Semua Bab ท่านอ๋องเป็นของข้า: Bab 41 - Bab 50

94 Bab

บทที่ 41 ว่าที่ราชบุตรเขย

พระชายาจินเห็นใบหน้าของกุนซือเซียงที่ปานกระด่างกระดำเริ่มเลือนหายไปเกือบหมดก็ยิ้มแย้ม ‘ที่แท้เจ้าก็เป็นบุรุษรูปงามยิ่งผู้หนึ่ง มิน่า! จึงต้องปกปิดตนเองในยามที่ไม่ต้องการลูกสาวข้า’ “เปิ่นกงได้ยินว่า เจ้าเสนอให้กองทัพเราจัดตั้งหน่วยข่าวลับ โดยมีพี่ชายเจ้าคอยช่วยฝึกหัดทหาร ช่างน่ายินดีนัก” “หม่อมฉันคิดว่า การข่าวในกองทัพแคว้นจินยังทำไม่รัดกุมเพียงพอ หากมีหน่วยงานนี้ น่าจะช่วยได้อีกมาก” “เฟิ่งเอ๋อร์เล่าเรื่องที่นางกับเจ้าไปเจอค่ายลับในป่าแล้ว เรื่องนี้เปิ่นกงกับ จินอ๋องจะจัดการเอง แต่เรื่องด่วนที่ต้องทำเร่งด่วนคือเผ่าวิหคฟ้า ที่ยามนี้กำลังเหิมเกริมลอบเข้ามาปล้นชาวบ้านแถบชายแดนเป็นประจำ เปิ่นกงปรึกษากับแม่ทัพจินแล้ว เขาคงจะพาพวกเจ้าไปจัดการเร็วๆ นี้” “พะย่ะค่ะ น้อมรับพระบัญชา” จวิ้นอ๋องพิจารณาพระชายาหงเหม่ยจิงแล้วรู้สึกถึงความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญสายตาของพระนางยามมองดูเขาชวนให้หนาวๆ ร้อนๆ การเรียกมาเข้าเฝ้าคงจะมีเหตุผลอื่นซ่อนเร้น เพราะหากเป็นการทหารไม่จำเป็นจะต้องเรียกเขา “เปิ่นกงเคยได้ยินว่าเจ้าเป็นกุนซือหน้าด่าง แต่บัดนี้
Baca selengkapnya

บทที่ 42 เบื้องหลังของจินอ๋อง

จินอ๋องมองตามหลังร่างสูงโปร่งที่เดินเคียงคู่ไปกับองค์หญิง “เจ้าคิดว่า เขาจะทำสำเร็จหรือไม่ ” “หม่อมฉันก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อเขากล้ามาลวงเรา เราก็ต้องลวงเขาคืนกลับบ้าง เช่นนี้ก็เหมาะสมดีมิใช่หรือเพคะ ” จินอ๋องหัวเราะร่วน โอบไหล่พระชายาด้วยความรักใคร่เกรงใจ “เจ้ายังเหมือนเดิม มิยอมให้ใครมาตบตาได้” “ช่วงนี้จินอ๋องคงมิได้ทำอะไรลับหลังหม่อมฉันกระมัง ” นางตวัดสายตา เงยหน้าเล็กน้อยมองพระสวามีในช่วงวัยหนุ่มของเขามีคดีดอกท้อมากมายเหลือเกิน ยามนั้นเพราะนางเป็นจอมยุทธ์หญิงผู้ซื่อตรง จึงได้ถูกท่านชายรูปงามเช่นเขาล่อหลอกให้หลงใหล กว่าจะรู้ว่าเขาเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง ชอบหว่านเสน่ห์ และเจ้าเล่ห์อย่างร้ายกาจ นางก็มอบหัวใจให้เขาไปหมดสิ้นแล้ว “มิได้ๆ กล้าหรือจะกล้า ในเมื่อพระชายาราวกับมีตารอบตัวเยี่ยงนี้ หากทำผิดต่อเจ้า เกรงจะรักษาชีวิตน้อยๆ นี้ไว้ไม่ได้”ท่วงท่าอันสง่างามสูงส่งต่อหน้าเซียงเฉินกงเมื่อครู่ กลายเป็นหนูกลัวแมวไปในทันที ทุกครั้งที่เขาแอบส่งสายตาหรือพูดคุยกับหญิงใดแม้จะเล็กน้อยหากนางจับได้เป็นต้องคอยวิ่งหลบคมหอกคมดาบอย่างหวาดเสียว บรรดาท่านห
Baca selengkapnya

บทที่ 43 เปิดศึกเผ่าวิหคฟ้า

กำลังของเผ่าวิหคฟ้า แม้จะไม่เท่าครึ่งของกองทัพพญาอินทรี ทว่าพวกเขาล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญการทำศึกบนภูเขา กลยุทธ์ซุ่มซ่อน และโจมตีในป่าล้วนแต่ได้ทำอย่างน่าทึ่งเชิงรบของคนเผ่านี้มิใช่เรื่องที่จะเอาจำนวนเข้ามาสู้ เพราะชัยภูมิเขาซงซานฝั่งตะวันออกที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้น นับเป็นป่าที่บางส่วนมีหิมะปกคลุมตลอดปี ชนเผ่านี้ทนหนาวเป็นเยี่ยม เชิงรบคล้ายกับพรานที่ล่าสัตว์ แกะรอยเก่งฉกาจฉกรรจ์นัก“ข้าเคยรบกับเผ่านี้อยู่ครั้ง ในยามพวกเขาอยู่ในป่านั้น โผไปตามกิ่งไม้คล้ายกระรอกโผบิน ทั้งยังมีอาวุธลับเป็นลูกดอกอาบยาพิษซึ่งจะทำให้แขนขาชา จากนั้นพิษก็จะแล่นเข้าสู่หัวใจช้าๆ ตายภายในหนึ่งชั่วยาม”แม่ทัพจินทำหน้านิ่วเมื่อพูดถึงการรบครั้งนั้น เคราะห์ดีที่พวกเขาไม่ชำนาญการรบในพื้นราบ เมื่อหงเหม่ยจิงพี่สาวเขาล่อหลอกเหล่าขุนพลของเผ่าวิหคฟ้าออกมาจากป่าสู่ลานกว้างได้ จึงได้ท้าประลองกันตัวต่อตัว“พี่สาวข้า ควงทวนฟันเข้าที่บ่าของหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าผู้นั้นจนบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจึงได้ยอมสงบศึก”จวิ้นอ๋องนึกเลื่อมใสในพระชายาหง นางช่างเป็นวีรสตรีที่องอาจยิ่ง“ท่านพ่อของข้าเล่า ยามท่านแม่ออกรบ ท่านพ่ออยู่ที่ใด ”“ศึ
Baca selengkapnya

บทที่ 44 แม่ทัพหญิงผู้เกรียงไกร

องค์หญิงจินเฟิ่งแต่งกายด้วยชุดเกราะควบอาชาสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่เคียงคู่กับแม่ทัพจินหลี่หมิง นางควงทวนที่ท่านแม่มอบให้ “นี่คือ อาวุธที่เคยฟันอดีตหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าปางตายมาแล้ว ท่านตาได้ทำพิธีเรียกวิญญาณแห่งศาสตราวุธให้กับมัน ทวนนี้จึงทรงพลานุภาพยิ่ง สมชื่อทวนฟาดฟ้า” ที่ต้นขาด้านซ้ายของนางมีมีดสั้นและด้านขวามีหน้าไม้สามสายขนาดเล็กที่กุนซือเซียงออกแบบให้นางใหม่โดยถอดแบบจากอาวุธเดิมของจอมยุทธ์ลู่ “ท่านจะได้พกง่ายและใช้สะดวก ข้ายังตีกระบี่รัดเอวให้ท่านอีกอันด้วย” หนุ่มรูปงามผู้นั้นสอดกระบี่ไปตามสายรัดเอวหนังเพื่อป้องกันมิให้กระบี่โดยเนื้อตัวของนาง เมื่อยามจะใช้เปิดด้านข้างดึงออกมาได้โดยง่าย “ข้าเคยมีกระบี่แบบนี้ด้ามหนึ่ง ให้พี่วั่งซูเก็บรักษาเอาไว้ จึงคิดตีไว้ให้ท่านพกติดตัว” นางพอใจในอาวุธทั้งสองจนต้องแอบโอบคอจุมพิตตอบแทนเขา แต่เขากลับจูบตอบกลับจนนางเผลอไผลไปเนิ่นนาน “แล้วเจ้าเล่า เฉินกง เจ้าพกอะไรป้องกันตนเองบ้าง ” เขาอมยิ้ม จูบแก้มของนางแล้วบอกให้นางสบายใจว่า เขามีอาวุธลับในตัวมากมาย และจะคอยถือหน้าไม้สามสายอันเดิมอยู่ข้างหลั
Baca selengkapnya

บทที่ 45 แม่ทัพหญิงผู้เกรียงไกร (2)

องค์หญิงควบม้าไปดักข้างหน้า ถังฮุยจงดึงบังเหียนเพื่อให้ม้าหยุด ทั้งสองต่างกุมม้าไว้มั่นส่วนอีกมือก็ถืออาวุธคนละอย่าง หัวหน้าเผ่าวิหคฟ้ามองนางอย่างระมัดระวัง ทวนฟาดฟ้าที่อยู่ในมือนางนั้น ท่านพ่อบอกเขาว่า อานุภาพร้ายแรงนัก แม้นเข้าใกล้มันเพียงแหวกอากาศมาก็รุนแรงราวกับโดนพายุซัด ยามปลายมันปาดโดนแม้เพียงนิด แรกไม่รู้สึกแต่กลับกลายเป็นแผลฉกรรจ์ ปลายสองด้านของมันคมยิ่ง หากโดนเสียบร่างเพียงน้อยนิดชีวิตคงดับสูญ “เจ้าช่างเก่งกาจเสียจริง ฝ่าด่านคนของข้ามาได้อย่างง่ายดาย” “เจ้าก็หลบหลีกเก่งเช่นกัน กว่าข้าจะหาเจอสิ้นแรงไปมิใช่น้อย” ถังฮุยจงถือดาบใหญ่ซึ่งเป็นอาวุธคู่กายของหัวหน้าเผ่าทุกรุ่นตีด้วยเหล็กชั้นดีที่ขุดพบบนภูเขาซงซาน ยามนี้กองทัพของทั้งสองฝ่ายยังคงต่อสู้ติดพันกันอยู่เบื้องหลัง ร่างสูงใหญ่ของถังฮุยจงข่มจินเฟิ่งให้ดูเล็กกระจ้อย หลันเซ่อบินวนอยู่บนศีรษะคนทั้งสอง หวีดเสียงร้องอยากปะทะ ดวงตาขององค์หญิงหรี่ลง ดวงตาสีฟ้าของนางในยามนี้ คล้ายดวงตาของหลันเซ่อ เส้นสีฟ้าหดเกร็งรังสีสังหารแผ่กระจาย ฝีมือดาบของหัวหน้าเผ่าวิหคฟ้าแต่ละรุ่นมิใช่เรื่อง
Baca selengkapnya

บทที่ 46 ให้เขาดูแลข้า

ร่างองค์หญิงถูกวางไว้บนเตียง ลูกดอกอาบยาพิษดอกนั้นเสียบอยู่บนช่วงท้องด้านซ้าย แม้พิษจะทำอันตรายนางไม่ได้เพราะนางได้กินยาต้านพิษไว้แล้ว แต่ฤทธิ์ของบาดแผลที่เกิดจากลูกดอกก็ทำให้ร่างกายอ่อนแอมิใช่น้อย “ท่านหมอเป็นอย่างไรบ้าง ” กุนซือเซียงร้อนรนที่เห็นใบหน้านางขาวซีด “นางแค่อ่อนเพลียเท่านั้น ท่านกุนซือ บาดแผลก็ไม่หนักหนา” “เหตุใดนางหน้าซีดนักเล่า ” “บางทีอาจเป็นเพราะระยะนี้นางพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อออกรบจึงต้องใช้พลังมากกว่าปกติ นางจึงได้มีอาการเช่นนี้” กุนซือเซียงมีสีหน้าดีขึ้น เขามองจินเฟิ่งที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความโล่งใจ ไป๋อวี้นางกำนัลประจำตัวมาช่วยถอดเสื้อผ้าและทำแผลให้ตามที่ท่านหมอสั่ง กว่า องค์หญิงจะตื่นบรรทมก็ล่วงไปหัวค่ำ “องค์หญิงท่านตื่นแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างเพคะ ” “ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ” “กุนซือเซียงพาท่านขี่ม้าออกจากสนามรบมาจนถึงที่นี่ในยามบ่ายเพคะ” องค์หญิงนึกถึงภาพสุดท้ายที่คล้ายเห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายผู้เป็นที่รักก่อนจะหมดสติไป “แล้วกุนซือเล่า ” “เขารอท่านฟื้นตั้งแต่บ่าย
Baca selengkapnya

บทที่ 47 โจรที่แอบเข้ากระโจม

แม้การวางเวรยามจะแน่นหนา ก็มิใช่เรื่องยากที่จวิ้นอ๋องจะแอบเข้ากระโจมในยามดึก ไป๋อวี้ทำตาโตเมื่อเห็นชายหนุ่มที่บุกเข้ามา “ท่าน....” “ชู่วววววว....!” องค์หญิงรีบหันมาปราม “เจ้าหลบไปกระโจมทหารหญิงก่อนได้หรือไม่ ” ไป๋อวี้มองสองหนุ่มสาวที่สบตากันอย่างหวานซึ้งก็พอจะเข้าใจ “นี่พวกท่าน...” “คืนนี้ ข้าอยากให้เขามาดูแล” องค์หญิงบอกด้วยท่าทีเอียงอายนางกำนัลที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทถึงกับทำตาโต “องค์หญิง ท่านไม่เคยมีความลับกับหม่อมฉัน”องค์หญิงเอื้อมมือไปจับแขนนางเขย่า “น่านะ ไป๋อวี้ ข้าขออยู่กับเขาหน่อยได้หรือไม่”แววตาอ้อนวอนนั้นทำให้นางกำนัลใจอ่อน“ขอเพียงอย่าให้ท่านแม่ทัพจินรู้ก็พอ ไม่เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องโดนโบยเป็นแน่” ไป๋อวี้เคยเห็นเนื้อตัวที่แตกยับของเหล่านักโทษแล้วหลายครั้ง นางไม่อยากเป็นอย่างพวกเขา“เจ้าสบายใจได้ ข้าจะระวัง” กุนซือเซียงตอบโดยไม่ได้หันมามองหน้าไป๋อวี้แม้แต่น้อย เมื่อเห็นคนทั้งสองไม่สนใจตนเอง นางกำนัลจึงได้แต่เม้มปากทำหน้าฮึดอัด“เอาเถิด แล้วแต่พวกท่านก็แล้วกัน” นางมองซ้ายมองขวาก่อนลอบออกจากกระโจมไปจวิ้นอ๋องรีบปัดตะเกียงให้ดับแล้
Baca selengkapnya

บทที่ 48 โจรมันวิ่งไปทางนั้น

แม่ทัพจินจุดตะเกียงเสร็จก็หันขวับตามสัญชาตญาณ พลันเห็นคล้ายเงาคนวิ่งออกไป จินหลี่หมิ่งรีบวิ่งตามออกมา เงานั้นแวบหายไปหลังกระโจมเบื้องหน้า เขากำลังจะวิ่งตามไป โครม! พลั่ก! “โอ๊ย!” ร่างที่สวนมาปะทะ กลิ้งหลุนๆ ไปสามสี่ตลบ ส่วนตัวแม่ทัพจินเพียงแค่เซกลับหลังเล็กน้อย “นี่ท่าน! ท่านแม่ทัพจะรีบไปไหนกัน ข้าน้อยกำลังตรวจกระโจมอยู่ดีๆ ท่านก็มาชนข้า” จินหลี่หมิงเห็นว่าที่พี่ภรรยากลิ้งไปหลายตลบเช่นนั้นก็ตกใจรีบเข้าไปประคองเขาให้ลุกขึ้น“ข้าเห็นโจรวิ่งออกจากกระโจมองค์หญิง” จินวั่งซูทำตาโต “อ๋า! อย่าบอกนะว่า เงาที่ข้าเห็นเมื่อสักครู่” “เจ้าเห็นงั้นหรือ มันไปทางใด ” “ทางนั้น” จินวั่งซูชี้ไปทางด้านซ้าย แม้จินหลี่หมิงจะสงสัยว่า ตนเห็นแวบๆ เป็นด้านขวา แต่ในเมื่อพี่ภรรยากล่าวเช่นนั้นก็จำต้องพยักหน้ารับรีบวิ่งตามไป ไป๋อวี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด ผ่อนลมหายใจยาวออกมา “ชู่ว!” “เจ้าสบายใจแล้วหรือไม่ ” เมื่อเจอสาวงาม จินวั่งซูอดไม่ได้ที่จะทำท่าวีรบุรุษเพื่อเรียกคะแนนนิยม “ขอบคุณท่านกุนซือ”
Baca selengkapnya

บทที่ 49 งานเลี้ยงฉลองชัย

นอกจากสัญญาสงบศึกแล้ว แม่ทัพจินยังนำทองที่เผ่าวิหคฟ้ามอบให้เป็นเครื่องบรรณาการและค่าชดใช้ความเสียหายในการสู้รบมาด้วยจำนวนมาก สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับจินอ๋อง และเพื่อเป็นการตัดไม้ข่มนามกลุ่มคนที่คิดจะโค่นบัลลังก์หลังองค์หญิงหายเป็นปกติจึงกำหนดการจัดงานเลี้ยงทั้งภายในวังหลวง และที่ค่ายทหารเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ องค์หญิงจินเฟิ่งในชุดที่เหลืองสดนั่งอยู่ด้านขวาของจินอ๋องและพระชายา แม่ทัพจินงามสง่าในชุดสีน้ำเงินอยู่ด้านซ้าย หลันเซ่อเกาะราวอยู่ด้านหลังท่านแม่ของมัน องค์หญิงพระราชทานเชือกถักสีแดงสวยงามให้คล้องคอ “เจ้าคือ ผู้ที่ทำให้แม่ได้รับชัยชนะ แม่ให้เจ้าเป็นขุนศึกหลันเซ่อ” หลันเซ่อได้ยินดังนั้นจึงชูคออย่างภาคภูมิใจ มันหวีดเสียงรับพร้อมกางปีกกว้าง กุนซือเซียงที่บัดนี้ไม่มีรอยด่างหลงเหลืออยู่แล้ว ปรากฏกายในชุดสีฟ้างามสง่า องค์หญิงหันมามองแล้วถึงกับตกตะลึง เช่นเดียวกับหญิงสาวทั้งหลายในงานที่ก้มลงซุบซิบสอบถามถึงชายหนุ่มผู้นั้นอย่างคึกคัก “เจ้าดูสิเพ่ยเพ่ย ชายผู้นั้นรูปงามยิ่ง ข้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน” คุณหนูตระกูลเกาหันไปซุบซิบกับบุตรสาวเจ้ากรมต
Baca selengkapnya

บทที่ 50 เขาคือจวิ้นอ๋อง

จินฉิงอีกำหมัดแน่น ‘ใต้เท้าฉู่ เป็นใครกัน บังอาจคิดจะยุ่งกับผู้ชายของข้า’ “ฉู่ชิงเยียนรูปงามออกปานนั้น ไม่แน่ว่า ท่านแม่ทัพได้เห็นตัวจริงก็อาจจะสนใจนาง” “เอาเถอะ เราจะสนใจเรื่องแม่ทัพจินกันทำไม สนใจบุรุษข้างหน้าเราดีกว่า” เฝิงเพ่ยเพ่ยพยักพเยิดมองไปทางจวิ้นอ๋องกับจินวั่งซู สองสาวที่นั่งอยู่ด้านหลังมองตามไป “พี่ชายของเจ้า” เถาหนิงลี่ตาเหลือกแล้วหันไปทางจินฉิงอี “อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องบุรุษของข้า” จินฉิงอีคำรามในลำคอ “เจ้าช่วยข้าจับตามองพวกนางให้ดี” เถาหนิงลี่ยิ้มแหยๆ “หรือว่า คุณหนูสองคนข้างหน้าพวกเราคือ หงส์คู่แห่งแคว้นจิน” แล้วเถาหนิงลี่ก็พยายามระลึกถึงเรื่องราวที่เคยได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับสตรีงดงามที่นั่งอยู่เบื้องหน้า “อ้อ! ที่แท้ก็เป็นหญิงมากรักผู้หนึ่งแค่นั้นเอง” “ชู่ววว! เจ้าอย่าเอ็ดไป” เถาหนิงลี่เห็นสหายดูหงุดหงิดก็รีบปลอบใจ “ดูพวกนางไปก่อนเถิด เดี๋ยวเราค่อยจัดการนาง” จวิ้นอ๋องกับจินวั่งซูถูกหยางหมิงเข้ามาบอกให้ไปนั่งด้านหลังแม่ทัพจิน จึงต้องย้ายที่นั่งใหม่ไกลออกจากเถาหนิงลี่กับจินฉิงอีไป ทว่ากลับไ
Baca selengkapnya
Sebelumnya
1
...
34567
...
10
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status