรผ่านไปมาแล้ว เขาเห็นผู้คนจำนวนนับร้อยออกมายืนรอต้อนรับ ในมือของชาวบ้านหลายคนมีทั้งดอกไม้และผลไม้ถืออยู่ในมือ หญิงสาวจับกลุ่มอยู่ด้วยกันในมือถือผ้าเช็ดหน้าหลากหลายสี พวกเขาซุบซิบพูดคุยกันด้วยสีหน้าตื่นเต้นเมื่อเห็นความตื่นเต้นต่อหน้า เด็กหนุ่มก็อดถามชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่ได้ว่า “พี่ชาย เหตุใดชาวบ้านจึงออกมารอต้อนรับท่านแม่ทัพมากขนาดนี้ละ”ชายวัยกลางคนกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า และถามด้วยความไม่พอใจนิดๆ ว่า “ท่านไม่ใช่คนแถวนี้สินะ พ่อหนุ่ม”“ใช่” เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นอีกฝ่ายจึงทำท่าเข้าใจและหยุดมองเขาด้วยสายตาหาเรื่อง  เขาจึงเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจว่า “ท่านแม่ทัพเจิ้งเฉิงฉาน เป็นแม่ทัพที่เก่งกาจที่สุดในตอนนี้ ท่านเป็นลูกชายคนโตของท่านแม่ทัพเจิ้งลั่วหลง หรือเจิ้งโหว[1] ท่านออกรบตั้งแต่อายุได้แค่ 14-15 ปี
Read more
10
ในบ้านเช่าหลังเล็กแห่งหนึ่ง ในซอยเงียบสงบของชานเมืองหนานจิง เฟิงหลี่เฉียงที่มีอายุ 17 ย่าง 18 ปีแล้ว นอนหลับสนิทอยู่ที่ห้องนอนด้านใน ตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ตื่น เขาไม่ได้ขี้เกียจ แต่เพราะเมื่อวานเป็นวันสุดท้ายการสอบเค่อจวี่คัดเลือกขั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นการสอบที่เมืองหลวงหรือที่เรียกว่าการสอบฮุ่ยซื่อ ซึ่งแบ่งการสอบออกเป็น 3 ช่วงติดต่อกันช่วงแรกเป็นการสอบด้วยการตอบคำถาม 3 ข้อ เพื่อทดสอบการตีความหมายคัมภีร์หลักคำสอนของขงจื๊อ  ที่ศิษย์ของขงจื๊อเรียบเรียงขึ้น เป็นประมวลคำกล่าวของขงจื๊อและแสดงหลักคำสอน ที่เรียกว่า ซู หรือ ตำราทั้ง 4 [1] และยังมีการสอบวิทยศิลป์ 4 แขนง หรือวิทยศิลป์ 4 ของบัณฑิต นั่นคือ การเล่นพิณหรือกู่เจิ้ง หมากล้อม  ลายมืออักษรศิลป์ (พู่กันจีน) และ จิตรกรรมวาดเขียน ซึ่งในสมัยราชวงศ์หมิงบางยุค มีการสอบการยิงธนูและขี่ม้าเพิ่มเติมมาด้วย ซึ่งรุ่นของเฟิงหลี่เฉียงก็ต้องสอบด้วยเช่นกันหลังจากนั้นในอีก 3 วันต่อมา จะเป็นการสอบช่วงที่สอง ซึ่งจะเป็นการเขียนเรียงความเชิงวิพากษ์ตามประเด็นที่ตั้งเอาไว้ จากนั้นเป็นการเขียนเรียงความเกี่ยวกับการ
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status