All Chapters of ชายาเอกจวิ้นอ๋องมีได้เพียงหนึ่งและข้าไม่อยากได้: Chapter 11 - Chapter 20

31 Chapters

บทที่ 10 พยานเท็จ

มือของหลินเหยาผลักเว่ยเหยาไปชนเสาของศาลากลางสระบัว ทำให้เว่ยเหยาศีรษะโขกกับเสาจนสลบไป แต่แทนที่ไท่จื่อเฟยจะร้องเรียกให้คนมาดูลูกสะใภ้ กลับยืนดูนางแน่นิ่ง เช่นนั้นกว่า 1 เค่อสาวใช้ที่เห็นเหตุการณ์จึงไปทูลจวิ้นอ๋องแล้วก็เร่งมาที่บริเวณทั้งสามอยู่ทันที“เว่ยเหยา เว่ยเหยา” จวิ้นอ๋องเรียกมาแต่ไกล ๆ นั้นทำให้ไท่จื่อเฟยให้หลินเหยาขยับเข้าไปดูว่านางเป็นอย่างไรบ้าง“ช่วยด้วย...พี่สาวข้าเป็นลม ช่วยด้วย” หลินเหยาแสร้งตื่นตระหนก ภายในใจอยากให้นางสลบไปจนตายเลยยิ่งดี ไม่ต้องฟื้นขึ้นมาจวิ้นอ๋องโกรธหน้าดำหน้าแดง เขาไม่ควรไว้ใจให้ทั้งสามคนอยู่ลำพังสักนิด ไม่คิดว่าเสด็จแม่จะเป็นคนจะร้ายกาจเพียงนี้ ร่างใหญ่เดินเร็วราวกับพายุมาหยุดที่กลางศาลาสระบัว เห็นหลินเหยาจับตัวของภรรยาอยู่ก็ผลักนางออกไป“เจ้าไปให้พ้น”“จวิ้นอ๋อง เจ้าเสียมารยาทไปแล้วนะ หลินเหยากำลังช่วยเมียเจ้าแท้ ๆ เจ้ากลับทำร้ายนาง”“นางเป็นลมได้อย่างไร เสด็จแม่น่าจะรู้ดี” เรื่องอื่นค่อยสืบความ ยามนี้เขาต้องพานางไปหาหมอก่อน คราวก่อนก็เป็นเขาที่ทำร้ายนาง วันนี้เขาก็ยังโง่ให้คนอื่นมาทำร้ายถึงในจวนอีกงั้นหรือเขามันบุรุษไม่เอาไหน!หมอหลวงถูกตามตัว
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 11 ลองดูว่าจูบข้าเป็นอย่างไร

อื้อ...จวิ้นอ๋อง...!เสียงของนางกลืนหายเข้าไปในลำคอ คนที่ไม่เคยโดนบุรุษใดรุกเข้ามากระทั่งสามีก็ไม่เคยอุ่นเตียงสักครั้งรู้สึกวาบหวามแล่นเข้าไปในอก ร่างเล็กถูกรวบเอวขึ้นแล้วดันร่างของนางไปชิดกับเตียงนอนด้านหลัง ก่อนที่ริมฝีปากเรียวนุ่มจะถูกรุกล้ำแรงขึ้นแล้วจูบที่ดุดันหนักหน่วงจนนางลืมสิ้นทุกอย่างกระทั่งลมหายใจตัวเอง เขาทาบทับนางมาทั้งตัวโดยเฉพาะช่วงเอวที่โดนเบียดเข้ากับกายแกร่งแนบสนิท“อื้อ...” เสียงของเว่ยเหยาประท้วงในลำคอเพราะนางหายใจไม่ออก ดวงตาของนางยังพร่าเลือนไม่ได้มองชัดเจน แต่ก็เห็นความปรารถนาบนใบหน้าเขาแจ่มชัดในความรู้สึก บุรุษหนุ่มที่ไม่นึกอยากจูบใครจนเมื่อได้จูบที่ขมับ จนลามไปที่ปากหอบหายใจ แม้ไม่อยากปล่อยนางให้เป็นอิสระ แต่เขาจะรังแกนางขณะที่ยังป่วยอยู่เช่นนั้นได้อย่างไรกัน เมื่อความรู้สึกผิดแล่นเข้าในอก เขาจึงค่อย ๆ ปลดปล่อยนางอย่างอ้อยอิ่ง แต่กระนั้นริมฝีปากของนางยังคงถูกบดจูบอย่างดุดันเร่าร้อน กลิ่นหอมของดอกโม่ลี่ฮวาบนกายนางทำให้เขารู้สึกอยากสูดดมให้ลึกเต็มปอดอีกนิดเขารู้สึกโหยหาริมฝีปากหวานที่เพิ่งได้ชิมไปเมื่อครู่ จึงสอดลิ้นแกร่งเข้าสำรวจโพรงปากอีกรอบเป็นการทิ้งท้ายอย่
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 12 ไปอารามหย่งเล่อ

รุ่งเช้าถัดมาจวิ้นอ๋องที่นอนร่วมเตียงกับนางเป็นครั้งที่สอง และเป็นสองคืนติดที่ความสัมพันธ์ค่อย ๆ คืบคลานใกล้ชิดมาเรื่อย ๆ จนคนที่ตื่นก่อนอีกร่างที่กอดนางไว้แน่นเริ่มหนักใจ เมื่อคืนวานเขาตื่นก่อนแล้วก็ลุกจากไป นางยังพอหลบหน้าเขาได้ แต่วันนี้เขาไม่ยอมจากไป ทั้งยังนอนอ้อยอิ่งรอนางตื่น ซึ่งเป็นวันที่นางไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาเลยสักนิดเดียวเพราะเขาเพิ่งมอบจูบแรกให้กับนางไป จนสุดท้ายทนรอต่อไปไม่ไหวนางต้องการทำธุระส่วนตัว จึงต้องเป็นฝ่ายปลุกเขาขึ้นก่อน “จวิ้นอ๋องเพคะ” เสียงเครือแหบปลุกคนที่ไม่อยากตื่น ทั้งกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แน่นกว่าเดิมร้องงึมงำในลำคอ แต่ไม่ยอมลืมตามองนาง อื้อ...! “ตื่นเถิดเพคะ...ข้าอยากทำธุระส่วนตัว” นางบอกความประสงค์ที่ต้องปลุกเขา แต่ว่าคนขี้เซาไม่ยอมตื่นไม่พอยังดื้อดึงอีกต่างหาก “ให้ข้าช่วยเจ้าหรือไม่” เขากระซิบแหบในลำคอ ทำเอานางใบหน้าแดงก่ำลามไปยันใบหู ความใกล้ชิดชายหญิงเช่นนี้นางยังไม่ชิน และไม่รู้ว่าต้องทำตัวเช่นไรดี หรือพูดให้ถูกคือไม่เคยเป็นที่รักของใคร กระทั่งคนในครอบครัว นางก็ไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไ
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 13 สัญญาณเตือนอาเพศ

เว่ยเหยาใช้เวลาอยู่ในอารามครึ่งวัน นางต้องการสงบใจให้มากที่สุด ตอนนี้ต้องใช้สติในการดำเนินชีวิต จะเร่งร้อนจัดการอันใดไม่ได้ หากพลาดแม้แต่นิดเดียวนั้นหมายถึงชีวิตของนางจบสิ้นเช่นเดียวกัน สิ่งที่พระอาจารย์ผู้เฒ่าเตือนนั้นก็หนีไม่พ้นตำแหน่งพระชายาบ้าบอนี่ที่นางไม่ได้อยากได้เลยสักนิด เห้อ...! เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว นางจึงกลับออกมาด้านนอก มองไปรอบ ๆ ที่เห็นภาพได้พร่าแต่ก็ชัดกว่าเมื่อวานนัก ภาพในความทรงจำของนาง คือลานกว้างตรงนี้มองเห็นทิวทัศน์ได้รอบเมืองหลวงนับว่าเคยเป็นที่ที่ทำให้นางสงบใจนัก แต่ยามนี้นางกลับมองได้ไม่แจ่มแจ้งเท่าเดิม ได้แต่ถอนใจคิดว่าเป็นชะตาของนางก็แล้วกัน เว่ยเหยาเดินมายังลานสวนไผ่ด้านหลังมีม้านั่งหินสีเทาเข้มใต้ต้นหลิว มองกิ่งหลิวระย้าโบกไหวไปมาตามสายลมอ่อนพัดมาเป็นระยะทำให้รู้สึกสบายใจ หากแต่เป็นเมื่อก่อนนางคงชอบยิ่งนักความสงบเช่นนี้ แต่กลับจวนไปคราวนี้ จวิ้นอ๋องรบกวนความสงบในใจนางเหลือเกิน ตอนแรกยอมรับว่าโกรธเขานัก ที่เขาไม่รับรักนางทั้งยังทรมานให้ตาบอด แต่เมื่อรับรู้ว่าสตรีในดวงใจของเขาก็คือนางเมื่อตอนเด็ก นางกลับสับสน ไม่รู้ว่าจ
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 14 แต่งตั้งผู้สำเร็จราชการ

ไฉ่กั๋วกงควบม้าทั้งวันทั้งคืน เร่งให้กลับเมืองหลวงโดยเร็ว เขาไปจัดการภารกิจที่ต้องสืบด้วยตัวเองพบว่าตนนั้นโดนหลอกให้ออกไปนอกเมือง เมื่อสายส่งข่าวมาว่าเกิดเรื่องกับฝ่าบาทก็เร่งเดินทางโดยเร็ว วันต่อมาท้องฟ้ายังปกคลุมด้วยเมฆดำ แต่ฝนนั้นหยุดตกแล้ว ทั้งมีประกาศอาการประชวรของฝ่าบาทแบบกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างตื่นตระหนกและมีข่าวลือเตรียมผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน และข่าวลือพวกนั้นถูกสร้างโดยคนที่ต้องการขึ้นมามีอำนาจนั่นเอง ไท่จื่อและจวิ้นอ๋องเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่เช้าตรู่ ทั้งฟังคำวินิจฉัยอาการประชวรของฝ่าบาทพร้อมกับเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ทั้งหมด รวมถึงใต้เท้าซ่งอันด้วย “ทูลไท่จื่อ ฝ่าบาทอาการทรงตัวยิ่ง ไม่มีทีท่าจะดีขึ้นเลยพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงใหญ่ถวายรายงานด้วยความหนักใจ เขามั่นใจว่าตรวจอาการของฝ่าบาทใกล้ชิด แต่คราวนี้เป็นเรื่องที่เกินคาดฝัน ทั้งในวังลือเรื่องรูปปั้นมังกรบนหลังคาตำหนักคุณหนิงโดนฟ้าผ่าลงมา ทำให้คิดไปเรื่องดีไม่ได้ “ท่านหมอหลวง รักษาเสด็จพ่อให้เต็มที่ หากมียาสมุนไพรตัวใดที่ยังขาดอยู่ โปรดบอกข้า จะได้เร่งให้ไปหา” ไท่จื่อแสดงท่าทีร้อนใจยิ่งนัก ต่ออากา
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 15 ภรรยาข้าคือเว่ยเหยาผู้เดียว

‘สามวันสำเร็จราชการ เจ็ดวันแต่งตั้งตัวเองขึ้นยึดบัลลังก์สินะ’ อ๋องเก้าลู่จื่อนั่งกินสาลี่มองความเป็นไปอยู่บนหลังคาตำหนักกลาง เพราะไท่จื่อยึดที่นี่เป็นที่ทำการไม่พอยังวางแผนกันโจ่งครึ่ม ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดินเลยสักนิดเดียว นี่หรือไท่จื่อที่เสด็จพ่อไว้ใจให้ครองบัลลังก์มังกร นี่หรือลูกรักที่เสด็จพ่อเลี้ยงดูมาอย่างดี หากพูดให้ถูก ควรจะเป็นเขาต่างหากที่คิดทำเรื่องเช่นนี้อยู่ หาใช่เจี่ยหมิงไม่! เมื่อเฝ้าดูจนเบื่อหน่ายแล้ว เขาก็เข้าไปที่ตำหนักคุณหนิง เพื่อเข้าไปดูอาการเสด็จพ่อเสียหน่อย ลู่จื่อเร้นกายเข้าไปทางด้านหลัง เขาจำได้ว่ามีประตูเชื่อมไปด้านนอกหากเกิดการก่อกบฏ เห็นทีว่าเขาซุกซนเมื่อตอนเป็นเด็กจะมีประโยชน์ก็คราวนี้ อีกเพียงสามราตรี ก็จะถึงวันที่เจียหมิงมันขึ้นสู่บัลลังก์แล้ว โดยการยึดอำนาจของพ่อตัวเอง น่าขำสิ้นดี! เขาสำรวจทางหนีทีไล่แล้ว พบว่าเขาต้องเตรียมตัวอีกหลายอย่าง เพื่อจะนำเสด็จพ่อออกไปรักษาด้านนอก ไม่เช่นนั้นปล่อยไว้มันจะปลิดชีพเอาได้ง่าย ๆ เพื่อสร้างความชอบธรรมในตัวเอง “เสด็จพ่อ รีบตื่นมานะพ่ะย่ะค่ะ ข้าแบกท
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 16 โกลาหลยิ่งนัก

รถม้าของพระชายาเอกจวิ้นอ๋องแล่นไปตามถนนออกนอกเมืองมุ่งหน้าสู่อารามหย่งเล่อ นางเก็บภาพนี้ไว้ในใจแล้วก็ปิดม่านลง จากนี้ไปนางจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันระหว่างจวิ้นอ๋องและพระชายา “นายหญิงจะไปจริง ๆ หรือเจ้าคะ” “อื้ม...ต้องไป ไท่จื่อเฟยร้ายกาจเกินไป ข้าไม่มีอะไรจะไปต่อกรด้วย” ตลอดชีวิตต้องอยู่ใต้คนไม่รู้จักกี่คนต่อกี่คน น้องสาวที่เอาเปรียบ พ่อที่ไม่ไยดี แม่เลี้ยงที่รังแก ตอนนี้เพิ่มแม่สามีมาอีกหนึ่งคน ต่อไปไม่รู้ว่าต้องตายหรือไม่ว่าจะจบสิ้นวงเวียนนี้ เช่นนั้นเลือกออกมาดีกว่า “แต่ว่า...” เป่ยเป่ยรู้สึกได้ว่าจวิ้นอ๋องนั้นเริ่มมีใจให้กับนายของตนแล้ว หากแต่มีเรื่องของแม่สามีอีก กรรมแท้ ๆ นางไม่ห่วงตัวเองจะลำบาก แต่ห่วงว่านายหญิงต่างหากที่จะลำบาก รถม้าต้องผ่านช่วงเนินเขาเล็ก ๆ เพราะวันนี้มีการปิดถนนอีกเส้นทางหนึ่ง ทำให้รถม้าโยกเยกไปมา จนเว่ยเหยาต้องจับรถม้าไว้แน่น “เป่ยเป่ย...เส้นทางนี้ย่ำแย่นัก เจ้าระวังให้ดี” แม้ว่าตัวเองจะต้องจับรถม้าอย่างไม่มั่นคงแล้ว ยังเป็นห่วงสาวใช้อีกด้วย นางไม่รู้ว่าคิดผิดหรือคิดถูกกันแน่ที่พาเป่ยเป่ยมาล
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 17 แสงสว่างแห่งความหวัง

จวิ้นอ๋องนั่งอยู่ในคุกใต้ดินของตำหนักบูรพา ที่ไม่รู้ว่าเสด็จพ่อสร้างไว้ตั้งแต่เมื่อใด ในใจของเขากังวลเพียงเว่ยเหยาจะปลอดภัยหรือไม่เท่านั้น จากที่ภาวนาให้เสด็จพ่อกลับใจ กลับยิ่งเป็นแรงกระตุ้นให้ทำการอุกอาจขึ้น กระทั่งเสด็จแม่ก็ยังถูกขังด้วยเช่นกัน ตอนนี้เขารับรู้ได้แล้วว่า เสด็จแม่เองก็มีแผนของตัวเองอยู่ในใจเช่นเดียวกัน หาไม่คงไม่โดนเสด็จพ่อจับมาคุมขังไว้เช่นนี้ “เจ้าว่าพ่อเจ้าจะก่อกบฏสำเร็จหรือไม่” ซูหนิงถามบุตรชายอยู่คุกฝั่งตรงข้าม พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยม ภายในใจมีหมื่นแสนล้านคำอยากจะเอ่ย แต่พูดไม่ได้ “เสด็จแม่รู้ว่าเสด็จพ่อจะกบฏหรือพ่ะย่ะค่ะ?” จวิ้นอ๋องถามเหมือนตัวเองไม่รู้สิ่งใดเลย หรือเสด็จแม่ก็ร่วมคิดวางแผนด้วยเช่นเดียวกัน เขาสับสนและถามออกไปด้วยความโง่เขลา “หึ...เจ้าคิดว่าแม่โง่รึ ต่อให้พ่อเจ้าไม่บอกก็มีคนอื่นบอกข้าอยู่ดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติดของเสด็จแม่ ทำเอาจวิ้นอ๋องหน้าซีด การก่อกบฏครั้งนี้จะมีกี่คนเขาไม่สนใจ เขาสนใจเพียงภรรยาจะปลอดภัยหรือไม่เท่านั้นใครอยากแย่งชิงก็เชิญ ‘เขาอยู่ท่ามกลางคนที่คิดทรยศต่อบั
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 18 บัลลังก์แค่ชั่วคราว

เจี่ยหมิงนอกจากจะหาเสด็จพ่อของตัวเองไม่พบแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่ได้รู้คือลูกชายก็หายไปเช่นเดียวกัน เขาจึงเอาไท่จื่อเฟยมาสอบสวน เพราะว่าคุมขังอยู่ที่เดียวกัน เหตุใดนางจึงไม่หายไปด้วย“เจ้าบอกมานะว่า ลูกชายเจ้าหายไปไหน” เขาตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมให้เจ้าลูกชายยอมรับการกบฏครั้งนี้ เพื่อแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท แต่ทว่ากลับไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ เจ้าลูกตัวดีกลับหายไปเสียก่อน“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร คงจะไปตามหาเมียที่ในป่ากระมัง เจ้านั่นจะเห็นอันใดดีกว่าสตรีเล่า กระทั่งแม่ยังไม่สนใจ” ซูหนิงเชื่อเลย ตอนแรกเขาคิดว่าลูกชายจะไปหาเขาในวัง แต่ไม่เลยเขาหายไปคงเพราะอยากไปช่วยนางกระมัง แต่เสียใจด้วย ป่านนี้ไปปรโลกแล้ว มีเพียงเส้นทางแห่งความตายเท่านั้นที่จะช่วยให้ทั้งคู่พบเจอกัน“เจ้าก่อเรื่องอีกแล้วใช่หรือไม่?!!!” เขารู้ว่าซูหนิงจงเกลียดจงชังนาง เพราะเป็นลูกที่เกิดจากเกาหยาง และแย่งความรักจากแม่ทัพซ่งอันไป แต่ตอนหลังเขาก็รู้มาว่านางส่งญาติห่าง ๆ ไปยั่วยวนแม่ทัพซ่งอันจนทำให้นางตรอมใจตายไปแล้ว ความแค้นรุ่นแม่ยังไม่ยอมจบ ซูหนิงช่างอำมหิตนัก กระทั่งสตรีที่ไม่รู้เรื่องใด ยังฆ่าได้ลงคอ ต่อไปเห็นทีว่าวังหลังของเขาค
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more

บทที่ 19 บัลลังก์มันร้อน

“เจ้าลู่จื่อ เจ้ายังไม่ได้รับพระราชโองการให้กลับ เจ้าเข้าเมืองหลวงได้เช่นไรกัน...เจ้า!” เจี่ยหมิงชี้หน้าด่ากราด หากเจ้านั่นยอมรับการกบฏครั้งนี้ เท่ากับว่าเขาต้องเสียบัลลังก์มังกรให้กับให้คนทรยศเช่งซ่งอันไปแบบหน้าตาเฉย เลยอย่างนั้นหรือข้าไม่ยอม!“อ่าวท่านพี่ ท่านมายืนทำอันใดอยู่ตรงนั้นเล่า มิขึ้นไปรีบคุกเข่าให้กับว่าที่ฮ่องเต้องค์ใหม่ ทำเช่นนี้ท่านอยากมีหัวอยู่บนบ่าหรือไม่” ลูจื่อแสร้งทำเสียงให้ขึงขัง อยากดูงิ้ว​ฉากนี้ให้สมบูรณ์อีกหน่อย“เจ้า!”“เชิญท่านนั่งบัลลังก์เถิด ข้าเพียงแต่มายินดีด้วยเท่านั้น” ลู่จื่อแสร้งเป็นยกมือให้พิธีดำเนินต่อไป อย่าได้สนใจเขาที่เข้ามาขัดจังหวะซ่งอันยังไม่ไว้ใจ แต่ท่าทางของลู่จื่อบ่งบอกแล้วว่าไม่ได้ขัดข้องอันใด ต่อให้มีทหารในมือหลายแสน แต่ทว่าจะเคลื่อนพลยามนี้ก็ยากเย็นนัก แค่ทหารพิทักษ์ชายแดนในมือของเขาก็ไม่มีใครกล้าแล้ว“นับว่าท่านเป็นคนฉลาด” ซ่งอันกระหยิ่มใจ เขาจับมือกับซูหนิงนั่งบัลลังก์ แต่ขณะที่กำลังจะหย่อนก้นลงนั้นมี เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างไม่ได้คาดหมายไว้แต่ต้น“จะเปลี่ยนผลัดแผ่นดินได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่ได้รับพระราชลัญจกร!” สุ้มเสียงอันทรงพลังดัง
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more
PREV
1234
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status