All Chapters of ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ: Chapter 21 - Chapter 30

115 Chapters

บทที่ 20

“นี่เจ้ากล้าขู่ข้ารึ!?” อาซือหลันร้องถามเสียงสูงเจิ่งเสวี่ยอิ๋งส่ายหน้าเป็นกลองป๋องแป๋งใบน้อยด้วยแววตาที่ใสซื่อ “ข้ามิกล้าหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่อยากจะขอความเมตตาจากท่านแม่ทัพสักเล็กน้อย”อาซือหลันหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างระแวดระวังในคำกล่าวของนางเจิ่งเสวี่ยอิ๋งแสร้งถอนหายใจ “ข้ารู้ดีว่าท่านนั้นถูกบังคับให้ต้องแต่งงานกับข้า เพราะคำมั่นสัญญาหมั้นหมายของท่านพ่อและท่านลุงต้าปาถู ซึ่งพวกเราทั้งสองคนก็ไม่ได้รู้เห็นอันใดกับคำมั่นนั้นเลย”“แต่เมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เราก็คงปฏิเสธต่อไปไม่ได้ว่าทั้งข้าและท่านได้กลายเป็นสามีภรรยากันอย่างสมบูรณ์แล้ว และข้าเองก็มิได้ปรารถนาที่จะบังคับให้ท่านทำสิ่งใด”“แต่ท่านแม่ทัพทราบหรือไม่ว่า… ” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งลากเสียง “หากเรื่องที่ท่านไม่อยู่ร่วมหอกับชายาเอกในคืนวันแต่งงานนั้นจะส่งผลกระทบที่ร้ายแรงมากเพียงใด”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งไม่รอให้อาซือหลันตอบ นางก็รีบเอ่ยต่อในทันที “จากที่ข้าสังเกตแขกเหรื่อที่มาร่วมงานในวันนี้ ล้วนแต่เป็นแม่ทัพและขุนนางในราชสำนักทั้งสิ้น”“ข้าเชื่อว่าท่านมีคนที่สนับสนุนท่านมากมายนัก แต่ก็ต้อ
Read more

บทที่ 21

กลางยามอิ๋น ในขณะที่เรือนจวิ้นเหอยังมีอากาศที่เย็นยะเยือกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งลุกขึ้นก่อนแสงแรกของวันมาถึง นางรีบลุกขึ้นมาแต่งตัว โดยที่ไม่นึกแปลกใจแม้แต่น้อยที่ไม่มีสาวใช้คนใดเข้ามาช่วยนางแต่งตัว เสียงเคลื่อนไหวของนาง ทำให้อาซือหลันรู้สึกตัวตื่นขึ้นด้วยเช่นกันอาซือหลันตื่นขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ ผลัดเปลี่ยนไปสวมชุดขุนนางสีเข้ม ท่าทีของเขาเย็นชาและพูดน้อยตามที่นางคาดไว้ เขาไม่แม้แต่จะมองนางที่สวมเลือกสวมชุดสีสันสดใสเลยแม้แต่น้อยเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเหลือบมองผ้าพรหมจรรย์สีขาวบริสุทธิ์ที่วางอยู่บนเตียง โดยไร้ซึ่งร่องรอยของการเข้าหอ เจิงเสวี่ยอิ๋ง เลื่อนมือไปสัมผัสปิ่นทองที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาปลายปิ่นคมถูกเลื่อนผ่านปลายนิ้ว สัมผัสเจ็บแสบที่ปลายนิ้วไม่อาจเทียบเท่าความเจ็บปวดในใจได้เลยเจิงเสวี่ยอิ๋งปาดหยดเลือดที่ปลายนิ้วลงบนผ้าสีขาวผืนนั้น เพราะนางรู้ดีว่าหากไร้ร่องรอยเลือดบนผ้าผืนนี้ บรรดาอนุจะต้องใช้เรื่องนี้เป็นอาวุธเข้ามาทำร้ายนางแน่ ๆทุกการกระทำของเจิงเสวี่ยอิ๋งล้วนแต่ตกอยู่ในสายตาของอาซือหลัน เขาเพียงมองทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ไม่ใส่ใ
Read more

บทที่ 22

ส่วนอนุคนสุดท้ายคือ ซินเซียง หรือ อนุซิน นางโลมจากหอชิงอู๋ หอคณิกาเลื่องชื่อของเมืองหนิงเปียนที่อาซือหลันรับเข้าจวนในวัยยี่สิบสี่หนาว ด้วยเพราะถูกใจในใบหน้า ท่าทาง และจริตจะก้านของนางซินเซียงนั้นนับว่าเป็นแม่นางที่รู้จักเรือนร่างของตนเป็นอย่างดี นางสวมใส่ชุดฮั่นฟูสีชมพูอมแดงที่ช่วยขับผิวพรรณให้ขาวผ่อง เนื้อผ้าแพรไหมบางเบาช่วยเน้นรูปร่างทรวดทรง อีกทั้งยังสวมเครื่องประดับอวดอ้างความโปรดปรานที่อาซือหลันมีต่อนางอีกด้วยอืม... เป็นบุรุษที่รับสตรีเป็นของขวัญวันเกิดในทุกปีเลยหรือไร?วัยยี่สิบสองก็รับมู่หนี่ลา ถัดมาก็เป็นว่านเฟยลี่ ซินเซียง และในปีนี้ ยี่สิบห้าหนาวก็รับข้าเข้าจวนมาอีก!?เฮอะ... เฮอะ... แต่ข้าก็ไม่ควรจะคาดหวังสิ่งใดจากท่านอยู่แล้ว...มู่หนี่ลา ว่านเฟยลี่ และซินเซียงยืนเรียงกัน เมื่อเห็นอาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั่งลงตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว พวกนางก็ทำความเคารพอย่างนอบน้อมตามธรรมเนียม“น้องหญิงทั้งหลายลุกขึ้นเถิด... ในฐานะชายาเอก ข้าจะดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน... ขอให้พวกเจ้าจงปฏิบัติตามกฎของจวนอย่างเคร่งครัด และร่วมกันปรนนิบัติท่านพี
Read more

บทที่ 23

ใช่แล้ว สิ่งผิดปกติที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งสังเกตเห็นคือบนโต๊ะอาหารมีจานอาหารที่ไม่ใช่อาหารฮาลาลวางอยู่ด้วย ซึ่งนั่นเป็นความผิดพลาดที่ร้ายแรงเป็นอย่างมากว่านเฟยลี่ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ นางทุบโต๊ะเสียงดัง และชี้ไปยังจานเนื้อหมูอบจานเล็ก ๆ นั้น ด้วยใบหน้าโกรธจัด “อ๊า! นี่มันอะไรกัน! ใครสั่งให้นำเนื้อหมูมาวางบนโต๊ะอาหารในจวนแม่ทัพ! พี่หญิง... ท่านก็ทราบดีว่าจวนนี้ต้องปฏิบัติตามหลักฮาลาลอย่างเคร่งครัด! นี่เป็นการละเลยหลักศาสนา และไม่ให้เกียรติท่านพี่กับพี่หญิงอย่างร้ายแรงเลยนะเจ้าคะ!”ชิงหลัว สาวใช้ที่ยกอาหารจานนั้นมาวางถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว “บ่าวขออภัยเจ้าค่ะ ด้วยบ่าวคิดว่าหมูอบจานนั้นเป็นของโปรดของอนุว่านจึงนำมาวางบนโต๊ะตามปกติเจ้าค่ะ”“แม้ว่าจะเป็นของโปรดของข้า แต่ในยามนี้ ข้ากำลังร่วมโต๊ะกับพี่หญิง เหตุใดเจ้าจึงไม่ระมัดระวังเอาเสียเลย!” ว่านเฟยลี่กล่าว ก่อนจะหันไปทางเจิ่งเสวี่ยอิ๋งอย่างเป็นห่วงและหวังดี“พี่หญิงเจ้าคะ! นี่เป็นความผิดพลาดที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง! ยามนี้ ท่านเป็นนายหญิงผู้ดูแลจวนแม่ทัพแล้ว หากท่านปล่อยผ่านเรื่องใหญ่เช่นนี้ไป
Read more

บทที่ 24

หลังจากเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารมื้อนั้น ว่านเฟยลี่ก็ขอปลีกตัวกลับเรือนอี๋เหอของตนเอง โดยมีเจินเจินและเหวินซิ่ว สองสาวใช้คนสนิทเดินตามหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งยืนมองพวกนางที่ริมระเบียง ก่อนจะเหลียวหันหลังกลับมามองตนเองที่ไร้ผู้ใดข้างกายเฮอะ... ช่างน่าสงสารนัก ยามที่เป็นคุณหนูรองแห่งจวนเหรินอี้โหว ก็มีสาวใช้คนสนิทเพียงคนเดียวคือลี่ลี่ ครั้นมาถึงเมืองหนิงเปียน ได้เป็นถึงชายาเอกของท่านแม่ทัพหนุ่ม กลับไร้ซึ่งสาวใช้คนสนิทแม้แต่คนเดียวเจิ่งเสวี่ยอิ๋งถอนหายใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปที่เรือนจวิ้นเหออย่างเงียบเหงา แม้ว่าบรรดาบ่าวและสาวใช้จะเดินทำงานไปทั่วจวน หากแต่ละคนล้วนมีใบหน้าเรียบเฉย ทำความเคารพในยามที่นางเดินผ่านพอเป็นพิธีเท่านั้น ไร้ซึ่งความจริงใจใด ๆ จนสังเกตเห็นได้ไม่ยากเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเองก็คร้านที่จะซักไซ้หรือเรียกร้องขอสาวใช้คนสนิทประจำตัว เพราะต่อให้บังคับพวกนางมา แต่ก็ไร้ซึ่งความจริงใจ ต่อให้ใช้งานสิ่งใด นางก็ไม่วางใจเช่นกัน มิสู้ปล่อยให้พวกนางเข้ามาทำความสะอาดหรือดูแลเรือนจวิ้นเหอเป็นครั้งคราวไปเสียดีกว่าเมื่อกลับมาถึงเรือน เจิ่งเสวี่ยอิ๋งก็ทิ้
Read more

บทที่ 25

ใบหน้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งแข็งค้างไปชั่วขณะ พลันเกิดความอึดอัดใจขึ้นมาอย่างรุนแรง เพราะนางเตรียมตัวมาเพื่อรับมือกับปัญหาในการบริหารจวนเสียมากกว่า ไม่ใช่เรื่องแป้งทำอาหารพื้นเมืองที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้นางกำมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อแน่น พยายามประมวลคำตอบ พร้อมทั้งทบทวนความรู้ที่กู่ลี่น่าเล่าให้ฟังตลอดการเดินทางในสองเดือนมานี้ หากแต่นางเองก็ไม่ทราบแน่ชัด จึงได้ตัดสินใจอธิบายคร่าว ๆ ไปแทน“แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นแป้งที่ดีที่สุดที่หาได้ในหนิงเปียน... แป้งที่สามารถทำให้ซามซาอบออกมาได้กรอบ... และเนื้อแป้งไม่แตกขณะนวด...”มู่หนี่ลายิ้มเยาะอย่างเปิดเผย เพราะคำตอบที่ได้จากชายาเอกนั้น ช่างไร้สาระและไม่ใกล้เคียงความจริงเอาเสียเลยนางส่ายศีรษะเล็กน้อย “นายหญิง... คำตอบของท่านนั้นไม่เพียงพอต่อการเป็นชายาของท่านพี่หรอกนะเจ้าคะ! แป้งสาลีเนื้อหยาบที่ใช้ในหนิงเปียนมีหลายประเภท หากท่านเลือกผิดประเภท แป้งจะแข็งกระด้างและเสียรสชาติ...”“ข้าจึงได้ใช้แป้งต้ามั่ว ซึ่งถูกบดละเอียดด้วยโรงโม่หินขนาดใหญ่เท่านั้น!” มู่หนี่ลาเว้นวรรค ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ “นายหญิง... ไม่ทราบหรือเจ้า
Read more

บทที่ 26

จวบจนกาลเวลาล่วงเข้ากลางยามโหย่ว บรรดาสาวใช้จัดเตรียมอาหารมื้อเย็นบนโต๊ะไม้แกะสลักขนาดใหญ่ ซึ่งถูกปูด้วยผ้าลินินสะอาดตาในเรือนจวิ้นเหออย่างเรียบร้อยในจวนแม่ทัพแห่งนี้ มีหัวหน้าแม่ครัวคอยควบคุมเรื่องอาหารทั้งแบบแคว้นต้าจิ้งและเผ่าอุยกูร์ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเมื่อเช้าบาฮาร์ หัวหน้าแม่ครัวชาวอุยกูร์ จึงได้ส่งเมห์รีและอามีนา สองสาวใช้ชาวอุยกูร์มาเป็นผู้ดูแลอาหารมื้อค่ำของนายหญิงคนใหม่ของจวนเจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั่งอยู่เพียงลำพังที่หัวโต๊ะ พลางกวาดสายตามองอาหารเลิศรสนานาชนิดบนโต๊ะซ้ำอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีสิ่งผิดปกติอื่นใดแทรกเข้ามาวางอยู่บนโต๊ะได้อีกเมห์รีและอามีนาต่างมีสีหน้าตึงเครียดและหวาดกลัวเล็กน้อย เพราะเพิ่งเห็นชะตากรรมของชิงหลัวที่ถูกโทษโบยและลดสถานะเป็นเพียงสาวใช้ใช้แรงงานในตอนกลางวันเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเงยหน้าขึ้นมองสองสาวใช้ตรงหน้าด้วยแววตาที่เรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยถามเสียงแข็ง “พวกเจ้าสองคนมีนามว่าอะไร”“บ่าวชื่อ เมห์รี เจ้าค่ะ”“ส่วนบ่าวชื่อ อามีนา เจ้าค่ะ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยักหน้ารับรู้และจดจำทั้งสองนางไว
Read more

บทที่ 27

เช้าตรู่วันที่สองของการเริ่มต้นชีวิตในฐานะชายาเอกแห่งจวนแม่ทัพมาถึง พร้อมกับบรรยากาศที่กดดันเกินบรรยาย แสงแดดรำไรที่พยายามสาดส่องผ่านม่านหมอกยามเช้ายังคงเย็นเยียบและมัวซัว ราวกับจะเตือนถึงมรสุมที่ยังไม่สงบลงเจิ่งเสวี่ยอิ๋งลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความระมัดระวัง นางบรรจงสวมใส่ชุดที่ผ่านการเลือกสรรมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นอาภรณ์ที่ดูเรียบร้อย สุขุม และสง่างามยิ่งกว่าวันแรก เพื่อเป็นการประกาศโดยนัยว่านางพร้อมจะยืนหยัดในตำแหน่งนายหญิงของจวนด้วยความมั่นใจ โดยไม่โอ้อวดจนเกินงามนางพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อเตรียมรับมือกับการทดสอบหรือกลอุบายใด ๆ ที่อาจจะถูกส่งมาทักทายในเช้าวันนี้อย่างเต็มกำลังทว่า... เพียงชั่วครู่หลังจากที่นางแต่งกายเสร็จสิ้นลง ความเงียบสงบในเรือนจวิ้นเหอก็ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างของมู่หนี่ลาปรากฏขึ้นพร้อมกับแขกผู้ที่ไม่คาดฝันนางก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าที่ดูเร่งร้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งจริตจะก้าน เคียงข้างนางคือชายสูงวัยร่างผอมบางคนหนึ่ง ผู้มีนัยน์ตาฝ้ามัว แต่แฝงด้วยความเฉลียวฉลาด เขาพาดเสื้อคลุมยาวสีขาวสะอาดสะอ้านและโพกศีรษะด้วยผ้าเนื้อดีอย่างเคร่ง
Read more

บทที่ 28

ยามบ่ายเข้ามาถึงอย่างรวดเร็ว ความอับอายจากเรื่องเมื่อเช้ายังคงเป็นตะกอนอยู่ในใจของเจิ่งเสวี่ยอิ๋ง แต่นางกลับไม่มีเวลาให้จมอยู่กับความรู้สึกนั้นนานนักเพราะว่านเฟยลี่ก็มาปรากฏตัวที่เรือนจวิ้นเหอ พร้อมกับสาวใช้อีกสองคนและกองบัญชีสูงใหญ่ว่านเฟยลี่ส่งยิ้มเล็กน้อยอย่างอ่อนเพลีย “พี่หญิง... ท่านพ่อได้กำชับให้ข้ารีบส่งมอบบัญชีทั้งหมดของจวนให้กับท่านทันทีหลังจากเสร็จสิ้นพิธีการ ข้าจึงได้รวบรวมบัญชีรายรับรายจ่ายของเดือนที่แล้วมาให้ท่านได้ตรวจสอบแล้วเจ้าค่ะ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้ยินดังนั้น จึงรีบลุกขึ้นไปดูรายการบัญชีทั้งหลายที่สองสาวใช้นำไปวางที่โต๊ะหนังสือ นางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหลัง ก่อนจะเริ่มเปิดอ่านในที่สุด ความรู้ความสามารถที่นางสะสมมาจะได้นำมาใช้เสียที!!เจิ่งเสวี่ยอิ๋งหยิบบัญชีเล่มแรกมาเปิดดู ก่อนจะเห็นตัวเลขที่ผิดพลาด รายการที่ไม่สมเหตุสมผล และร่องรอยของการแก้ไขที่ดูจงใจปกปิดในขณะที่ว่านเฟยลี่นั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง เหวินซิ่ว สาวใช้คนสนิทของนางจัดเตรียมน้ำชาให้นางจิบอย่างรู้หน้าที่ ก่อนจะส่งสายตาไปทางสาวใช้อีกนางที่พามา“เมี่ยวจ
Read more

บทที่ 29

ว่านเฟยลี่เห็นว่าวันนี้ บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว จึงได้ลุกขึ้น เตรียมกล่าวลา “เป็นความผิดของน้องเองที่ไม่สั่งสอนสาวใช้ให้ดี เช่นนั้น ข้าขอพาเมี่ยวจินกลับไปอบรม แล้วจะส่งนางมาดูแลพี่หญิงใหม่นะเจ้าคะ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งพยักหน้าอนุญาต ก่อนที่จะก้มหน้าหน้าตรวจสอบบัญชีในมือต่อ ในขณะที่ว่านเฟยลี่เดินนำเหวินซิ่วและเมี่ยวจินออกมาจากเรือนจวิ้นเหอ ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเบา“เมี่ยวจิน... เจ้าจงไปป่าวประกาศให้ทั่วจวนซะว่านายหญิงของจวนเป็นเพียงเสือกระดาษ เมื่อวานวางท่าทีดุดัน สั่งลงโทษจนเกินกว่าเหตุ แต่พอมาวันนี้กลับปล่อยผ่านความผิดของเจ้าอย่างง่ายดาย โดยไม่สั่งลงโทษใด ๆ ”“เจ้าค่ะ อนุว่าน” เมี่ยวจินรับคำ ก่อนจะล่าถอยออกไปจัดการตามที่ว่านเฟยลี่สั่งเมื่อเห็นเมี่ยวจินเดินไปไกลแล้ว ว่านเฟยลี่ก็หันไปสั่งเหวินซิ่วอีกประโยค “ไปบอกว่าที่เมี่ยวจินไม่โดนลงโทษ เป็นเพราะข้าออกปากห้ามนายหญิงไว้ นายหญิงเกรงใจข้าเป็นอย่างมาก จึงมิได้สั่งลงโทษนางแต่อย่างใด”“เจ้าค่ะ อี๋เหนียง” เหวินซิ่วยกยิ้มรับคำ ก่อนจะล่าถอยออกไปอีกคนว่านเฟยลี่หันหน้ากลับไปมองเรือนจวิ้นเหอที่เงียบเหงา ก่อน
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status