All Chapters of ฮูหยินสลับร่างของท่านแม่ทัพ: Chapter 11 - Chapter 20

115 Chapters

บทที่ 10

หนู่เอ๋อร์เจียงส่งยิ้มอ่อนโยน ในขณะที่กู่ลี่น่าปราดเข้ามาจับมือของนางอย่างปลอบประโลม “คุณหนู... ขอบคุณที่มาส่งพวกเราถึงที่นี่นะเจ้าคะ”ตี๋ลี่เสวี่ยจับมือกู่ลี่น่าไว้แน่นราวกับต้องการยื้อเวลาในตอนนี้ให้ได้นานที่สุด กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านมะ… ป้า นี่เป็นหน้าที่ที่ข้าควรทำ... พวกท่านเองก็... ดูแลตัวเองให้ดีนะเจ้าคะ”นางเงยหน้าไปมองหนู่เอ๋อร์เจียงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ราวกับพยายามจดจำทุกรายละเอียดของผู้ให้กำเนิดนางมาให้ได้มากที่สุด “ท่านลุง… ท่านจะเดินทางไกล โปรดรักษาสุขภาพให้ดี... ลูก... ข้าขอให้ท่านเดินทางปลอดภัย”ตี๋ลี่เสวี่ยไม่สามารถทนได้อีกต่อไป ความรู้สึกที่ตระหนักได้ว่านี่คือการอำลาครั้งสุดท้ายของชีวิตที่มีต่อบิดามารดาที่นางรัก ทำให้นางตัดสินใจทำตามสัญชาตญาณของบุตรสาวนางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงคุกเข่าอย่างกะทันหันบนพื้นหญ้าข้างประตูวัดหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าตกใจเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาไม่คิดว่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์จะคุกเข่าให้พวกเขา ซึ่งเป็นเพียงบ่าวใช้แรงงานในจวนหนู่เอ๋อร์เจียงรีบก้าวเข้ามาพยายามพยุง
Read more

บทที่ 11

รถม้าของหนู่เอ๋อร์เจียง กู่ลี่น่า และเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนออกมาได้ไม่นาน ก็เดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมหงเหอจิน จุดนัดพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถูบุรุษร่างกายกำยำหลายนายในชุดทะมัดทะแมงอย่างเช่นชาวอุยกูร์ต่างยืนรออยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยม ใบหน้าดุดัน ต่างมีอาวุธครบมือหนู่เอ๋อร์เจียงก้าวลงจากรถม้าเป็นคนแรก ก่อนจะเห็นบุรุษหน้าบากก้าวเท้าออกมาเป็นคนแรก“อัสสาลามู อะลัยคุม ท่านหนู่เอ๋อร์เจียง”หนู่เอ๋อร์เจียงตอบกลับ “วะอะลัยคุม อัสสาลาม”“ข้าชื่อจาฟฟาร์ เป็นคนสนิทของท่านแม่ทัพใหญ่ต้าปาถู ซึ่งท่านแม่ทัพได้มอบหมายให้ข้ามารับพวกท่านกลับเมืองหนิงเปียนขอรับ”แม้ว่าเขาจะมีใบหน้าที่ดุดัน หากแต่กลับมีมารยาททางสังคมที่ดีมาก“เช่นนั้น ข้าคงต้องขอรบกวนท่านจาฟฟาร์คอยดูแลพวกเราตลอดการเดินทางเสียแล้ว”จาฟฟาร์ไม่ตอบสิ่งใด เพียงแต่ก้มศีรษะรับ จากนั้นจึงหันไปตะโกนร้องสั่ง “ออกเดินทางได้!!”เพราะหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าได้บอกเจิ่งเสวี่ยอิ๋งไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า เมื่อมาพบกับขบวนคุ้มกันของต้าปาถู พวกเขาจะเร่งออกเดินทางในทันที เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้า
Read more

บทที่ 12

จากเดิมที่อัยย์จามัล ภรรยาของต้าปาถูมีแผนการที่จะขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอออกไปตามจุดสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมระหว่างชายแดนกับเมืองหลวง เพื่อสร้างศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารและจุดพักของกองทัพเหยี่ยวเพลิงของสามีต้าปาถูจึงได้อาศัยแผนการขยายสาขาของโรงเตี๊ยมหงเหอนี้ในการตามหาครอบครัวของสหายไปในตัว ด้วยโรงเตี๊ยมหงเหอมีความหมายถึงหงส์นกกระเรียนดังนั้น สำหรับโรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยต่าง ๆ อัยย์จามัลจึงให้เพิ่มสีสันต่อท้ายชื่อของโรงเตี๊ยมหงเหอ จึงเกิดขึ้นเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอชิง โรงเตี๊ยมหงเหอหลัน โรงเตี๊ยมหงเหอไป๋ และโรงเตี๊ยมหงเหอหลากหลายสีสันตามเมืองต่าง ๆในเมืองต่าง ๆ โรงเตี๊ยมหงเหอสาขาย่อยจะกลายเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข่าวสารทางการทหาร อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการตามหาครอบครัวของหนู่เอ๋อร์เจียงในพื้นที่ใกล้เคียงนั้นอีกด้วยก่อนที่จะขยายพื้นที่ออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นโรงเตี๊ยมหงเหอจินที่เป็นสาขาย่อยสาขาสุดท้ายที่ตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงมากที่สุด คนของต้าปาถูก็สามารถตามหาหนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวจนพบ แม้ว่าจะต้องใช้เวลาถึงสิบปีก็ตามนับได้ว
Read more

บทที่ 13

เสียงของจาฟฟาร์ร้องบอกขึ้นนอกรถม้า เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจรีบเลิกม่านขึ้นมาทันใด ในขณะที่กู่ลี่น่าตรวจสอบความเรียบร้อยของผ้าคลุมผมอีกครั้ง “ดิลลี่ เจ้าติดดอปป้าดีแล้วรึ?”“ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งรีบตอบด้วยน้ำเสียงสดใส ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบรรยากาศที่นอกรถม้าต่ออย่างสนอกสนใจขบวนคุ้มกันเคลื่อนที่ไปอย่างช้า ๆ จนมาหยุดที่หน้ากำแพงเมืองหนิงเปียน ทันทีที่ล้อเกวียนหยุดลง กลองศึกขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการก็ถูกตีขึ้นมาสามครั้งตึง! ตึง! ตึง!เบื้องหน้าประตูเมืองหนิงเปียน ปรากฏขบวนทหารม้าและหน่วยองครักษ์ในชุดเกราะที่สะอาดตาและเครื่องแบบแบบอุยกูร์ผสมจงหยวนอย่างสง่างามแม่ทัพต้าปาถู ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่และมีเคราดกดำแบบชายชาวอุยกูร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลาง เขาสวมชุดแม่ทัพที่เต็มยศ แสดงถึงอำนาจและเกียรติยศที่สั่งสมมาจากสงครามอย่างช้านานเขาก้าวออกมาจากแถวทหารด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอย่างจริงใจ เขาเดินตรงไปยังรถม้าที่หนู่เอ๋อร์เจียงและครอบครัวกำลังก้าวลงมา“หนู่เอ๋อร์เจียง! ในที่สุด ข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอเสี
Read more

บทที่ 14

ขบวนรถม้าของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านซุ้มประตูเมืองหนิงเปียน ทิ้งความอึกทึกครึกโครมของการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลังเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเลื่อนม่านหน้าต่างออกมามองสองข้างทางอย่างตื่นเต้นนี่คือชีวิตที่นางได้เลือกไว้แล้ว โดยแลกกับการทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง เพื่อเริ่มต้นใหม่ และนี่คือดินแดนแห่งใหม่ที่นางใฝ่ฝัน!เมืองหนิงเปียนไม่ได้เป็นเมืองที่มีบรรยากาศเคร่งขรึมหรือต้องระมัดระวังสงวนวาจาท่าทางให้อยู่ในกรอบคุณธรรมอันดีเฉกเช่นที่เมืองหลวง แต่ที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวเสียงตะโกนห้าว ๆ เพื่อขายเนื้อแกะย่างของพ่อค้าชาวอุยกูร์ดังสลับกับสำเนียงจงหยวนที่กำลังต่อรองราคาผ้าไหมอย่างสนุกสนาน สองข้างทางเต็มไปด้วยภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจผ้าไหมหรูหราจากเมืองหลวงถูกวางเคียงคู่กับเครื่องเทศสีสันสดใสจากดินแดนตะวันตก และพรมทอขนสัตว์หนานุ่มจากชนเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง แล้วนำมาวางขายแลกเปลี่ยนกันชาวเมืองสวมเสื้อผ้าที่ผสมผสานกันอย่างอิสระ ทั้งชุดยาวแบบจงหยวนและเสื้อคลุมขนสั
Read more

บทที่ 15

วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งมาถึงวันแต่งงานของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งและอาซือหลัน ซึ่งนับตั้งแต่วันที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งมาถึงเมืองหนิงเปียน นางยังไม่เคยได้พบหน้าอาซือหลัน คู่หมั้นของตนเลยแม้แต่ครั้งเดียวหากแต่มีหีบของขวัญ เครื่องประดับ และเสื้อผ้าอาภรณ์มาส่งที่จวนอันจวี๋มิได้ขาดในนามว่าที่สามีของนาง ด้วยข้ออ้างที่ว่าแม่ทัพอาซือหลันติดภารกิจทางการทหารเร่งด่วนจึงไม่อาจปลีกตัวมาได้ และต้องเร่งภารกิจให้เสร็จสิ้นก่อนวันวิวาห์ดังนั้น ต้าปาถู หนู่เอ๋อร์เจียง และกู่ลี่น่าจึงเข้ามาเป็นเจ้าภาพคอยจัดแจงงานทุกอย่างอย่างเต็มตัว โดยพวกเขาตกลงกันว่าจะจัดงานเป็นสามช่วงหลัก คือ พิธีต้อนรับเจ้าสาวแบบจงหยวน พิธีนิกะห์ตามศาสนาของอุยกูร์ และพิธีทางการและงานเลี้ยงตอนค่ำแม้ว่าทั้งสองครอบครัวจะเป็นชาวอุยกูร์ หากแต่สถานะทางสังคมทางฝ่ายเจ้าบ่าวที่กึ่งรับราชการกับทางแคว้นต้าจิ้ง และมีผู้เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานหลากหลายชนเผ่า ดังนั้น งานแต่งงานของอาซือหลันจึงจำเป็นต้องจัดแบบครบทุกพิธีการ เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับแขกผู้มาเยือนทุกคนชุดเจ้าสาวของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้รับการสั่งทำข
Read more

บทที่ 16

อาซือหลันสวมชุดเจ้าบ่าวสีแดงปักทอง ยืนอยู่หน้าขบวนด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและเย็นชา เขาไม่ได้ต้องการการแต่งงานนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เพราะหน้าที่และคำมั่นสัญญาในอดีตของบิดา เขาจึงต้องมารับเจ้าสาวผู้นี้ที่ไม่เคยเห็นหน้าแม้แต่น้อยมาร่วมเรือนเมื่ออาซือหลันมาถึง หนู่เอ๋อร์เจียงก็ยิ้มต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นราวกับบุตรชายแท้ ๆ“ลูกชาย... ข้าฝากลูกสาวของข้าไว้ในความดูแลของเจ้าแล้ว นางอาจจะเคยซุกซนไปบ้าง แต่จิตใจของนางนั้นดีงามและบริสุทธิ์ เจ้าจงดูแลนางให้ดีนะ”อาซือหลันโค้งคำนับอย่างสุภาพ แต่ดวงตานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา “ท่านอาสบายใจได้ ข้าจะดูแลภรรยาของข้าอย่างดีที่สุด”จากนั้น กู่ลี่น่าและสาวใช้ได้ช่วยกันประคองเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในชุดเจ้าสาวสีแดงสดใสออกมาจากจวนอันจวี๋ โดยหนู่เอ๋อร์เจียงเป็นผู้ประคองมือของเจิ่งเสวี่ยอิ๋งให้ก้าวเข้าสู่เกี้ยวด้วยมือของตนเอง เขาหยุดอยู่ที่หน้าเกี้ยวครู่หนึ่ง มือหยาบกร้านแตะลงบนไหล่ของบุตรสาว “ไปเถิด ลูกรัก... พ่อขอให้เจ้ามีความสุข”“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ” เจิ่งเสวี่ยอิ๋งตอบรับ ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งในเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงทองที่ตกแต่งอย่างวิจิตรง
Read more

บทที่ 17

หลังจากพิธีต้อนรับแบบจงหยวนสิ้นสุดลงที่ประตูจวน อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งในร่างของตี๋ลี่เสวี่ยได้ก้าวเดินเข้าไปในห้องโถงหลักที่จัดเตรียมไว้สำหรับพิธีนิกะห์ตามศาสนาอิสลามของชาวอุยกูร์ห้องโถงหลักถูกปูด้วยพรมเปอร์เซียผืนงามสะอาดตา เพื่อแสดงความเคารพต่อพิธีการทางศาสนา ผู้ใหญ่ทั้งสามท่าน ได้แก่ ต้าปาถู แม่ทัพใหญ่จากฝ่ายเจ้าบ่าว หนู่เอ๋อร์เจียง สหายรัก และ กู่ลี่น่า มารดาของเจ้าสาวจากฝ่ายเจ้าสาว นั่งอยู่ในตำแหน่งพยานอย่างสงบในขณะที่อาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งนั่งอยู่บนเบาะรองสวยงามเบื้องหน้าอิหม่ามอาวุโส ผู้มีใบหน้าเปี่ยมด้วยเมตตาและรอยยิ้มพิธีเริ่มต้นขึ้นอย่างเคร่งขรึม อิหม่ามกล่าวคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่และหน้าที่ของสามีภรรยาตามหลักศาสนาอิสลามเป็นภาษาอุยกูร์อย่างไพเราะ สอนให้ทั้งคู่รู้จักความเมตตา ความอดทน และการให้เกียรติซึ่งกันและกันดังเช่นอัลลอฮ์ได้ทรงบัญญัติไว้ต้าปาถูมองใบหน้าของบุตรชายด้วยสายตาที่คาดหวังและจริงจัง ขณะที่หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่าก็ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บุตรสาวอย่างไม่ให้คลาดสายตาพวกเขารู้สึกว่าทุกขั้น
Read more

บทที่ 18

หลังสิ้นสุดพิธีนิกะห์อันศักดิ์สิทธิ์ คู่บ่าวสาวถูกพาไปยังห้องโถงใหญ่ที่เต็มไปด้วยแขกเหรื่อทั้งทหาร ขุนนางชาวฮั่น ผู้นำเผ่าชาวอุยกูร์ และแขกเหรื่อจากชนชั้นต่าง ๆ ในเมืองหนิงเปียนอาซือหลันและเจิ่งเสวี่ยอิ๋งยังคงสวมชุดแต่งงานเต็มยศยืนสงบอยู่เบื้องหน้าแขกทั้งหลาย พวกเขาเตรียมทำพิธีคารวะสามครั้ง ตามธรรมเนียมเพื่อประกาศการสมรสอย่างเป็นทางการที่ตำแหน่งประธานอาวุโส ฝ่ายบิดามารดาของทั้งสองฝ่ายนั่งเรียงกันตามลำดับ เริ่มจากต้าปาถู บิดาของเจ้าบ่าวที่นั่งอยู่ตรงกลาง ตามด้วยหนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่า บิดามารดาเจ้าสาวที่ยิ้มแย้มด้วยความปลาบปลื้มข้างกายต้าปาถูคืออนุภรรยาทั้งสามนางของอาซือหลันที่ถูกเรียกตัวให้มาเข้าร่วมพิธี นับได้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่เจิ่งเสวี่ยอิ๋งได้เห็นหน้าของพวกนาง“หนึ่งคำนับฟ้าดิน! ขอพรความมั่นคงดุจแผ่นฟ้าและผืนดิน!”คู่บ่าวสาวโค้งคำนับต่อเบื้องหน้าฟ้าดินอย่างพร้อมเพรียงกัน“สองคำนับบิดามารดา! ขอน้อมรับบุญคุณการเลี้ยงดูจากผู้มีพระคุณ!”ทั้งคู่ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าผู้ใหญ่ทั้งสาม หนู่เอ๋อร์เจียงและกู่ลี่น่ารับการคารวะจากบุตร
Read more

บทที่ 19

สองสายตาสบมองกันอยู่ชั่วครู่ โดยไร้คำใดเอื้อนเอ่ยออกมาเจิ่งเสวี่ยอิ๋งเลือกที่จะวางตนเป็นแม่นางในห้องหอ นางก้มหน้าลง ปิดปากสงบวาจา รอให้สามีเป็นผู้ตัดสินใจ ก่อนจะได้ยินเสียงระบายลมหายใจหนัก ๆ จากอีกฝ่าย“ข้าจะไปนอนห้องหนังสือ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋งเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายในทันใด ด้วยไม่คาดคิดว่าสามีรูปงามคมคายของนางจะเอ่ยทักทายประโยคแรกด้วยวาจาที่ทำร้ายตำแหน่งชายาเอกของตนได้อย่างแสนสาหัสเช่นนี้เขาไม่รู้หรือไรว่าการที่สามีไม่ร่วมหอในคืนแรกของการแต่งงานนั้นหมายความว่าเช่นไร!?บรรดาสาวใช้ หรือแม้แต่บรรดาอนุของเขาจะมองนางอย่างไร? นางจะยังสามารถยืนอยู่ในจวนแม่ทัพแห่งนี้ได้อย่างมั่นคงหรือ!?บุรุษน่าตายนี่!!“โปรดช้าก่อนเถิด ท่านแม่ทัพ…”น้ำเสียงไพเราะเอ่ยขัดขึ้น ทำให้คิ้วหนาราวกับคมดาบเลิกสูงขึ้น เมื่อถูกอีกฝ่ายร้องห้ามเช่นนั้น ทำให้อาซือหลันอดที่จะแค่นเสียงในลำคอมิได้ “เฮอะ! เจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะปรารถนาร่วมหอกับเจ้าหรอกนะ”เจิ่งเสวี่ยอิ๋ง “...”ข้าก็มิได้ปรารถนาที่จะร่วมหอกับท่านเช่นกัน!“ดูเอาเถิด อุตส่าห์รอดตายจากโจรร้
Read more
PREV
123456
...
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status