เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ

เมื่อข้าหมดรักสามีไร้ใจ

last updateDernière mise à jour : 2025-12-02
Par:  ม่านซูEn cours
Langue: Thai
goodnovel12goodnovel
Notes insuffisantes
25Chapitres
704Vues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

เขาชังน้ำหน้านางหนักหนากระทั่งนางใกล้ตายยังไร้การเหลียวแล บุรุษเช่นเขาน่ะหรือที่นางยอมถวายหัวใจมอบให้ได้แม้แต่ชีวิตตัวเอง แต่ก่อนคอยไล่ตามร้องขอความรักจากเขา ต่อแต่นี้มีเพียงความเฉยชามอบกลับคืน

Voir plus

Chapitre 1

บทนำ

ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลยื่นมาตรงหน้านางอย่างไม่นึกรังเกียจ แม้ใบหน้าของเว่ยซูเหม่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนเพราะการหลบหนีหัวซุกหัวซุนจากฝีมือนักฆ่ามือฉกาจ

          “ท่านโหว ข้าเกรงว่านักฆ่าพวกนั้นได้หนีไปแล้ว”

          “หย่งเจิ้ง เจ้าแบ่งคนของเราแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งตามหาคนอีกฝ่ายตามจับนักฆ่าพวกนั้น”

          “ขอรับ”

          คล้อยหลังบ่าวรับใช้สืออันหลงจึงได้บอกสตรีตรงหน้า

          “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะจับคนที่มันคิดทำร้ายเจ้ามาลงโทษให้จงได้”

          “แม่นมกับสาวใช้ของข้า ตอนนี้พวกนางจะเป็นเช่นไรบ้างก็มิรู้”

          “พวกนางสองคนจะต้องปลอดภัยแน่”

          แม้ชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาปลอบโยน แต่ทว่าไม่นานนักกลับได้ยินข่าวร้ายดังเข้าหู น้ำตาของนางไหลอาบแก้มทั้งสองข้างเพราะคนของเขาพบศพหญิงชรารายหนึ่ง นางเป็นแม่นมที่เว่ยซูเหม่ยรักดั่งมารดาแท้ ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ลืมตาดูโลกมามารดาของนางได้สิ้นชีพลงทำให้หญิงสาวถูกบิดาไล่ออกจากจวนตอนอายุห้าขวบให้มาอาศัยอยู่บ้านสวนในชนบท ซึ่งอยู่ห้างจากเมืองหลวงยี่สิบลี้ เพราะคิดว่านางเป็นตัวกาลกิณีมีเพียงแม่นมกับสาวใช้หนึ่งคนที่ติดตามด้วยความภักดี

          “คุณหนู” หวนปี้วิ่งเข้ามาสวมกอดคุณหนูของตน

          “แม่นมจากข้าไปแล้ว เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะข้า” หญิงสาวร้องไห้ปานจะขาดใจ

          “ไม่ใช่ความผิดของคุณหนู ท่านอย่าได้โทษตัวเองนักเลย หากแม่นมไห่ยังมีชีวิตอยู่นางคงรู้สึกเสียใจแน่ที่ได้ยินคุณหนูพูดเช่นนี้”

          สองนายบ่าวกอดคอกันร้องไห้อยู่นานกว่าจะสงบสติอารมณ์ได้ถึงได้เข้าไปพูดคุยกับบุรุษที่ช่วยชีวิตตนไว้

          “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ หากไม่ได้ท่านข้าคงตายไปแล้ว”

          “แม่นางไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก มันเป็นหน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”

          “ท่านโหว ต้องรีบกลับจวนแล้วขอรับ”

          “แม่นาง ข้าคงต้องขอตัวก่อนโปรดดูแลรักษาตัวเองให้ดี ข้าจะให้คนของข้าคอยคุ้มกันเจ้าอยู่ที่นี่จนกว่าจะจับคนพวกนั้นได้”

          เว่ยซูเหม่ยยืนมองป้ายชื่อแม่นมของตนด้วยท่าทีสงบนิ่งราวกับสายน้ำ ตรงข้ามกับความรู้สึกเดือดพล่านที่อยู่ข้างในจิตใจ เรื่องนี้ดูก็รู้ว่าเป็นฝีมือผู้ใด หากมีโอกาสได้กลับจวนเมื่อใดนางต้องหาโอกาสแก้แค้นให้แม่นมแน่ เลือดต้องล้างด้วยเลือด

          แต่ก่อนถอยหลังให้อย่างจำยอม บัดนี้เติบใหญ่เป็นสาวงามบานสะพรั่งแม้ถูกกักขังให้อยู่แต่ที่นี่แต่ความงดงามกับถูกเลื่องลือไปไกล

          “หวนปี้ ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้มีพระราชโองการให้ตระกูลสือกับตระกูลเว่ยเกี่ยวดองกัน เรื่องนี้จริงรึไม่”

          “จริงเจ้าค่ะ คนของเราที่อยู่เมืองหลวงส่งข่าวบอกมาเช่นนี้ แต่บ่าวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเหตุใดถึงมีพระราชโองการลงมาเช่นนี้ทั้งที่ฝ่าบาทย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าทั้งสองตระกูลไม่ถูกกัน”

          “เพื่อความสงบสุขอย่างไรเล่า ถึงอย่างไรเสียนี่เป็นโอกาสเดียวของข้าที่จะได้กลับเมืองหลวง”

          “ที่คุณหนูเอ่ยเมื่อครู่หมายความเช่นไร”

          “ท่านพ่อคงไม่ยอมให้บุตรสาวที่มีค่าดุจทองคำอย่างน้องรองแต่งเข้าตระกูลสือแน่ ยกเว้นข้าที่เป็นเพียงตัวกาลกิณี”

          “คุณหนูหมายความว่า...”

          “ให้คนของเราที่อยู่ข้างกายฮูหยินเว่ยยุยงนางให้ส่งข้าแต่งเข้าตระกูลสือเสีย”

          “ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ”

          “ข้ามีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้น แม่นมไห่จากไปได้สองปีแล้ว หากชาตินี้ข้ายังไม่ได้ล้างแค้นให้นางข้าคงอกตัญญูเต็มทน”

จวนตระกูลเว่ย

          “ฮูหยิน นี่ก็สามวันแล้วนะเจ้าคะที่ฝ่าบาทมีพระราชโองการลงมา”

          “ข้ารู้แล้ว”

          “แล้วท่านคิดจะให้คุณหนูรองแต่งกับตระกูลสือจริงหรือ”

          “ข้าไม่มีวันยอมให้เข่อซิงแต่งเข้าจวนนั้นเป็นอันขาด หากนางแต่งกับตระกูลสือรังแต่จะทำให้ลูกสาวของข้าทุกข์ระทม”

          “เช่นนั้นให้คุณหนูใหญ่แต่งแทนดีรึไม่ เดิมทีนางไม่มีประโยชน์อันใดต่อตระกูลเว่ยของเราอยู่แล้ว ดีเสียอีกจะได้ไล่ตัวกาลกิณีเช่นนางไปให้พ้นเสียที” แม่นมจ้าวโน้มน้าว

          “เจ้าอย่าได้เรียกชื่อนางให้ข้าได้ยินอีก ข้าเกลียดขี้หน้านางนัก”

          “หากไม่ทำเช่นนี้แล้วจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ”

          “ข้าขอคิดดูก่อนแล้วกัน แม้ตระกูลเรากับตระกูลสือไม่ลงรอยกัน ทว่าตระกูลสือถือเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจในราชสำนักอยู่ไม่น้อย หากเข่อซิงแต่งเข้าไปย่อมไม่เสียหาย”

          “ฮูหยิน ท่านคิดตื้นเขินเกินไปกระมัง แม้ตระกูลสือเป็นตระกูลใหญ่ก็จริง แต่ท่านอย่าลืมความจริงที่ว่านายท่านหักหลังเพื่อนรักตัวเองจนทำให้สองตระกูลไม่ลงรอยกัน ถ้าคุณหนูรองแต่งเข้าไปอย่างมากได้เป็นเพียงฮูหยินเอก แต่สามีชิงชังไม่เหลียวแล ท่านลองคิดอีกคราเถิด ท่านโหวคงไม่อยากแม้แต่เห็นหน้าฮูหยินที่มาจากตระกูลที่เป็นต้นเหตุให้บิดาตัวเองต้องตายหรอกนะเจ้าคะ”

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres
Pas de commentaire
25
บทนำ
ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนวลยื่นมาตรงหน้านางอย่างไม่นึกรังเกียจ แม้ใบหน้าของเว่ยซูเหม่ยเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลนเพราะการหลบหนีหัวซุกหัวซุนจากฝีมือนักฆ่ามือฉกาจ “ท่านโหว ข้าเกรงว่านักฆ่าพวกนั้นได้หนีไปแล้ว” “หย่งเจิ้ง เจ้าแบ่งคนของเราแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งตามหาคนอีกฝ่ายตามจับนักฆ่าพวกนั้น” “ขอรับ” คล้อยหลังบ่าวรับใช้สืออันหลงจึงได้บอกสตรีตรงหน้า “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าจะจับคนที่มันคิดทำร้ายเจ้ามาลงโทษให้จงได้” “แม่นมกับสาวใช้ของข้า ตอนนี้พวกนางจะเป็นเช่นไรบ้างก็มิรู้” “พวกนางสองคนจะต้องปลอดภัยแน่” แม้ชายหนุ่มตรงหน้าพูดจาปลอบโยน แต่ทว่าไม่นานนักกลับได้ยินข่าวร้ายดังเข้าหู น้ำตาของนางไหลอาบแก้มทั้งสองข้างเพราะคนของเขาพบศพหญิงชรารายหนึ่ง นางเป็นแม่นมที่เว่ยซูเหม่ยรักดั่งมารดาแท้ ๆ เหตุเพราะตั้งแต่ลืมตาดูโลกมามารดาของนางได้สิ้นชีพลงทำให้หญิงสาวถูกบิดาไล่ออกจากจวนตอนอายุห้าขวบให้มาอาศัยอยู่บ้านสวนในชนบท ซึ่งอยู่ห้างจากเมืองหลวงยี่สิบลี้ เพราะคิดว่านางเป็นตัวกาลกิณีมีเพียงแม่นมกับสาวใช้หนึ่งคนที่ติดตามด้วยความภักดี
Read More
โน้มน้าวหาตัวแทน
“ข้าก็คิดเช่นนั้น แต่ข้าไม่อยากให้เว่ยซูเหม่ยผู้นั้นแต่งกับตระกูลดี ๆ นี่ คนอย่างนางเหมาะสมกับการใช้ชีวิตชั้นต่ำอยู่บ้านสวนนู่น แค่คิดว่าต้องเห็นหน้านางข้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียดเต็มทน” “นางไม่ได้จะอยู่นานเป็นปีเสียหน่อย อย่างมากคงอยู่ในจวนแค่สามเดือน” “เพื่อเข่อซิงข้าจะอดทนใช้อากาศร่วมกันกับนางก็แล้วกัน!” “แสดงว่าฮูหยินตัดสินใจแล้วใช่ไหมเจ้าคะ” “แต่ท่านพี่นี่สิไม่รู้จะยินยอมรึไม่” “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกเจ้าค่ะ แต่ไหนแต่ไรมานายท่านไม่เคยใส่ใจเรื่องของนางอยู่แล้ว” “ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นข้าไปหาท่านพี่เสียหน่อย” ใต้เท้าเว่ยฉือนั่งสะสางงานอยู่เรือนใหญ่ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยดูแล้วน่าเกรงขาม เขาเป็นคนที่ได้ชื่อว่าอำมหิตที่สุดเพราะฆ่าได้แม้กระทั่งสหายรักของตัวเอง “นายท่าน ฮูหยินขอพบขอรับ” “ตอนนี้ข้ายุ่ง บอกนางให้กลับไปก่อนเถิด” “คะ...คือว่า ฮูหยินบอกว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องหารือกับท่านขอรับ” “เรื่องอะไรหรือ” “เรื่องพระราชทานสมรสเจ้าค่ะ” ฮูหยินเว่ยแทรกขึ้น ก่อ
Read More
ลูกสาวผู้ถูกทอดทิ้ง
เมื่อทุกอย่างถูกตัดสินใจเป็นอันแน่นอนแล้ว สาวใช้ที่อยู่ในเรือนจึงส่งจดหมายรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งคำพูดของใต้เท้าเว่ยฉือที่เอ่ยกับเข่อซิงกับสถานการณ์ทางฝั่งฮูหยินไปให้เจ้านายของตนรับรู้ ไม่นานนักจดหมายจากเมืองหลวงได้มาถึงบ้านสวน "คุณหนู จดหมายจากเมืองหลวงมาถึงแล้วเจ้าค่ะ" "ขอบใจเจ้ามาก เจ้าไปทำงานของเจ้าเถิด" เว่ยซูเหม่ยบอกสาวใช้ ก่อนเปิดอ่านจดหมายเพียงลำพัง ครั้นอ่านจนจบน้ำตาของนางไหลเอ่อออกมาอาบสองแก้ม แม้คิดไว้แล้วว่าท้ายที่สุดบิดาของนางต้องตัดสินใจเช่นนี้ ทว่าคำพูดในจดหมายกลับทำให้รู้สึกโศกเศร้าเสียจนกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ไม่อยู่ "ท้ายที่สุดแล้วคนที่ท่านเลือกที่จะถนุถนอมก็ไม่ใช่ข้าอีกเช่นเคย" นางขยำจดหมายนั้นทิ้ง พลันใช้มือทั้งสองข้างปาดน้ำตา ไม่มีเวลาที่ต้องมาเสียใจกับเรื่องพวกนี้อีกแล้ว ตอนนี้ควรเตรียมตัวกลับจวนถึงจะถูก แม้จะถูกทอดทิ้งสักกี่หน แต่เว่ยซูเหม่ยไม่อาจลืมความจริงได้ว่าคนที่ทอดทิ้งตัวเองเป็นบิดาแท้ ๆ ที่ในอดีตนางเคยเรียกว่าท่านพ่อด้วยความคะนึงหาและเฝ้ารอมาโดยตลอด หญิงสาวมองไปยังเรือนไม้หลังเล็กด้วยความผูกพัน แ
Read More
อย่าได้คิดมารังแกข้า
“ซูเหม่ย มาหาแม่เร็วเข้า” “ทะ...ท่านแม่” “วันนี้เป็นวันเกิดเจ้า แม่สั่งสาวใช้ให้ทำหมั่นโถวไว้ให้เจ้าด้วยกินให้หมดล่ะ” แม้ใบหน้าของนางจะยิ้มแย้ม แต่ข้างในหาได้เป็นเหมือนที่แสดงออก “ขอบคุณท่านแม่ ซูเหม่ยจะกินหมั่นโถวนี้ให้หมดอย่างแน่นอน” “ดีมากเด็กดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าหากเจ้าไม่เรียกข้าว่าแม่อีก” ท้ายประโยคหันมากระซิบพูดกับนางด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ ตอนนั้นซูเหม่ยถึงได้รู้ธาตุแท้ของผู้หญิงคนนี้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นคนเช่นไร เสียงสาวใช้ร้องโหวกเหวกโวยวายดังเข้ามาถึงด้านในทำให้เว่ยซูเหม่ยรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตั้งแต่รุ่งสาง “เกิดอะไรขึ้น” นางถามขึ้น หลังจากเปิดประตูออก “คือว่า” “ไม่ต้องพูดแล้ว” นางแทรกขึ้น สายตามองยังพื้นที่มีน้ำสกปรกนองอยู่ เมื่อพอจะรู้แล้วว่าต้นเหตุเกิดจากอะไร “คุณหนู เหตุใดท่านถึงยอมให้แม้แต่พวกสาวใช้รังแกล่ะเจ้าคะ” “ใครบอกเจ้ากันว่าข้าจะยอมถูกรังแกเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่เราเพิ่วกลับจวนมา รออีกสักหน่อยเถิดข้าจะตอบแทนพวกนางอย่างสาสมทีเดียว” “บ่าวขออภัยที่ไม่อา
Read More
ข้าจะปกป้องท่านเอง
เหลียงเฟยฮุ่ยลงโทษสาวใช้ในครัวอย่างจำยอม เดิมทีคิดว่าแม้เว่ยซูเหม่ยจะถูกคนในจวนรังแกสามีของตนคงไม่แยแสเรื่องที่เกิดขึ้นเหมือนในอดีต ทว่ากลับคิดผิดไปเสียนี่ “ท่านแม่ ท่านต้องลงโทษสาวใช้พวกนั้นให้หนักจะได้ไม่มีใครกล้าทำเรื่องเช่นนั้นกับพี่ใหญ่อีก” “ทำไมเจ้าถึงได้เอาแต่ปกป้องนางกัน เจ้าไม่เห็นหรือว่าแม่ต้องใช้ความพยายามมากเท่าใดเพื่อให้เจ้าเป็นคนสำคัญที่สุดในจวน” “นางเป็นพี่สาวของข้า หากวันนั้นไม่มีนางข้าไม่อาจมีชีวิตรอดจนถึงตอนนี้” “บุญคุณส่วนบุญคุณ เจ้าต้องแยกแยะให้ชัดเจน นางเป็นเพียงพี่สาวต่างแม่หาใช่พี่สาวร่วมอุทร” “ท่านแม่ควรบอกตัวเองมากกว่านะเจ้าคะ ข้าจะไม่ทนเห็นนางถูกรังแกอีก ถึงเป็นท่านข้าก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่” “เข่อซิง!” ฮูหยินเว่ยเรียกชื่อไล่ตามหลัง แต่นางหาได้หวนกลับไปหามารดา ที่ผ่านมานางรู้ดีว่าที่เว่ยซูเหม่ยต้องแยกตัวออกจากจวนเป็นเพราะมารดานางอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แต่ไม่อาจทำอะไรได้เพราะท่านพ่อเห็นดีเห็นงามด้วย แต่บัดนี้ได้กลับมาอยู่ด้วยกันเข่อซิงบอกกับตัวเองว่าไม่ว่าจักเกิดอันใดขึ้นขออยู่ปกป้องพี่สา
Read More
ฮูหยินในนาม
“เจ้ามองหน้าข้าทำไมหรือ” “ปะ...เปล่าเจ้าค่ะ ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือ” “ท่านโหว มัวยืนทำอะไรอยู่ที่นี่หรือ ใต้เท้าลู่มีเรื่องอยากพูดคุยกับท่าน” “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ชายหนุ่มค่อย ๆ เดินไปอีกทาง “เอ่อ ไม่ทราบว่าใต้เท้าพอจะรู้หรือไม่ว่าคุณชายเมื่อครู่นี้เป็นใคร” นางถามชายสูงวัย “แม่นางไม่รู้จักเขาหรอกรึ เขาคือคุณชายจากตระกูลสือนามว่าสืออันหลง” “สะ...สืออันหลง” หลังจากได้ยินคำตอบหัวใจของนางเต้นแรงยิ่งกว่าเมื่อครู่เสียอีก ใครเล่าจะคิดว่าตัวเองจักได้แต่งงานกับคนที่เฝ้ารอมาโดยตลอด หนึ่งเดือนผ่านไป ทั้งจวนตระกูลเว่ยตกแต่งด้วยผ้าสีแดงตั้งแต่หน้าจวนยันท้ายจวน บ่งบอกว่ามีงานมงคล “คุณหนู วันนี้เป็นวันแต่งงานของท่าน รู้สึกเช่นไรบ้างเจ้าคะ” “ไม่รู้สิ” แม้ปากเอ่ยเช่นนั้น แต่รอยยิ้มกลับสวนทางกับคำพูด “ดูก็รู้ว่าท่านมีความสุข” หวนปี้บอกอย่างรู้ทัน เพราะเมื่อคืนนางแอบเห็นนายหญิงของตัวเองเอาแต่นั่งจ้องผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นตั้งค่อนคืน “ท่านพี่” “เข่อซิง เจ้ามาทำอะไรที่
Read More
ต่างคนต่างอยู่
“บอกให้นางกลับเรือนไป ตอนนี้ข้าไม่อยากพบผู้ใด” เว่ยซู่เหม่ยได้ยินชัดแจ้งทุกคำ แต่ก็อดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้จึงได้นำน้ำแกงฝากไว้กับสาวใช้ก่อนที่ตนจะกลับเรือน นับแต่นั้นเขาพยายามหลบหน้านางทุกทาง แม้เว่ยซูเหม่ยคอยไปเยี่ยมเยียนทุกวันแต่กลับไม่เคยได้พบสักครา จนบางทีนึกสงสัยว่าบุรุษที่ตนแต่งงานด้วยเกลียดชังอะไรนางนัก เขาเคยเห็นหน้าสตรีที่ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของตัวเองสักครั้งแล้วหรือยัง พบกันคราวก่อนนางเป็นเพียงคนแปลกหน้าเท่านั้น “คิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” “สามีข้าช่างแปลกคนนัก นี่ข้าทำอะไรผิดไปหรือ” “ท่านไม่ได้ทำอันใดผิดหรอกเจ้าค่ะ เพียงแต่ท่านโหวของเราแต่ไหนแต่ไรมามิเคยสนใจหญิงใดมาก่อน” ป้าจ้าวตอบแทนหวนปี้ นางถือว่าเป็นบ่าวรับใช้อวุโสที่สุดเพราะแต่ก่อนเคยเป็นสาวใช้คู่กายมารดาท่านโหว “ท่านมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อใด” “บ่าวมาตั้วแต่ได้ยินท่านถามสาวใช้นั่นแหละเจ้าคะ” “ที่ว่าท่านโหวไม่เคยสนใจสตรีเป็นเรื่องจริงรึ” “จริงเจ้าค่ะ แต่ท่านเป็นคนแรกที่ท่านโหวคอยหลีกเลี่ยงไม่อยากพบหน้า เรื่องนี้บ่าวก็เข้าใจท่
Read More
ทิ้งห่าง
“เหตุใดถึง” ก่อนที่สืออันหลงจะพูดจบได้เหลือบลงมองพื้นถึงได้รู้สาเหตุ “หย่งเจิ้ง ที่รองเหยียบหายไปไหน” “สงสัยคนรถลืมหยิบมาขอรับ ฮูหยินหากท่านไม่รังเกียจเชิญเหยียบหลังข้าได้เลยขอรับ” ไม่ว่าเปล่า เขาก้มตัวงอหลังเพื่อให้นางเหยีบหลังตัวเองขึ้นรถม้า “หลบไป! แผลเจ้ายังไม่หายดี ข้าจะอุ้มนางเอง” พูดจบ ก็คว้าร่างบางขึ้นอุ้มก่อนจะวางลงเมื่อเท้านางแตะบนรถม้าแล้ว นางแอบยิ้มยามที่เขาโอบกอดนางไว้ไม่แน่เขาอาจไม่ได้เกลียดชังนางดังที่ปากพูดก็เป็นได้ หญิงสาวคิดเข้าข้างตัวเอง “ท่านโหว ฮูหยิน มาแล้วหรือ” “ยินดีกับคุณชายรองด้วยนะขอรับ” “เจ้าก็เช่นกันเพิ่งแต่งฮูหยินได้ไม่นานพอได้เห็นท่านทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาทำให้รู้สึกปลาบปลื้มแทนบิดาของเจ้ายิ่งนัก เสียดายที่เขาด่วนจากไปเร็ว” “อะ...แฮ่ม ท่านพี่” ก่อนที่ใต้เท้าเจิ้งจะได้พูดอันใดมากไปกว่านี้ ฮูหยินเจิ้งได้ร้องขัดเสียก่อน เพราะทุกคนในเมืองหลวงรู้ดีว่าภรรยาของเขาผู้นี้มาจากตระกูลใด “เชิญท่านโหวกับฮูหยินเข้าไปข้างในก่อนเถิด” หลังจากเข้ามาในจวนชายหนุ่ม
Read More
ผิดที่เกิดเป็นคนตระกูลเว่ย
นับแต่นั้นนางหมั่นเพียรเย็บปักถุงเท้าให้สามีด้วยความประณีต ครั้นเย็บเสร็จก็ถึงคราปักลวดลายลงไปจนทุกอย่างเสร็จสิ้นจึงได้ฝากให้หย่งเจิ้งนำไปมอบให้เขา “เจ้าไปที่ใดมารึ” “ฮูหยินฝากให้บ่าวนำถุงเท้าคู่นี้มามอบให้ท่านโหว” ชายหนุ่มเปรยตามองถุงเท้าคู่นั้นครู่เดียว แม้มันจะประณีตและงดงามแค่ไหนเขาก็ไม่ได้สนใจ “เอาไปทิ้งเสีย” “ฮูหยินปักเย็บเองกับมือเลยนะขอรับ” “แล้วอย่างไร ที่นางทำเรื่องพวกนี้ก็เพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากข้า” “ท่านโหวเข้าใจผิดแล้ว” “ข้าน่ะหรือเข้าใจผิด สตรีแซ่เว่ยผู้นั้นคงคิดหาผลประโยชน์จากข้าสิไม่ว่า” “หากนางคิดเช่นนั้นจริง ป่านนี้คงเข้าหาท่านทุกครั้งที่มีโอกาสแล้วล่ะขอรับ” “ก็จริงของเจ้า งานเลี้ยงคราวก่อนข้าต้องอุ้มนางขึ้นรถม้าเจ้าว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร หากนางไม่ได้เป็นคนสั่งให้คนขับรถม้าทำเช่นนั้น” “ท่านโหว ท่านมองนางในแง่ร้ายเกินไปรึไม่ถึงอย่างไรนางก็เป็นฮูหยินของท่านแล้วนะขอรับ” “นางไม่ใช่ฮูหยินของข้า ข้าจะคอยดูว่าคนอย่างนางจะทนอยู่ที่นี่ได้นานเท่าใด”
Read More
ปราบกบฎ
“ข้าได้ยินมาว่าท่านแต่งฮูหยินเข้าจวนแล้ว หากข้ากลับไปด้วยจะไม่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจหรอกหรือ ข้ากลัวว่า” “ข้าแต่งงานก็จริง แต่ข้ากับนางมิได้ใช้ชีวิตร่วมกันเฉกเช่นคู่สามีภรรยา อีกอย่างหากนางคิดอยากเป็นฮูหยินของข้าจะต้องรู้จักใจกว้างและเชื่อฟังข้า” “ฟังจากที่ท่านพูดถึงนาง ทำไมข้ารู้สึกว่าท่านไม่ค่อยชอบพอฮูหยินล่ะเจ้าคะ” “เจ้าพูดถูก ข้าไม่พึงใจนางไม่เคยพึงใจแม้สักนิด” สุดท้ายแล้วเหลียวลี่อินได้ติดตามท่านโหวหนุ่มกลับเมืองหลวงด้วยกัน ข่าวดีที่สืออันหลงเอาชนะพวกกบฏลือเลื่องไปทั่วทั้งแคว้น พร้อมกับเว่ยซูเหม่ยคลายความกังวลใจยามทราบข่าว “พ่อบ้านกู้ ท่านทราบรึไม่ว่าท่านโหวจะกลับถึงเมืองหลวงเมื่อใด” “หากนับตั้งแต่ม้าเร็วเดินทางมาถึง ข้าคิดว่าอีกสามวันขอรับ” “เช่นนั้นรึ” “ฮูหยิน ถามทำไมหรือ” “ข้าจะได้เตรียมตัวต้อนรับท่านโหวกลับมาอย่างไรเล่า” สามวันผ่านไปเร็วราวกับสายลม หญิงสาวพร้อมสาวใช้คนสนิทมายืนรอท่านโหวหนุ่มตั้งแต่ยามสาย กระทั่งเห็นรถม้าจอดเทียบหน้าประตูจวนจึงได้เดินตรงดิ่ง
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status