All Chapters of ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ: Chapter 41 - Chapter 50

115 Chapters

บทที่ 40

ผ่านไปครู่หนึ่ง ขณะที่นางกำลังนั่งสะอื้นเบา ๆ อยู่บนเตียงท่ามกลางความมืด เสียงเคาะประตูเรือนก็ดังขึ้น เมื่อนางเช็ดน้ำตาแล้วเดินไปเปิดประตู จึงได้เห็นบ่าวรับใช้คนหนึ่งนำหีบไม้ขนาดกลางมาวางไว้บนโต๊ะกลางเรือนบ่าวรับใช้รีบกล่าวอย่างรีบร้อน “นายหญิง... นายท่านฝากมาให้ขอรับ! บ่าวขอตัวก่อนนะขอรับ!”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งชะงักงัน น้ำตาแห่งความน้อยใจหยุดไหลในทันที นางที่เพิ่งได้ยินอาซือหลันบอกว่า ‘ไม่ต้องให้นาง!’ ถึงกับใจชื้นขึ้นมาอย่างประหลาดด้วยความคิดที่ว่าเขาอาจจะใจอ่อนหรือตั้งใจที่จะซื้อมาฝากนางอยู่แล้ว ผุดขึ้นมากลางใจนางจึงรีบเปิดหีบออกดู ภายในมีผ้าไหมทอพิเศษจากเขตตะวันตกที่มีลายดอกไม้แบบจงหยวนผสมอุยกูร์อย่างงดงาม และหยกแกะสลักรูปดอกบ๊วยเจิ่งเสวี่ยอิ๋งหยิบหยกขึ้นมาลูบไล้แผ่วเบา สัมผัสเย็นเยียบจากผิวสัมผัสเรียบลื่นนั้น ทำให้น้ำตาของนางคลอขึ้นมา หากแต่ก็มีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับบนใบหน้าอย่างน้อย เขาก็มิได้ใจดำกับข้ามากเกินไป...ความหวังในใจของนางพุ่งทะยานสูงขึ้นราวกับตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นกลางพายุสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้นางเชื่อว่าอาซือหลันยั
Read more

บทที่ 41

เวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน นับตั้งแต่ที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งแต่งเข้าจวนแม่ทัพ อาซือหลันผู้เป็นสามีก็ค้างแรมที่เรือนจวิ้นเหอของนางเพียงคืนเดียวเท่านั้นคือคืนเข้าหอนอกเหนือจากนั้น เขาก็ผลัดค้างแรมที่เรือนอิ้งซิงของมู่หนี่ลา เรือนอี๋เหอของว่านเฟยลี่ และบ่อยครั้งที่สุดก็คงจะเป็นเรือนจุ้ยหลิ่วของซินเซียงเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเองก็ไม่รู้ว่าตนเองผ่านวันเวลาเงียบเหงาเหล่านั้นมาได้อย่างไร เพราะกิจวัตรประจำวันของนางคือการตื่นขึ้นมา ซักเสื้อผ้าของตนเอง ปัดกวาดเช็ดถูเรือนจวิ้นเหอ และทำความสะอาดบริเวณลานหญ้าหน้าเรือนอาหารสามมื้อก็มีสาวใช้ผลัดเวรกันนำมาส่งให้ โดยมีแต่ข้าวสวยและผัดผักหนึ่งจานเท่านั้น จนยามนี้ ร่างกายของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเริ่มผอมลง จากเดิมที่กำลังอวบอิ่มสมบูรณ์ อีกทั้งยังทำความสะอาดเรือนเองทั้งหมดเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคยไปเจรจาต่อรองกับว่านเฟยลี่แล้ว หากแต่นางก็ทำสีหน้าอย่างจนใจ โดยอ้างว่าทุกอย่างเป็นไปตามความสมัครใจของสาวใช้ นางไม่อาจไปบังคับผู้ใดได้จนสุดท้าย เจิ่งเสวี่ยอิ๋งจึงเลือกที่จะอยู่เงียบ ๆ เช่นนี้ เพราะเมื่อนางไร้ซึ่งอำนาจแล้ว บรรดาอนุคนอื่น ๆ ก็เ
Read more

บทที่ 42

เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว บรรดาบ่าวและสาวใช้ต่างเดินกันให้วุ่นสำหรับการจัดเตรียมงานเลี้ยงในวันนี้ แม้แต่เรือนจวิ้นเหอที่แทบจะถูกแยกเป็นเอกเทศจากคนส่วนใหญ่ยังสามารถมองเห็นความวุ่นวายได้อย่างชัดเจนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตื่นแต่เช้า เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของชุดที่จะสวมใส่ร่วมงานอีกครั้ง ด้วยเมื่อวาน นางได้เปิดอ่านเทียบเชิญนั้นแล้ว ก็มิได้ติดใจสิ่งใด เพราะทุกคำที่เขียนก็ล้วนเป็นไปตามคำพูดของมู่หนี่ลาทั้งสิ้นส่วนชุดที่จะสวมใส่...อนุมู่กล่าวว่าแขกผู้ที่มาร่วมงานในวันนี้ มีทั้งขุนนางชาวฮั่น แม่ทัพ และพ่อค้าชาวอุยกูร์ ซึ่งเป็นงานเลี้ยงเฉลิมฉลองความสำเร็จในการค้าม้าศึกพันธุ์ดีจากเขตตะวันตก และขอบคุณต่อผู้ร่วมมือ...‘ขอให้นายหญิงแต่งกายให้สมฐานะชายาเอกของท่านแม่ทัพ! เพื่อเป็นเกียรติแก่แขกอุยกูร์ที่มาร่วมงานด้วยนะเจ้าคะ’นั่นหมายความว่าให้นางแต่งกายให้เกียรติแก่ชาวอุยกูร์สินะ...เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรื้อหีบเสื้อผ้าของนาง ตั้งแต่เมื่อวานเย็น ซึ่งมีชุดแต่งกายแบบชนเผ่าอุยกูร์อย่างเป็นพิธีการ ซึ่งต้าปาถูได้จัดเตรียมไว้ให้นาง โดยชุดนั้นมีเครื่
Read more

บทที่ 43

ผ่านไปเพียงหนึ่งจิบชา หลังจากว่านเฟยลี่กล่าวขอโทษแขกเหรื่อทุกคนแทนนายหญิงของจวนเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นที่ประตูโถงทางเข้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก้าวเข้ามาในงานด้วยชุดชนเผ่าอุยกูร์เต็มรูปแบบที่มีเครื่องประดับโลหะสีเงินวาววับและผ้าคลุมศีรษะสีสันฉูดฉาดนางดูงดงาม คมเข้มราวกับภาพวาดที่หลุดออกมาจากทะเลทราย ทำให้บรรยากาศที่เคยคึกคัก พลัน! เงียบกริบอาซือหลันเบิกตากว้างด้วยความหงุดหงิดที่สั่งสมมานาน และสีหน้าของใต้เท้าเฝิงก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด มู่หนี่ลาและว่านเฟยลี่รีบเดินเข้าไปหาเจิ่งเสวี่ยอิ๋งอย่างรวดเร็วและใช้มือปิดปากเล็กน้อย เพื่อแสดงความตกใจ แต่ดวงตาของพวกนางกลับเปล่งประกายไปด้วยความพึงพอใจว่านเฟยลี่แสร้งพูดขึ้นอย่างอ่อนใจ “โธ่! นายหญิง เหตุใดท่านจึงแต่งกายเช่นนี้มาเจ้าคะ? เพราะท่านเลือกแต่งชุดนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ? จึงได้เข้าร่วมงานล่าช้ากว่ากำหนดการตั้งครึ่งชั่วยาม”เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “!!!”ในเทียบเชิญ เจ้าเขียนว่าเริ่มงานในยามอู่มิใช่รึ? แล้วข้าก็มาเร็วกว่าเวลาเริ่มงานตั้งครึ่งชั่วยาม แต่เจ้ากลับบอกว่าข้ามาร่วมงานเลี
Read more

บทที่ 44

เจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่ถูกตำหนิอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้คนนับร้อย ทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกจนทรวงอกกระเพื่อมไหว นางพยายามกลืนก้อนความขมขื่นที่แล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอลงไปอย่างยากเย็น ประคองกายให้มั่นคงเพื่อก้าวเดินผ่านฝูงชนที่กำลังซุบซิบกระซิบกระซาบนางกดข่มความขื่นขมที่ปะทุขึ้นในใจจนร่างทั้งร่างสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุม แม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบประดุจน้ำแข็ง แต่นางก็ยังคงเชิดหน้าและเดินไปนั่งลงที่ตำแหน่งของตน ณ โต๊ะประธานท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยรังสีแห่งความมุ่งร้ายจากเหล่าอนุที่นั่งอยู่ถัดไป แม้ว่าพวกนางจะชิงชังจนแทบกระอักเลือดที่ต้องเห็นเจิ่งเสวี่ยอิ๋งประทับอยู่ในตำแหน่งชายาเอกข้างกายอาซือหลันอย่างเต็มภาคภูมิแต่ในงานเลี้ยงที่เป็นทางการและพรั่งพร้อมไปด้วยแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติเช่นนี้ ตำแหน่งนั้นคือสิทธิชอบธรรมตามกฎหมายที่มัดตัวนางไว้แน่นหนา จนอนุอย่างพวกนางไม่มีวันที่จะเอื้อมมือมาช่วงชิงหรือแทนที่ได้ในยามนี้แต่ไม่เป็นไร... สิ่งที่จัดเตรียมไว้ให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง มิได้มีเพียงเท่านี้หรอกนะ!เมื่องานเลี้ยงดำเนินมาถึงจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ อาซือหลันก้าวเ
Read more

บทที่ 45

หลังจากที่อาซือหลันตำหนิเจิ่งเสวี่ยอิ๋งอย่างรุนแรง จนนางนั่งเงียบกริบ ว่านเฟยลี่ในชุดสีเขียวหยกก็เดินเข้ามาพร้อมกับ ว่านปิ่งอี้ ผู้เป็นบิดา ซึ่งเป็นขุนนางชาวฮั่นที่ดูแลการคลังของเมืองหนิงเปียน เพื่อพูดคุยสนทนาทั่วไป“ข้าต้องขอแสดงความยินดีกับท่านแม่ทัพเป็นอย่างมากที่สามารถจัดซื้อและส่งม้าศึกเหล่านั้นได้สำเร็จ” ว่านปิ่งอี้พูดขึ้นพร้อมยกยิ้มอย่างยินดีในความสำเร็จของลูกเขย “จริงสิ! ข้าเองก็อยากร่วมปรึกษาเรื่องการเก็บภาษีม้าศึกกับท่านแม่ทัพอยู่พอดี”“เชิญใต้เท้าว่าน” อาซือหลันผายมืออย่างยินดีว่านปิ่งอี้พยักหน้าครุ่นคิด “หากเราตัดสินใจเพิ่มอัตราภาษีม้าศึกขึ้นเล็กน้อยก็อาจจะทำให้พ่อค้ารายย่อยกังวลเรื่องผลกำไรได้ แต่ทว่า... หากเราเน้นย้ำว่าเงินส่วนเกินนี้จะถูกนำไปลงทุนในการซ่อมแซมเส้นทางขนส่งหลัก และสร้างโรงม้าสำรอง ท่านคิดว่าจวนผู้ว่าการจะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้หรือไม่ขอรับ?”“อืม... ข้าคิดว่าภาษีม้าศึกนั้นควรนำมาใช้เพื่อผลประโยชน์ของชาวเมืองมากกว่า” อาซือหลันครุ่นคิดตาม “การสร้างโรงม้าสำรองนั้น ย
Read more

บทที่ 46

สิ้นเสียงตวาดลั่น เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้แต่นั่งหน้าตึงด้วยความคับแค้นใจ เงียบปากลงในทันใด หัวใจนางเต้นรัวอย่างรุนแรงด้วยความโมโหที่ท่วมอกครั้นสบแววตาของสามี นางก็รู้ได้ว่าเขารู้ว่าสิ่งที่นางพูดนั้นถูกต้องทุกอย่าง หากแต่เขาเลือกที่จะปกป้องอนุคนดีของเขามากกว่านางที่เป็นชายาเอก อีกทั้งยังแนะนำในสิ่งที่ถูกต้องให้อีกด้วยเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้แต่เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง เพราะทุกสิ่งที่นางกล่าวล้วนแต่เป็นความรู้พื้นฐานในยามที่นางเรียนรู้ในจวนเหรินอี้โหว และที่เขาดูแคลนว่านางเป็นคุณหนูจวนโหวหรือไร?ก็ใช่น่ะสิ!! ข้าเป็นคุณหนูจวนโหวจริง ๆ นี่!เฮอะ!ในขณะที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้แต่นั่งหน้าบึ้งแล้วบ่นอุบอิบในใจ อีกสองคนที่ร่วมวงสนทนาด้วย แม้ว่าว่านเฟยลี่จะถูกชายาเอกตำหนิต่อหน้าเช่นนั้น แต่การที่อาซือหลันออกตัวมาปกป้องและตำหนิเจิ่งเสวี่ยอิ๋งให้นางก็ทำให้ใจของนางลิงโลด ส่งสายตาดูแคลนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งอย่างโจ่งแจ้ง“ท่านพี่... โปรดอย่าได้ตำหนิพี่หญิงนักเลยเจ้าค่ะ เป็นข้าที่ไม่รอบคอบเอง” ว่านเฟยลี่แสร้งทำเสียงน้อยอกน้อยใจ “เอาไว้งานหน้า ข้าค่อยไปร
Read more

บทที่ 47

ตลอดทั้งงานเลี้ยง อาซือหลันไม่ได้หันมามองเจิ่งเสวี่ยอิ๋งที่นั่งข้าง ๆ เลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งถึงเวลางานเลี้ยงเลิกรา พวกเขาต่างไปยืนส่งแขกคนสุดท้ายที่หน้าประตูจวนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งจึงหมุนตัวอย่างช้า ๆ ร่างกายของนางเหนื่อยล้าจนแทบจะทรุดลง ทั้งความหิวโหยและความเจ็บปวดทางจิตใจที่ได้รับ ทำให้อารมณ์ของนางจมดิ่งลงในขณะที่เดินกลับไปที่เรือนจวิ้นเหอที่เงียบเหงาข้าเหนื่อยเหลือเกิน... ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ร่วมกับคนเหล่านี้อีกต่อไปแล้ว...ข้าอยากหนีออกไปจากที่นี่...ในขณะที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งกำลังเดินข้ามสะพานเหนือสระบัวลึก มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงก็รีบเดินมาจากทางด้านหลัง เพื่อขึ้นมาดักขวางทางนางไว้ ด้วยใบหน้าแววตาที่กระหยิ่มยิ้มย่องในชัยชนะของวันนี้“นายหญิงเจ้าคะ วันนั้น ข้าก็ย้ำเตือนท่านแล้วแท้ ๆ ว่างานเลี้ยงจะเริ่มในยามซื่อ แต่ท่านก็ยังมาล่าช้าไปตั้งครึ่งชั่วยาม” มู่หนี่ลาพูดด้วยน้ำเสียงสงสาร “ท่านพี่จึงไม่พอใจยิ่งนักที่ท่านนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญต่องานเลี้ยงในวันนี้เลย”“อุ๊บ! มู่เจี่ย จะกล่าวเช่นนั้นได้อย่างไร&rdqu
Read more

บทที่ 48

“นายหญิงมีอันใดจะสั่งสอนข้ารึเจ้าคะ?” แววตาของซินเซียงเย้ยหยันอย่างโจ่งแจ้ง พลางเบ้ปากอย่างน่าหมั่นไส้“เพลงที่เจ้าบรรเลงในวันนี้...” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพูดเสียงเรียบด้วยท่าทางของคนที่เหนือกว่า “เจ้ามิรู้หรือว่างานเลี้ยงในวันนี้เป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ท่านพี่ได้รับจากการค้าขายม้าศึก”“แต่เจ้า!” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย “กลับบรรเลงเพลงที่แสดงออกถึงความรักในห้องหอ อย่างไรกัน! เจ้าอยากแสดงความรักต่อท่านพี่ในที่โจ่งแจ้งเช่นนี้รึ? ท่าทางสมกับที่เป็นคณิกาชื่อดังจากหอชิงอู๋เสียจริง!!”“ท่าน!!” ซินเซียงเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อหูตนเองว่านางกำลังถูกชายาเอกที่ไร้อำนาจตำหนิต่อหน้าเช่นนี้ อีกทั้งนางยังเอ่ยกระทบกระเทียบถึงอดีตที่ไม่น่าจดจำของนางอีกด้วยด้วยมู่หนี่ลาและว่านเฟยลี่ล้วนแต่เป็นบุตรสาวคนสำคัญของจวนมารดา มีเพียงนางที่ไร้ซึ่งอำนาจใดหนุนหลัง มีเพียงความรักใคร่ของอาซือหลันเท่านั้นที่ทำให้นางเชิดหน้าชูตาอยู่ในจวนแม่ทัพได้อย่างสมศักดิ์ศรีดังนั้น การกล่าวถึงอดีตของนางที่เ
Read more

บทที่ 49

เปลือกตาหนาค่อย ๆ กะพริบถี่ขึ้น ท่ามกลางความเมื่อยล้าที่เกาะกุมไปทั่วสรรพางค์ เจิ่งเสวี่ยอิ๋งค่อย ๆ ขยับปลายนิ้วมือที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มหอมกรุ่นที่ได้รับการทำความสะอาดมาอย่างดีในเรือนจวิ้นเหอมีแต่ผ้าห่มผืนบางและเหม็นอับนี่ แล้วผ้าห่มผืนนี้มาจากที่ไหน?แล้วเพดานเรือนที่ไม่คุ้นตานี่อีก… ที่นี่ไม่ใช่เรือนจวิ้นเหอ!?เมื่อความจริงชัดเจนอยู่ตรงหน้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็ผุดลุกขึ้นนั่งในทันที ผ้าห่มผืนหนาได้ร่วงหล่นลงมากองที่หน้าท้องแบนเรียบนั่นจึงทำให้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเพิ่งได้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หน้าอกที่เคยอวบอิ่มของตี๋ลี่เสวี่ยกลับกลายเป็นแบนราบและหนาแน่นแทน บริเวณช่วงล่างของร่างกายที่เคยว่างเปล่ากลับหนักหน่วงขึ้นมาราวกับว่ามีสิ่งใดมาติดห้อยค้างเอาไว้นางก้มมองมือตัวเองที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและข้อต่อที่ใหญ่ขึ้น มองเพดานไม้แกะสลักที่ไม่คุ้นเคย และผ้าห่มหนานุ่มอุ่นสบายที่คลุมกายไว้เจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่รอช้า เลิกชายผ้าห่มด้วยมือข้างซ้าย แล้วดึงขอบกางเกงด้วยมือข้างขวา เพื่อตรวจสอบบางอย่างให้แน่ใจในคราวเดียว“กร
Read more
PREV
1
...
34567
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status