ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ

ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ

last updateDernière mise à jour : 2026-04-26
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
10
3 Notes. 3 commentaires
181Chapitres
2.3KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เพราะจี้หยกของมารดา ทำให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งสามารถสลับร่างได้ 3 ครั้ง ครั้งแรกนางสลับร่างกับสหายสาวชาวอุยกูร์ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หวังว่าจะดีกว่าเดิม!? เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง คุณหนูรองแห่งจวนเหรินอี้โหวที่ถูกเลี้ยงมาราวกับนกน้อยในกรงทอง รอวันที่จะต้องแต่งงานส่งออกนอกเรือน เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ให้แก่ตระกูล แต่ด้วยจี้หยกของมารดาที่สามารถช่วยให้นางมี ‘ชีวิตใหม่’ ได้ทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรก จี้หยกแผลงฤทธิ์ให้นางได้สลับร่างกับตี๋ลี่เสวี่ย คนสนิทชาวอุยกูร์ที่จะต้องเดินทางไกลไปถึงเมืองหนิงเปียน ชายแดนทางเหนือของแคว้นต้าจิ้ง เพื่อแต่งงานกับแม่ทัพอาซือหลัน คู่หมั้นชาวอุยกูร์ตามคำสัญญาของบุพการีที่หมั้นหมายไว้ตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งทั้งคู่ก็ห่างเหินกันไปนานนับสิบปี การแต่งงานเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดนต่างวัฒนธรรมของคุณหนูในห้องหอจากเมืองหลวง แล้วไหนจะบรรดาอนุของว่าที่สามีในเรือนหลังอีกตั้ง 3 คน! คนหนึ่งก็สาวชาวอุยกูร์แท้ที่เคร่งในความเชื่อ คนสองก็บุตรีขุนนางชาวฮั่นที่หยิ่งผยอง และคนสุดท้าย คณิกาสาวที่ว่าที่สามีของนางหลงใหลจนไถ่ตัวกลับมาเป็นอนุในเรือนหลัง... อื้อฮือ... ดูท่าชีวิตใหม่ของนางจะไม่ง่ายอย่างที่คิดแล้วกระมัง!?

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

“กรี๊ด!!!”

ตูม!!

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของแข็งตกกระแทกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่กลางจวนเหรินอี้โหว ปลุกให้ทุกคนในจวนต้องเร่งเดินออกมาสังเกตการณ์ตามต้นเสียงว่าเกิดสิ่งใดขึ้น

ร่างดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดอุยกูร์ทะมัดทะแมงด้วยนางสวมกางเกงขายาวทรงหลวมเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวยาว สองเท้าก้าววิ่งยาว ๆ ตรงไปที่เกิดเหตุในทันใด

ผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียสองข้างประดับด้วยลูกปัดอยู่ภายใต้ดอปป้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์สะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงวิ่ง ใบหน้าเรียวยาว โดดเด่นด้วยจมูกที่โด่งเป็นสันแตกต่างจากแม่นางในเมืองหลวง ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดีกำลังเม้มแน่น

ยา อัลลอฮ์! ขอให้ข้าไปทันด้วยเถิด!!

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด? คุณหนูใหญ่สั่งให้เจ้าไปเอารังนกมาให้คุณหนูรองมิใช่รึ?” เสียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ริมสระบัวเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งกางแขนกันมิให้ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าไปถึงสระน้ำนั้นได้ “แล้วไหนรังนกที่คุณหนูใหญ่สั่งเล่า?”

“ซิ่วหรง! เจ้าถอยไปนะ” ตี๋ลี่เสวี่ยตะโกนตอบกลับมา ก่อนที่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มีไฝใต้ตาขวาจะเหลือบเห็นร่างคุณหนูรองของตนในชุดที่เปียกชุ่มจนแนบเนื้อกำลังตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว

เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง พยายามตะเกียกตะกายอยู่กลางสระบัว สองเท้าถีบมวลน้ำ เพื่อผลักดันตัวเองให้ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำที่เย็นยะเยือก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวจ้องมองไปยังขอบสระที่ดูห่างไกลเหลือเกิน

กอปรกับเสื้อผ้าอาภรณ์ของคุณหนูในเมืองหลวงที่รุ่มร่ามและซับน้ำ ยิ่งตกน้ำเช่นนี้ก็ยิ่งพันแข้งพันขานางราวกับเป็นพันธนาการที่ฉุดรั้งให้นางจมดิ่งสู่ก้นสระบัว

ริมสระบัวนั้น มี เจิ่งหย่าหลิน คุณหนูใหญ่ของจวนเหรินอี้โหว ที่กำลังยืนมองด้วยแววตาเย็นชา ในมือถือท่อนไม้ไผ่ยาวเรียว นางไม่ได้ลงมือสั่งการเอง หากแต่กลับชี้นิ้วสั่งเสี่ยวผิง สาวใช้อีกนางที่ยืนข้างกายให้จัดการมิให้คุณหนูรองว่ายเข้ามาถึงฝั่งได้

เมื่อใดที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยายามจะโผล่หน้าขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำอย่างยากลำบาก ท่อนไม้ไผ่ก็จะจิ้มลงมา เขี่ยศีรษะที่ชุ่มน้ำของนางให้จมดิ่งลงไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางเริ่มหายใจไม่ออก ปอดแสบร้อนด้วยน้ำที่สำลักเข้าไป ความมืดมิดเริ่มกลืนกินสติสัมปชัญญะ

ลี่ลี่! ช่วยข้าด้วย!!

ซิ่วหรง สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูใหญ่กางแขนกว้าง พร้อมเยาะยิ้มอย่างท้าทาย “ข้าไม่ถอย! แล้วเจ้าจะทำสิ่งใดข้าได้!?”

ตี๋ลี่เสวี่ยเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรงอย่างขุ่นเคือง นางมิใช่แม่นางในห้องหอที่ต้องระมัดระวังวาจาและการกระทำ ด้วยแรงกายที่นางวิ่งมาแต่ไกลก็พร้อมที่จะส่งให้นางเข้าปะทะอีกฝ่ายได้เต็มแรง

“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้าจะทำสิ่งใดน่ะ? กรี๊ด!!”

ตูม!! ตูม!!

ตี๋ลี่เสวี่ยไม่ผ่อนแรงวิ่งเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังง้างฝ่าเท้ามาแต่ไกล เมื่อใกล้ถึงสระบัว นางก็ถีบซิ่วหรงที่ขวางนางอยู่ให้ตกน้ำไปด้วยกัน พร้อมทั้งกระโดดลงน้ำ เพื่อไปช่วยคุณหนูรองของตนอย่างทุลักทุเล

“ลี่ลี่! อึก! ลี่ลี่! แค่ก ชะ... ช่วยด้วย!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งตะโกนด้วยเสียงสำลักน้ำดังแผ่วเบา เมื่อใบหน้าของนางโผล่พ้นน้ำ ก่อนที่จะจมลงไปอีกครั้ง

ตี๋ลี่เสวี่ยใช้พละกำลังทั้งหมดว่ายเข้าไปหาร่างที่อ่อนปวกเปียก นางสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกของน้ำและร่างที่ไร้เรี่ยวแรง นางคว้าแขนของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้แน่น ก่อนจะออกแรงพยุงศีรษะให้พ้นผิวน้ำอย่างทุลักทุเล

เสื้อผ้าที่เปียกปอนทำให้ร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหนักอึ้งราวกับก้อนหิน ตี๋ลี่เสวี่ยต้องออกแรงว่ายน้ำด้วยขาและแขนอีกข้างหนึ่ง พลางลากร่างที่แทบหมดสติของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเข้าหาฝั่งช้า ๆ

“ฮึบไว้! อย่าหมดสติไปนะ!” ตี๋ลี่เสวี่ยพยายามตะโกนปลุกอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว สายตาดุดันของนางกวาดมองไปทางเจิ่งหย่าหลินที่ยืนตะลึงงันไปแล้ว ในขณะที่เสี่ยวผิงพยายามช่วยซิ่วหรงที่ถูกตี๋ลี่เสวี่ยถีบตกน้ำให้กลับขึ้นมา

“เอะอะสิ่งใดกัน!” เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังมาจากทางเดินที่มืดสลัวเบื้องหลังต้นหลิว เจิ่งเหยียนป๋อ หรือ เหรินอี้โหว เดินเข้ามาพร้อมฮูหยินเอกอย่างฉินหรูเยว่ หรือ ฉินซื่อ “หลินเอ๋อร์! เกิดสิ่งใดขึ้น?”

เจิ่งหย่าหลินรีบเอ่ย พร้อมบีบน้ำตา “ท่านพ่อ! เป็นข้ามิดีเอง แต่เดิม อิ๋งเอ๋อร์ก็มีร่างกายไม่แข็งแรง ข้าเพียงแต่หวังดีว่าคืนนี้ ดวงจันทร์ช่างงามนัก จึงได้ชวนอิ๋งเอ๋อร์มาชมจันทร์ด้วยกัน หากแต่อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังจึงได้พลัดตกน้ำไปเจ้าค่ะ”

เจิ่งหย่าหลินตอบได้อย่างลื่นไหล โดยไม่รู้สึกผิด เพราะนางรู้ดีว่าอย่างไรในใจของบิดา บุตรสาวคนโตจากฮูหยินเอกเช่นนางย่อมมีความสำคัญมากกว่าบุตรีจากอนุทั้งหลายในจวนของบิดาอยู่แล้ว

อีกทั้งฉินซื่อ มารดาของนางก็อยู่ตรงนี้ด้วย บิดาจะกล้าหักหาญน้ำใจของมารดาได้เชียวหรือ?

เหรินอี้โหวได้แต่เม้มริมฝีปากอย่างจนใจ แม้ว่าเขาจะรู้ความจริงทุกอย่างเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่อาจทำสิ่งได้ ก็ผู้ใดปล่อยให้เขายอมตกลงกับฉินซื่อแต่แรกเล่า

ในการแต่งงานระหว่างเจิ่งเหยียนป๋อและฉินหรูเยว่นั้น หาได้มีความรักลึกซึ้งแม้แต่น้อย มีเพียงสถานะทางสังคมเท่านั้น จวนเหรินอี้โหวของเขาต้องการทรัพย์สินของตระกูลฉิน เพื่อประคับประคองหน้าตา ขณะที่ตระกูลฉินก็ต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลขุนนาง เพื่อสร้างหน้าตาด้วยเช่นกัน

ฉินซื่อจึงได้เสนอข้อตกลงที่จะให้เขามีอนุมากมายเท่าใดก็ได้ แต่จะต้องให้เป็นเพียงอนุเท่านั้น ไม่อาจยกให้เป็นชายารองได้โดยเด็ดขาด ทั้งนี้ บุตรของอนุทุกคน ฉินซื่อก็สัญญาว่าจะเลี้ยงดูให้เป็นอย่างดี มิให้ขาดตกบกพร่องประการใด

ด้วยจวนเหรินอี้โหวนั้น มีแต่บุตรสาว ไม่ว่าจะเป็นบุตรสาวสายตรงคนโตจากฮูหยินเอกอย่างเจิ่งหย่าหลิน หรือบุตรีจากอนุอย่างเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง เจิ่งซูเหยา เจิ่งเหม่ยอี้ และเจิ่งเมี่ยวหลิง จึงกลายเป็นปัญหาหนักใจของเหรินอี้โหวมาโดยตลอด

“ฮูหยิน...” เหรินอี้โหวเอ่ยได้เพียงเท่านั้น

ฉินซื่อก็รีบตอบกลับในทันใด “เรื่องนี้มิใช่ความผิดของหลินเอ๋อร์นะเจ้าคะ อิ๋งเอ๋อร์ไม่ระวังเอง แต่ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะตามหมอมาดูแลอาการของอิ๋งเอ๋อร์นะเจ้าคะ”

ในระหว่างที่ครอบครัวจวนเหรินอี้โหวกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น สองร่างของบุรุษและสตรีก็วิ่งตามมาจากด้านหลังด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน

“ดิลลี่!!” ดวงตาของกู่ลี่น่าเบิกกว้าง เมื่อเห็นบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพปางตายริมสระบัวที่เย็นเฉียบ

หนู่เอ๋อร์เจียง ผู้เป็นบิดาของตี๋ลี่เสวี่ยรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่อยู่ในอ้อมแขนของบุตรสาวให้ขึ้นฝั่งอย่างยากลำบาก โดยมีกู่ลี่น่าเข้าไปช่วยประคองร่างของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งให้นอนราบอยู่ข้างสระบัว

จากนั้น สองสามีภรรยาชาวอุยกูร์ก็รีบส่งมือไปรั้งร่างบุตรสาวขึ้นจากน้ำ โดยที่ไม่สนความเย็นเยียบและเปียกชื้นนั้นเลยแม้แต่น้อย

“ดิลลี่! ลูกแม่เป็นอย่างไรบ้าง?” กู่ลี่น่าร้องถามด้วยความเป็นห่วง พลางลูบมือไปตามเนื้อตัวของบุตรสาว

ในขณะที่หนู่เอ๋อร์เจียงโอบกอดนางไว้แน่นราวกับต้องการมอบความอบอุ่นทั้งมวลให้ “เจ้าอุ่นขึ้นบ้างหรือไม่?”

ตี๋ลี่เสวี่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง สองคนจึงได้เบาใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่าการกระทำของพวกเขาทั้งหมดนั้น ตกอยู่ในสายตาอ่อนแสงของใครบางคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเหลือบสายตาไปมองบิดาบังเกิดเกล้าที่ยังสนทนาอยู่กับท่านแม่ใหญ่ โดยที่ไม่สนใจว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะเบนสายตากลับมาเห็นความรักและความห่วงใยของครอบครัวชาวอุยกูร์เล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ นี้

อิจฉาจัง... อิจฉาเหลือเกิน...

ข้าเองก็ปรารถนาที่จะได้รับความรักเช่นนี้บ้างเหมือนกัน...

ความรู้สึกสุดท้ายดังก้องขึ้นในจิตใจ ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะดับมืดลง ในขณะที่จี้หยกที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของนางจะเปล่งแสงขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ...

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentaires

Pitpimol Pitanilap
Pitpimol Pitanilap
สนุกดี แหวกแนวดีค่ะ
2026-02-27 18:09:36
3
0
Jaa Jaa
Jaa Jaa
ติดตามคะเดี้ยวอ่านแล้วมาสปอยให้คะติอตามทุกเรื่องคะชอบไม่เทคนอ่านและชอบนางเอกเก่งคะะ
2026-02-02 13:27:02
5
1
กระดิ่งจันทร์
กระดิ่งจันทร์
ทั้งหมดมี 180 ตอน ไรท์ลงครบ จบเรียบร้อยค่าาา สปอยเล็ก ๆ ในคอมเมนต์นะคะ :)
2026-02-02 11:29:57
8
3
181
บทนำ
“กรี๊ด!!!”ตูม!!เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของแข็งตกกระแทกลงไปในสระบัวขนาดใหญ่กลางจวนเหรินอี้โหว ปลุกให้ทุกคนในจวนต้องเร่งเดินออกมาสังเกตการณ์ตามต้นเสียงว่าเกิดสิ่งใดขึ้นร่างดรุณีน้อยนางหนึ่งในชุดอุยกูร์ทะมัดทะแมงด้วยนางสวมกางเกงขายาวทรงหลวมเอาไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวยาว สองเท้าก้าววิ่งยาว ๆ ตรงไปที่เกิดเหตุในทันใดผมสีน้ำตาลเข้มถักเปียสองข้างประดับด้วยลูกปัดอยู่ภายใต้ดอปป้าสีสันสดใส ซึ่งเป็นเครื่องสวมศีรษะติดกายของชาวอุยกูร์สะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงวิ่ง ใบหน้าเรียวยาว โดดเด่นด้วยจมูกที่โด่งเป็นสันแตกต่างจากแม่นางในเมืองหลวง ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดีกำลังเม้มแน่นยา อัลลอฮ์! ขอให้ข้าไปทันด้วยเถิด!!“ตี๋ลี่เสวี่ย! เจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด? คุณหนูใหญ่สั่งให้เจ้าไปเอารังนกมาให้คุณหนูรองมิใช่รึ?” เสียงสาวใช้ที่ยืนอยู่ริมสระบัวเอ่ยถามขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งกางแขนกันมิให้ตี๋ลี่เสวี่ยเข้าไปถึงสระน้ำนั้นได้ “แล้วไหนรังนกที่คุณหนูใหญ่สั่งเล่า?”“ซิ่วหรง! เจ้าถอยไปนะ” ตี๋ลี่เสวี่
Read More
บทที่ 1
ความอบอุ่นคือสัมผัสแรกที่ร่างกายรู้สึกได้ เปลือกตาค่อย ๆ ถูกยกขึ้น ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ก่อนจะมองเห็นเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตาที่นี่ที่ไหน?ไม่ใช่เรือนชิงหนิงนี่นา...เจิ่งเสวี่ยอิ๋งถามตนเองในใจอย่างสับสน พลางกลอกนัยน์ตากวาดมองเพดานไปมา ก่อนที่จะค่อย ๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่ง ทำให้ผ้าห่มผืนหนาร่วงหล่นลงมา นางจึงได้เห็นสภาพห้องนอนที่นางกำลังนอนอยู่ผนังห้องสีขาวเรียบที่ประดับเพียงภาพวาดหมึกม้วนเล็ก ๆ ภาพหนึ่ง เครื่องเรือนในห้องล้วนแต่เป็นไม้เคลือบเงาโทนเข้ม มีหน้าต่างบานเล็กที่สายลมพัดกลิ่นอับชื้นของโรงม้าเข้ามาในห้องหีบไม้สำหรับเก็บเสื้อผ้าส่วนตัว ตั้งอยู่ข้างโต๊ะไม้ขนาดเล็กสำหรับอ่านหนังสือ และเก้าอี้ไม้แข็งหนึ่งตัว บนโต๊ะมีเพียงคันฉ่องทองแดงบานเล็ก ๆ ตั้งอยู่ พื้นห้องเป็นพื้นไม้ปูด้วยพรมทอลวดลายสีสดใสแบบอุยกูร์นี่มัน... ห้องนอนของลี่ลี่นี่?เหตุใดข้าจึงมานอนในห้องของลี่ลี่ได้เล่า?หากข้านอนอยู่ที่นี่ แล้วลี่ลี่จะนอนที่ใดเล่า?เจิ่งเสวี่ยอิ๋งคิดอย่างสงสัย หรือว่าท่านแม่ใหญ่จะให้ท่านลุงท่านป้าพาข้ามาดูแลถึงเรือนเฉิ่งจี้ของพวกเ
Read More
บทที่ 2
เมื่อครู่ ท่านป้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?ดิลลี่!?นั่นมันเป็นชื่อเล่นของลี่ลี่ที่ท่านลุงท่านป้าเรียกเท่านั้นนี่ แล้วเหตุใดท่านป้าจึงเรียกข้าว่าดิลลี่!?ช้าก่อน!สมองของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งคิดไตร่ตรองอย่างรวดเร็วนางตื่นขึ้นมาบนเตียงของตี๋ลี่เสวี่ยท่านป้ากู่ลี่น่า มารดาแท้ ๆ ของตี๋ลี่เสวี่ยมองนางอย่างรักใคร่ อีกทั้งยังเรียกนางว่าดิลลี่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบยกแขนสองข้างขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นท่อนแขนกลมกลึงอุดมสมบูรณ์และสีผิวที่เข้มกว่าแขนขาวซีดของนาง…ไม่จริงน่า…เจิ่งเสวี่ยอิ๋งกระชากผ้าห่มออกจากตัว ก้าวเท้าลงจากเตียง วิ่งตรงไปคว้าคันฉ่องที่ตั้งอยู่บนโต๊ะไม้ตรงหน้าขึ้นมาดูทันทีภาพใบหน้าสวยคมเข้มเช่นชาวอุยกูร์ ดวงตาสองชั้นกลมโต จมูกโด่งเป็นสัน ไฝใต้ตาขวาเด่นสะดุดตา ริมฝีปากอวบอิ่มอย่างคนสุขภาพดี…นี่มัน ใบหน้าของลี่ลี่! ตี๋ลี่เสวี่ย!!เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยกสองมือขึ้นลูบใบหน้าของตนเองอย่างไม่อยากเชื่อสายตานางมาอยู่ในร่างของตี๋ลี่เสวี่ย!?ทำไมล่ะ เพราะเหตุใดกัน!?   ด
Read More
บทที่ 3
ข้าเชื่อว่าหากเป็นลี่ลี่ที่นั่งฟังอยู่ตรงนี้คงจะต้องอาละวาดเป็นแน่แท้ เพราะลี่ลี่เคยบอกข้าว่านางไม่อยากแต่งงาน นางยังไม่อยากจะจบชีวิตในเรือนหลังของใครทั้งนั้นชีวิตนี้เป็นของนาง นางรักอิสระ นางหวังที่จะได้โบยบินไปทั่วแคว้น โดยที่จะไม่ยอมให้บุรุษผู้ใดมารั้งหรือกักขังนางไว้อย่างเด็ดขาด…“แล้วเมื่อวานคนของท่านลุงต้าปาถูก็ได้มาแจ้งข่าวว่าอีกไม่กี่วันขบวนคุ้มกันก็จะเดินทางมาถึงเมืองหลวงแล้ว” กู่ลี่น่าร้องบอกด้วยความตื่นเต้น“แล้วอย่างไรเล่าเจ้าคะ? ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเอียงคอด้วยความสงสัย“ก็ขบวนคุ้มกันนี้ ท่านลุงต้าปาถูส่งมาเพื่อรับพวกเรากลับเมืองหนิงเปียนน่ะสิ!”เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “!!!”“กลับเมืองหนิงเปียน!?” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งทวนคำอย่างช้า ๆ พลางกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ หลังที่เคยเหยียดตรงกลับงอลง แล้วเลื่อนพิงหมอนนุ่มที่ซ้อนอยู่ด้านหลังอย่างหมดแรงเมืองหนิงเปียนนั้น นางพอจะเคยได้ยินอยู่บ้าง…หนิงเปียนเป็นเมืองชายแดนของแคว้นต้าจิ้งที่ติดต่อกับเผ่าอุยกูร์และเผ่าอื่
Read More
บทที่ 4
กู่ลี่น่าเดินออกไป ทิ้งให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั่งอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง สองหูยังคงได้ยินบทสนทนานอกห้องแผ่วเบาข้าควรจะทำอย่างไรดี?ลี่ลี่จะต้องบังคับให้ข้าคืนร่างเดิมแน่ ๆ แต่ว่า... ชีวิตของ ‘เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง’ นั้นไม่น่าปรารถนาเลยแม้แต่น้อย แม้จะเป็นคุณหนูแห่งจวนโหว แต่ก็เป็นเพียงบุตรีอนุผู้ต่ำต้อยมารดาสิ้นลม มีเพียงแม่ใหญ่ในจวนที่กำกับดูแล บิดาก็เอาแต่ทำงานและเข้าสังคม ไม่เคยสนใจไยดีพวกนางที่เป็นบุตรีอนุเลยแม้แต่น้อย ครอบครัวที่ไร้ซึ่งความรักเช่นนี้... นางไม่ต้องการ!!ในขณะที่ครอบครัวของตี๋ลี่เสวี่ยนั้น หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่ารักและเอ็นดู เฝ้าดูแลทะนุถนอมตี๋ลี่เสวี่ยราวแก้วตาดวงใจ อย่างในคืนที่นางถูกกลั่นแกล้งจนพลัดตกลงไปในน้ำเป็นเหรินอี้โหวที่มาถึงก่อนแท้ ๆ หากแต่ก็ยังยืนนิ่งมองดูอยู่ริมฝั่ง ไร้ซึ่งคำสั่งให้สาวใช้ลงไปช่วยนางแม้แต่น้อย ทำเพียงยืนสนทนาถกเถียงอยู่กับฉินซื่อและเจิ่งหย่าหลินเท่านั้นหรือคิดว่ามีตี๋ลี่เสวี่ยลงไปช่วยนางเพียงคนเดียวก็เพียงพอแล้ว?ช่างน่าขันนัก! สระบัวในยามค่ำคืน ยิ่งเป็นยามเหมันต์เช่นนี้ ชุ
Read More
บทที่ 5
ตี๋ลี่เสวี่ยในชุดสีฟ้าอ่อนรีบถลาไปทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่เคยเป็นของนาง ดวงตาเมล็ดซิ่งของร่างจ้องมองใบหน้าสวยคมเข้มของตนเองด้วยความรู้สึกแปลก ๆ “ข้า... เพราะเหตุใด... ข้าไม่เข้าใจ...”ถ้อยคำที่ไม่อาจเรียบเรียงเป็นประโยคถูกกล่าวออกมาไม่เป็นคำ พร้อมสีหน้าและแววตาที่สะท้อนถึงความสับสนงงงวยแท้จริงแล้วในใจของตี๋ลี่เสวี่ยมีหลากหลายคำถามที่อยากกล่าวออกมา หากแต่เมื่อได้เจอหน้าเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตัวเองแล้ว นางกลับพูดสิ่งใดไม่ออกสักคำเช่นเดียวกับเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ได้เห็นร่างของตัวเองปรากฏอยู่ตรงหน้าเหมือนกัน “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน”“นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น? พวกเราสลับร่างกันได้อย่างไร? แต่ข้าไม่รู้ล่ะ เราจะต้องหาวิธีสลับร่างกลับให้ได้นะ อาอิ๋ง!” ตี๋ลี่เสวี่ยร้องบอกอย่างร้อนรน “ยิ่งเมื่อครู่ ท่านพ่อท่านแม่บอกข้าว่าอีกไม่กี่วัน ขบวนคุ้มกันของท่านลุงต้าปาถูก็จะมารับพวกข้ากลับแล้วด้วย หากพวกเราสลับร่างกลับไม่ทันจะทำเช่นไร?”“แล้วเจ้ารู้หรือว่าพวกเราสลับร่างกันด้วยเหตุใด?” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งย้อนถามเสียงเรียบ ชวนให้ตี๋ลี่เสวี่ยชะงักไปชั่วครู่ นางเอียงคอมองหน้าอ
Read More
บทที่ 6
ตี๋ลี่เสวี่ยตะลึงงันไปกับคำร้องขอของสหาย “นี่... ท่านหมายความว่า...”“ใช่!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบ ก่อนจะรีบอธิบาย “ข้ารู้ว่าข้าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ข้าขอร้องเจ้า ลี่ลี่! เราอย่าสลับร่างกลับได้หรือไม่?”“เมื่อครู่ ท่านป้าก็คงจะแจ้งข่าวแก่เจ้าแล้วว่าเจ้าจะต้องไปเมืองหนิงเปียน เพื่อแต่งงานกับบุตรชายของท่านลุงต้าปาถู แต่ข้ารู้ ลี่ลี่... เจ้าคือสตรีที่รักความเป็นอิสระมากที่สุด เจ้าเคยบอกข้ามิใช่หรือ?”“ว่าเจ้าไม่อยากแต่งงาน เจ้ายังไม่อยากจบชีวิตในเรือนหลังของใครทั้งนั้น เจ้าอยากที่จะโบยบินไปทั่วแคว้นมิใช่หรือ แต่ถ้าหากเจ้ากลับเมืองหนิงเปียนไป สิ่งใดกันที่รอเจ้าอยู่ มิใช่ชีวิตในเรือนหลังของบุรุษอย่างที่เจ้าชิงชังหรอกหรือ?”“หากเจ้าเป็นข้าในยามนี้ก็ยังไม่ต้องผูกมัดกับบุรุษใด เจ้ามีอิสระในเมืองหลวง ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องหาทางโบยบินไปทั่วแคว้นได้อย่างที่เจ้าปรารถนาได้เป็นแน่”ตี๋ลี่เสวี่ยเริ่มลังเลกับคำกล่อมของสหาย “แต่ท่านพ่อของท่านคงไม่ยอม...”“ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเอ่ยเรียก เพื่อหยุดวาจาของอีกฝ่าย “ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านพ่อของข้าจะหยุดเจ้าได้...”
Read More
บทที่ 7
ตี๋ลี่เสวี่ยครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจ หลังจากที่ตัดสินใจได้แล้ว “ลุกขึ้นเถิด อาอิ๋ง”“ลี่ลี่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วด้วยความหวั่นใจ เพราะนางไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้าจะตัดสินใจเช่นไร“ข้า... ข้าตกลงตามที่เจ้าขอแล้ว”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพรูลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในพริบตานั้น นางรู้ว่านางได้ ‘ซื้อ’ ชีวิตใหม่มาด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดที่นางมีในฐานะคุณหนูแล้ว“ข้าสัญญานะ ลี่ลี่...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งย้ำคำเดิม “ข้าจะดูแลร่างของเจ้าและท่านลุงท่านป้าอย่างดีที่สุด”ตี๋ลี่เสวี่ยพยักหน้าเล็กน้อยอย่างจำยอม “อื้อ ข้าเชื่อท่าน...”พวกนางนับว่าเป็นสหายกันมานานนับสิบปี เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเป็นคนเช่นไร เหตุใดตี๋ลี่เสวี่ยจะไม่รู้...แม้ว่าร่างกายของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจะบอบบางอ่อนแอ หากแต่แท้จริงแล้ว นางไม่ใช่คนอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย...“เอาเถิด เอาเถิด...” ตี๋ลี่เสวี่ยโบกมือตัดบท “ท่านก็ลุกขึ้นมาเถอะ... ท่านคงไม่คิดที่จะทำให้ร่างของข้าเจ็บเข่าและหน้าผากปูดโปนอยู่เช่นนั้นหรอกนะ”“อ๊ะ! ข้าขอโทษ” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบลุกขึ้นด้วยความดีใจ นางรีบก้มล
Read More
บทที่ 8
คำถามของตี๋ลี่เสวี่ย ทำให้สองดรุณีน้อยต้องมองตากันอีกคราว ก่อนจะหลุดหัวเราะแผ่วเบา“อืม... ตอนนี้ ข้าคือเจ้า ส่วนเจ้าก็คือข้า อย่างแรก เราคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คล้ายคลึงคนเดิมก่อนกระมัง” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งบอก ก่อนจะเห็นตี๋ลี่เสวี่ยกางแขนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองอย่างหมดแรง“ท่านจะให้ข้าแสร้งวางตัวเรียบร้อยอ่อนโยนอย่างนั้นหรือ?” ตี๋ลี่เสวี่ยถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “มันมิใช่ตัวข้าเลยแม้แต่น้อย”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเห็นเช่นนั้นก็เลียนแบบท่าทางของสหาย กางแขนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงข้างกัน “ส่วนเจ้าก็จะให้ข้าแสร้งวางตัวท้าตีท้าต่อยกับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ? มันก็มิใช่ตัวข้าเลยแม้แต่น้อย”“อุ๊บ! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” สองสหายหัวเราะเริงร่า เมื่อถูกอีกฝ่ายหยอกเย้าถึงพฤติกรรมส่วนตัวเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหัวเราะจนเสียงสั่นเครือ ก่อนจะถอนหายใจ “เจ้ามิจำเป็นต้องเรียบร้อยอ่อนโยนหรอก แต่เดิมข้าก็มิใช่แม่นางเช่นนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่สุขภาพและฐานะของข้า มันจำเป็นต้องโอนอ่อนตามผู้อื่น”“หากไม่โอนอ่อน แล้วไปฟ้องท่านพ่อ ก็มิวายโดนพี่หญิงใหญ่รังแกหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ ข้าจึงต
Read More
บทที่ 9
ขบวนคุ้มกันของต้าปาถูได้แจ้งข่าวว่าพวกเขาจะมาถึงในอีกห้าวันข้างหน้า โดยขอให้หนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และตี๋ลี่เสวี่ยไปรอที่นอกเมือง เพื่อที่จะเร่งเดินทางกลับในทันที ด้วยระยะทางระหว่างเมืองหลวงของแคว้นต้าจิ้งกับเมืองหนิงเปียนนั้น ต้องใช้เวลาเดินทางมากถึงสองเดือนด้วยกันหนู่เอ๋อร์เจียงจึงได้เข้าไปแจ้งข่าวแก่เหรินอี้โหว ซึ่งเหรินอี้โหวเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด ด้วยข้อตกลง ตั้งแต่ที่หนู่เอ๋อร์เจียงเข้ามาทำงานในวันแรกที่เขาสามารถจากไปเมื่อใดก็ได้ ซึ่งยามนี้ก็ผ่านมาร่วมสิบปีแล้วหนู่เอ๋อร์เจียงเป็นบุรุษที่มีความรู้ความสามารถในการดูแลม้าเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังใจดีพร้อมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้ดูแลคนอื่น ๆ อย่างเต็มที่ จึงทำให้การจากไปของเขาไม่ส่งผลกระทบต่อการดูแลม้าในจวนมากนักซึ่งเหรินอี้โหวเองก็พึงพอใจในส่วนนี้เป็นอย่างมาก จึงได้มอบเงินก้อนหนึ่งไว้ให้หนู่เอ๋อร์เจียงไปตั้งตัวที่เมืองหนิงเปียน ซึ่งหนู่เอ๋อร์เจียงก็ไม่ได้ปฏิเสธในสินน้ำใจในครั้งนี้ในระหว่างห้าวันนั้น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งและตี๋ลี่เสวี่ยต่างคลุกอยู่ด้วยกันที่เรือนชิงหนิง เพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของแต
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status