All Chapters of เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ: Chapter 11 - Chapter 20

25 Chapters

สตรีที่เขาพามาด้วย

หวนปี้เห็นนายหญิงของตนวิ่งเข้าไปในเรือนจึงได้วางงานทุกอย่างที่ตัวเองกำลังทำอยู่แล้ววิ่งตามไป แต่ทว่ากลับไม่ทันเสียแล้วเพราะเว่ยซูเหม่ยได้ล็อกประตูเรือนนอนเป็นที่เรียบร้อย “ฮูหยิน ท่านเป็นอะไรไปหรือ” นางเคาะประตูพร้อมกับถามด้วยความห่วงใย “ขอข้าอยู่คนเดียวสักพักเถิด” น้ำเสียงสั่นเครือดังจากด้านใน หวนปี้รู้ได้ทันทีว่านายหญิงของตนกำลังร้องไห้ นี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่แม่นมไห่ตายที่นางได้เห็นน้ำตาเจ้านายของตัวเอง มือเล็กกำถุงเท้าคู่นั้นไว้แน่นในขณะที่หยดน้ำตาไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย ลำตัวของนางสั่นสะท้านแม้พยายามกลั้นเสียงร้องไห้ไว้เพราะไม่อยากให้ผู้ใดได้ยิน กระทั่งร้องไห้จนหมดแรงจึงได้นำถุงเท้าในมือเก็บไว้ในหีบไม้ขนาดเล็ก หากใครจะเป็นคนทำลายคนผู้นั้นต้องเป็นนางเท่านั้นหาใช่ใครอื่น “พี่อันหลง เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ” “ข้าไม่ได้เป็นอะไร เจ้ารีบกินข้าวเถิดประเดี๋ยวจะเย็นหมด” “แน่ใจหรือเจ้าคะ ว่าไม่ได้เป็นอะไร ข้าเห็นท่านนั่งเหม่อนานแล้ว” “ข้าไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ” “ว่าแต่ทำไมข้าไม่เห็นฮูหยินมาร่วมกินอาหารเช้
Read more

ตายแทนได้

ระหว่างนั่งรถม้ากลับเข้าเมืองหลวงเว่ยซูเหม่ยได้ยินเสียงคนร้องโวยวายจึงได้เปิดม่านดูก็เห็นรถม้าที่สามีของนางกับเหลียวลี่อินนั่งมาถูกชายลึกลับสวมชุดสีดำทั้งตัวโจมตีหวังเอาชีวิต “หยุดรถ!” หญิงสาวตะคอกเสียงดังจนคนขับรถม้าจำต้องหยุดรถกระทันหัน “ฮูหยิน ท่านจะไปไหนหรือขอรับ” “เจ้าไม่เห็นรึว่ารถม้าของท่านโหวถูกโจมตี ข้าจะไปช่วยสามีข้า” เอ่ยอย่างเร่งรีบพร้อมกับวิ่งกลับไปทางเดิม ในใจรู้สึกเป็นห่วงกลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป สองเท้าเล็กวิ่งเร็วเกินกำลังจนสะดุดก้อนหินล้มทำให้หัวเข่าเกิดแผลถลอก แต่มิวายดั้นด้นวิ่งต่อไปโดยไร้รองเท้า เศษหินดินทรายเปรอะเปื้อนเท้างามทั้งสองข้าง ครั้นวิ่งมาถึงจุดหมายนางเห็นนักฆ่านับสิบกำลังต่อสู้กับเขา ในขณะที่ชายหนุ่มเผลอซูเหม่ยเหลือบไปเห็นบุรุษอีกคนกำลังง้างดาบใส่สามีนางจากทางด้านหลัง นางใช้แรงที่มีผลักเขาไปอีกทางทำให้คมดาบนั้นจ้วงแทงเข้าที่หน้าอกข้างขวาของตัวเองแทน แม้เลือดสีแดงจะอาบไหลทั่วเรือนร่างก็มิวายมองหาคนที่ตนรัก เขาไม่ได้ชายตามองผู้ใดนอกจากเหลียวลี่อินที่กำลังตื่นตระหนกด้วยความสั่นกลัว กระทั่งนางสิ้นใจต
Read more

ย้อนเวลากลับมา

ทางด้านของสืออันหลงเมื่อได้ยินสาวใช้กลับมารายงานว่านางไม่มาร่วมกินอาหารเย็นด้วยได้แต่เก็บความรู้สึกไม่พอใจไว้ในอก คราวก่อนเห็นนางร้องไห้พลันทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างที่ไม่เคยเป็น ด้วยความสงสัยจึงแอบเดินไปหาหญิงสาวถึงที่เรือน “ฮูหยิน ท่านโหวมาเจ้าค่ะ” “มา? มาที่ไหน” “ท่านโหวมาที่เรือนของท่านนั่นแหละเจ้าค่ะ” “เขาน่ะหรือมาหาข้า” นางถามกลับด้วยความสงสัย “เจ้าจะให้ข้ายืนรออีกนานไหม” เสียงเข้มเอ่ยถาม “ท่านโหว มาที่นี่ทำไมหรือเจ้าคะ” หญิงสาวถามขึ้น หลังจากเขาเดินเข้ามาในเรือนนอนของตน “ที่นี่คือจวนของข้า ข้าจะไปที่ใดมันก็เรื่องของข้า” “ในเมื่อท่านอุตส่าห์เดินมาถึงที่นี่แล้ว ข้ามีเรื่องสำคัญอยากพูดกับท่านเสียหน่อย” “เรื่องอะไรรึ” “ข้าต้องการหย่า” “เหตุใดเจ้าถึงพูดเช่นนี้ออกมา” “ท่านน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจ ที่ผ่านมามีเพียงข้าที่รักท่านฝ่ายเดียว ข้าเหนื่อยเต็มทนแล้วกับการต้องวิ่งไล่ตามหลังสามีเย็นชาไร้จิตใจเช่นท่าน” “ข้าไม่หย่า” เขาบอกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ หาก
Read more

ข้าต้องการหย่า

“จะให้บ่าวทำเช่นไรต่อดี” “ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ข้าจะดูซิว่านางจะไปรอดสักกี่น้ำกัน” บ่อยครั้งที่สืออันหลงพาตัวเองออกมานั่งหน้าเรือนใหญ่ เพื่อหวังเจอหน้าฮูหยินของตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดกลับไม่ได้สมหวังดังที่คิด “ท่านโหว บ่าวมีเรื่องอยากถามท่าน” “ว่ามา” “บ่าวแค่สงสัยว่าเหตุใดท่านจึงให้คนนำตำราพวกนี้ออกมาจากเรือนหรือขอรับ แล้วไหนจะตัวท่านอีกไฉนจึงได้ออกมานั่งข้างนอกเช่นนี้” “ข้าแค่อยากออกมารับลม” “ฮูหยิน จะไปที่ใดหรือขอรับ” หย่งเจิ้งหันไปถาม หลังเห็นนางกำลังเดินผ่านหน้าเรือน “ข้ามีเรื่องที่ต้องไปจัดการน่ะ ขอตัวก่อน” สืออันหลงที่แอบชะเง้อหูฟังอยู่จู่ ๆ ก็รู้สึกกรุ่นโกรธเพราะเว่ยซูเหม่ยไม่ได้หันมามองเขาด้วยซ้ำ หลายครั้งแล้วที่นางทำราวกับเขาเป็นอากาศทั้งที่แต่ก่อนคอยเซ้าซี้เขาทุกครั้งที่เห็นหน้า “ฮูหยิน นางไปที่ไหนน่ะ” เหลียวลี่อินถามขึ้น “เห็นบอกว่ามีเรื่องที่ต้องทำน่ะขอรับ” “ท่านพี่ ท่านว่างหรือไม่” “ลี่อิน เจ้ามีอะไรงั้นหรือ” “ข้าอยากออกจากจว
Read more

ไม่จำเป็นต้องบอก

“แล้วอย่างไรเล่า เจ้าอยากให้ข้าหย่ากับเขาอย่างนั้นหรือ” “ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้ว เจ้าคงรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป” “น่าขันนักที่คุณหนูผู้สูงส่งอย่างเจ้าคิดแย่งสามีคนอื่น แต่ช่างเถิดท่านโหวคงยังไม่ได้บอกเจ้ากระมังว่าข้าขอให้เขาลงนามในใบหย่านานแล้ว ทว่าเขากลับไม่ลงนามเสียที เจ้าว่ามันเป็นเพราะเหตุใดกัน” ท้ายประโยคนางกระซิบข้างหู “จะเพราะเหตุใดถ้าไม่ใช่เพราะกลัวฮ่องเต้ เดิมทีพระองค์เป็นคนพระราชทานสมรสให้ หวังว่าเจ้าคงไม่ได้คิดเองเออเองว่าท่านโหวมีใจให้” เหลียวลี่อินสวนกลับเจ็บแสบไม่แพ้กัน “หึ หากเจ้าคิดเช่นนั้นแล้วสบายก็คิดไปเถิด หวนปี้ ส่งแขก!” หญิงสาวทั้งสามเดินรุดเข้าไปยังหอเหม่ยปี้ที่ตอนนี้ถูกตกแต่งเกือบแล้วเสร็วแล้ว ภายในหอแห่งนี้ด้านในสุดถูกใช้เป็นห้องนอนสำหรับนางกับหวนปี้ แม้จะไม่ใหญ่เทียบเท่าตระกูลสือแต่ก็ดูสะดวกสบายมากกว่าบ้านสวนที่ตนเคยอยู่ ซูเหม่ยมองไปยังป้ายชื่อร้านด้วยแววตาสดใสในที่สุดนางจะได้ทำตามความประสงค์ของตัวเองเสียที “ฮูหยิน ท่านบอกท่านโหวหรือยังเจ้าคะว่าจะเปิดร้านปักเย็บ” “ข้าไม่จำเป็นต้องบอกหรอ
Read more

ข้าไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น

“เจ้าอยากพูดอะไรก็พูดมาตามตรงเถิด” “ท่านคิดจะลงนามเมื่อไหร่หรือเจ้าคะ” “ข้าไม่เคยคิดที่จะทำเช่นนั้น” “ท่านหมายความว่า...” “แม้ข้ากับตระกูลเว่ยจะเป็นปรปักษ์ต่อกัน แต่ข้าจะไม่หย่ากับเว่ยซูเหม่ยแน่นอน” “ทำไมหรือ” “ข้าไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผล หวังว่าเจ้าจะเข้าใจ” “แต่ท่านรังเกียจนางถึงเพียงนั้น ท่านยังคิดจะอยู่ครองคู่กับนางอีกหรือ” “ที่ข้าเกลียดนางเพราะนางมีสายเลือดตระกูลเว่ย” “เช่นนั้นท่านจะบอกข้าว่า หากนางไม่ใช่คนตระกูลเว่ยท่านยินดีอยู่เคียงคู่กับนางไปจนแก่เฒ่างั้นหรือ” “ลี่อิน เจ้าเป็นอะไรไปรึ เหตุใดถึงเอาแต่พูดถึงนาง” “ข้าไม่ได้สนใจนางสักนิด คนที่ข้าสนใจคือท่านต่างหาก” “นี่เจ้า” “ตั้งแต่ข้ากลับมาเมืองหลวงพร้อมท่าน ท่านคอยดูแลเอาใจใส่ข้าเป็นอย่างดีหรือท่านจะบอกว่าท่านไม่ได้ชอบพอข้า” “เจ้าเข้าใจผิดไปไกลแล้ว ข้าไม่ได้รู้สึกกับเจ้าเหมือนที่บุรุษรู้สึกกับสตรี ข้ามองเจ้าเป็นน้องสาว” “น้องสาวงั้นหรือ” “ใช่ บิดาของเราทั้งคู่ต่างเป็นสหายร
Read more

ไม่รอ

“ฮูหยิน” ลี่อินเรียกนางเสียงเขียว หย่งเจิ้งได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของนายหญิงถึงกับกลั้นขำเอาไว้อย่างอดไม่ได้ “เจ้าหัวเราะอะไร” “เปล่าขอรับ” “เจ้าไม่ไปรึ ถึงได้ไม่ขึ้นมา” ซูเหม่ยเปิดม่านออกไปถาม เมื่อไม่เห็นเหลียวลี่อินขึ้นมาบนรถม้าเสียที แต่กลับได้ยินทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ “ท่านโหว จะขี่ม้าไปเช่นนี้จริงหรือ” “ใช่ เจ้าก็ขึ้นรถม้าไปได้แล้ว” “แต่ว่า” “ออกรถเถิด ดูท่าแล้วแม่นางเฉียวคงไม่ไป” นางหันไปบอกคนขับรถม้า เหตุเพราะลี่อินเอาแต่ซักไซ้ถามไม่หยุด “ขอรับ” รถม้าเคลื่อนตัวออกจากจวนตามคำสั่งนายหญิง ทำให้เหลียวลี่อินที่มัวแต่พูดคุยกับท่านโหวหนุ่มได้แต่ร้องตามรถม้าเพื่อให้หยุดรอตัวเอง ทว่าไม่เป็นผลเพราะนอกจากเว่ยซูเหม่ยจะไม่ให้คนขับรถม้าหยุดรถแล้วยังให้เขาเร่งความเร็วขึ้นไปอีก สืออันหลงขึ้นนั่งบนหลังม้าแล้ว แต่เหลียวลี่อินยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับมองเขาตาปริบ ๆ อย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี “หย่งเจิ้ง เจ้าไปบอกพ่อบ้านต่งให้เตรียมรถม้าที” “ท่านโหวจะไปพร้อมแม่นางเหลียวห
Read more

งานเลี้ยง

“เรื่องนี้ข้ารู้อยู่ก่อนแล้ว” “เจ้าบอกว่าเจ้ารู้อยู่แล้วงั้นหรือ แล้วเหตุใดยังปล่อยให้นางอยู่ในจวนอีกเล่า” “สามีข้าเป็นคนพานางเข้ามาด้วยตัวเอง ถ้าข้าไล่นางออกจากจวนรังแต่จะทำให้มองหนากันไม่ติดเสียเปล่า ๆ” “แล้วเจ้าจะทำเช่นไรต่อไป” “ก็ไม่ทำเช่นไร อีกไม่นานข้าจะออกจากตระกูลสือแล้ว” “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” “ที่จริงข้าขอให้ท่านโหวลงนามในใบหย่าแล้ว ขอเพียงเขาลงนามเมื่อใดข้าก็จะออกจากจวนทันที” “เรื่องนี้เรื่องใหญ่นัก งานแต่งของเจ้าเป็นการสมรสพระราชทาน หากเจ้าหย่าล่ะก็ตระกูลเว่ยคงยากที่จะมองหน้าองค์ฮ่องเต้ได้อีก” “ข้าไม่สน เดิมทีใช่ว่าตระกูลเว่ยจะดูแลข้าดีหนักหนา” “ซูเหม่ย เรื่องนี้เจ้าต้องคิดให้ดี ๆ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ” “ข้าคิดดีแล้ว ข้าทุ่มเททุกอย่างที่ข้ามีแก่เขาหมดแล้ว แต่คนที่เขารักกลับไม่ใช่ข้า” “อย่าบอกนะว่า” “ใช่ คนที่ท่านโหวรักคือเหลียวลี่อิน ข้าไม่อาจทนเห็นได้อีกแล้วถึงได้คิดปล่อยวางเช่นนี้” “แล้วเจ้าจะไปอยู่ที่ใด หากเจ้าหย่าขาดจากท่านโหวตระ
Read more

ข้าจะพาเจ้ากลับจวน

“ท่านทำอะไรของท่านกัน ข้าไม่เคยพูดสักครั้งว่าจะมากับท่าน” “เงียบปากเสีย ข้ายังไม่ได้ลงโทษเจ้าที่บังอาจคิดสวมเขาให้ข้า” “พูดเรื่องบ้าอันใด ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น” “เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่เห็นว่าเจ้ากับคนแซ่หยวนผู้นั้นคุยกันสนิทสนมเพียงใด” “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับท่าน อีกไม่นานข้าก็จะกลายเป็นเพียงสตรีที่ผ่านการหย่าร้างแล้ว” “ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วว่าไม่หย่า” “ท่านจะกักขังข้าไว้ที่นี่ทำไมกัน ในเมื่อท่านไม่เคยคิดใส่ใจฮูหยินอย่างข้าสักนิด” “เรื่องหย่าใช่ว่าข้าจะสามารถทำได้ตามอำเภอใจ” “ข้าย่อมรู้อยู่เต็มอกเป็นเพราะท่านกลัวองค์ฮ่องเต้จะต่อว่าถึงได้รั้งข้าไว้” เขาไม่ได้ตอบอันใดจนกระทั่งถึงจวน มือแกร่งทั้งสองข้างอุ้มร่างบางลงจากหลังม้าโดยมีหย่งเจิ้งกับพ่อบ้านต่งยืนดูอยู่ไม่ห่าง แต่เขาไม่ได้สนใจผู้ใดนอกจากสตรีตรงหน้า “ท่านโหว เหตุใดพวกท่านถึงได้กลับมาด้วยกัน” “เจ้าจะไปไหนน่ะ” เขาถาม เมื่อเห็นนางกำลังเดินไปอีกทาง “ข้าจะกลับเรือน” “ข้ายังไม่ได้อนุญาตให้เจ้ากลับไป ตามข้า
Read more

อาการป่วย

“เจ้ารีบไปเรียกท่านหมอมาดูอาการฮูหยินเร็วเข้า! ฮูหยินท่านอย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะเจ้าคะ” ท้ายประโยคหันไปพูดกับเว่ยซูเหม่ยที่นอนตัวสั่นอยู่ทั้งน้ำตา “ข้ามาขอพบท่านโหว” ฉีเยว่เอ่ยบอกสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าเรือน “เจ้าคิดว่าท่านโหวเป็นผู้ใด ถึงได้คิดมาขอพบง่าย ๆ เช่นนี้” “ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกท่านโหว ได้โปรดเถิด” “กลับไปเสีย! ตอนนี้ท่านโหวกำลังยุ่งอยู่” เสียงสาวใช้ทั้งสองทะเลาะกันเสียงดังจนได้ยินไปถึงด้านใน ท่านโหวหนุ่มจึงได้ให้หย่งเจิ้งออกมาดู “พวกเจ้าสองคนเอะอะโวยวายอะไรกัน ไม่รู้รึว่าท่านโหวต้องใช้สมาธิ” “ก็นางน่ะสิเจ้าคะ ข้าบอกไปหลายหนแล้วว่าท่านโหวกำลังยุ่ง แต่นางไม่ยอมฟัง” “ข้ามีเรื่องด่วนที่ต้องบอกท่านโหว” “เจ้าคือสาวใช้ของเรือนฮูหยินนี่ มีเรื่องใดเกิดขึ้นงั้นรึ” “คือว่า ตอนนี้ฮูหยินไม่สบายอาการหนักเอาการ จำเป็นต้องเรียกท่านหมอมาดูอาการ แต่นางไม่ยอมให้ข้าเข้าไป” “วางใจเถิด ข้าจะไปบอกท่านโหวให้ประเดี๋ยวนี้” “ว่าอย่างไร ข้างนอกเกิดเรื่องอันใด” “ส
Read more
PREV
123
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status