All Chapters of ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ: Chapter 31 - Chapter 40

115 Chapters

บทที่ 30

เช้าวันที่สามตามธรรมเนียมของจงหยวนคือวันกลับเรือนเยี่ยมญาติของเจ้าสาว เจิ่งเสวี่ยอิ๋งตื่นแต่เช้ามาสวมชุดที่เรียบร้อยและสง่างามตามธรรมเนียม เพื่อเตรียมตัวกลับไปเยี่ยมหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าที่จวนอันจวี๋นางยืนรออาซือหลันอยู่ที่ลานเรือนจวิ้นเหอ โดยมีหีบของขวัญหลายสิบหีบวางอยู่เคียงข้าง ของขวัญเหล่านี้ถูกจัดเตรียมอย่างพิถีพิถันจากคลังของจวนแม่ทัพ แต่เป็นการจัดเตรียมภายใต้การตรวจสอบของว่านเฟยลี่ว่านเฟยลี่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวาน นางถือรายการของขวัญแล้วทำท่าทีตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย “พี่หญิง ข้าได้จัดเตรียมของขวัญตามรายการที่พี่หญิงสั่งไว้เรียบร้อยแล้วนะเจ้าคะ”ขณะที่อาซือหลันเดินมาถึง ใบหน้าคมคายของเขายังคงเย็นชาเช่นเคย ว่านเฟยลี่ก็รีบเดินไปข้างหีบของขวัญหีบหนึ่ง นางแสร้งทำเป็นก้มลงตรวจสอบรายการเป็นครั้งสุดท้าย แล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างเกินจริง “แย่แล้ว! พี่หญิง! ข้าต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ... แต่ข้าตรวจไม่พบชาหอมหลงจิ่งที่บิดาของพี่หญิงโปรดปรานอยู่บนรายการนี้นะเจ้าคะ! ข้าจำได้ว่าท่านพ่อกำชับไว้นักหนาว่าจะต้องมอบให้กับบิดาของพี่หญิงให้ได้ แล้ว
Read more

บทที่ 31

ขบวนรถม้าที่ถูกจัดเตรียมและตกแต่งไว้อย่างสง่างามสมเกียรติแห่งจวนแม่ทัพ เคลื่อนตัวอย่างมั่นคงและไม่เร่งร้อนไปตามถนนมุ่งตรงสู่จวนอันจวี๋ โดยมีหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่า ผู้เป็นบิดามารดายืนชะเง้อคอมองรอคอยอยู่หน้าประตูจวนด้วยใจจดจ่อตั้งแต่อรุณรุ่งแววตาของคนทั้งคู่ที่เฝ้าจับจ้องไปยังหัวถนนนั้นเปี่ยมล้นไปด้วยความรักและความคิดถึง แม้ความจริงแล้วจะผ่านพ้นวันสมรสไปเพียงไม่กี่วัน แต่สำหรับหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ที่ต้องส่งลูกสาวสุดรักเข้าสู่ประตูวิวาห์ ย่อมไม่อาจข่มใจให้สงบนิ่งลงได้ทันทีที่รถม้าหยุดสนิท อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก้าวเท้าลงสู่พื้นดิน สามพ่อแม่ลูกก็โผเข้าสวมกอดกันอย่างแนบแน่น ความคิดถึงที่อัดอั้นสะสมมาตลอดหลายวันพรั่งพรูออกมาผ่านอ้อมแขนที่โอบรัดโดยเฉพาะเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ไม่อาจสะกดกลั้นอารมณ์ได้อีกต่อไป นางซบใบหน้าลงกับไหล่อุ่น ๆ ของมารดา เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาที่พยายามกักเก็บไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคออย่างไม่อาจฝืนเพราะสำหรับนางแล้ว สองคนตรงหน้าคือโลกทั้งใบ และเป็นบุคคลเพียงสองคนที่นางเชื่อมั่นหมดหัวใจว่ารักและหวังดีกับนางอย่างที่สุดในเมืองหนิงเปีย
Read more

บทที่ 32

กู่ลี่น่าทอดสายตามองใบหน้าอันนวลเนียนของบุตรสาวด้วยความรู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้งที่สลักลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจคนเป็นแม่ ทว่าเมื่อนางตัดสินใจเบือนหน้ากลับไปมองสามีผู้เป็นที่รักและสหายสนิทของสามีที่นั่งประทับอยู่ข้างกัน รอยยิ้มที่เคยประดับอยู่ก็มลายสิ้นไปทันทีที่ได้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดดุจขุนเขาทะมึน และหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากันเป็นปมหนาอย่างไม่ใคร่พอใจนัก ความกดดันนั้นบีบคั้นทำให้นางจำเป็นต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความขมขื่นใจ“ดิลลี่... ลูกรักของแม่” กู่ลี่น่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยแต่พยายามประคองให้มั่นคงที่สุด “การที่เจ้าแต่งงานออกเรือนไปแล้ว แล้วได้กลับมาเยี่ยมเยียนจวนเดิมเป็นครั้งแรกเช่นนี้ ตามจารีตประเพณีอันเคร่งครัดที่สืบทอดกันมาเนิ่นนาน มีกำหนดให้พักพิงได้เพียงชั่วเวลาของการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเท่านั้น”“เมื่อยามบ่ายมาถึง เจ้าก็ต้องเร่งเดินทางกลับสู่จวนของสามีทันที การจะค้างคืนที่จวนพ่อแม่ในสถานะของชายาเอกนั้น ถือเป็นการละเมิดกฎธรรมเนียมอย่างร้ายแรงเหลือแสน มิเพียงแต่มันจะสร้างคว
Read more

บทที่ 33

เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว จนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่อยากจะตื่นขึ้นมารับรู้ความจริงอาซือหลัน เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง และเหล่าอนุทั้งสามคนยืนส่งต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่า ที่กำลังจะออกเดินทางกลับเผ่าอุยกูร์ในวันนี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ เมื่อขบวนรถม้าเคลื่อนลับหายไปจากสายตา อำนาจสูงสุดในจวนแม่ทัพแห่งนี้ก็ตกอยู่ในมือของอาซือหลัน และผู้ที่เขาไว้ใจมากที่สุด...อาซือหลันไม่กล่าวคำใดกับชายาเอก เมื่อเห็นบิดาออกเดินทางไปแล้ว เขาก็เรียกจาฮาน คนสนิทให้ติดตามไปที่ค่ายเหยี่ยวแดงดั่งเช่นทุกวัน ในขณะที่ทุกคนเดินกลับเข้าไปในจวน เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็รู้ดีว่าความโดดเดี่ยวที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้วนางเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันที่เรียบง่ายด้วยการเปิดบัญชีที่ว่านเฟยลี่ให้มา พร้อมทั้งศึกษาและจดบันทึกส่วนที่ผิดพลาดไว้ ด้วยความมุ่งมั่นที่ต้องการจะพิสูจน์ตนเอง หากแต่ผ่านไปไม่นาน ก็ได้มีแขกมาเยือนเรือนจวิ้นเหออีกครั้ง“พี่หญิง...” ว่านเฟยลี่เอ่ยเรียกอีกฝ่ายอย่างนอบน้อมเกินจริงจนน่าคลื่นไส้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย เนื่องจา
Read more

บทที่ 34

เมื่อเจิ่งเสวี่ยอิ๋งถูกว่านเฟยลี่หวังดี ช่วยแบ่งเบาหน้าที่ดูแลจวนไปแล้ว นางก็ไม่มีสิ่งใดให้ทำ ได้แต่ยืนเคว้งคว้างอยู่ในเรือนจวิ้นเหออย่างไร้จุดหมาย แม้ว่าจะมีสาวใช้สองคนยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็ตามด้วยนางไม่ได้เรียกร้องขอสาวใช้คนสนิทประจำตัว ทำให้สาวใช้ที่มาดูแลจึงมีการผลัดเปลี่ยนกันไม่ซ้ำหน้า หากจะมองว่านางไม่รู้จักผูกมิตร สร้างคนสนิทขึ้นมาตบมือข้างเดียวนั้น ไม่มีทางดัง...สาวใช้เหล่านี้ราวกับได้รับคำสั่งมาแค่ให้ดูแลนางอย่างห่างเหิน ไม่คิดที่จะสานต่อความสัมพันธ์ใด ๆ อีกทั้งพวกนางยังมีสายตาที่ดูแคลนนายหญิงที่ไร้อำนาจในจวนอย่างนางอีกด้วย...ไม่เป็นไร... เจิ่งเสวี่ยอิ๋งใจเย็น ๆ เราเพิ่งเข้าจวนแห่งนี้ได้เพียงสี่วัน ใจเย็น ๆ ...เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยายามปลอบใจตนเอง ก่อนที่จะมองหาสิ่งใดทำ เพื่อไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ นางจึงตัดสินใจจัดเสื้อผ้าในตู้ของอาซือหลันให้เรียบร้อย เนื่องจาก จูเอ๋อร์ สาวใช้คนสนิทของซินเซียง นอกจากจะมาส่งสารว่านายท่านค้างแรมที่เรือนจุ้ยหลิ่วแล้ว บางครั้งยังบุกเข้ามานำเสื้อผ้าบางส่วนของอาซือหลันออกไปด้วยอย่างจงใจและแน่
Read more

บทที่ 35

เมื่อถึงกลางแห่งยามโหย่ว บรรยากาศรอบจวนแม่ทัพที่ควรจะสงบเงียบกลับตึงเครียดขึ้นอย่างลับ ๆ อาซือหลันก้าวเท้ากลับเข้าสู่จวนด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานในขณะที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง ผู้รอคอยเวลานี้มาทั้งวัน ยืนรอรับสามีอยู่บริเวณทางเดินหลักที่ทอดตัวยาวจากประตูใหญ่มุ่งสู่เรือนจวิ้นเหอนางจงใจสวมชุดสีอ่อนหวานที่ดูละมุนตา หวังจะใช้ความอ่อนโยนนี้ดับไฟในใจของเขาที่คุกรุ่นมาจากวันวาน โดยในมือน้อย ๆ นั้นโอบประคองผ้าคาดเอวผืนสำคัญที่นางทุ่มเทแรงกายแรงใจซ่อมแซมจนเสร็จสิ้นอย่างประณีตไร้ที่ติทว่าห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ซินเซียงกลับยืนทอดเงาอยู่ใต้ชายคา นางจับจ้องไปยังผ้าในมือของชายาเอกด้วยสายตามาดร้าย พลางกวาดตามองสังเกตการณ์ไปรอบลานกว้างอย่างแนบเนียนที่สุด เพื่อรอคอยจังหวะที่เหมาะสมในการส่งสัญญาณเริ่มต้นแผนการที่วางไว้ทันทีที่เงาของอาซือหลันพ้นขอบประตูใหญ่เข้ามา เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็รีบสาวเท้าก้าวเข้าไปหาเขาด้วยความกระตือรือร้นและเปี่ยมไปด้วยหวัง หวังเพียงจะมอบของชิ้นนี้เพื่อพิสูจน์ความปรารถนาดีของนางแต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!ชิงหลัวที่ทำหน้าที่กวา
Read more

บทที่ 36

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้แต่อ้าปากค้างกับตรรกะความคิดของสามีตรงหน้า แต่ก่อนที่นางจะทันได้อธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม ซินเซียงที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลก็รีบเดินนวยนาดเข้ามากลิ่นบุปผาหอมกรุ่นประจำตัวนางฟุ้งกระจายมาแต่ไกล นางเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่แสดงถึงความสงสารนายหญิงของจวน “ท่านพี่ โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของท่านได้...”ถ้อยคำอ่อนหวานปลอบประโลมอย่างเป็นห่วงสุขภาพของเขา ทำให้อาซือหลันนึกเปรียบเทียบสองสตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาทันที แววตาคู่คมของเขาฉายความเย็นชาออกมาอีกสองส่วน เมื่อหันไปมองเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง“อย่างไร นายหญิงคงมิได้ตั้งใจหรอกเจ้าค่ะ” ซินเซียงเดินเบียดแทรกเข้ามาระหว่างกลาง สองมือลูบแขนกำยำของอาซือหลันแผ่วเบา เพื่อปลอบประโลม “ท่านพี่ให้อภัยนายหญิงสักครั้งได้หรือไม่เจ้าคะ?”“เฮอะ! เห็นแก่ที่อนุซินขอร้อง เจ้าจงไปให้พ้นหน้าข้าซะ!!” อาซือหลันตวาดใส่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งอย่างไม่ไว้หน้า สั่งไล่ชายาเอกของตนต่อหน้าทุกคนอย่างรุนแรง จากนั้น จึงหันไปทางสองสาวใช้ที่คุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่ที่พื้น“ส่วนพวกเจ้าสองคนสะเพร
Read more

บทที่ 37

เช้าตรู่วันถัดมา เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงล้วนแต่มายืนส่งอาซือหลันควบม้าออกจากจวนแม่ทัพไป และในทันทีที่ประตูจวนแม่ทัพปิดลงเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็หมุนตัวเตรียมที่จะเดินกลับเรือนจวิ้นเหอ ไม่ใคร่อยากมองหน้าและสนทนากับอนุอีกสามนางสักเท่าใด หากแต่ปลายเท้าของนางจำต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงว่านเฟยลี่เรียกนางหยุดไว้ก่อน “พี่หญิงเจ้าคะ”เมื่อว่านเฟยลี่เห็นว่าเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่หยุดปลายเท้า นางจึงรีบเดินเข้าไปขวางหน้า ก่อนส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน “เมื่อวานหลังจากที่ข้านำบัญชีกลับมาตรวจสอบแล้ว พบว่าช่วงนี้รายจ่ายของจวนแม่ทัพค่อนข้างเยอะน่ะเจ้าค่ะ พี่หญิง”“ทั้งค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานของพี่หญิง รายการของขวัญที่พี่หญิงนำกลับไปเยี่ยมบิดามารดา ค่าเดินทางของท่านพ่อและท่านพี่ก็ล้วนแต่จำเป็นต้องใช้เงินทั้งสิ้น ดังนั้น ช่วงนี้เราอาจจะต้องประหยัดกันสักหน่อยนะเจ้าคะ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งหรี่ดวงตากลมโตลง เมื่อรู้สึกถึงลางร้ายในใจ“ดังนั้น ข้าจึงต้องขอตัดงบประมาณอาหารของเรือนจวิ้นเหอลงไปเหลือเพียงแค่ความจำเป็นพื้นฐานเท่านั้น หวังว่าพี่หญิงจะเข้าใจและไม่ถือโ
Read more

บทที่ 38

เย็นวันนั้น เรือนจวิ้นเหอของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็ได้รับอาหารเย็นประกอบไปด้วยข้าวสวยหยาบ ๆ และผัดผักสีซีดใส่เกลือ เพียงเล็กน้อย ซึ่งแตกต่างจากมื้ออาหารของเรือนอนุภรรยาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนมาตามลมอย่างสิ้นเชิงด้วยว่านเฟยลี่ตั้งกฎใหม่ขึ้นมาว่าเป็นสาวใช้ในเรือนใดก็ให้รับประทานอาหารเฉกเช่นเจ้าของเรือน นั่นจึงทำให้สาวใช้ที่ต้องผลัดเวรมาดูแลเรือนจวิ้นเหอต่างพากันเกี่ยงงอนเพราะมิมีผู้ใดอยากมาอดอยากร่วมไปกับนายหญิงที่ไร้อำนาจของจวนอย่างเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง จนสุดท้ายสาวใช้ที่มาดูแลเรือนจวิ้นเหอจึงกลายเป็นสาวใช้ที่อายุน้อยที่สุดสองนางอย่างไป๋ลู่และเม่ยเอ๋อร์ในวันแรกที่พวกนางต้องมาดูแลและร่วมรับประทานข้าวสวยกับผัดผักเพียงอย่างเดียว พวกนางก็ยังพอกล้ำกลืนฝืนทนไปได้ แต่เมื่อเข้าวันที่สอง วันที่สาม พวกนางก็เริ่มทนไม่ไหว...เพราะไม่มีสาวใช้คนใดยอมผลัดเวรสลับกับพวกนาง กอปรกับชาปัต หัวหน้าสาวใช้ของจวนแม่ทัพสั่งอย่างเด็ดขาดว่าอย่างไรก็ต้องมีคนมาดูแลนายหญิงของจวนเมื่อเข้าถึงวันที่สี่ พวกนางก็ทนไม่ไหวเสียแล้ว หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อย ไป๋ลู่และเม่ยเอ๋อ
Read more

บทที่ 39

หกวันผ่านไป อาซือหลันก็สามารถจัดส่งม้าศึกได้สำเร็จ และเดินทางกลับมาถึงจวนแม่ทัพอย่างอารมณ์ดี มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงล้วนแต่มายืนรอต้อนรับที่หน้าประตูใหญ่ด้วยรอยยิ้มเกลื่อนใบหน้าพวกนางรู้กำหนดการกลับมาถึงจวนแม่ทัพ เนื่องจากอาซือหลันได้ส่งไครัต คนสนิทอีกคนมาแจ้งข่าวที่จวนเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ทุกคนได้เตรียมการต้อนรับ แต่ทั้งนี้ ว่านเฟยลี่ไม่ได้ให้ผู้ใดเข้าไปแจ้งข่าวแก่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งล่วงหน้าแต่สั่งว่าทันทีที่นายท่านมาถึง จึงค่อยไปแจ้งข่าวที่เรือนจวิ้นเหอ...เมื่ออาซือหลันปรากฏตัวพร้อมกับจาฮาน คนสนิท และหีบสัมภาระของฝากจากเขตแดนตะวันตก เขายังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็วิ่งออกมาจากเรือนจวิ้นเหออย่างเร่งรีบ ใบหน้าของนางซีดเซียวจากการถูกลดอดอาหารและทำงานความสะอาดจวนอย่างหนักอาซือหลันมองนางด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ตี๋ลี่เสวี่ย! แค่นี้เจ้าก็ไม่รู้เรื่อง! การต้อนรับสามีกลับจวนเป็นหน้าที่ของชายาเอก ไยเจ้าจึงมาช้ากว่าเหล่าอนุภรรยาเสียที! ต่อไปอย่าให้มีครั้งหน้าอีกนะ!”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งหอบหายใจ จากการรีบวิ่งมา จึงไม่ทันได้โต้แย้ง อาซือหลันก็หันไปทา
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status